เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เล่ม 1 ตอนที่ 25 ฝ่าฟันอุปสรรค (ฟรี)

เล่ม 1 ตอนที่ 25 ฝ่าฟันอุปสรรค (ฟรี)

เล่ม 1 ตอนที่ 25 ฝ่าฟันอุปสรรค (ฟรี)


* นิยายเรื่องนี้เป็นลิขสิทธิ์ของ Novel Kingdom (หจก.โนเวล คิงด้อม) *

**ไม่อนุญาตให้ดัดแปลง แก้ไขหรือเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต หากฝ่าฝืนทาง หจก. จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด**

มีเรื่อง ‘เล็กน้อย’ สองเรื่องเกิดขึ้นกับริชาร์ดในช่วงที่ผ่านมา แต่ความเล็กน้อยของมันกลับส่งผลกระทบต่อริชาร์ด ‘ไม่น้อยเลย’ โดยเฉพาะฉากของเอรินที่เดินคู่ไปกับชายอื่น ทว่าตัวเขากลับไม่ได้รับรู้ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับตัวเองเลยแม้แต่น้อย

เช้าวันต่อมา อ่าวโฟลยังคงหลับไหลอยู่เช่นเดิม เมื่อฤดูหนาวมาเยือนความมืดมิดก็ย่างกรายเข้ามาแทนที่แสงสว่างในยามเช้า แต่มันก็ไม่ได้มีผลกระทบต่อความสว่างในที่กลางแจ้งเท่าไหร่นัก เพราะพื้นดิน ภูเขา พืชพรรณ และแม่น้ำ ต่างถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งจนแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนไปทั่วทุกพื้นที่ มีเพียงผิวน้ำทะเลในอ่าวโฟลที่ยังคงมีระลอกคลื่นอยู่ซัดกระทบฝั่ง

 

ริชาร์ดไม่สามารถข่มตาหลับลงได้ เขายืนทอดสายตามองทิวทัศน์ของอ่าวโฟลอยู่ริมหน้าต่างที่มีความสูงเกือบ 10 เมตรอย่างเงียบๆ ริชาร์ดพ่นลมหายใจอย่างแรงครั้งหนึ่งเพื่อปล่อยความอัดอั้นที่อยู่ข้างในออกมา ซึ่งมันทำให้เขาเกิดความรู้สึกโล่งในจิตใจอย่างแปลกประหลาด แล้วเมื่อใช้ปากสูดอากาศเข้าไปไว้ในร่างกายอย่างสุดแรงอีกครั้ง เขาก็รู้สึกราวกับว่าสามารถบรรจุอากาศทั้งหมดของอ่าวโฟลเขาไปในตัวเขาได้

 

สองสามฤดูกาลที่ผ่านพ้นไปทิ้งร่องรอยแห่งความมืดมนไว้ในพื้นที่ขนาดใหญ่เช่นนี้ ดูเหมือนว่าความรู้สึกโศกเศร้าเหล่านี้อาจจะติดค้างอยู่ภายในใจของเขาไปอีกนาน หรือมันอาจจะติดตรึงอยู่ภายในใจของเขาไปตลอดชีวิต แต่ถึงอย่างไรความเจ็บปวดและทุกข์ทรมานเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่เหมาะสม

 

ริชาร์ดกวาดสายตามองดูสิ่งต่างๆรอบตัวเขา สิ่งแรกที่ดึงดูดความสนใจของเขาคือความหลากหลายของผู้คนภายในดีพบลูแห่งนี้ อาจารย์ที่เคยสอนบทเรียนต่างๆก่อนหน้านี้ ในเวลานี้พวกเขาไม่ได้อยู่ในบทบาทของผู้ให้ความรู้ แต่กำลังใช้ชีวิตอย่างคนทั่วไปในฐานะของมนุษย์ เอลฟ์ หรือคนแคระ

 

