เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ผู้กล้าไร้อาชีพ บทที่7 ผมไม่ได้พูดเล่นนะผู้เฒ่า

ผู้กล้าไร้อาชีพ บทที่7 ผมไม่ได้พูดเล่นนะผู้เฒ่า

ผู้กล้าไร้อาชีพ บทที่7 ผมไม่ได้พูดเล่นนะผู้เฒ่า


บทที่ 7 ผมไม่ได้พูดเล่นนะผู้เฒ่า

*กุบกับกุบกับ* เสียงรถม้าควบผ่านเส้นทางกรวดก่อให้เกิดเสียงดังกระทบกันเรื่อยๆ

ผมหันไปถามชายแก่คนหนึ่ง

“อีกนานแค่ไหนจะถึงเมืองแห่งดาบเหรอครับ”

“ก็น่าจะต้องผ่านอีกสองสามเมืองเล็กๆล่ะนะ ถ้ามันไปได้สวยราวๆพรุ่งนี้ก็น่าจะถึงแล้วล่ะเจ้าหนุ่ม”

ชายแก่ตอบคำถามด้วยท่าทีสบายๆ

สองวัน?

เดินทางมาจะสองสัปดาห์แล้วนี่นะ เกือบจะถึงแล้วสิ

ผ่านมาห้าปีแล้วสินะนับจากวันนั้น

ผมอายุสิบห้าแล้ว

ตอนวันเกิดอายุสิบห้าผมได้บอกพ่อกับแม่ว่าจะออกจากบ้าน ทั้งคู่ไม่คัดค้าน

พวกเขารักผมมากจริงๆ

และตอนนี้ผมกำลังมุ่งหน้าไปยังเบรสเกีย เมืองที่ถูกขนานนามว่า “เมืองแห่งดาบ”

ผมอยากจะไปที่นั่นนานแล้ว

ในเบรสเกียนั้น ผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกที่อุทิศตนให้กับการต่อสู้ต่างมารวมตัวกัน

พวกเขาต่างทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะไปสู่จุดสูงสุด

แม่เคยอาศัยอยู่ในเมืองนี้มาก่อน และแม่ก็มักจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองนี้ให้ผมฟังตั้งแต่ยังเล็ก

“ไอ้น้องชาย จะไปเมืองแห่งดาบไปทำไมกันล่ะ”

ชายหนุ่มอายุราวๆยี่สิบพูดขึ้น

“นายด้วย ทำไมล่ะ”

“ก็เพราะมันเป็นสถานที่ในฝันของเหล่านักดาบน่ะสิ ถึงแม้ว่าจะมีคนหลายคนที่ยอมแพ้เพราะว่าระดับมันสูงเกินไปก็ตาม ขนาดนักดาบที่อยู่แถวๆบ้านฉันนะยังอยู่ได้แค่ครึ่งปีเอง”

ชายคนนั้นยกมุมปากขึ้นและมองมาที่ผม

“นายจะอยู่ได้นานขนาดไหนกันนะไอ้น้องชาย”

จู่ๆก็มีผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้นมา

“ถ้าเป็นไปได้ฉันก็อยากไปเมืองแห่งดาบนะ”

ชายคนนั้นทำเสียงขึ้นจมูก

“เฮอะ การกวัดแกว่งดาบไม่ใช่ของสำหรับผู้หญิง”

“ตายจริง ความคิดไม่โบราณไปหน่อยงั้นเหรอ อยู่หลังเขามารึไงเนี่ย”

“เธอว่ายังไงนะ~”

“ที่สำคัญมันเป็นอาชีพต่างหากล่ะ เพศไม่สำคัญหรอก”

“ฮะ งั้นเธออาชีพอะไรล่ะ ดีมั้ยล่ะ ไม่ใช่อาชีพพื้นฐานนักดาบหรอกใช่มั้ยล่ะ”

“แน่นอนอยู่แล้ว นี่คืออาชีพขั้นสูง นายก็รู้ ฉันคือนักดาบคู่ เป็นอาชีพที่มีพลังในการจู่โจมที่สูงในหมู่อาชีพขั้นสูงแล้ว”

เทียบกับอาชีพพื้นฐานแล้วนั้น อาชีพขั้นสูงมีหลากหลายกว่า

มีคนเคยบอกไว้ว่าอาชีพขั้นสูงถูกตัดสินโดยธรรมชาติและประสบการณ์ของคนคนนั้นหรือโดยสกิลที่ได้รับ

และแน่นอนว่ามันมีอันที่ได้รับความนิยมและไม่ได้รับความนิยม

“ชิ”

ชายคนนั้นดูไม่สบอารมณ์

ในขณะที่ผู้หญิงคนนั้นหัวเราะด้วยชัยชนะ

“แล้วนายล่ะ”

“...กลาดิเอเตอร์”

“อะไรวะนั่น ไม่ใช่ว่านั่นมันอาชีพนั่นมันหายากพอสมควรเลยนี่”

“ไม่ชอบโดนเปรียบเทียบกับผู้หญิงเลยเว้ย”

“ไอ้หมอนี่... ถ้านายพูดว่าอาชีพขั้นสูงก็น่าจะเป็น จักพรรดิ์ดาบหรือไม่ก็ราชินีแห่งดาบ แล้วก็สำหรับอาชีพขั้นสูงกว่าตอนนี้ก็มีคนเดียว”

แล้วพวกเขาทั้งคู่ก็หันมาทางผม

“ไอ้น้องแล้วนายล่ะ”

“แล้วเธอล่ะ”

“ผมไร้อาชีพ”

ทั้งคู่ทำตาโต และหลังจากนั้นก็หัวเราะออกมา

“ฮุๆๆๆฮ่าๆๆๆๆๆ ไอ้หนู นายไร้อาชีพจริงๆอย่างนั้นเหรอ”

“ไม่ใช่ว่าน่าสงสารรึไงที่จะไปหัวเราะใส่น่ะ นายไม่ได้เลือกที่จะเป็นคนไร้อาชีพเองนี่ ฮุฟุๆๆๆ”

ทั้งคู่พูดออกมาโดยไม่คิด

“ทำไมคนไร้อาชีพอย่างนายอยากจะไปเมืองแห่งดาบอย่างนั้นเหรอ นี่งาย ไปเที่ยวใช่มั้ยล่ะ บอกตั้งแต่แรกก็จบแล้วปล่อยให้งงตั้งนาน ฮ่าๆๆๆ”

“ไม่ได้ไปเที่ยวซักหน่อย เพื่อไปจุดสูงสุดแห่งดาบต่างหากล่ะ”

โดนปฏิเสธโดยสิ้นเชิง

“ฮุฟุๆๆๆ ไร้อาชีพที่อยากจะไปสู่จุดสูงสุดแห่งดาบงั้นเหรอ ฮ่าๆๆๆๆ สุดยอดไปเลย!!”

“เล่นมุขเก่งดีนี่ไอ้หนู แต่เล่นมุขกับผู้ใหญ่มันไม่ดีนะรู้มั้ย”

“ไม่ได้ล้อเล่นนะ”

เมื่อผมพยายามที่จะย้ำอีกทีก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังมาจากผู้โดยสารคนอื่น

ถ้ามองดีๆก็จะพบว่าชายแก่ยักไหล่และพูด

“ไม่หรอก ข้าพบเจออะไรแบบนี้มาตั้งนานแล้ว จนถึงวันนี้ ข้าได้เห็นนักดาบจำนวนมากไปยังเมืองแห่งดาบดวยความมุ่งมั่น แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกเลยที่เจอคนไร้อาชีพอย่างเจ้า”

อาฮะ

ผมคิดไว้อยู่แล้วว่าถ้าตอบไปตรงๆว่าผมเป็นคนไร้อาชีพก็จะถูกตอบกลับแบบนี้อย่างแน่นอน

แต่ว่ามันจริงที่ว่าผมเป็นคนไร้อาชีพ

ไม่จำเป็นที่จะหลอกลวงใดๆ

ผมไม่เปลี่ยนใจหรอกถึงจะมีใครว่ายังไง

แต่แล้วจู่ๆผู้โดยสารคนหนึ่งก็ตะโกนออกมา

มีอะไรบางอย่างโผล่ออกมาจากป่า

“นั่นโจรเหรอ”

“ไม่! ออร์ค!”

ออร์คคือมอนสเตอร์อมนุษย์

หัวเหมือนหมูและสูงกว่าผู้ใหญ่เล็กน้อย แต่ว่าผิวหนังหนามาก

“เฮ้ย ไม่ใช่ว่ามันเยอะเกินไปเหรอ”

ผู้โดยสารคนหนึ่งตะโกนออกมา

มีออร์คอีกสิบกว่าตนปรากฏตัวออกมาจากป่า

ปกติแล้วจะมีทหารที่ขี่ม้าเข้ามาจัดการเหล่าโกรและมอนสเตอร์

แต่ว่าไม่มีผู้คุ้มกันใดๆในการเดินทางครั้งนี้เพราะลดค่าใช้จ่ายหรือไม่ก็เพราะได้ขนส่งผู้ที่ต้องการจะไปเมืองแห่งดาบมาด้วย

“ชิ ช่วยไม่ได้งั้นเหรอ”

“ถ้าจำนวนแค่นั้นมันก็ง่ายล่ะนะ”

ชายและหญิงคนก่อนหน้านี้นั้นเดินลงออกไปจากขบวน

และหลังจากนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไป

ออร์คที่มีร่างกายใหญ่ที่สุดพุ่งออกมาจากป่า

“ม...ไม่จริง... นี่มันออร์คคิง!!”

จบบทที่ ผู้กล้าไร้อาชีพ บทที่7 ผมไม่ได้พูดเล่นนะผู้เฒ่า

คัดลอกลิงก์แล้ว