เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ภาค5บทที่20 ห้อง E คือห้องที่ต่ำที่สุด (ฟรี)

ภาค5บทที่20 ห้อง E คือห้องที่ต่ำที่สุด (ฟรี)

ภาค5บทที่20 ห้อง E คือห้องที่ต่ำที่สุด (ฟรี)


ภาค5บทที่20 ห้อง E คือห้องที่ต่ำที่สุด

ผมผ่านการสอบเข้าโดยไม่ติดขัดอะไร และตอนนี้ก็ได้เรียนที่คณะศิลปะการป้องกันตัว

“เอ่อ อยู่ห้อง E อย่างนั้นเหรอ?”

ชาติก่อนผมแทบไม่เคยได้เข้าโรงเรียนแบบธรรมดาๆเลย เพราะงั้นในชาตินี้ผมจึงตั้งหน้าตั้งตารอชีวิตในโรงเรียนมานาน

ผมเดินเข้าไปในห้อง E ด้วยความคาดหวังสูง

บรรยากาศในห้องแบ่งเป็นสองแบบ

อย่างแรกเป็นคนที่มีความสุขที่ได้เข้าสถาบันชื่อดัง พวกเขาพูดประมาณแบบ “ดีใจมากเลยล่ะที่ได้เข้า” แล้วก็ “นับจากนี้ไปเราก็เป็นนักเรียนของสถาบันหลวงแล้วสินะ” อย่างมีความสุข

ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งนั้นนั่งอยู่บนเก้าอี้โดยไม่พูดอะไรแม้แต่น้อย

บรรยากาศของพวกเขานั้นเหมือนกับอยู่ในงานศพเลย

ดูจากหน้าของพวกเขาที่สิ้นหวังขนาดนั้น ทำให้ยากที่จะเชื่อว่าพวกเขาเป็นเด็กใหม่

เกิดอะไรขึ้นกัน....?

ไม่เพียงแค่หนึ่งหรือสองคน แต่ว่ามีคนจำนวนมากที่เป็นแบบนั้น

เหมือนว่าจะไม่ใช่แค่เหตุบังเอิญหรือโชคร้าย

ผมหาที่นั่งว่างๆและนั่งลงไป

และอีกซักพักก็มีคนที่ดูเหมือนจะเป็นอาจารย์เข้ามาในห้อง

ใช่ครูประจำชั้นรึเปล่านะ?

เขามองไปทั่วห้องและเปิดปากพูด

“ทุกคนมากันครบแล้วใช่ไหม? ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มโฮมรูมกันได้ ถ้ามีคำถามอะไรก็ไว้ถามทีหลังทีเดียวละกันนะ โอเคนะ?”

มีอยู่ไม่กี่คนที่ตอบ

เมื่อเห็นว่าไม่มีใครคัดค้าน เขาจึงพูดต่อ

“อย่างแรก มาพูดกันให้รู้เรื่อง อย่างที่รู้ว่าคณะศิลปะการป้องกันป้องกันตัวนั้นแบ่งเป็นหกห้องเรียน จาก S ถึง E โดยวัดจากคะแนนสอบเข้าและอย่างอื่น ดังนั้นนักเรียนที่มีคะแนนดีก็จะได้เข้าห้อง S และนักเรียนคนอื่นๆที่ได้รองลงมาเรื่อยๆก็จะได้ไปห้อง A B C ตามลำดับ นั่นก็คือ ห้อง E เป็นห้องบ๊วยล่ะนะ”

เข้าใจละ ก็เลยมีพวกที่มีบรรยากาศเหมือนอยู่ในงานศพนั่นสินะ....

คนที่มีเป้าหมายแค่อยากจะผ่านก็ดูมีความสุขที่ผ่านเข้ามาจริงๆ

ส่วนคนที่เล็งห้องที่สูงกว่านี้ก็เศร้าใจที่พวกเขาต้องมาเข้าห้อง E

แต่ว่ามันแปลกนะ

ผมจำได้ว่าผมทำข้อสอบปฏิบัติได้ดีเลยนะ

หรือว่าจะเป็นนักเรียนคนนั้นที่เป็นคนคุมสอบให้คะแนนผมผิดกันนะ?

“แต่ถึงจะเป็นห้องบ๊วย แต่ว่าพวกเธอก็ยังเป็นนักเรียนของสถาบันแห่งนี้ ครูจะไม่ลดระดับของห้องเราลงมาไม่ว่าจะยังไงก็ตาม.... ถึงพวกเธอบางคนจะตามไม่ทันก็ตาม อันที่จริงแล้ว มีนักเรียนหลายคนลาออกไปทุกๆปี เพราะงั้นถ้าพวกเธอแค่พอใจกับการสอบเข้าได้ เธออาจจะเป็นหนึ่งในพวกเขาก็เป็นได้”

และด้วยคำพูดนั้น กลุ่มที่มีความสุข-----แน่นอนว่าไม่เกี่ยวกับคนในชาติก่อนของผม----ยืดตัวตรง

“แต่ห้องเรียนมันไม่ได้ตายตัว เพราะงั้นถ้าหากว่ามีการตัดสินว่าพวกเธอเก่งพอ ก็จะได้เลื่อนขั้นไปห้องเรียนที่สูงกว่านี้ ถึงจะเป็นตอนกลางเทอมก็ตามที แน่นอนว่าสิ่งตรงกันข้ามก็เป็นไปได้เหมือนกัน.... พวกเธออยู่ล่างสุดแล้ว ไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงเกี่ยวกับเรื่องตกไปชั้นล่างหรอก เพราะงั้นก็วางใจได้”

คราวนี้กลุ่มที่เศร้าๆนั้นมีสีหน้ามุ่งมั่นขึ้นมา

เหมือนว่าพวกเขาจะมุ่งมั่นกับการเลื่อนชั้น

หลังจากวันนั้น ก็มีรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องในโรงเรียน แล้ววันนี้ก็เลิกแค่นั้น

พวกเราจะเริ่มเรียนวันมะรืนนี้

หลังจากที่นั้นผมก็มุ่งหน้าไปยังหอพัก

เหมือนว่าห้องนอนจะถูกตัดสินเอาไว้แต่แรกอยู่แล้ว

คนคุมหอก็บอกเลขห้องกับผม และตอนนี้ผมกำลังหาห้องที่ผมจะอยู่

มันเป็นห้องทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ

“ที่นี่เหรอ?”

ผมเปิดประตูเข้าไป มันเล็กกว่าที่คิด

เตียงสองชั้นตั้งอยู่ทางสองฝั่งของห้องนอน ทำให้มันดูแคบแปลกๆ

เมื่อผมเดินผ่านเตียงไป ก็เจอโต๊ะเรียนเป็นรูปตัว U

มันเป็นห้องนอนสำหรับสี่คน และแน่นอนว่ามันไม่มีที่ส่วนตัว

“นายเป็นเด็กใหม่เหรอ?”

ผมกำลังวางของลงบนโต๊ะที่ว่างเปล่าในขณะที่มีคนเดินเข้ามา

“อืม นายด้วยเหรอ?”

“ใช่แล้ว ฉันชื่อแลนต้า ยินดีที่ได้รู้จัก”

“ยินดีที่ได้รู้จัก ฉันชื่ออาร์ค”

พวกเราแนะนำตัวและจับมือ เขาเป็นคนอัธยาศัยดี และเหมือนว่าจะมาจากอาณาจักรเอเดลไฮด์แห่งนี้

“เฟย์นอท? ไม่รู้จักเลย? มันอยู่ตรงไหนน่ะ?”

“อยู่ทางฝั่งตะวันออกน่ะนะ ไกลเลย”

“อยู่ใกล้เมืองแห่งดาบรึเปล่า?”

“อยู่เลยไปอีก”

“เฮ้ๆ มันไกลมากเลยไม่ใช่รึไงกัน ใช้เวลาหลายวันเลยนะนั่นกว่าจะมาถึง”

ก็แค่ประมาณสองวันเองนะ

“แลนต้าอยู่ห้องไหนเหรอ?”

“ห้อง C น่ะ แล้วนายล่ะ?”

“ห้อง E น่ะ”

“อย่างนี้นี่เอง...ก็นะ ดูจากอายุนายแล้ว แค่ผ่านก็คงจะพอแล้ว ฉันได้ยินมาว่ามีอัจฉริยะคนนึงได้เข้าห้อง S ทั้งๆที่อายุแค่12ด้วยนะ นายรู้มั้ย? เหมือนว่าเด็กคนนั้นจะมี [อาชีพระดับสูงกว่า] แล้วก็เข้าคณะเวทมนตร์ล่ะนะ”

“เห อย่างนี้นี่เอง นายรู้เยอะจังนะนี่”

“มันก็มีคนคุยกันอยู่พอสมควรล่ะนะ”

เหมือนว่าแลนต้าจะเป็นคนมีความรู้

ไม่เหมือนกับผม เขามาจากประเทศนี้ เพราะงั้นคงจะมีคนรู้จักเยอะเลย

“และจากที่ได้ยินมา เด็กคนนั้นเป็นผู้หญิงด้วยนะ น่ารักด้วยล่ะ”

“เด็กผู้หญิงงั้นเหรอ”

“อ่า แต่ว่าเสียดายที่พวกเราอยู่คนละคณะกัน จะรู้จักกันก็คงยากล่ะนะ”

แน่นอนว่าหอพักมันไม่ได้แยกคณะ แต่ยังไงเด็กผู้หญิงก็แยกหอพักกันอยู่แล้ว

แน่นอนว่าเรย์ล่าก็อยู่ในนั้นเหมือนกัน

และในตอนนั้นเองก็มีชายสองคนเดินเข้ามาในห้อง

เด็กผู้ชายตัวเบิ้มๆกับอีกคนที่ดูกลางๆ เดินเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มแปลกๆ

“พวกเอ็งเป็นเด็กใหม่สินะ ข้าชื่อกาอง ปีสี่จากห้อง A ข้าเป็นบอสของห้องนี้เฟ้ย”

เด็กร่างใหญ่พูดชื่อและเปิดปากพูด

“หรือก็คือ พวกเอ็งต้องฟังข้า”

จบบทที่ ภาค5บทที่20 ห้อง E คือห้องที่ต่ำที่สุด (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว