เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เล่ม 1 ตอนที่ 24.2 ฤดูร้อนที่เป็นดั่งฤดูหนาว [2] (ฟรี)

เล่ม 1 ตอนที่ 24.2 ฤดูร้อนที่เป็นดั่งฤดูหนาว [2] (ฟรี)

เล่ม 1 ตอนที่ 24.2 ฤดูร้อนที่เป็นดั่งฤดูหนาว [2] (ฟรี)


* นิยายเรื่องนี้เป็นลิขสิทธิ์ของ Novel Kingdom (หจก.โนเวล คิงด้อม) *

**ไม่อนุญาตให้ดัดแปลง แก้ไขหรือเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต หากฝ่าฝืนทาง หจก. จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด**

หนึ่งชั่วโมงต่อมา ภาพเหมือนถูกนำมาวางอยู่ตรงหน้าแบล็คโกลด์

 

คนแคระเกรย์ให้มาเอสโตรนั่งรออยู่เป็นเวลาเกือบ 40 นาที ก่อนที่เขาจะจะคลานออกมาจากกองอัญมณีที่อยู่บนโต๊ะซึ่งมีมากจนเกือบจะถึงทางเข้า เขาฟังคำอธิบายของมาเอสโตรเพียงครู่หนึ่ง ดีพบลูเป็นโลกแห่งเวทมนตร์และเม็ดเงินเท่านั้น งานศิลปะจึงไม่ถือเป็นสิ่งที่น่าจะให้ความสำคัญเท่าไหร่นัก คนแคระก้าวเท้าข้างหนึ่งเหยียบขึ้นไปบนกองเหรียญทองและอีกข้างถูกยกสูงขึ้นด้วยเวทมนตร์ ท่าทางเช่นนี้ทำให้เขาดูเหนือกว่าจิตรกรในตอนนี้

 

คนแคระไม่ได้สนใจคำพูดของมาเอสโตรผู้นี้เท่าไหร่นัก เขาให้จิตรกรข้ามเนื้อหาส่วนอื่น ๆ เพื่อเข้าสู่ประเด็นหลักอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อได้ยินเกี่ยวกับผลงานของริชาร์ดซึ่งเป็นเรื่องที่ท่านชารอนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เขาจึงใช้มือหยาบกระด้างของเขาที่เป็นดั่งเกล็ดของสัตว์ป่าเปิดกระดาษห่อของภาพวาดนั้นออก

 

ความเงียบทำให้รับรู้ได้ว่าแกรนด์เมจผู้นี้กำลังพิจารณาภาพวาดนี้อยู่อย่างตั้งใจ ริมฝีปากของเขาพึมพำบางอย่างออกมา มาเอสโตรมองดูคนแคระผู้นั้นด้วยความประหลาดใจเพราะเขาคิดไม่ถึงว่าแบล็คโกลด์จะสามารถชื่นชมความงามของศิลปะชิ้นนี้ได้

 

คนแคระเงยหน้าขึ้นมา แล้วเปล่งเสียงด้วยความขุ่นเคืองว่า “แค่นี้ ?”

 

“เอ่อ ? ใช่...” มาเอสโตรกล่าวออกมาด้วยความสับสน

 

“ภาพนี้ยังลงสีไม่เสร็จรึ ?”

 

“…” มาเอสโตรแทบจะไม่สามารถควบคุมการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติของตัวเองได้ เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนที่จะตอบออกไปอย่างนุ่มนวลว่า “...นี่เป็นภาพร่าง”

 

ทันใดนั้นคนแคระก็ตระหนักขึ้นมาได้พร้อมกับมองไปที่ภาพร่างอีกครั้ง “อืม...ยังไม่เติบโตเต็มที่ ใบหน้าของนางก็อยู่ในระดับปานกลาง... แน่นอนว่าจะต้องมาจากมุมมองของมนุษย์ ถ้าข้าตัดสินโดยใช้หลักพื้นฐานของสตรอมแฮมเมอร์ เดี๋ยวก่อนนะ โอ้ ! ข้าเห็นแล้ว กล่องเก็บความร้อน ! นี่เป็นของพิเศษที่เตรียมไว้ให้กับริชาร์ด และรายละเอียดมันสมบูรณ์โดยไม่มีข้อผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว... เหมือนของริชาร์ดมากเลย เจ้ารู้จักแกรนด์เมจโลตอนคนที่สอนวงเวทย์ให้เขาไหมล่ะ ในอาทิตย์นี้เขามาชื่นชมสรรเสริญริชาร์ดถึง 3 ครั้งเลยนะ  ถ้ารวมทั้งปีนี้... เท่าที่ข้าจำได้ก็ราว ๆ 50 หรือ 70 ครั้งเลยล่ะ ดูเหมือนว่าชายชราผู้นี้จะไม่ได้สรรเสริญเยินยอใครมาเกือบจะ 10 ปีแล้วนะ !”

 

มาเอสโตรไม่สามารถอธิบายความรู้สึกในตอนนี้ของเขาได้ และก็ไม่สามารถตะโกนใส่หน้าของแบล็คโกลด์ได้เช่นกัน เขาพยายามที่จะพูดแนะคนแคระอีกครั้งด้วยความอดทน “เจ้าดูให้ดี มันมีสิ่งล้ำค่าที่จับได้ในงานชิ้นนี้...”

 

คนแคระมองดูอยู่หนึ่งวิ ผ่านไปสามวิ... แต่เขาก็ยังคงรู้สึกว่าภาพวาดชิ้นนี้ยังขาดสีสัน อารมณ์ของมาเอสโตรแปรเปลี่ยนเป็นความมืดมนเช่นเดียวกับภาพวาดของริชาร์ดพร้อมกับเดินออกจากห้องทำงานของแบล็คโกลด์ไป เขาไม่เคยรู้สึกเสียความมั่นใจในตัวเองเช่นนี้มาก่อน เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคนผู้นี้จึงชื่นชมกับอัญมณี ของวิเศษ และของเก่า เหตุใดจึงไม่มีศิลปะในหัวใจเอาเสียเลย ? ความคิดเห็นของเขาในฐานะคนนอกนั้นช่างทำลายความสวยงามของศิลปะเสียจริง !

 

ประตูทองสัมฤทธิ์ที่เรียบง่ายแต่สง่างามซึ่งเป็นประตูห้องทำงานของแบล็คโกลด์ได้ปิดลง ประตูนั้นมีความสูงเป็น 2 เท่าของปกติในบริเวณนั้น เป็นการแสดงให้เห็นถึงความสูงส่ง ความมั่งคั่ง และสถานะของเขา สร้างความอิจฉาให้กับคนอื่น ๆ ไม่น้อย แต่แน่นอนว่าคนเหล่านั้นต่างก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเหตุใดคนแคระที่สูงเพียงครึ่งเดียวของมนุษย์จึงต้องการห้องทำงานที่สูงเช่นนั้นกัน

 

แบล็คโกลด์หัวเราะเยาะหลังจากที่ประตูปิดลง พร้อมกับกล่าวพึมพำว่า “ของง่าย ๆ แบบนั้นจะทำให้มาสเตอร์มีความสุขได้อย่างไรกัน ?” และที่เขามั่นใจมากเช่นนี้ก็เพราะในตู้เก็บของของเขายังมีไอเท็มอีกกว่า 67 อย่างที่สามารถสร้างความสุขให้กับชารอนได้มากกว่าภาพวาดนี้

 

คนแคระเดินกลับไปยังกองอัญมณี แต่อยู่ ๆ เขาก็หยุดแล้วเดินกลับไปที่โต๊ะพร้อมกับนำภาพวาดของริชาร์ดออกมาเปิดดูอีกครั้ง เขาตรวจสอบอยู่ 10 กว่านาทีก่อนที่จะเก็บมันไว้ในตู้เล็ก ตู้เล็กนั้นมีของลักษณะเดียวกันวางไว้อยู่ภายใน แต่มีของเพียงแค่ 5 ชิ้นเท่านั้นที่อยู่ภายในนี้ เขานำภาพวาดของริชาร์ดวางไว้ตู้ที่ 2 ความแตกต่างระหว่างตู้ 2 ใบนี้คือ ตู้แรกจะถูกนำส่งถึงมือของเลเจนดารี่เมจเพื่อตรวจสอบ ในขณะที่อีกใบจะถูกส่งลงถังขยะในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า

 

...

 

ฤดูร้อนของริชาร์ดผ่านไปอย่างรวดเร็ว วันถัดไปก็จะถึงเทศกาลฤดูใบไม้ร่วงแล้ว สิ่งที่ทำให้เห็นว่าฤดูใบไม้ร่วงใกล้จะมาถึงคือภายในอ่าวโฟลจะไม่มีปลาว่ายไปมาเหมือนกับฤดูอื่น ๆ และผู้คนกว่าล้านคนที่อาศัยใกล้กับบริเวณนี้ก็จะจัดงานเฉลิมฉลองกันในวันนี้เพื่อแสดงความกตัญญูต่อเทพเจ้าแห่งท้องทะเลที่ทำให้พวกเขามีชีวิตรอดในฤดูหนาวที่ยาวนาน ดีพบลูที่ตั้งอยู่ถัดจากอ่าวโฟลก็จะมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเฉลิมฉลองด้วยเช่นเดียวกัน

 

แน่นอนว่าเรื่องเหล่านี้ยังคงไม่มีความหมายสำหรับริชาร์ดอีกเช่นเคย ในแต่ละวันของเขายังคงหมดไปกับการทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จสมบูรณ์หรือไม่ก็ทำสมาธิและฝึกฝนเวทมนตร์เพื่อเพิ่มมานา เขาหวังว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยเติมเต็มจิตใจของเขาในเวลานี้ได้ และเพื่อไม่ให้จิตใจของเขาฟุ้งซ่านเหมือนที่ผ่านมา

 

เอรินมาถึงที่พักของริชาร์ดตรงเวลาในช่วงค่ำคืนก่อนถึงเทศกาล นางค้นพบว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะยกกล่องใส่อาหารโดยใช้มือเดียว และในอนาคตขนาดของมันก็คงจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ นางนั่งมองดูริชาร์ดกินอาหารอย่างเงียบ ๆ

 

ในเวลานี้เรื่องการแลกเปลี่ยนเงินตามที่ทั้งสองเคยตกลงกันไว้นั้นไม่ได้เกิดขึ้นอีกต่อไปแล้ว และทั้งสองก็พูดคุยกันน้อยลงเรื่อย ๆ ในแต่ละวันเอรินไม่ได้รับเหรียญจากริชาร์ดแม้แต่เหรียญเดียว แต่ไม่ว่านางจะพยายามปกปิดความเศร้าเพียงใด ใบหน้าของนางก็ยังเต็มไปด้วยความกังวลอย่างเลี่ยงไม่ได้ รวมถึงนางก็ยังคงเลือกที่จะเลี่ยงไม่ตอบคำถามของเขาอีกเช่นเคย ซึ่งนั่นทำให้ริชาร์ดเจ็บปวดหัวใจมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเขาไม่สามารถปลอบใจนางได้

 

ริชาร์ดกลืนของหวานคำสุดท้ายลงไปพร้อมกับมองหน้าของนาง เขาอยากจะขอบคุณนางเหมือนทุกครั้งที่เคยทำ เขามองไปยังร่างกายของนาง ซึ่งปกติเขาก็จะเห็นและรับรู้ตัวเลขสัดส่วนที่ประเมินได้จากร่างกายของนาง แต่ทว่าครั้งนี้ตัวเลขที่ปรากฏขึ้นมาบนร่างกายของนางทำให้เขาอึ้งไปชั่วขณะ บัดนี้ร่างกายของนางได้เปลี่ยนไปแล้ว !

 

ในรูปแบบความคิดของริชาร์ด การเปลี่ยนแปลงในนาทีนั้นทำให้เขาคิดว่ามันได้รับการยกระดับขึ้นมา ตัวเลขที่เรียงตัวอยู่ด้านหน้าเขาบ่งบอกว่าหน้าอกของนางมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น ทว่ามันกลับไม่ได้มีขนาดเท่ากันซึ่งนี่ดูผิดปกติจากสิ่งที่ควรจะเป็นราวกับว่านางได้รับบาดเจ็บมา

 

การเคลื่อนไหวของนางผิดธรรมชาติ โดยเฉพาะขาของนางที่สั่นไหวเป็นครั้งคราว ทำให้ดูเหมือนกับว่าการนั่งบนเบาะที่หุ้มด้วยผ้าหนา ๆ จะทำให้นางรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมา ดวงตาของนางปูดบวมขึ้นเล็กน้อยและดูแดงก่ำราวกับเพิ่งผ่านการร้องไห้มา เสื้อคลุมของนางหนาขึ้นกว่าปกติ มันถูกปกปิดร่างของนางไว้อย่างแน่นหนา แต่บางครั้งที่นางเคลื่อนไหว ตัวผ้าคลุมก็ถูกเปิดออกจนเผยให้เห็นรอยจูบที่ต้นคอของนางอย่างชัดเจน นางหายใจแรงกว่าเคยเมื่อเห็นว่าริชาร์ดจับจ้องไปตามจุดต่าง ๆ บนร่างกายของนางอย่างพินิจพิเคราะห์

 

ร่องรอยต่าง ๆ บนร่างกายของนางทำให้ริชาร์ดรับรู้ขึ้นมาได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับนาง แต่สิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่เขาไม่ได้อยากให้เป็นเช่นนั้นเลย

 

“เจ้า... นอนกับคนอื่นมาเหรอ ?” ริชาร์ดถามด้วยเสียงที่แหบแห้งจนแม้แต่เขาก็แทบจะไม่ทันได้สังเกตตัวเองว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร  ในวัย 11 ปีของเขา เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าเหล่าขุนนางเริ่มเรียนรู้อะไรในวัย 7-8 ปี ทว่าในครึ่งปีที่ผ่านมาหญิงสาวตรงหน้าได้สอนอะไรให้กับเขาไม่น้อย เขาได้เรียนรู้แล้วว่าชายและหญิงมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างไร

 

ใบหน้าของเอรินแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนทันที ลำตัวของเธอสั่นคลอน นางเอามือปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าพร้อมกับพูดออกมาว่า “ใช่ เมื่อคืนนี้”

 

ริชาร์ดสูดหายใจเข้าลึก ๆ พร้อมกับหลับตาลงเพื่อปฏิเสธการมองเห็นตัวเลขที่ทำลายล้างอยู่ภายในวิสัยทัศน์ของเขา “ทำไม ?” เขาถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสงบ

 

“ข้าต้องการเงิน”

 

“ข้าก็มีเงินมากมาย”

 

ตั้งแต่ที่ริชาร์ดสังเกตว่าเอรินเปลี่ยนไป เขาเป็นเหมือนนกที่แตกออกมาจากเปลือกของมัน เขาเริ่มที่จะเรียนรู้โลกภายนอก เขาเรียนรู้ว่าไม่ควรตัดสินใครจากพื้นฐานในตัวเอง ดูได้จากค่าใช้จ่ายของเขาในแต่ละเดือน เขามีรายรับที่เรียกได้ว่าสามารถทำให้สิบกว่าชีวิตในดีพบลูอยู่ได้อย่างสุขสบาย

 

เอรินมองลึกเข้าไปยังนัยน์ตาของริชาร์ดพร้อมกับส่ายหัว “ข้าไม่อยากได้เงินของเจ้า”

 

นางเก็บกวาดของบนโต๊ะอย่างทุกวันพร้อมกับเดินตรงไปที่ประตู ก่อนจะหันกลับมาพูดกับริชาร์ดว่า “ข้าลืมบอกเจ้าไป พรุ่งนี้จะมีคนอื่นมาส่งอาหารให้เจ้าแทนข้า... ไว้เจอกันใหม่เมื่อมีโอกาส...”

 

ประตูปิดลงอย่างช้า ๆ ริชาร์ดนั่งลงบนเก้าอี้ด้วยท่าทางที่อ่อนโรย เขาดึงผมตัวเองเพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความฝัน ทว่าอบิลิตี้ของเขาบอกกับเขาว่าทุกสิ่งที่เกิดเมื่อสักครู่นี้นั้นเป็นเรื่องจริงที่แสนจะทรมาน และมีสิ่งหนึ่งในตอนนี้ที่เขาไม่เข้าใจเอาเสียเลยนั่นก็คือเหตุใดเอรินจึงไม่ต้องการเงินของเขา...

* นิยายเรื่องนี้เป็นลิขสิทธิ์ของ Novel Kingdom (หจก.โนเวล คิงด้อม) *

**ไม่อนุญาตให้ดัดแปลง แก้ไขหรือเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต หากฝ่าฝืนทาง หจก. จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด**

จบบทที่ เล่ม 1 ตอนที่ 24.2 ฤดูร้อนที่เป็นดั่งฤดูหนาว [2] (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว