เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เล่ม 1 ตอนที่ 36.1 การมีส่วนร่วม [1] (ฟรี)

เล่ม 1 ตอนที่ 36.1 การมีส่วนร่วม [1] (ฟรี)

เล่ม 1 ตอนที่ 36.1 การมีส่วนร่วม [1] (ฟรี)


* นิยายเรื่องนี้เป็นลิขสิทธิ์ของ Novel Kingdom (หจก.โนเวล คิงด้อม) *

**ไม่อนุญาตให้ดัดแปลง แก้ไขหรือเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต หากฝ่าฝืนทาง หจก. จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด**

ริชาร์ดไม่ได้ดึงแท่นเหล็กออกมาจากร่างของแอสซาซิน ทว่าเขากลับใช้มือจับมันไว้พร้อมทั้งผลักร่างของแอสซาซินกระเด็นลอยออกไปไกล ทันทีที่ร่างนั้นลอยออกไปและกระแทกลงสู่พื้น ร่างของมือสังหารก็หยุดการตอบสนองในทันที เขารู้สึกตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเล็กน้อย แต่เขาก็นึกขึ้นได้ว่าภายในนั้นยังมีคนที่ดักรอเขาอยู่อีก !

เกิดเสียงดังขึ้นถึง 2 เสียง มันฟังดูราวกับเป็นเสียงของกริชที่แทงลงบนร่างของแอสซาซินถึง 2 ครั้งในเวลาเดียวกัน เสียงแรกเป็นเสียงเจาะเข้าไปในหัวใจของเขาผ่านช่องว่างระหว่างซี่โครง ในขณะที่อีกเสียงเป็นเสียงเสียบเข้าไปยังกระดูกสันหลังด้วยความแม่นยำและโหดเหี้ยมเพื่อหวังจะคร่าชีวิตของเขาในชั่วพริบตาเดียว

 

ริชาร์ดใช้มือที่เปื้อนเลือดสีแดงเช็ดเข้าที่ร่างของมือสังหาร มือของเขาดูเหมือนจะมีพลังที่แข็งแกร่งมากขึ้น ซึ่งมันมากพอที่จะกระชากศีรษะของมือสังหารออกมาได้อย่างง่ายดาย

 

เขาคว้าศีรษะที่กระเด็นลอยออกมาแล้วจับมันทุ่มลงไปที่พื้นราวกับลูกบอล ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตกใจและความหวาดกลัวปรากฏอยู่บนศีรษะที่ไร้ร่างนั้นขณะที่มันกลิ้งเข้าไปยังตรอกลึกก่อนหยุดลงตรงหน้าของเงามืดอีกร่างหนึ่ง ซึ่งริชาร์ดก็จ้องมองไปยังเงาร่างนั้นด้วยสายตาที่ว่างเปล่า

 

เจ้าของเงามืดนั้นดูเหมือนว่าจะตื่นตระหนกกับภาพตรงหน้าอยู่ไม่น้อย ริชาร์ดจ้องมองไปที่เงานั้นด้วยสายตาที่โหดเหี้ยมราวกับสัตว์ป่าที่ดุร้าย จากการคำนวนด้วยสายตาของเขาทำให้เขารับรู้ว่าเงาที่เกิดขึ้นไม่ได้ตรงกับจำนวนที่แท้จริงของคนเหล่านั้นเลย

 

ไฟร์บอลพุ่งเข้าไปในซอยลึกก่อนระเบิดขึ้นในพื้นที่กึ่งปิดผนึก เนื่องจากมีกำแพงเป็นตัวช่วยสะท้อนพลังจึงทำให้มันมีพลังทำลายถึง 50 หน่วย ซึ่งถือว่าสามารถฆ่าคนที่อยู่ในระดับต่ำกว่า 10 ได้สบาย ๆ เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นท่ามกลางเปลวเพลิงที่กำลังพลุ่งพล่านในทันที

 

คลื่นความร้อนระอุพุ่งออกมามากมาย แม้จะอยู่ห่างไปไกลถึง 10 เมตรก็ยังสามารถรับรู้ได้ถึงแรงกระทบจากความร้อนนี้ได้ ริชาร์ดเลือกที่จะไม่หลบ เขาเดินตรงเข้าไปยังตรอกนั้นอย่างเงียบ ๆ ก่อนยืนพิงกำแพงตรงทางเข้าและอำพรางออร่าของเขาเอง หลังจากนั้นเขาก็ยกแขนขวาขึ้นก่อนจะเล็งฝ่ามือไปยังทางออก

 

ในที่สุดคลื่นความร้อนก็หยุดลง เพลิงเวทมนตร์ค่อย ๆ สลัวลงเรื่อย ๆ ก่อนที่ภายในซอยลึกจะปรากฏภาพร่างที่ไหม้เกรียมอยู่ครึ่งตัวกำลังบิดไปมาด้วยความทุรนทุรายพร้อมทั้งเปล่งเสียงโหยหวนออกมาราวกับกำลังจะถึงจุดจบของชีวิต ทั้นใดนั้นเอง ร่างของชายรูปร่างผอมบางซึ่งยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับริชาร์ดได้ปรากฏตัวขึ้น มือของเขาถือขวานขนาดใหญ่ไว้ซึ่งไม่ได้มีขนาดที่สมส่วนกับร่างกายของเขาเลยแม้แต่น้อย

 

สิ่งแรกที่เขามองเห็นคือมือของริชาร์ดที่กำลังปล่อยเพลิงออกมา ! เพลิงนั้นพุ่งตรงมายังหน้าของชายผู้นั้นอย่างจังและเขาก็ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ใบหน้าที่กำลังถูกแผดเผาทำให้ทุกอย่างมืดมัว เขารีบถอยกลับไปทันที  แม้ว่าเพลิงในมือของริชาร์ดจะเป็นคาถาระดับ 1 ที่มีพลังทำลายเพียงแค่ 2 หน่วยเท่านั้นและโดยปกติแล้วส่วนใหญ่จะใช้ไฟเหล่านี้เพื่อส่องให้เห็นทางเดินเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วหากว่าใช้พลังของมันอย่างถูกต้องก็จะสามารถใช้ประโยชน์จากมันได้มากทีเดียว

 

ชายผู้นั้นก้าวถอยหลังออกไปก่อนที่เขาจะรู้สึกเย็นวาบตรงท้อง เขาคำรามออกมาพร้อมเล็งขวานหนักที่ฟันได้ราวกับสายฟ้าฟาดไปที่ศรีษะของริชาร์ด

 

ตอนแรกริชาร์ดคิดจะใช้จังหวะนี้ในการลอบโจมตีเพื่อฉวยโอกาส แต่จู่ ๆ ตัวของเขาก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น ๆ ใครจะไปรู้ว่าชายผู้นี้จะโต้กลับมาด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ ? พลังที่ปลดปล่อยออกมาจากขวานบ่งบอกได้ว่าเขาคือวอริเออร์ระดับ 10 เป็นอย่างน้อย

 

ริชาร์ดก้มตัวหลบทันที เขาเริ่มการเคลื่อนไหวแปลก ๆ โดยการคลานไปรอบ ๆ เหมือนกับจิ้งจกเพื่อหลบหนีการโจมตีจากชายผู้นั้นจนเขาสามารถพาตัวเองออกห่างจากการโจมตีได้ถึง 10 เมตร และเป็นไปอย่างที่ริชาร์ดคาดการณ์ไว้ ชายผู้นั้นโจมตีไปยังจุดที่เขาอยู่ก่อนหน้านี้อย่างจัง ขวานข้ามศีรษะของเขาไปถึง 3 ครั้งต่อเนื่องกันและการโจมตีแต่ละครั้งก็เข้าใกล้ร่างของเขามากขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งไปกว่านั้นการโจมตีครั้งสุดท้ายเฉี่ยวผ่านหลังของเขาไปจนทำให้เสื้อด้านหลังของเขาฉีกขาด !

 

ทว่าถึงอย่างนั้น เขาก็ยังคงพิงร่างตัวเองไว้กับกำแพงโดยไม่ขยับตัว เขารู้สึกเจ็บที่กลางท้องและรู้สึกราวกับว่ามันกำลังเผาไหม้จนทำให้เขาหายใจไม่ออก เขารู้สึกเหมือนตนเองกำลังเป็นปลาที่เกยอยู่บนบกซึ่งกำลังขาดน้ำจนต้องอ้าปากเพื่อหายใจทางปากแทนจมูก เขาพยายามควบคุมตัวเองและกัดฟันอดทนกับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น ในตอนนี้ลมหายใจของเขาค่อย ๆ โรยรินลงอย่างช้า ๆ เพราะความอ่อนล้า ในขณะเดียวกันวอริเออร์ผู้นั้นก็กำลังมองหาเขาท่ามกลางความมืดที่ครอบคลุมดวงตาของเขาอยู่ในตอนนี้

 

เอฟเฟ็กต์ของเออรัพชั่นได้ผ่านพ้นไปแล้ว อบิลิตี้นี้ทำให้เขาแข็งแกร่งกว่าปกติหลายเท่าแต่เขาก็ต้องแลกมาด้วยความเหนื่อยล้าชั่วขณะ แม้ว่าเขาจะดื่มโพชั่นพลังงานเข้าไปแล้ว แต่มันก็ยังต้องใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงอยู่ดีเขาจึงจะสามารถกลับมาเป็นปกติได้ พลังที่ถูกใช้ไปจนหมดในเวลาอันสั้นเมื่อครู่ทำให้เขาไม่สามารถเคลื่อนไหวไปไหนได้ชั่วคราว

 

สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่พื้นเพื่อมองเท้าของวอริเออร์ผู้นั้น เขาใช้แสงไฟเพื่อมองดูการเคลื่อนไหวของชายผู้นั้นอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งนี่เป็นเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เขาเรียนรู้มาจากโลกมืด มันทำให้เขารับรู้การเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามได้โดยไม่ต้องมองตรง ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการทำให้อีกฝ่ายรู้ตัว ชั่วขณะนั้น เขาคำนวนมานาที่ยังหลงเหลืออยู่ของตัวเองอย่างรวดเร็ว

 

เขาพบว่าร่างกายของเขาอ่อนแอลงอย่างมาก คาถาที่ร่ายออกไปถึง 2 ครั้งทำให้เขาหลงเหลือมานาสำหรับร่ายคาถาไฟร์บอลแบบปกติได้อีกเพียงแค่ครั้งเดียว และแม้ว่าเขาจะสามารถใช้ได้ แต่การโจมตีนั้นก็คงทำความเสียหายให้กับวอริเออร์ที่ระดับเกิน 10 ได้อย่างจำกัดเท่านั้น

 

ทางด้านวออร์ริเออร์ เมื่อเขาพบว่าขวานโจมตีเข้ากลางอากาศติดต่อกันถึง 3 ครั้ง ก็รู้สึกประหลาดใจอย่างมาก เพราะเขาไม่คิดเลยว่าการโจมตีในแต่ละครั้งของเขาจะไม่สามารถทำลายศัตรูได้แม้แต่ครั้งเดียว แม้ว่าตอนนี้การรับรู้ทางสายตาของเขาจะมองไม่เห็น แต่เทคนิคต่าง ๆ รวมถึงความรู้สึกของเขายังคงใช้งานได้อยู่ จากตำแหน่งเดิมที่เขาจดจำได้ทำให้เขารับรู้ได้ถึงความเร็วของคู่ต่อสู้ เขานึกสงสัยว่าในเวลานี้เขาน่าจะมีโอกาสจับตัวริชาร์ดได้แล้ว แต่ทำไมถึงยังพลาด ? ริชาร์ดสามารถหลบหนีการโจมตีของเขาได้ นั่นก็หมายความว่าเขาน่าจะใช้วิธีคลานหลบหนีไปมาราวกับจิ้งจกอย่างแน่นอน

 

ชายหนุ่มกลั้นหายใจก่อนจะหันกลับมาอย่างช้า ๆ เพื่อเตรียมตัวที่จะหาตัวของเด็กเคราะห์ร้ายคนนั้นอีกครั้ง เขารู้สึกได้ถึงความเย็นที่เกิดขึ้นตรงท้องขณะที่เขาเคลื่อนตัว บาดแผลความยาวกว่า 40 เซนติเมตรที่ปรากฏอยู่บนร่างของเขาเผยให้เห็นเครื่องในที่อยู่ภายในร่างกายได้อย่างชัดเจน และดูเหมือนว่าจะมีอะไรบางอย่างภายในร่างกายของเขาไหลออกมาด้านนอกอีกด้วย วอริเออร์แทบไม่อยากจะเชื่อความรู้สึกของตัวเอง เขาปล่อยขวานให้หล่นลงสู่พื้นดินอย่างฉับพลัน ในขณะที่เขารู้สึกว่าร่างกายกำลังอ่อนล้าราวกับถุงกระสอบที่กำลังยวบลงไป

 

แสงแห่งเวทมนตร์ที่ริบหรี่เริ่มสว่างขึ้นในระยะไกลซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่เกิดเสียงดังกึกก้อง ฝีเท้าที่เร่งรีบของเหล่าเมจผู้คุมกฎที่พุ่งตัวใกล้เข้ามาเป็นสัญญาณบอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้คนภายนอกได้รับรู้แล้ว ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก  เป็นที่รู้กันดีว่าภายในเขตชายแดนมีการสั่งห้ามไม่ให้ร่ายเวทมนตร์หรือใช้คาถาที่มีความอันตรายในพื้นที่สาธารณะ และไฟร์บอลคือหนึ่งในนั้น ผู้คุมกฎที่มาถึงสร้างความเบาใจให้กับริชาร์ดอยู่ไม่น้อย เขาจึงถอนหายในออกมาด้วยความโล่งใจ

 

ในขณะที่ริชาร์ดเพิ่งจะเริ่มรู้สึกผ่อนคลาย เสียงหัวเราะที่ฟังดูมีเสน่ห์ก็ดังขึ้นข้างหูของเขา “ถึงเวลาตายอย่างสงบแล้ว ริชาร์ด !”

 

สิ้นเสียงนั้น กริชไร้แสงประมาณ 4 เล่มก็พุ่งตรงมาที่หลังของริชาร์ดทันที กริชนั้นมีสีเทามรณะและมีสารพิษเคลือบอยู่บนพื้นผิว หากกรีดลงบนผิวของริชาร์ดเพียงนิดเดียวก็อาจจะทำให้เขาตายได้อย่างรวดเร็วภายใน 30 วินาที ซึ่งในขณะที่กริชเคลื่อนเข้ามาใกล้หลังของเขามากขึ้น ๆ นั้น มือสังหารก็เริ่มปรากฏตัวในลักษณะโปร่งใส

 

ทว่าการโจมตีที่ผู้สังหารนั้นเตรียมการไว้ไม่ประสบความสำเร็จ จู่ ๆ กริชรูปร่างประหลาดที่มีสีแดงหม่นก็ปรากฏขึ้นและยับยั้งการโจมตีจากกริชสีเทาเข้าอย่างจัง

 

นี่ไม่ใช่กริชไร้นาม ในทางตรงกันข้าม ร่องที่แปลกประหลาดบนใบมีดและความมันวาวสีแดงเลือดแสดงให้เห็นว่ากริชนี้เป็นที่รู้จักกันดีในโลกมืด

 

“ใบมีดแห่งความพิบัติ !” เสียงของแอสซาซินสาวตะโกนขึ้น ในเวลานี้สามารถมองเห็นร่างรวมถึงใบหน้าของนางได้ชัดเจนมากขึ้นกว่าตอนแรก นางจ้องมองกริชที่กำลังพุ่งทะลุผ่านร่างของนางไปอย่างตกตะลึงขณะที่ระลึกถึงตำนานมากมายในอดีตที่เกี่ยวกับใบมีดแห่งความพิบัติเล่มนี้ ความทรงจำแห่งทศวรรษได้กลับมาสู่ห้วงแห่งความคิดของนางอีกครั้ง

 

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของใบมีดแห่งความพิบัติไม่ใช่ความแหลมคมแต่กลับเป็นเทคนิคที่มีความประณีตและโดดเด่นบนกริชเล่มนั้น อีกทั้งยังมีคำสาปเกี่ยวกับหายนะที่ลึกลับและคาดเดาได้ยากอยู่บนกริชเล่มนั้นด้วย

 

ทุกครั้งที่กริชสังหารใครสักคน มันจะดูดซับจิตวิญญาณส่วนหนึ่งของอีกฝ่ายไว้พร้อมทั้งใช้พลังนั้นเป็นดั่งเชื้อเพลิงเพื่อสร้างคำสาปแห่งหายนะ กริชนี้มีทั้งหมด 6 เล่ม และจะสามารถใช้ได้วันละครั้งเท่านั้น ใครก็ตามที่ถูกสะกดไว้ด้วยคำสาป คนเหล่านั้นจะไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าจะถูกโจมตีอีกครั้งเมื่อใด ยิ่งใบมีดแห่งความพิบัติจับตามองคนเหล่านั้นนานเท่าไหร่ อันตรายที่จะเกิดก็จะมากขึ้นเท่านั้น

 

ความมันวาวสีแดงเข้มที่เปล่งออกมาจากกริชไม่ได้ทำให้นางรู้สึกถึงความเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อยแม้ว่ามันจะทะลุเข้าไปในร่างกายของนางแล้วก็ตาม อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นที่รู้กันดีเกี่ยวกับคำสาปของกริชนี้คือมันสามารถระบุตำแหน่งของผู้ที่ถูกแทงได้ภายใน 3 วัน ซึ่งนั่นหมายถึงภายใน 3 วันนี้ ไม่ว่านางจะไปที่ใด กริชก็จะรู้ได้ในทันที

 

มือสังหารทะยานลงมาสู่พื้นดินอย่างเงียบ ๆ ในระยะห่าง 10 เมตร นางหมอบลงบนพื้นเหมือนเงาของเสือดำและใช้สายตาที่ดูไร้ชีวิตจ้องมองกริชสีแดง มือลึกลับที่ถือกริชไว้ปรากฏขึ้น เสื้อผ้าที่เขาสวมใส่มีสภาพทรุดโทรมส่วนใบหน้าธรรมดาของเขาก็ไม่ได้ตรึงตาตรึงใจต่อผู้พบเห็นเท่าไหร่นัก ทว่ารอยยิ้มบนใบหน้าของเขากลับแสดงให้เห็นถึงความหยาบคายอยู่ไม่น้อย หากไม่ใช่เพราะกริชที่น่ากลัวและร้ายกาจที่เขาครอบครองอยู่ นายาคงจะถูกประเมินว่าเป็นเจ้าของร้านอาหารเล็ก ๆ หรือไม่ก็เป็นเจ้าของร้านเหล้าอย่างเลี่ยงไม่ได้ ด้วยรายได้อันน้อยนิดของเขาที่ทำให้เขาดำเนินชีวิตเสมือนประทังชีวิตไปวัน ๆ จึงถือว่าเขาก็ไม่ได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีเท่าไหร่เลย ยิ่งไปกว่านั้นการที่เขาจะใช้เงินเพื่อซื้อสาวงามมาปรนเปรอความสุขก็ยังถือเป็นเรื่องยาก จากสภาพที่เห็นตรงหน้า หากเป็นคนนอกก็คงยากที่จะรับรู้ได้ว่าเขาเคยเป็นชายหนุ่มผู้งดงามที่จุดประกายในโลกแห่งความมืดเมื่อทศวรรษก่อนหน้านี้

 

ขณะนี้นายายืนอยู่ตรงข้ามกับแอสซาซินสาวแล้ว เขาได้แสดงทักษะของเขาด้วยกริชและส่งสายตาหื่นกามมองไปยังสัดส่วนของมือสังหารสาว “เจ้านี่เอง เจ้าชื่ออะไรนะ ? ข้าขอคิดก่อน... อ้อ คงจะเป็นบลัด แพรอท ไม่ก็อาร์ช สแปร์โรล... แต่มันไม่สำคัญหรอกว่าเจ้าจะชื่ออะไร ดูเหมือนจะผ่านมามากกว่า 10 ปีแล้วมั้งตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่ข้าเห็นเจ้า ข้าไม่คิดเลยว่าร่างกายของเจ้าจะเย้ายวนมากถึงเพียงนี้ ! แต่ระดับของเจ้านี่สิ เหอะ จะว่ายังไงดีล่ะ... ผ่านไปตั้งหลายปีแล้วเจ้าไม่คิดที่จะพัฒนามันให้ดีขึ้นเลยรึ ? ยังระดับ 14 เนี่ยนะ ? เจ้าคงใช้เวลาก่อนหน้านี้ไปกับการนอนกับเหล่าขุนนางแก่โดยไม่ได้ฝึกเลยใช่ไหม ?”

* นิยายเรื่องนี้เป็นลิขสิทธิ์ของ Novel Kingdom (หจก.โนเวล คิงด้อม) *

**ไม่อนุญาตให้ดัดแปลง แก้ไขหรือเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต หากฝ่าฝืนทาง หจก. จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด**

จบบทที่ เล่ม 1 ตอนที่ 36.1 การมีส่วนร่วม [1] (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว