เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TGDS ตอนที่ 11 : ภาพติดตา

TGDS ตอนที่ 11 : ภาพติดตา

TGDS ตอนที่ 11 : ภาพติดตา


โมบี้นั้นคำนวณความเร็วในปัจจุบันของเขา เขาน่าจะไปถึงหอพักได้ภายใน 30 นาที อย่างไรก็ตามนี่มันใช้เวลานานเกินไป และที่แย่ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่สามารถเดินย้อนกลับไปเป็นเส้นตรงได้ ไม่เช่นนั้นเขาจะถูกจับได้โดยทีมช่วยชีวิต ดังนั้นเขาจึงต้องใช้ทางอ้อม นั่นจะทำให้เขาช้าลงไปอีก 20 นาทีเป็นอย่างน้อยที่สุด

ในขณะที่โมบี้เริ่มรู้สึกหมดหนทางและกำลังจะยอมแพ้ต่อชะตาอันโหดร้ายของเขา ทันใดนั้นเขาก็จำได้ว่าเขามี แต้มสถานะที่สามารถใช้ได้อีก 105 แต้มที่สามารถเลือกจะเพิ่มค่าสถานะได้

โมบี้รู้ว่าเขาต้องทำอะไร แต่เขาไม่เต็มใจที่จะทำมัน เพราะมันจะทำให้แผนการในอนาคตของเขานั้นยุ่งยาก

โมบี้โวยวาย "ไอ้บ้าเอ้ย" ในขณะที่เขาใช้ 75 แต้มของเขาไปเพิ่มค่าความคล่องตัว แม้ว่าเขาจะลังเลที่จะทำ เพราะมันจะให้ค่าสถานะของเขานั้นไม่สมดุลอย่างมาก แต่เขาก็รู้ว่ามันเป็นโอกาสเดียวของเขาที่จะรอดพ้นจากการถูกจับได้ในครั้งนี้ ดังนั้นเขาจึงจำเป็นที่จะต้องทำมัน

จากนั้นโมบี้ก็เพิ่ม 30 แต้มที่เหลือให้เป็นค่าความแข็งแกร่ง เขารู้ว่าตอนนี้เขานั้นเป็น กลาส แคนน่อนไปเรียบร้อยแล้ว (กลาส แคนน่อน คือ ศัพท์ในเกมสำหรับพวกพลังโจมตีสูง ป้องกันต่ำ)

เขาแทบจะไม่มีค่าความอดทนเลย แต่นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว เพราะด้วยความเร็วที่มากพอ เขาสามารถพึ่งพาความสามารถในการหลบหลีกแทนที่จะอดทนต่อการโจมตี ดังนั้นจึงทำให้ความอดทนมีความสำคัญน้อยลงไปในตอนนี้

ปัญหาคือว่าถ้าการโจมตีของเขามันทำให้ศัตรูรู้สึกแค่จั๊กจี้ มันก็ไม่มีประโยชน์ที่ความเร็วจะสูงแบบนั้น นั่นคือเหตุผลที่เขาเทแต้มที่เหลือทั้งหมดลงไปในค่าความแข็งแกร่ง

โมบี้พุ่งออกไปในป่าด้วยความเร็วที่น่าทึ่ง เขารวดเร็วยิ่งกว่าเดิม 4 เท่า เมื่อพิจารณาจากค่าประมาณก่อนหน้านี้ เขาน่าจะไปถึงหอพักได้ภายใน 15 นาที นั่นหมายความว่าเขาควรจะไปถึงหอพักได้ก่อนเวลาเคอร์ฟิว

ความเร็วสูงสุดก่อนหน้านี้ของ โมบี้คือ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นี่คือความเร็วสูงสุดสำหรับมนุษย์ที่ไม่มีความสามารถ แต่คนที่มีความสามารถนั้น สามารถมีความเร็วเท่านี้ได้อย่างง่ายดายด้วยความพยายามเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น ตอนนี้เนื่องจากค่าสถานะส่วนใหญ่ของเขาอยู่ในด้านความคล่องตัว ความเร็วของเขาจึงอยู่ที่ประมาณ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเร็วกว่าความเร็วสูงสุดก่อนหน้านี้ถึง 4 เท่า

ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นโดยรวมประมาณ 2 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ต่อแต้มที่เขาเพิ่มให้ค่าความคล่องตัว นี่ทำให้ความเร็วของเขามันเพิ่มขึ้นอย่างมาก

โมบี้ใช้ประสาทสัมผัสที่เลเวลอัพขึ้นมาใหม่เพื่อระบุระยะทางและทิศทางที่แน่นอน ที่ทีมช่วยชีวิตกำลังมุ่งหน้ามา สิ่งนี้ทำให้โมบี้สามารถเลือกเส้นทางที่เหมาะสมที่สุดที่จะทำให้เขาปลอดภัยได้

ตอนนี้เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอก เมื่อรู้ว่าเขาจะไม่เป็นอะไร ขอเพียงแค่เขาวิ่งผ่านป่าและพยายามทำเสียงให้เบาที่สุด

ค่าสถานะใหม่ของเขาตอนนี้คือ:

-------------------------------------

ค่าสถานะ

-------------------------------------

ชื่อ: โมบี้ เคน

เผ่าพันธุ์: ปีศาจระดับต่ำ

เลเวล: 10

XP ไปยังเลเวลถัดไป 0/1000

ระดับพลัง: 1990

พลังชีวิต: 120/120

พลังปีศาจ: 25/25

อัตราการฟื้นฟูพลังปีศาจ: 12 หน่วย / ชั่วโมง

ความแข็งแกร่ง: 53

ความคล่องตัว: 98

ความอดทน: 23

ความฉลาด: 25

พลังจิต: 15

แต้มสถานะที่สามารถใช้ได้: 0

-------------------------------------

************************************

ขณะนี้ทีมทีมช่วยชีวิตอยู่ห่างออกไปเพียงแค่ 200 เมตรจากจุดที่นาฬิกาส่งสัญญาณ

พวกเขาเริ่มได้กลิ่นเหม็นเน่าที่มาจากปลายทาง ดังนั้นพวกเขาจึงรู้ว่ามีบางอย่างที่ร้ายแรงเกิดขึ้น แต่ดูเหมือนพวกเขาจะไม่กังวลมากนัก เนื่องจากอาจเคยเห็นสิ่งเหล่านี้มาแล้วหลายครั้งก่อนหน้านี้ มันเหมือนกับว่าพวกเขาคุ้นเคยกับงานของพวกเขานั้นดี

แม้ว่าพวกเขาจะเป็นทหารมืออาชีพที่ได้พบเห็นและมีประสบการณ์มากมายในชีวิต แต่พวกเขาก็ไม่ได้เตรียมตัวกับสิ่งที่กำลังจะได้เห็น

เมื่อพวกเขามาถึง พวกเขาทุกคนต่างมองไปยังที่เกิดเหตุด้วยสายตาที่หวาดกลัว มันเป็นความรู้สึกที่พวกเขาไม่ได้สัมผัสมาหลายปีแล้ว พวกเขาบางคนอดไม่ได้ที่จะอาเจียน ในสิ่งที่พวกเขาเพิ่งเห็นนี้

อวัยวะภายในและส่วนต่าง ๆ ของร่างกายที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นดิน หญ้าเกือบทั้งหมดในบริเวณนั้นถูกย้อมเป็นสีแดงจากเลือดทั้งหมด

ชิ้นส่วนทั้งหมดของร่างกายผิดรูปและงอในท่าที่แปลกประหลาด ที่ส่วนของมือนั้น เล็บทั้งหมดถูกฉีกออกหมดและนิ้วก็หักไปทุกนิ้ว

ก้อนหินก้อนหนึ่งตรงนั้นแตกร้าวอย่างรุนแรง มันชุ่มไปด้วยเลือด และมีฟันจำนวนมากกระจายอยู่รอบๆ

ศีรษะของนักเรียนคนหนึ่งถูกตัดออกอย่างโหดเหี้ยม พวกเขาไม่สามารถจดจำใบหน้าของเขาได้เลย เขารู้ว่าเป็นใครจากรายงานสั้น ๆ และรูปภาพที่พวกเขาได้รับมาเพื่อใช้ระบุตัวตนของนักเรียนเท่านั้น

เขาไม่มีฟัน จมูกหัก โครงสร้างกระดูกใบหน้าทั้งหมดคดและงอผิดรูป และผมบางส่วนของเขาเปลี่ยนเป็นสีขาวจากสีดำก่อนหน้านี้ การแสดงออกทางสีหน้าของเขาในขณะที่เขาเสียชีวิตเป็นสิ่งที่รบกวนจิตใจพวกเขามากที่สุด การแสดงออกของใบหน้านั้นคือ ใบหน้าของใครบางคนที่มีความหวังแบบผิด ๆ เพียงเพื่อที่มันจะถูกทำให้พังทลายในช่วงเวลาต่อมาด้วยวิธีที่โหดร้ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ทีมช่วยชีวิตไม่สามารถช่วยอะไรได้ นอกจากรู้สึกสงสารอย่างมาก นี่จะเป็นภาพติดตาสำหรับพวกเขาไปเป็นเวลาอีกหลายปี

พวกเขาใส่ชิ้นส่วนของร่างกายทั้งหมดไว้ในแหวนเก็บของอย่างไม่เต็มใจ เพื่อนำกลับไปให้พยาบาลทำการชันสูตรพลิกศพ

ขณะนี้ทีมช่วยชีวิตได้แยกออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งจะนำร่างของเอริคกลับมาเพื่อทำการชันสูตรพลิกศพ อีกกลุ่มจะอยู่และค้นหาในพื้นที่เพื่อหาผู้กระทำผิดหรือผู้ต้องสงสัยที่อาจเป็นไปได้

************************************

ตอนนี้เป็นเวลา 23:50 น. ในที่สุด โมบี้ก็มาถึงห้องพัก ในหอพักของเขาอย่างปลอดภัย

โมบี้ควบคุมระดับพลังของเขาโดยสัญชาตญาณ ให้กลับลงมาที่ 800 ในทันทีที่เขามาถึงหน้าประตู

จากนั้นเขาก็สแกนรหัสนักศึกษาของเขาเพื่อปลดล็อคสำเร็จ เมื่อเขาเอื้อมมือไปเปิดประตูเขาสังเกตเห็นมือที่เปื้อนเลือดของเขา จากนั้นเขาก็มองดูเสื้อผ้าทั้งหมดที่สวมใส่อยู่ พวกมันชุ่มโชกไปด้วยเลือดตั้งแต่หัวจรดเท้า จากนั้นเขาก็จำได้ว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียวในห้องของหอ เขาใช้ร่วมกับคนอื่น ๆ อีก 2 คน

"แม่งเอ้ย ทำไมฉันถึงได้โง่แบบนี้!" โมบี้สาปแช่งตัวเบา ๆ

ถ้าเขาเปิดประตูและเพื่อนร่วมหอพักของเขาทั้งสองคนตื่นอยู่ เขาคงจะอยู่ในสถานการณ์ที่แย่มาก ๆ จากนั้นเขาคงจะต้องใช้มาตรการที่รุนแรงเพื่อปิดปากพวกเขา โมบี้ไม่ต้องการทำเช่นนั้น เพราะมันจะมีโอกาสสูงที่เรื่องพวกนี้จะย้อนกลับมาที่ตัวเขา เขาต้องเดิมพันกับโอกาสเล็กน้อยที่พวกเขาจะหลับไปแล้ว เพื่อที่เขาจะได้ทำความสะอาดและเปลี่ยนเสื้อผ้าได้อย่างปลอดภัย

มือของโมบี้สั่นอย่างบ้าคลั่ง เขาไม่เคยรู้สึกกังวลขนาดนี้มาตลอดชีวิต มือของเขาค่อย ๆ เอื้อมไปที่มือจับของประตู ขณะที่มันนั้นสั่นหนักกว่าเดิม เขาจับที่มือจับของประตูแน่น ใบหน้าของเขาเริ่มมีเหงื่อซึมออกมาราวกับน้ำตก ที่ไหลมาจากความเครียด

นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาเริ่มสวดอ้อนวอนขอให้พระเจ้าช่วยเขา ทันใดนั้นความเครียดอย่างบ้าคลั่งที่กำลังปั่นป่วนในหัวก็ทำให้เขาเสียสมาธิ เขาเปิดประตูออกโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่อมองช่องว่างของประตูที่เปิดออกเล็ก ๆ นั่น โมบี้ก็สังเกตเห็นแสงจ้าส่องผ่านเข้ามา

"บ้าชิบ! ฉันทนไม่ไหวแล้ว! ทำไมชีวิตมันมักจะโหดร้ายกับฉันแบบนี้” โมบี้สาปแช่งอยู่ในใจ ขณะที่ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตของเขาฉายชัดในความรู้สึกของเขาอีกครั้ง

จบบทที่ TGDS ตอนที่ 11 : ภาพติดตา

คัดลอกลิงก์แล้ว