อาจารย์เหล่านี้ได้แบ่งปันความรู้ของตนเองเพื่อแลกกับผลประโยชน์ที่ควรจะได้รับ แน่นอนว่าการแสดงออกของพวกเขาย่อมมีความแตกต่างและไม่ได้ดูแลทุกคนอย่างเท่าเทียมกันอย่างที่มันควรจะเป็น เช่น การโบกมือ การขว้างปา การเลิกคิ้วหรือแม้แต่การปรับสายตาของพวกเขา แม้กระทั่งวลีเดียวกันเมื่อพูดในภาษาที่แตกต่างพร้อมกับน้ำเสียงที่แตกต่างกันออกไปก็สามารถสร้างความแตกต่างในด้านของความหมายไปได้โดยสิ้นเชิง ในตอนนี้ริชาร์ดเข้าใจอาจารย์ผู้สอนวิชาต่างๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เขารวบรวมข้อมูลต่างๆในความทรงจำเพื่อทำการเปรียบเทียบ และนั่นทำให้เขาตระหนักว่าคำพูดและท่าทางของอาจารย์ส่วนใหญ่ มักจะซ่อนความหมายโดยนัยเอาไว้เสมอ ซึ่งริชาร์ดยังคงต้องใช้เวลาเพื่อค้นหามัน

 

อาจารย์ผู้สอนมาจากหลากหลายสาขาวิชาดังนั้นความสัมพันธ์ของพวกเขาจึงมีความแตกต่างกันอย่างมาก บางสาขาถูกจัดตั้งให้มีความใกล้กันในขณะที่บางสาขาก็แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง โดยส่วนใหญ่ผู้ที่มาจากสาขาเดียวกันมักจะไม่ค่อยมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเท่าไหร่นัก เช่นโพโพวิชและไรลีย์ คำพูดของพวกเขามักจะขัดแย้งกันเองและย้อนแย้งอยู่เสมอ ในทางตรงกันข้ามผู้ที่มาจากสาขาวิชาที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลย มักจะเป็นกลุ่มคนที่สนิทสนมกันมากกว่า

 

เมื่อพิจารณาถึงการค้นพบครั้งใหม่ของเขา ริชาร์ดพบว่ากุญแจสำคัญของความสัมพันธ์เหล่านี้คือการแข่งขัน และสิ่งที่ควบคุมพวกมันคือเหรียญทอง

 

หลังจากที่ริชาร์ดลืมตาขึ้น การคิดวิเคราะห์ต่างๆทำให้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมวิชาเรขาคณิต คณิตศาสตร์ การวาดภาพและการสร้างวงเวทย์จึงถูกเพิ่มลงในหลักสูตรของเขา นอกจากนี้เขายังค้นพบสถานะใหม่ของเขาที่กำลังจะเกิดขึ้นในฐานะเซนต์รูนมาสเตอร์ในอนาคต

 

‘มาสเตอร์อยากจะให้ข้าเป็นรูนมาสเตอร์.....’ ริชาร์ดคิดอยู่ในใจ แม้ว่าเขาจะเป็นเด็กชายที่เติบโตบนภูเขา แต่ความรู้ของเขาก็เปิดกว้างขึ้นหลังจากที่เขาใช้เวลามากกว่าหนึ่งปีในดีพบลูแห่งนี้ ในตอนนี้เขาไม่ได้เป็นเด็กน้อยไร้เดียงสาอีกแล้ว เขารู้ดีว่าสถานะของรูนมาสเตอร์จะเหนือกว่าคนอื่นๆ แต่เขากลับไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดแม่ของเขาจึงทำให้เขาเป็นคนที่ไม่แยแสต่อพรสวรรค์พิเศษ หรือความอัปยศอดสูใดๆเลยมาตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา

 

ถึงแม้จะเป็นแบบนั้น แต่ริชาร์ดก็ไม่อยากจะทำให้ชารอนผิดหวังในตัวเขา เด็กที่เติบโตบนภูเขามักจะมีความทะเยอทะยาน แต่พวกเขาก็มีความชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งที่ตนเองชอบและไม่ชอบ ริชาร์ดเป็นคนเฉลียวฉลาดเพราะความยากลำบากและทุกข์ทรมาน ที่เขาต้องพบเจอในชีวิตทำให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่มากกว่าเด็กคนอื่นๆในวัยเดียวกัน และตอนนี้เขารู้ตัวดีว่าตัวเองมีฐานะพิเศษกว่าคนอื่นๆภายในดีพบลู และเขาได้รับรายรับจากความสุขของชารอนในทุกๆเดือน ทุกสายตาที่จับจ้องมาที่เขาต่างมีนัยยะบางอย่างแอบแฝง ซึ่งมันเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา ความปรารถนา และอยากจะฉกฉวยแย่งชิงทุกอย่างของเขา แน่นอนว่าคนเหล่านั้นมักจะแอบมองอยู่เพียงห่างๆ ไม่กล้าแสดงความเกลียดชังหรือท้าทายเขาอย่างเปิดเผย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพาพินเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด เขาเป็นแค่ลูกหลานจากตระกูลขุนนางคนหนึ่งที่ไม่รู้ว่าน้ำที่เขาเหยียบย้ำในตอนนั้นมีความลึกเพียงใด

 

นอกจากนี้ริชาร์ดยังตระหนักว่ามีคนสองคนที่คอยติดตามดูแลเขาจากระยะไกลไม่ว่าเขาจะไปที่ไหน จึงทำให้ผู้ไม่หวังดีเหล่านั้นเกิดความเกรงกลัวจนไม่กล้าเผยตัวตนออกมา และในอีกมุมนึงริชาร์ดก็ยังรู้สึกด้วยว่าสิ่งเหล่านี้ช่วยปกป้องเขาจากอันตรายหลายๆอย่าง เมื่อนึกถึงความปลอดภัยที่เขาได้รับจากชารอน ริชาร์ดก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ทำให้เขารู้สึกสบายใจมากขึ้น ซึ่งนี่คงเป็นความอบอุ่นเดียวที่ริชาร์ดได้รับในช่วงฤดูหนาวนี้.......

 

โชคดีที่ความสับสนวุ่นวายในใจของริชาร์ดไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการศึกษาของเขาเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งริชาร์ดยังค้นพบว่าเวทมนตร์ของเขาก็เกิดความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด การค้นพบครั้งนี้สร้างความมั่นใจให้กับเขามากยิ่งขึ้น

 

ฤดูหนาวผ่านพ้นไปพร้อมกับฤดูใบไม้ผลิที่ก้าวเข้ามาอีกครั้ง หลังจากเสร็จสิ้นจากการเรียนที่หนักหน่วงทั้งวันแล้ว ริชาร์ดก็ลากตัวเองกลับยังห้องพักเหมือนกับทุกๆวัน เขาเดินผ่านตุ๊กตาเหล็กที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวตรงมุมห้อง และตระหนักได้ว่าวันเกิดของเขามาถึงอีกครั้งแล้ว

 

นอกเหนือจากหัวของตุ๊กตาที่ยังคงสภาพเดิมแล้ว ส่วนอื่นๆของมันเสียรูปจนแปลกประหลาด ทำให้แทบจะมองไม่เห็นเค้าโครงเดิมที่มันเคยเป็น นี่เป็นผลลัพธ์จากการที่ริชาร์ดใช้เออรัพชั่นโจมตีมันจำนวนนับครั้งไม่ถ้วน นอกจากตัวตุ๊กตาที่หมดสภาพแล้วกำแพงที่อยู่ใกล้ๆก็เกิดรอยยุบเป็นแนวยาวเช่นเดียวกัน

 

ริชาร์ดเดินไปใกล้ๆตุ๊กตาเหล็กพร้อมกับใช้มือลูบไปตามรอยบุบบนตัวมันอย่างพิจารณา รอยบุบบางส่วนมีลักษณะเป็นรอยแตกหักของเหล็กที่แหลมคม มันไม่ใช่แค่เพียงร่องรอยของหมัดที่เขาทิ้งเอาไว้ แต่มันมีรอยของข้อศอก ไหล่ เข่า รวมถึงศรีษะของเขาด้วย ซึ่งทุกรอยบุบนั้นจะเต็มไปด้วยรอยของเลือดที่แห้งกรัง

 

หลังจากได้สัมผัสกับความเจ็บปวดจากปลายนิ้วของเขาและเห็นรอยเลือดแล้ว ริชาร์ดก็เข้าใจทันทีว่า เขาไม่ได้เดียวดายในช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา ความเจ็บปวดยังคงวนเวียนอยู่กับเขาเสมอ เพียงแต่มันถูกซ่อนไว้ลึกมากจนเขาคิดว่าเขาลืมมันไปแล้ว และเขาได้ใช้เวลาไปกับตัวเองเพื่อข้ามผ่านฤดูกาลนี้ไปอย่างเงียบๆ

 

หัวของตุ๊กตาเหล็กอยู่ในลักษณะที่สมบูรณ์ พื้นผิวที่สะอาดแวววาวของตุ๊กตาสะท้อนให้เห็นใบหน้าที่มีความเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้งของริชาร์ด รอยร้าวตามตัวของตุ๊กตาเห็นได้อย่างชัดเจนและพร้อมที่จะแตกออกจากกันทุกเมื่อหากถูกเขาใช้แรงซัดมันอีกครั้ง ริชาร์ดยิ้มพร้อมกับตบเข้าที่หน้าของตุ๊กตาเหล็กก่อนที่เขาจะเดินกลับเข้าสู่ห้องนอนของตัวเอง

 

ตารางเรียนในวันนี้ของริชาร์ดยังคงอัดแน่นเหมือนกับทุกวันที่ผ่านมา และหนึ่งในวิชาเหล่านั้นคือวิชาวาดภาพ หลังจากที่ได้ฟังบทเรียนเกี่ยวกับทฤษฎีศิลปะทั้งหมด นักเรียนจำนวนสิบกว่าคนก็นำภาพร่างของตัวเองที่ถูกวาดอย่างลวกๆส่งให้กับอาจารย์ตามที่ได้รับมอบหมาย ก่อนเดินออกจากห้องไปทีละคน ริชาร์ดเป็นคนสุดท้ายที่ส่งผลงานในมือของตนเอง

 

ใบหน้าของมาเอสโตรแสดงความยุ่งยากใจอย่างชัดเจนเมื่อเขามองเห็นริชาร์ด ทั้งๆที่ริชาร์ดก็เป็นเพียงเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งเท่านั้น เขามองหน้าเด็กหนุ่มวัยรุ่นตามความคิดของเขาอยู่ชั่วครู่พร้อมกับรับภาพวาดของริชาร์ดมา การพบเจอริชาร์ดในครั้งนี้ สร้างความรู้สึกหนักอึ้งในหัวใจของมาเอสโตรอย่างมากราวกับมีสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่ถูกแช่แข็งกำลังกดทับอยู่ในหัวใจของเขา  และความรู้สึกนี้ก็ยากที่จะสะบัดให้หลุดออกไปจากความรู้สึกของเขาได้

 

มาเอสโตรพยายามทำใจอยู่ครู่หนึ่งเพื่อจะมองข้ามสิ่งที่เขาไม่ชอบใจในผลงานของริชาร์ด ก่อนจะถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเขารู้ว่ามันเป็นเพียงภาพวาดเล็กๆ ในกรอบสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้าง 30 เซนติเมตรท่านั้น

 

มันเป็นภาพวาดทิวทัศน์ของอ่าวโฟลที่อยู่ท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเหน็บของฤดูหนาว รูปวาดของริชาร์ดสื่อถึงความงามอันแสนขมขื่นของฤดูหนาว มันเป็นภาพที่ดูอึมครึมแต่กลับมีรายละเอียดที่สวยงามเป็นพิเศษ ในสายตาของมาเอสโตร เมื่อเทียบกับผลงานก่อนหน้านี้ของริชาร์ดแล้ว ผลงานชิ้นนี้ของเขาถือว่า ‘เป็นปกติ’ มากที่สุด แต่อย่างไรก็ตามพลังที่แฝงอยู่ในทุกลายเส้นก็ยังคงทำให้มาเอสโตรเกิดอาการขนหัวลุกได้อยู่ไม่น้อย และหลังจากถอนหายใจด้วยความโล่งอกไปครั้งหนึ่ง เขาก็สึกถึงสายตาของริชาร์ดที่จับจ้องอยู่กับเขาในทันที

 

“ภาพวาดนี้ดูสบายตาขึ้นหรือเปล่าครับ?” แม้ว่าริชาร์ดจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความเคารพ แต่มันกลับทำให้มาเอสโตรเกิดอาการเย็นวาบขึ้นทันที เขาเด้งตัวขึ้นจากเก้าอี้โดยสัญชาตญาณและเกือบจะสะดุดกับชายเสื้อคลุมที่ใส่อยู่ เขายกมือขึ้นและชี้ไปยังริชาร์ดด้วยปลายนิ้วที่สั่นเทา “เจ้า....เจ้า......”

 

ในสายตาของมาเอสโตร ลักษณะท่าทางของริชาร์ดในเวลานี้ดูคล้ายเด็กหัวแข็งที่ค่อนข้างก้าวร้าว รอยยิ้มงดงามที่ถูกฉาบไว้บนใบหน้าคมให้ความรู้สึกเหมือนปีศาจร้ายที่กำลังจ้องจะกลืนกินเหยื่อเข้าไป แต่ไม่ว่าริชาร์ดจะแสดงท่าทีอย่างไร มาเอสโตรก็รู้ดีว่าภายในใจของเด็กหนุ่มผู้นี้คงจะเจ็บปวดมากกว่าที่เขาแสดงออกมาให้เห็น จิตวิญญาณของเขาเหมือนได้จมหายไปในเหวลึกแล้วตลอดกาล! เมื่อเห็นรอยยิ้มที่หายากบนใบหน้าของริชาร์ด เม็ดเหงื่อเย็นๆก็เริ่มไหลซึมทั่วทั้งแผ่นหลังของมาเอสโตร จนเขาอดคิดไม่ได้ว่าเพราะเหตุใดเขาถึงได้รู้สึกหวาดกลัวกับเด็กชายที่อายุเพียง 12 ปีเช่นนี้!

 

เมจระดับ 12 สงสัยอย่างมากว่าทำไมริชาร์ดถึงสามารถอ่านใจเขาออก แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ถามออกไป มาเอสโตรสงบสติอารมณ์ของตัวเองลง เขารู้ดีว่าริชาร์ดยังมีอะไรบางอย่างที่อยากจะพูดออกมา เด็กคนนี้อายุเพียง 12 ปีเท่านั้นแต่มันกลับยากเหลือเกินที่จะเข้าถึงความรู้สึกและตัวตนของเขาได้  ภาพวาดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความบ้าระห่ำทั้งปวงที่เต็มแน่นอยู่ภายในโลกของเด็กผู้ชายคนนี้

 

จิตรกรผู้ยอดเยี่ยมสูดหายใจเข้าลึก เขาจัดเสื้อผ้าของเขาพร้อมกับปรับท่าทางของตนเองให้กลับมาภูมิฐานสมเป็นอาจารย์อีกครั้งก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิม แล้วส่งสัญญาณให้ริชาร์ดนั่งลงเช่นเดียวกัน ทว่าเด็กชายไม่ได้นั่งลงตามการเชื้อเชิญนั้นแต่กลับเลือกที่จะโค้งตัวลงอย่างให้เกียรติ ซึ่งเป็นมารยาทโดยทั่วไปที่อโคไลท์จะปฏิบัติต่ออาจารย์ของพวกเขาในเวลาที่จะขอคำปรึกษาชี้แนะ หลังจากนั้นริชาร์ดก็ถามขึ้นด้วยท่าทางที่มีมารยาทว่า “อาจารย์ ข้าอยากจะรู้เรื่องราวของรูนมาสเตอร์”

 

มาเอสโตรนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะส่ายหัวพร้อมกับตอบกลับไปว่า “ข้าไม่ใช่รูนมาสเตอร์ ข้าเป็นเพียงแค่เมจระดับ 12 เท่านั้น หากเจ้าอยากจะรู้เรื่องพวกนี้ก็จงไปถามแกรนด์เมจเฟย์หรืออาจารย์ฮูรู ทั้งสองคนมีความรู้เกี่ยวกับรูนมากกว่าข้า....”

 

ยังไม่ทันที่มาเอสโตรจะพูดจนจบประโยค ริชาร์ดก็พูดแทรกขึ้น “ไม่ ข้าไม่ได้มองหาอาจารย์ที่มีความรู้เกี่ยวกับ ‘การสร้างรูน’ ข้าอยากรู้ข้อมูลเกี่ยวกับโลกภายนอก ข้าอยากรู้ว่ารูนมาสเตอร์คืออะไร ทำหน้าที่อะไรบ้าง และพวกเขามีความเป็นอยู่อย่างไร ข้าอยากจะรู้ว่ารูนมาสเตอร์คนไหนที่มีชื่อเสียงที่เป็นที่รู้จัก ข้าอยากรู้เรื่องราวชีวิตก่อนที่พวกเขาจะมาเป็นรูนมาสเตอร์ อยากรู้ความสำเร็จก่อนหน้านี้ของพวกเขา อาจารย์เฟย์และอาจารย์ฮูรูใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ภายในดีพบลูและเขาไม่ได้เดินทางท่องเที่ยวอยู่ในโลกภายนอกเหมือนกับท่าน ท่านเป็นแขกผู้มีเกียรติของราชวงศ์มนุษย์ทั้งสามจักรวรรดิ ซึ่งนั่นก็หมายความว่าท่านจะต้องรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ได้มากกว่าคนอื่นๆ”

 

คำถามของริชาร์ดสร้างความตกใจให้กับมาเอสโตรอีกครั้ง เขาไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดเด็กชายอายุ 12 ปี จึงถามคำถามที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบทเรียนเช่นนี้ เพราะโดยทั่วไปแล้วเด็กอายุเพียงเท่านี้จะไม่สามารถพิจารณาสิ่งต่าง ๆ ได้ลึกซึ้งอย่างที่ริชาร์ดถามเขา ซึ่งนั่นก็ทำให้มาเอสโตรตั้งถามกลับไป “ทำไมเจ้าถึงอยากรู้เรื่องพวกนี้ ?”

 

“ข้าอยากเป็นรูนมาสเตอร์ ดังนั้นข้าจำเป็นต้องรู้ว่ารูนมาสเตอร์มันเป็นยังไง ข้าจะได้รู้ว่าข้าควรจะทำอย่างไรบนเส้นทางสายนี้ การเรียนรู้เกี่ยวกับชีวิตและประวัติของรูนมาสเตอร์ที่ยอดเยี่ยมจะทำให้ข้ารู้ถึงความสำเร็จ รวมทั้งปัญหาที่พวกเขาต้องพบเจอ อย่างน้อยข้าก็จะได้เรียนรู้จากข้อผิดพลาดของพวกเขา แล้วเอามาปรับใช้กับตัวเอง” ริชาร์ดตอบกลับไป และหลังจากเงียบอยู่ครู่หนึ่งเขาก็พูดเพิ่มเติมว่า “ชีวิตของรูนมาสเตอร์ของโลกอาจจะแตกต่างจากสิ่งที่คนอื่นๆเห็นหรือเข้าใจก็ได้”

 

เลือดในกายของเกรทมาสเตอร์เย็นเฉียบขึ้นอีกครั้ง เพราะเขารู้สึกราวกับว่าเด็กคนนี้สามารถอ่านใจของเขาได้.....

 

และเขาพบว่าในตอนนี้ตนเองไม่สามารถปฎิเสธริชาร์ดได้เลย เขาจึงยินดีที่จะถ่ายทอดความรู้ที่มีให้กับเด็กชายวัย 12 ปี คนนี้ หลังจากหลายนาทีแห่งการแลกเปลี่ยนความรู้สึกและอารมณ์ที่หลากหลายอย่างเงียบๆ กับริชาร์ด ผ่านทางภาพวาดของเขาแล้ว มาเอสโตรก็รู้สึกได้ว่าเด็กชายคนนี้แตกต่างจากนักเรียนคนอื่นๆของเขาอย่างสิ้นเชิง

 

เขาจัดระเบียบความคิดก่อนจะพูดขึ้นช้าๆว่า “เอาล่ะ ก่อนอื่น....ตามความคิดเห็นของข้า รูนมาสเตอร์ไม่ใช่ ‘ผู้สร้างปาฎิหารย์’ แต่เป็น ‘ผู้สร้างฝันร้าย’ เป็นเพราะพวกเขาจึงทำให้เกิดเหล่ารูนไนท์ขึ้นมา พวกเขาสามารถที่จะบดขยี้ป้อมปราการต่างๆ และผ่านภูเขาไปได้ด้วยกีบเหล็กที่อยู่ภายใต้เท้าของพวกเขา การปรากฎตัวของพวกเขาได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลกและได้สร้างนัวแลนด์ให้ขยายไปสู่เพลนอื่นๆ ถ้าหากไม่มีพวกเขา โลกก็คงจะไม่น่าเศร้าเช่นนี้ สิ่งมีชีวิตอีกมากมายก็คงจะไม่สูญหายไปตลอดกาล......”

 

“หรือจะพูดอีกอย่างคือรูนมาสเตอร์เป็นผู้สร้างสงคราม” ริชาร์ดพูดแทรกขึ้นมาเพื่อสรุปเนื้อหาที่มาเอสโตรเล่า จิตรกรผู้ยอดเยี่ยมถอนหายใจยาวออกมาครั้งหนึ่งอย่างโศกเศร้า

 

“จะว่าเช่นนั้นก็ได้ แต่....” เขาเริ่มลังเลที่จะพูดสรุปทุกอย่างให้กับริชาร์ด แต่เขาก็พยายามอธิบายเพื่อยืนยันคำพูดของตนเอง หลังจากคิดอยู่นาน มาเอสโตรก็กล่าวออกมาว่า “เอาเถอะ เจ้าพูดถูก มันก็เหมือนกับพวกเลเจนดารี่ที่ก่อให้เกิดภัยคุกคามร้ายแรงถึงราชวงศ์และขุนนางทั้งหลายนั่นแหละ  ไม่ว่าเจ้าจะอยู่ในตำแหน่งหรือฐานะอะไร เลเจนดารี่ก็ถือเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุด ในทางตรงกันข้าม รูนมาสเตอร์เป็นที่เคารพอย่างสูงเพราะสามารถทำลายประเทศต่างๆได้ กองทหารขนาดเล็กที่มีไนท์จำนวนไม่มากก็สามารถที่จะเอาชนะกองทัพขนาดใหญ่หลายพันคนได้หากในกองทัพของพวกเขามีรูนมาสเตอร์

 

อืม... มาเริ่มกันที่ลอร์ด โรดานดาร์ เขาเป็นรูนมาสเตอร์คนแรกที่มีความเที่ยงธรรมสูง.....” มาเอสโตรบอกเล่าเรื่องราวของรูนมาสเตอร์ผู้มีชื่อเสียงอย่างกระชับและมีชีวิตชีวา ถึงแม้จะเป็นคำพูดไม่กี่คำ แต่ก็ทำให้ริชาร์ดรู้สึกว่ารูนมาสเตอร์ที่ยิ่งใหญ่มายืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้วอย่างน่าทึ่ง

 

รูนมาสเตอร์ใช้สติปัญญาและความสามารถของพวกเขาในการสร้างกองกำลังรูนไนท์นับไม่ถ้วน ในแต่ละกองทัพจะมีเครื่องหมายของรูนมาสเตอร์อยู่ รูนมาสเตอร์แต่ละคนจะมีการสร้างที่แตกต่างกันออกไปเพราะพวกเขาสามารถแสดงบุคลิกและพรสวรรค์ของพวกเขาตามความประสงค์  รูนมาสเตอร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์ได้ทิ้งผลงานชิ้นเอกของพวกเขาไว้ เช่นชุดลวงตาของลอมเมน ไนท์แดงเพลิงของริคาร์ดิโม่ หรือจะเป็นอุปกรณ์ศักดิ์สิทธิ์ของเซนต์ปีเตอร์ แม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะถูกทำลอกเลียนแบบไปหลายครั้ง แต่ทว่าก็ยังไม่มีใครที่ทำออกมาได้เหนือกว่าต้นแบบ

 

มาเอสโตรใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงในการวาดโครงร่างที่ชัดเจนเกี่ยวกับประวัติของการสร้างรูนออกมา เขาเลือกการวาดเป็นโครงร่างเพื่อให้เข้าใจได้ง่าย  เพราะถ้าหากเขาใช้วิธีการอธิบายอาจจะต้องใช้เวลา 10 วันหรือนานถึง 1 เดือนจึงจะสามารถเล่ารายละเอียดทุกสิ่งอย่างออกมาได้จนหมด

 

ริชาร์ดพูดขึ้นหลังจากที่มาเอสโตรเล่าจบ “ขอบคุณท่านอาจารย์ คำขอร้องที่สองของข้าคือ อยากจะให้ท่านช่วยแนะนำใครบางคนให้ข้าหน่อยครับ”

 

จิตรกรผู้ยอดเยี่ยมพยักหน้าตอบรับแล้วพูดขึ้น “ข้ารู้จักคนในดีพบลูเยอะมาก และข้าก็รู้จักกับ ‘คนพิเศษ’ อยู่มาก เจ้าอยากจะให้ข้าแนะนำใครให้เจ้าล่ะ ? สาวงามรึ ? ฮ่าๆๆๆๆ”

 

คำพูดหยอกล้อของมาเอสโตรไม่ได้ทำให้รอยยิ้มปรากฎขึ้นบนใบหน้าของริชาร์ดแม้แต่น้อย ริชาร์ดก้มหน้ามองพื้นพร้อมกับเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นพร้อมกับแววตาที่แน่วแน่ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นว่า “ข้ากำลังมองหาใครสักคนที่ช่วยสอนเกี่ยวกับการฆ่าให้กับข้า”

* นิยายเรื่องนี้เป็นลิขสิทธิ์ของ Novel Kingdom (หจก.โนเวล คิงด้อม) *

**ไม่อนุญาตให้ดัดแปลง แก้ไขหรือเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต หากฝ่าฝืนทาง หจก. จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด**

จบบทที่ เล่ม 1 ตอนที่ 25 ฝ่าฟันอุปสรรค (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว