เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 : กองทัพเรือที่เกรี้ยวกราด

บทที่ 27 : กองทัพเรือที่เกรี้ยวกราด

บทที่ 27 : กองทัพเรือที่เกรี้ยวกราด


บทที่ 27 : กองทัพเรือที่เกรี้ยวกราด

บูม... บูม…

เปรี๊ยะ... เปรี๊ยะ…

“รองพลเรือเอกโมดิ!!!”

“ยักษ์บัดซบพวกนี้...”

“สู้พวกมันให้ตายไปข้างหนึ่ง!!!”

เปลวเพลิงโหมกระหน่ำแผดเผาจนพื้นที่ทั้งหมดกลายเป็นซากปรักหักพัง เสียงตะโกนอย่างสิ้นหวังดังระงมจากเหล่าทหารเรือใบหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวังแลโกรธเกรี้ยวขณะที่บางคนยังคงกล้าหาญวิ่งเข้าใส่

เปรี๊ยะ... เปรี๊ยะ…

“ทำได้ดีมาก เกอร์ด!”

“เจ้าทหารเรือเฮงซวยตอนนี้เจ้าคงได้เห็นพลังของเผ่ายักษ์แล้ว!”

“กล้าหลอกพวกเราได้ยังไง!”

“ตายซะเถอะ!!”

ในทางกลับกันเหล่านักรบยักษ์เต็มเปี่ยมไปด้วยขวัญและกำลังใจพวกเขาไร้ซึ่งความปรานีฟาดฟันทหารเรือราวกับผักปลา การต่อสู้ครั้งนี้เป็นฝ่ายเดียวอย่างสิ้นเชิง

“เฮ้อ... นายท่าน ข้าต้องการเติมพลังด้วยไฟหน่อย!”

โพรมิธีอุสที่เพิ่งปลดปล่อยการโจมตีอย่างดุเดือดใส่ศัตรูบินอย่างอ่อนแรงไปหาเกอร์ดหลังดูดซับเปลวเพลิงที่หลงเหลืออยู่ในพื้นที่

“ทำได้ดีมาก โพรมิธีอุส! เจ้าเก่งมาก” เกอร์ดยิ้มพลางเงยหน้ามองซุสกับเฮร่า “พวกเจ้าก็ทำได้เยี่ยมไม่แพ้กัน!”

สามพ้องโฮมี่ส์ต่างยิ้มแย้มดีใจจากคำชมของเกอร์ด จากนั้นเธอก็ย่างก้าวเข้าสู่ซากปรักหักพังที่กำลังลุกไหม้พบพลเรือโทโมดิที่เหลือแต่ซากไหม้เกรียมแทบจะหมดลมหายใจและหมดสติไปแล้วโดยไม่ลังเลเธอคว้าตัวเขาไว้และดึงวิญญาณออกมา

สำหรับผู้ใช้ผลวิญญาณ-วิญญาณที่ช่ำชองอย่างเกอร์ดการดึงวิญญาณจากเป้าหมายที่หมดสติและไร้การป้องกันไม่จำเป็นต้องใช้พลังพิเศษเลยด้วยซ้ำ

ซู่ว์…

ในตอนนั้น เอล ที่กลับคืนสู่ร่างมนุษย์ก็บินลงมาจากฟากฟ้าลงสู่ป้อมปราการ ฮาคิสังเกตอันทรงพลังของเขาล็อกเป้าหมายทหารเรือที่ยังมีชีวิตอยู่เขาหรี่ตาลงก่อนจะกระทืบเท้าขวาอย่างแรงลงบนพื้น

“ม่านพฤกษาก่อเกิด!”

บูม... บูม…

หน่อไม้สีเขียวนับไม่ถ้วนพุ่งทะลุพื้นดินเติบโตอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นเถาวัลย์มหึมาพุ่งเข้ามามัดเหล่าทหารเรือไว้ก่อนเหวี่ยงพวกมันมากองตรงหน้าเกอร์ด

“เกอร์ดพวกนี้เป็นของเจ้า”

“ไม่มีปัญหา...” เกอร์ดยิ้มขณะซุสและโพรมิธีอุสแปลงร่างเป็นร่างต่อสู้อันน่าสะพรึงกลัวลอยอยู่ข้างกายเธอ คอยคุ้มกันนายของพวกเขา

สาวน้อยที่เคยดูใสซื่อตอนนี้กลับดูเหมือนปีศาจจากยมโลกทำเอาทหารเรือที่เหลืออยู่ต่างหวาดกลัวหลังจากเพิ่งเห็นพลังอันน่ากลัวของโฮมี่ส์

“ชีวิตหรือความตาย?”

พลังจากผลวิญญาณ-วิญญาณของเกอร์ดถูกปลดปล่อยการข่มขวัญของเธอทำให้วิญญาณของทหารเรือเริ่มหลุดลอยออกจากร่างราวกับถูกฉีกออกบ้างกรีดร้องว่า “ชีวิต!” ขณะที่บางคนพยายามทำใจกล้าพูดว่า “ความตาย...”

แต่ไม่ว่าพวกเขาจะเลือกอะไรทันทีที่แสดงความกลัวออกมาเกอร์ดราวกับยมทูตผู้ไร้ปรานีก็เก็บเกี่ยววิญญาณของพวกเขาไปอย่างไม่ปรานี

แม้แต่นักรบยักษ์บางคนที่ยืนมองจากระยะไกลยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว

“อ๊ากกก...”

ไม่นานนักด้วยความช่วยเหลือของเอลทหารเรือที่รอดชีวิตไม่ว่าพวกเขาจะยังคงสมบูรณ์ครบถ้วน สูญเสียแขนขา หมดสติหรือได้รับบาดเจ็บสาหัสล้วนถูกเถาวัลย์ลากมากองรวมกันราวกับว่ามันมีเจตจำนงของตัวเอง เกอร์ดยังคงใช้พลังจากผลวิญญาณ-วิญญาณอย่างต่อเนื่องค่อย ๆ เก็บเกี่ยววิญญาณของพวกเขาและกักเก็บพลังวิญญาณเหล่านั้นไว้เพื่อใช้ในอนาคต

ขณะเดียวกัน ณ กองบัญชาการทหารเรืออันยิ่งใหญ่ในครึ่งแรกของแกรนด์ไลน์

“ว่าไงนะ? ฐาน G-12 ถูกโจมตีงั้นหรือ?”

จอมพลที่ได้รับรายงานพลันหน้าถอดสีทั้งตกตะลึงและโกรธเกรี้ยว “ให้ตายสิ! พวกยักษ์จากเอลบัฟมันคิดจะทำอะไรกัน? พวกมันเสียสติไปแล้วหรือไง!?”

“ยักษ์กว่าร้อยตนแบบนี้ต่อให้เป็นโมดิก็ไม่มีทางป้องกันฐาน G-12 ไว้ได้ สั่งการไปยังฐานทัพเรือที่อยู่ใกล้ที่สุดให้รีบส่งกำลังเสริมโดยเร็วที่สุด!”

“และแจ้งไปยังพลเรือเอกฮาร์คที่ฐาน G-5 ให้มุ่งหน้าไปที่นั่นทันที!”

ทว่าเขารู้ดีว่าฐาน G-12 อยู่ห่างไกลเกินไปไม่มีทางที่กำลังเสริมจะไปถึงทันเวลาและเมื่อกองเรือของพวกเขาไปถึงสมรภูมิคงจบลงไปนานแล้ว

“รับทราบครับ!”

หลังจากวางสายเด็นเด็นมุชิไปไม่นานผู้ช่วยนายทหารคนหนึ่งก็เร่งรีบวิ่งเข้ามาในห้องก่อนจะยืนตรงทำความเคารพและยื่นแฟ้มเอกสารพร้อมกับภาพถ่ายจำนวนหนึ่งให้

“ท่านจอมพลวิลเลียมนี่เป็นภาพถ่ายและข้อมูลที่ฐาน G-12 ส่งมาก่อนที่พวกเขาจะขาดการติดต่อโดยสมบูรณ์ฝ่ายข่าวกรองเพิ่งรวบรวมข้อมูลเสร็จเรียบร้อย”

“หืม? สิ่งมีชีวิตนี่มันตัวอะไรกัน?”

จอมพล ฮาเมนส์ วิลเลียม ขมวดคิ้วมุ่นขณะพิจารณาภาพถ่ายหนึ่งในนั้นเผยให้เห็นสิ่งมีชีวิตปีกใหญ่น่าเกรงขามมีปีกสองคู่ที่มีสีแตกต่างกันและรอบตัวแผ่พลังสายฟ้าออกมา

“งูที่ไม่ใช่งู... นกที่ไม่ใช่นก... หรือว่าผู้ใช้สายโซออนในตำนาน?”

แม้รูปร่างของมันจะดูผิดแปลกแต่เขาไม่คิดประมาทแม้แต่น้อยเพียงแค่เห็นภาพถ่ายก็บ่งบอกได้ชัดเจนว่านี่คือผลปีศาจสายโซออนในตำนานที่หายากและทรงพลัง

“ครับจากข้อมูลในสารานุกรมผลปีศาจดูเหมือนจะเป็นผลโซออนในตำนาน สายงู-งู โมเดล ‘เคตซัลโคอะทัลต์”

นายทหารผู้ช่วยรายงานอย่างจริงจัง “ว่ากันว่าผลปีศาจนี้สามารถควบคุมพืชพรรณได้และยังมีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศทั้งการเรียกลมและฝน”

“เคตซัลโคอะทัลต์งั้นหรือ? แล้วเจ้าคนนี้เป็นยักษ์หรือเปล่า?”

“ข้อมูลข่าวกรองระบุว่าไม่ใช่ครับ” นายทหารชี้ไปที่บุคคลในภาพ “จากรายงานของ CP หน่วยข่าวกรองของรัฐบาลโลกเมื่อราวหกเดือนก่อนมีเด็กชายอายุราวสิบปีที่มีสายเลือดยักษ์และสายเลือดลูนาเรียนเดินทางไปถึงเอลบัฟและพำนักอยู่ที่นั่น”

“และหากพิจารณาดี ๆ จะเห็นว่าโดยปกติ เคตซัลโคอะทัลต์ ควรจะมีปีกเพียงคู่เดียวแต่สิ่งมีชีวิตในภาพนี้กลับมีปีกอีกคู่หนึ่งที่เป็นสีดำพร้อมทั้งเปลวเพลิงที่อยู่ด้านหลังศีรษะซึ่งล้วนเป็นลักษณะชัดเจนของเผ่าลูนาเรียน”

“นายกำลังบอกว่า... เขาเป็นลูนาเรียนงั้นหรือ?”

จอมพลเรือเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมารัฐบาลโลกได้ตั้งค่าหัวมหาศาลให้กับเผ่าพันธุ์ลูนาเรียน สั่งให้ทหารเรือออกตามล่าพวกที่เหลืออยู่ ไม่ว่าจะจับเป็นหรือสังหารให้สิ้นซากและผลลัพธ์ก็คือเผ่าพันธุ์นี้แทบจะสูญพันธุ์โดยสมบูรณ์

แต่ตอนนี้กลับมีผู้รอดชีวิตปรากฏตัวขึ้นไม่เพียงแค่เป็นลูนาเรียนแต่ยังเป็นผู้ใช้ผลโซออนในตำนานอีกด้วย

“จากข้อมูลที่เรารวบรวมได้เขามีชื่อว่า คูคุลคัน เอล” นายทหารผู้ช่วยกล่าวพลางชี้ไปที่แฟ้มข้อมูล “เขาคือลูกครึ่งยักษ์-ลูนาเรียนคนเดียวกับที่เรากับ CP เคยไล่ล่ามาแล้วเมื่อห้าหรือหกปีก่อนในช่วงครึ่งแรกของแกรนด์ไลน์”

“พ่อของเขาเป็นลูนาเรียนส่วนแม่เป็นยักษ์ทั้งคู่เสียชีวิตจากบาดแผลสาหัสที่ได้รับระหว่างต่อสู้ต่อต้านกองทัพเรือการตายของพวกเขาส่งผลให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ในกองกำลังของเรารวมถึงการเสียชีวิตของพลเรือโทถึงสองนาย”

นายทหารหยุดชั่วครู่ก่อนกล่าวต่อ “ในตอนนั้นคูคุลคัน เอล อายุเพียงสามขวบเท่านั้นแต่เขากลับถูกกระทบกระเทือนจากการสูญเสียพ่อแม่จนปลุกพลังฮาคิราชันขึ้นมาทำให้ทหารเรือส่วนใหญ่หมดสติในพริบตา”

“หลังจากนั้นเขาใช้ความสามารถของเผ่าลูนาเรียนบินหนีเข้าไปในเขตคาล์มเบลท์เนื่องจากที่นั่นเป็นอาณาเขตของเหล่าราชาแห่งท้องทะเลกองกำลังของเราจึงต้องล้มเลิกการไล่ล่า”

“แม้ว่า CP จะออกค้นหาเป็นเวลาหลายเดือนกระจายกำลังสืบสวนทั่วน่านน้ำโดยรอบแต่ก็ไม่พบร่องรอยของเขาเลยพวกเขาจึงสันนิษฐานว่าเด็กคนนั้นคงจมน้ำตายไปแล้ว...”

“แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไปพบแหล่งหลบภัยแห่งหนึ่งในคาล์มเบลท์และรอดชีวิตมาได้”

“จากนั้นเมื่อครึ่งปีก่อนเขาข้ามเรดไลน์และเดินทางไปยังเอลบัฟ”

จอมพลเรือ ฮาเมนส์ วิลเลียม ฟังรายงานพลางเปิดแฟ้มข้อมูลภายในมีเอกสารหลายแผ่นและภาพถ่ายสองใบ ใบแรกเป็นรูปเด็กชายอายุสามขวบรูปร่างใหญ่ผิดปกติมีปีกอยู่ด้านหลังและเปลวเพลิงอยู่ท้ายศีรษะ ชัดเจนว่าเป็นเอลส่วนภาพที่สองเป็นภาพปัจจุบันของเขาร่างเปียกโชกไปด้วยเหงื่อขณะฝึกฝนอยู่ในหมู่บ้านเอลบัฟ เห็นได้ชัดว่าภาพนี้ถูกถ่ายอย่างลับ ๆ และส่งต่อมายังรัฐบาลโลกโดย ซิสเตอร์คาร์เมล

“หึ... หมอนี่เองที่เคยหนีรอดจากเงื้อมมือเราไปเมื่อหลายปีก่อน?”

จอมพลเรือขมวดคิ้วหนักขณะกวาดตามองภาพถ่ายและเอกสารสีหน้าของเขาเคร่งเครียดขึ้นทุกขณะ

“เขาเป็นอสูรกายที่น่าสะพรึงกลัวจริง ๆ...”

“ถ้าปล่อยไว้ เขาจะกลายเป็นภัยคุกคามครั้งใหญ่แน่”

เด็กอายุสามขวบที่ปลุกพลัง ฮาคิราชัน ได้โดยไม่ตั้งใจผู้มีสายเลือดยักษ์และลูนาเรียนรวมถึงเป็นผู้ครอบครองผลโซออนในตำนาน... ศักยภาพเช่นนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลโลกไม่อาจมองข้ามได้

“แต่ช่างมันก่อน...”

จอมพลเรือปิดแฟ้มลงใบหน้าเคร่งขรึมพลางออกคำสั่งใหม่ด้วยเสียงหนักแน่น

“เรามีความสัมพันธ์อันดีกับเผ่ายักษ์แห่งเอลบัฟมาตลอดพวกเขาไม่เคยก่อเหตุเช่นนี้มาก่อนติดต่อพลเรือโทยักษ์ที่ประจำอยู่ที่กองบัญชาการทหารเรือโดยด่วน สอบถามว่าพวกเขารู้เรื่องนี้หรือไม่!”

“และให้ฝ่ายข่าวกรองกับ CP ตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่!”

“รับทราบครับ!”

จบบทที่ บทที่ 27 : กองทัพเรือที่เกรี้ยวกราด

คัดลอกลิงก์แล้ว