เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 : นักศิลปะการต่อสู้ระดับสูง!

บทที่ 5 : นักศิลปะการต่อสู้ระดับสูง!

บทที่ 5 : นักศิลปะการต่อสู้ระดับสูง!


(แอดขอใช้ นักรบ - นักรบระดับสูงแทนนะครับ)

ในตอนเช้าพระอาทิตย์ขึ้น

ในห้องนอนของ หลัวเฉินที่กำลังนอนเล่นอยู่บนเตียงเขาได้เรียกแผงคุณสมบัติของระบบขึ้นมาตรงหน้าเขา

โฮสต์ : หลัวเฉิน

การบ่มเพาะ : นักรบขั้นที่9 (5/2,000)

คุณสมบัติพรสวรรค์ : ไม่มีพรสวรรค์ (0/1,000)

วิชาการบ่มเพาะ : วิชาประจำตระกลูหลัวฉีจื่อ (ระดับกลาง ระดับถัดไป 1/500)

ทักษะการต่อสู้ : วิชาดาบไม้กางเขน (ระดับต่ำ ความชำนาญ 299/500)

พลังปราน : 6897 คะแนน (อัตตราการเติบโตของพลังปรานในปัจจุบัน 20 คะแนน/นาที)

“สามารถอัปเกรดได้อีกครั้งแล้ว”หลัวเฉินอดไม่ได้ที่จะมีความสุขเมื่อมองไปที่พลังปรานที่สะสมไว้มากกว่า 6,000 คะแนน บนแผงคุณสมบัติ ใช้นิ้วมือคลิกไปที่คอลัมน์ระดับการฝึกฝนบนแผงคุณสมบัติ

พลังปรานลดลงในทันที 1995 คะแนน และในเวลาเดี่ยวกันพลังปรานของสวรรค์และโลกก็พุ่งเขามาจากทุกทิศทุกทาง มารวมตัวกันที่หลัวเฉิน

พลังงานของสวรรค์และโลกได้ไหลผ่านเส้นลมปราณทั่วร่างกายของหลัวเฉิน ก็เลื่อนขั้นเป็น นักรบระดับสูงขั้นแรก ทันที

ในขณะที่พลังปราณแท้จริงยังคงไหลเข้าสู่ร่างกายอย่างต่อเนื่อง ผิวหนังบนร่างกายของ หลัวเฉิน ก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงและเปล่งประกายราวกับหยก

ทันใดนั้นร่างกายของ หลัวเฉิน ก็สั่นเขาอาปากพ่นลมหายใจออกมา

“พรึบ...”

ในอากาศปรากฏกลุ่มก้อนพลังปรานที่ควบแน่นลอยอยู่ จากนั้นเขาก็พลักก้อนพลังปรานออกไปได้ไม่ไกลมากนักพลังปรานก็สลายหายไป

“ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับการอัปเกรดระดับของโฮสต์ สถานะปัจจุบัน : นักรบระดับสูงขั้นที่1 (0/20,000)อัตราการเติบโตของพลังปรานเพิ่มขึ้นเป็น 30 คะแนน/นาที”

เมื่อได้ยินเสียงของระบบแจ้งเตือน ใบหน้าของ หลัวเฉิน ก็ครุ่นคิดมากขึ้น เขาก็พึมพำกับตัวเอง “ตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ขั้นนักรบระดับสูง พลังปรานที่ใช้ในการอัพเกรดเพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่า หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ปรมาจารย์การต่อสู้ปรมาจารย์การต่อสู้ระดับสูง คงต้องใช้พลังปรานจำนวนมหาศาลแน่ๆ”

ดูเหมือนว่าฉันคงต้องหาวิธีในการเพิ่มความเร็วในการสะสมพลังปราน

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ หลัวเฉินก็ไม่ลังเลและยกมือขึ้นคลิกไปที่แผงคุณสมบัติของระบบ

พลังปรานบนแผงคุณสมบัติถูกกลืนกินอย่ารวดเร็ว ในขณะเดี่ยวกัน เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นในหัวของหลัวเฉิน

“ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์สำหรับการอัพเกรด (วิชาประจำตระกลูหลัวฉีจื่อ)เป็นระดับสูง 1/1500 ”อัตราการเติบโตของพลังปรานเป็น 32 คะแนน/วินาที”

“ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์สำหรับการอัพเกรด (วิชาประจำตระกลูหลัวฉีจื่อ)เป็นระดับสูงสุด 1/5000 ”อัตราการเติบโตของพลังปรานเป็น 34 คะแนน/วินาที”

“อัตราการเติบโตของพลังปรานเพิ่มขึ้นมาน้อยเกินไปดูเหมื่อนว่า เทคนิคการบ่มเพาะจะต้องอัพเกรดไปสู่ ขั้นสมบูรณ์แบบ เพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพ!!!!”

หลัวเฉินส่ายหน้า มีความคิดที่โลภมากขึ้นมา

หากสาวกคนอื่นๆของตระกูลหลัวรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ พวกเขาจะสาปแช่งหลัวเฉินแน่นอน

จำเป็นต้องรู้ว่าการเพิ่มระดับวิชาการบ่มเพาะนั้นอยากกว่าการเพิ่มระดับวิชาศิลปะการต่อสู้ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะฝึกฝน “วิชาประจำตระกลูหลัวฉีจื่อ” ตั้งแต่อายุยังน้อย คนส่วนใหญ่ยังคงฝึกฝน “วิชาประจำตระกลูหลัวฉีจื่อ” ในขอบเขตระดับต่ำเท่านั้น

ในบรรดาสาวกทั้งสามรุ่นของตระกูลหลัว (ในตอนก่อนผมเข้าใจผิดว่าเป็นพี่สาวนะครับความจริงเป็นน้องสาวนะครับ) มีเพียงน้องสาวของ หลัวเฉิน ผู้หยิงผยองที่ได้รับการเลือกเป็นพิเศษจาก สถาบันหลิงหยุน หลัวชิงเสวี่ย ที่ฝึกฝนวิชารวบรวมพลังปราน “ของตระกูลหลัว” จนถึงระดับสูงสุดก่อนที่เธอจะอายุครบ 15ปี

เป็นเพราะเหตุนี้เองที่ทำให้ หลัวชิงเสวี่ย ได้รับการยอมรับจากอาจารย์ของ สถาบันหลิงหยุน เป็นกรณีพิเศษและเข้าสู่สถาบันหลิงหยุนที่เต็มไปด้วยอัจริยะมากมาย!!!!

นอกจาก หลัวชิงเสวี่ย แล้วยังมี หลัวฟ่าน ซึ่งเป็นรุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุดในรุ่นที่สามของ ตระกูลหลัว ที่ฝึกฝนวิชารวบรวมปรานประจำตระกูลหลัว ถึงระดับสูงสุด

ตอนนี้หลัวเฉินได้ยกระดับ วิชารวบรวมปรานประจำตระกูลหลัว ไปถึงระดังสูงสุดอย่างง่ายดาย แตผลยังไม่เป็นที่น่าพอใจ!

เมื่อมองไปที่แต้มพลังปรานที่เหลืออยู่ 2904 แต้ม บนแผงคุณสมบัติของระบบ หลัวเฉินลังเลและไม่ได้ใช้แต้มพลังปรานที่เหลือเพื่ออัพเกรดพรสวรรค์ของเขา

แม้ว่าเขาจะเดาได้ว่าหลังจากอัพเกรดพรสวรรค์ของเขาแล้วอัตราการเติบโตของพลังปรานของเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่เมื่อเทียบกับเทคนิคการบ่มเพาะพลังปรานเมื่อไปถึงขอบเขตของความสมบูรณ์แบบแล้วยังมีช่องว่างอยู่

เมื่อนำแผงคุณสมบัติออกหลัวเฉินพลิกตัวลุกขึ้นจากเตียงเดินไปที่ประตูเดินออกจากบ้าน...

