เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

TGDS ตอนที่ 1 : อารัมภบท

TGDS ตอนที่ 1 : อารัมภบท

TGDS ตอนที่ 1 : อารัมภบท


วันที่ 10 มิถุนายน ปี 2021 อเล็กซานเดอร์ เดวิส นักโบราณคดีผู้เป็นตำนานอยู่ในประเทศเม็กซิโกเพื่อศึกษาซากปรักหักพังของชาวมายัน ขณะที่เขาอยู่ในวิหารแห่งหนึ่ง เขาได้ค้นพบทางเดินลับ ซึ่งทอดยาวลงไปสู่ทางใต้ดิน หลังจากที่เขาเดินลงบันไดไปประมาณ 10 นาที ในที่สุดเขาก็มาหยุดลงที่หน้าห้อง ๆ หนึ่ง ซึ่งมีขนาดใหญ่และกว้างขวางมาก

ของเหลวสีเขียวเรืองแสง ที่ดูเหมือนจะมีพิษกำลังไหลผ่านรอยแตกร้าวต่าง ๆ บนผนังห้องและบริเวณพื้น ของเหลวนั่นส่องสว่างไปทั่วทั้งห้อง และผนังของห้องก็เรียงรายไปด้วยรูปปั้นท่าทางประหลาดที่มีดวงตาสีเขียวเปล่งประกายออกมา

อเล็กซานเดอร์รู้สึกเหมือนว่ารูปปั้นเหล่านั้น จ้องมองลึกเข้าไปในจิตวิญญาณของเขา ราวกับว่าพวกมันนั้นมีชีวิต

เขาส่ายหัวและกลืนน้ำลายเข้าไปอึกใหญ่เพื่อที่จะไล่ความกลัวในหัวของเขา หลังจากคิดอยู่สักพักหนึ่ง ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจที่จะดูดของเหลวเหล่านั้นขึ้นมาและเก็บมันไว้ ก่อนจะก้าวเข้าไปในห้อง

อเล็กซานเดอร์ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยความตกตะลึง ขณะชื่นชมความงดงามและความยิ่งใหญ่ของสิ่งที่เขาเพิ่งจะพบเห็น ภาพที่เห็นนั้นเป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่เคยคาดคิดมาก่อน ลูกแก้วลูกหนึ่ง ลอยอยู่ บนอากาศเหนือแท่นบูชาเหมือนว่ามีเวทมนตร์ที่คอยควบคุมมันเอาไว้ ลูกแก้วนั้นมีขนาดเล็ก วัดจากสายตาของเขาแล้วมีขนาดเท่าไข่ไก่เท่านั้น มันกำลังเปล่งแสงอย่างแรงและให้ความรู้สึกที่ดูมีมนต์ขลัง เขานั้นอดไม่ได้ที่จะหยุดชื่นชมในความงามของมัน

เขาจ้องมองไปที่ลูกแก้วนั่นนานกว่า 2 นาที ขณะนั้นของเหลวสีเขียว 1 หยด ก็ร่วงลงมาจากเพดานและตกลงบนหัวของอเล็กซานเดอร์ นั่นทำให้เขาตกตะลึงอย่างมาก

ทว่าเขาต้องประหลาดใจยิ่งกว่าเดิมเพราะของเหลวนั้นไม่มีความเป็นพิษเลย แต่มันกลับทำให้เขารู้สึกกระปรี้กระเปร่าและมีแรงมากกว่าที่เขาเคยรู้สึกมาก่อน มันเป็นเหมือนของเหลวที่เอาไว้คอยให้พลังงาน สิ่งนี้ทำให้อเล็กซานเดอร์สงสัยมากขึ้นเกี่ยวกับที่มาของของเหลวเหล่านี้

เขาเริ่มสังเกตเห็นว่าของเหลวทั้งหมดนั้นถูกสร้างขึ้นจากลูกแก้วประหลาดที่กำลังลอยอยู่บนแท่นบูชาตรงหน้าเขา อเล็กซานเดอร์จึงเริ่มค่อย ๆ เดินไปที่แท่นบูชาด้วยความระมัดระวัง สุดท้ายเขาหยุดลงและยืนอยู่ตรงหน้ามัน

เขากังวลมากว่าเขานั้นควรจะจับลูกแก้วนั่นหรือไม่ เพราะซากปรักหักพังหลายแห่งมักจะมีกับดักที่อันตรายหลายอย่างเพื่อปกป้องสมบัติของพวกมันเอาไว้

หลังจากครุ่นคิดถึง 5 นาที ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจที่จะหยิบมันขึ้นมา อเล็กซานเดอร์เริ่มเหงื่อออกอย่างหนัก ขณะที่ตัวของเขาสั่นเทา มือของเขาเอื้อมเข้าไปใกล้ลูกแก้วนั่นอย่างช้า ๆ และหยุดอยู่ห่างจากมันเพียงแค่เซนติเมตรเดียว เขาหายใจเข้าลึก ๆ ทว่าจู่ ๆ เขาก็กรีดร้องเสียงดังลั่นออกมา

“บัดซบเอ้ย!”

ขณะที่เขาคว้ามันออกมาจากแท่นบูชาอย่างรวดเร็วนั่น ทันทีที่ลูกแก้วออกจากแท่นบูชามันก็หายไป และกลายเป็นฝุ่นละอองสีทองอร่าม จากนั้นไม่นานทั้งห้องก็เริ่มสั่นอย่างบ้าคลั่ง มันให้ความรู้สึกเหมือน ห้องกำลังจะถล่มลงมาหาเขา

อเล็กซานเดอร์มองไปรอบ ๆ ห้องด้วยความตื่นตระหนก พยายามอย่างที่สุดที่จะเข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

เขาสังเกตเห็นว่าของเหลวสีเขียวทั้งหมดบนพื้นและผนังเริ่มเคลื่อนที่ไปยังแท่นบูชา ก้อนหินขนาดใหญ่เริ่มตกลงมาจากเพดาน ทั้งห้องนั้นเริ่มพังทลายลงมา อเล็กซานเดอร์เริ่มหลบหลีกหินที่ร่วงลงมาอย่างสุดความสามารถเพื่อที่จะเอาชีวิตรอด

ในขณะที่เขากำลังจะหมดลมหายใจและกำลังจะยอมแพ้ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาสังเกตเห็นว่าในที่สุดของเหลวสีเขียวทั้งหมดก็ไหลไปรวมตัวกันที่แท่นบูชาแล้ว

ของเหลวพวกนั้นค่อย ๆ ระเหยไปในอากาศ ทันใดนั้นลำแสงสีเขียวก็พุ่งออกมาจากแท่นบูชา ลำแสงนั่นพุ่งทะลุหลังคาวิหาร และทะลุออกไปบนท้องฟ้า

หลังจากนั้นไม่นานลำแสงสีเขียวที่คล้ายกันนี้ ก็ถูกพบเห็นไปทั่วทั้งโลก มีลำแสงทั้งหมด 26 เส้นที่ถูกยิงออกไป

อเล็กซานเดอร์ยืนอยู่ที่นั่นด้วยความเหนื่อยหอบ หลังจากที่เขานั้นแทบจะไม่สามารถเอาชีวิตรอดจากการทดสอบของวิหารนั่นออกมาได้ เขามองขึ้นไปบนท้องฟ้าและสังเกตเห็นฝนสีเขียวที่ตกลงมาทางเขา

และนี่คือจุดเปลี่ยนของมวลมนุษยชาติ

หลังจากฝนสีเขียวตกลงมาทุกคนบนโลกสังเกตเห็นว่าพวกเขานั้นเริ่มมีพัฒนาการบางอย่าง บ้างมีพลังพิเศษ บ้างก็มีลักษณะพิเศษเฉพาะตัว และบ้างก็เป็นพลังทั่ว ๆ ไป พลังต่าง ๆ ที่เคยเห็นแต่ในนิยายเท่านั้น กลับปรากฏขึ้นมาในโลกของความเป็นจริง

ลำแสงสีเขียวถูกพบว่าเป็นแหล่งพลังงานที่น่าเหลือเชื่อในไม่ช้า และแหล่งพลังงานแต่ละอันนั้นสามารถจ่ายพลังงานให้กับโลกในปัจจุบันได้อย่างง่ายดายเป็นระยะเวลาหลายพันปี

การค้นพบสิ่งใหม่นี้ ได้เริ่มต้นยุคทองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ

เพื่อให้ใช้พลังงานใหม่จากลำแสงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มนุษย์ตัดสินใจที่จะสร้างประเทศขึ้นมาใหม่ 26 ประเทศ ล้อมรอบแหล่งพลังงานนี้ แต่ละประเทศจะถูกตั้งชื่อตามตัวอักษร A ถึง Z และแต่ละประเทศจะมีก็ฟองป้องกันสีเขียว คลุมทั่วประเทศเพื่อแยกพรมแดนซึ่งกันและกัน ขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งอีกด้วย

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีนั้นมีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมากเนื่องจาก ความสามารถใหม่ ๆ ของผู้คนและแหล่งพลังงานที่เพิ่งจะพบนี้ สิ่งประดิษฐ์เช่นเทเลพอร์ตเตอร์และโฮโลแกรมกลายเป็นเรื่องปกติที่พบเห็นได้ทั่วทั้งโลก

ด้วยเทคโนโลยีใหม่นี้แปลกประหลาดเช่นนี้ มนุษย์นั้นสามารถไปยังดาวเคราะห์ดวงอื่นได้ อย่างไรก็ตามมีดาวเพียงไม่กี่ดวงเท่านั้นที่สามารถตั้ง อาณานิคมและที่อยู่อาศัยขึ้นมาได้

มนุษย์แต่ละคนนั้นสามารถใช้ความสามารถได้เพียงอย่างเดียว ดังนั้นเมื่อคุณได้รับความสามารถมาแล้วมันจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ทว่าบางคนนั้นไม่ได้รับความสามารถมาจากหยาดฝนสีเขียวโดยตรง ดังนั้นมนุษยชาติจึงพัฒนาผลึกความสามารถพิเศษที่เรียกว่าลูกแก้วความสามารถ ที่จะบรรจุความสามารถที่มีอยู่ได้ลงไป

ลูกแก้วความสามารถเหล่านี้ ช่วยให้ผู้ที่ไม่มีความสามารถ สามารถที่จะเรียนรู้ความสามารถที่ฝังอยู่ในลูกแก้วได้โดยการดูดซับพลังมาจากมัน สิ่งประดิษฐ์นี้มีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากทารกแรกเกิดในยุคต่อมานั้นไม่ได้เกิดมาพร้อมกับความสามารถติดตัว

ความสามารถเหล่านี้ทำให้ครอบครัวสามารถส่งต่อความสามารถของตนไปยังลูก ๆ ของพวกเขาได้ และอนุญาตให้ผู้ที่ไม่มีความสามารถ สามารถซื้อความสามารถใหม่ ๆ ที่มีขายในท้องตลาดได้

มนุษยชาติดำรงอยู่อย่างสันติโดยไม่ใช่ปัญหาใหญ่ระดับโลก มาเป็นระยะเวลา 100 ปี

แต่แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อเหล่าเชคเกอร์เริ่มโจมตี

วันที่ 7 มกราคม ปี 2121 กองทัพยานอวกาศจากต่างดาวจำนวนมาก ถูกพบเห็นเหนือฟองสบู่ป้องกันนอกประเทศ Z พวกมันรู้จักกันในชื่อว่าเชคเกอร์

เชคเกอร์เป็นเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ต่างดาวที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ขั้นสูง ซึ่งเป็นที่หวาดกลัวไปทั่วทั้งกาแล็กซี่ พวกมันดูคล้ายกับมนุษย์มาก พวกมันมีขนาดและรูปร่างที่ใกล้เคียงกับมนุษย์ ลักษณะเด่นเพียงอย่างเดียวที่ทำให้พวกเขาแตกต่างคือผิวขาวจนซีด เขาข้างเดียวที่งอกขึ้นที่ด้านขวาของศีรษะ และเส้นสีแดงเรืองแสงที่อยู่บนใบหน้า

เชคเกอร์มายังโลกหลังจากตรวจพบค่าพลังงานขนาดใหญ่ผิดปกติที่มาจากที่นี่ นั่นเป็นเพราะการค้นพบความสามารถต่างของโลกนี้ เชคเกอร์จึงทำสงครามกับมนุษย์เพราะพวกมันรู้สึกถึงภัยคุกคาม เนื่องจากค่าพลังงานที่เพิ่มขึ้นมาอย่างฉับพลัน

สงครามกินระยะเวลากว่า 4 ปี เห็นได้ชัดว่าไม่มีฝ่ายใดชนะ เหล่าเชคเกอร์นั้นเหนือกว่ามนุษย์ในเกือบทุกด้าน แต่ถึงแม้จะมีข้อได้เปรียบเหล่านั้น พวกเขาก็ไม่สามารถเอาชนะสงครามได้ นี่เป็นเพราะพวกเขาไม่มีความสามารถพิเศษ

ทั้งสองฝ่ายไม่มีใครสามารถปราบปรามอีกฝ่ายได้ ท้ายที่สุดทั้งสองฝ่ายก็เห็นพ้องต้องกันว่าสงครามครั้งนี้จะไม่เดินหน้าต่อและไม่มีฝ่ายใดเป็นผู้ชนะอย่างชัดเจน มีการลงนามสนธิสัญญาสันติภาพระหว่างมนุษย์และเชคเกอร์ เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ปี 2125 ซึ่งถือเป็นการสิ้นสุดของสงครามครั้งนี้

เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อมวลมนุษยชาติ มนุษยชาติสูญเสียทหารไปเกือบพันล้านคนในระหว่างสงครามกับเหล่าเชคเกอร์ มนุษย์เข้าใจว่าสนธิสัญญาสันติภาพนี้เป็นเพียงสิ่งชั่วคราวเท่านั้นและในท้ายที่สุดสงครามก็จะเริ่มขึ้นอีกครั้ง มนุษยชาติเลยให้ความสำคัญกับความแข็งแกร่งทางทหารมากขึ้นกว่าเดิม

เหตุการณ์นี้ทำให้มนุษย์ทุกคนร่วมกันสร้างกองทัพทหารขึ้นมาใหม่เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับสงครามครั้งที่สองที่จะเกิดขึ้นกับเหล่าเชคเกอร์

ยุคสมัยใหม่ถูกสร้างขึ้นมาแล้ว สถานะทางสังคมของคน ๆ หนึ่งขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของตัวบุคคล ผู้ที่มีความสามารถอ่อนแอจะถูกเลือกปฏิบัติและถูกบังคับให้ทำงานที่ย่ำแย่อย่างมาก พวกเขานั้นถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นและไม่สำคัญในสายตาของกองทัพและรัฐบาล

สังคมใหม่นี้ผู้ที่แข็งแกร่งปกครองผู้ที่อ่อนแอได้ถือกำเนิดขึ้นมา เยาวชนต่างได้รับการสอนเกี่ยวกับวิธีการต่อสู้ในโรงเรียนตั้งแต่อายุ 8 ขวบ นี่ก็เพื่อฝึกฝนคนรุ่นต่อไปให้เตรียมพร้อมสำหรับสงครามที่กำลังจะมาถึงในอนาคต นอกจากนี้เมื่อพวกเขาอายุครบ 16 ปี นักเรียนทุกคนจะถูกบังคับให้เข้าเรียนในโรงเรียนเตรียมทหารเป็นระยะเวลา 2 ปี

โรงเรียนเตรียมทหารเป็นสถานที่ที่จะตัดสินอนาคตของพวกเขา เป็นสถานที่ ที่ไม่มีความปรานี ที่จะตัดสินว่าใครจะเป็นคนสำคัญ และใครจะเป็นแค่ขยะ ที่ซึ่งความฝันสามารถเป็นความจริง หรือความฝันอาจจะถูกบดขยี้ลงไปได้

โมบี้ เคน เด็กหนุ่มที่ไร้ความสามารถกำลังเก็บกระเป๋าเตรียมตัวไปโรงเรียนเตรียมทหาร

เขาจะอยู่รอดหรือไม่ หรือเขาจะต้องถูกสังคมในปัจจุบันนี้กลืนกินไป ?

จบบทที่ TGDS ตอนที่ 1 : อารัมภบท

คัดลอกลิงก์แล้ว