แม้ว่าพ่อของเขาจะให้เขาสามารถเลือกวิชาศิลปะการต่อสู้สองวิชาในหอคำภีร์ชางชู ในมุมมองของ หลัวเฉิน การเรียนรู้วิชาศิลปะการต่อสู้อื่นๆในเวลานี้ทำให้เขาเสียเวลาและพลังงานไปโดยเปล่าประโยชน์

ถึงแม้ว่าจะมีระบบคอยช่วยเหลือ และเขาก็สามรถฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ให้ถึงระดับกลางได้อย่างรวดเร็วแต่ถ้าเขาต้องการไปไกลมากกว่านี้ต้องใช้แต้มพลังปรานจำนวนมาก

สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือการหาวิธีเพิ่มอัตราการเติบโตของพลังปรานในทาง ตรงกันข้ามการพัฒนาวิชาศิลปะการต่อสู้เป็นเรื่องรองสำหรับเขา ในเวลาอันสั้นนี้ “วิชาดาบไม้กางเขน” ก็เพียงพอแล้วสำหรับเขา

เมื่อเดินไปตามถนน ผู้คนในตระกูลหลัวเดินกันไปมา เห็นหลัวเฉินเดินผ่านไปจึงรีบทักทายหลัวเฉินด้วยความเคารพ หลังจากที่หลัวเฉินเดินจากไป พวกเขาเริ่มพูดคุยกัน.....

“พวกนายรู้สึกไหมว่าทำไมวันนี้นายน้อยเฉินเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย”

“พวกนายไม่รู้หรอ? เมื่อตอนที่นายน้อยเฉินกำลังออกไปล่าบนภูเขาวอร์คราฟต์ในครั้งนี้เขาถูกพ่อบ้านหลี่และทหารยามอีกคนหนึ่งผลักเขาตกลงไปที่หน้าผา อย่างไรก็ตามนายน้อยเฉินโชคดีไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร ไม่เพียงเท่านั้นเขายังสามารถฝึกฝนได้และก้าวเป็นนักรบขั้นที่9 อีกด้วย”

“นักรบขั้นที่9 นั้นไม่ได้หมายความว่าความแข็งแกร่งของนายน้อยเฉินติดอยู่ในสิบอันดับแรกของรุ่นเยาว์ในตระกูลหลัวใช่หรือไม่?”

“นั้นก็อาจไม่แน่เสมอไป ถึงแม้ว่านายน้อยเฉินอาจจะกลายเป็นนักรบขั้นที่9จริง แต่ก็มีรุ่นเยาว์ในตระกูลอีกหลายคนที่มาถึงขอบเขต นักรบขั้นที่ 9และยังมีนายน้อยฟ่านที่เป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของตระกูลในตอนนี้ นายน้อยเฉินอาจจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขาก็ได้.....”

บริเวรโดยรอบนั้นทหารยามและคนใช้ของตระกูลหลัวกำลังพูดคุยกันด้วยความประหลาดใจและอิจฉา ที่นายน้อยขยะคนนั้น สามรถฝึกฝนได้

ดูเหมื่อนว่า หลัวเฉิน จะไม่ได้ยินสิ่งที่ทหารกับคนใชนินทาเขาอยู่ ฝีเท้าของเขายังคงมั่นคงและเดินออกจากประตูบ้านของตระกูลหลัวไปยังถนนการค้าทางเหนือของเมืองหลิงหยุน.....

(ขอบคุณทุกคนที่ติดตามนะครับมีอะไร ติเตียนกันได้นะครับผมพึ่งหัดแปล)

จบบทที่ บทที่ 5 : นักศิลปะการต่อสู้ระดับสูง!

คัดลอกลิงก์แล้ว