เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 79 งานราตรี ตอนที่ 4

ตอนที่ 79 งานราตรี ตอนที่ 4

ตอนที่ 79 งานราตรี ตอนที่ 4


ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

“~จื่อ~” เสียงอันแสบหูดังออกมาจากเปียโนในขณะที่นิ้วของเหว่ยเฉิงหลงกดลงบนแป้น เหว่ยเฉิงหลงอดไม่ได้ที่จะสะดุ้งและเขาก็หยุดอย่างรวดเร็ว และหลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งเขาก็กดลงบนแป้นอีกครั้งแต่ก็เหมือนเดิมเสียงที่เสียดหูก็ดังออกมาเหมือนก่อนหน้า

แขกที่เข้าร่วมงานราตรีต่างก็ขมวดคิ้วใบหน้าของพวกเต็มไปด้วยเจ็บปวด พวกเขาเคยได้ยินเสียงเปียโนมากมายมาก่อน แต่ไม่เคยมีอะไรเสียดหูเท่าของเหว่ยเฉิงหลง พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมเหว่ยเฉิงหลงถึงกล้าที่จะแสดงในเมื่อเขามีฝีมือยอดแย่ขนาดนี้เขาไม่กลัวเสียหน้าเหรอ? เขาไม่ได้หน้าด้านเกินไปใช่ไหม?

ฉินหยู,จ้าวหยาและหูวเค่อก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงเพราะนี่ไม่ใช่ระดับทักษะที่แท้จริงของเหว่ยเฉิงหลงอย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นเขาจะกล้าท้าทายเย่เชียนได้อย่างไร? จากนั้นคำอธิบายเพียงอย่างเดียวก็คือเปียโนมันพังแล้ว แต่เห็นได้ชัดว่าเมื่อตอนที่เย่เชียนใช้มันก็ยังดีอยู่และสาเหตุที่เป็นไปได้มากที่สุดก็คือเย่เชียนทำบางอย่างกับเปียโนด้วยฝีมือของเขา

“เธอทำใช่มั้ย?” ฉินหยูมองไปที่เย่เชียนและรีบถามอย่างรวดเร็ว

เย่เชียนได้แต่ฉีกยิ้มและไม่ตอบกลับ แม้ว่าวิธีการของเขาจะดูโหดร้ายสักเล็กน้อย แต่โดยรวมแล้วมันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมาก หากมีใครจะตำหนิล่ะก็เขาจะมองว่าเหว่ยเฉิงหลงที่ตั้งใจหาเรื่องเย่เชียนเอง ฉินหยูมองเย่เชียนอย่างหมดหนทางและไม่พูดอะไรอีก จ้าวหยาจ้องมองเย่เชียนอย่างเดือดดาลและพูดว่า “ไอ้คนขี้โกง..นายมันไร้ยางอาย!”

“ใครไร้ยางอาย..อย่ากล่าวหาฉันผิดๆสิ ถ้าเธอจะไม่ทำตามสัญญาก็ไม่เป็นไร..ฉันไม่ต้องการให้ลูกหมาน้อยมาจูบกับฉันอยู่แล้ว” เย่เชียนพูดอย่างไม่แยแส

“ไอ้ขี้โกง!..ไอ้คนขี้โกง!” จ้าวหยาตะค่อกอย่างโกรธเคือง

เย่เชียนทำตัวเหมือนหมูตายที่แล้วและไม่กลัวน้ำร้อนเดือดๆเขามองไปที่จ้าวหยาด้วยสีหน้ายั่วยุและพูดว่า “ใช่สิ..ฉันมันคนขี้โกง..ฉันมันไอ้ขี้โกงฉันมันเลวแล้วไง..เธอจะทำอะไรฉันได้?”

“อาเจ๊หยูดูสิ..เขารังแกฉันอีกแล้ว” จ้าวหยาเหวี่ยงแขนของฉินหยูเหมือนเด็กงอแง

ฉินหยูอดไม่ได้ที่จะฉีกยิ้มและพูดว่า “นี่เป็นเรื่องระหว่างเธอสองคน..ฉันจะเข้าไปยุ่งได้ยังไง..เธอสองคนควรแก้ไขด้วยตัวเองสิ”

“อา..เจ๊หยู..คุณกำลังร่วมมือกับไอ้คนโกงคนนี้เพื่อกลั่นแกล้งฉันใช่มั้ย ใช่ซี้เขามันเป็นผู้ชายหนิ..เห้อออ~” จ้าวหยากระพริบตาปริบๆและพยายามบีบน้ำตาแต่ฉินหยูก็ไม่สนใจเธอเลย

เหว่ยเฉิงหลงรู้ดีว่าแม้ว่าทักษะของตัวเองจะไม่ดีถึงขั้นมืออาชีพแต่เขาก็ไม่ควรจะทำได้แย่ขนาดนี้ ดังนั้นคำอธิบายเดียวก็คือเย่เชียนทำให้เปียโนเสียหาย ไอ้เด็กไร้หัวนอนปลายเท้าคนนี้น่ารังเกียจเกินไป เหว่ยเฉิงหลงคิดกับตัวเองและโกรธเกรี้ยวในใจของเขาและมันลุกโชนขึ้นอย่างรุนแรง ไม่สำคัญว่าตัวเองจะแพ้เย่เชียนหรือไม่เรื่องนั้นมันไม่ได้เลวร้ายนัก แต่นี่เขาทำให้ตัวเองต้องเสียหน้าต่อหน้าบรรดาแขกผู้เข้าร่วมงานมากมายและยิ่งต่อหน้าฉินหยูด้วย เหว่ยเฉิงหลงไม่สามารถกลืนมันลงไปและใช้ชีวิตเยี่ยงนี้ได้

หลังจากหัวเราะแห้งๆเหว่ยเฉิงหลงก็ลุกขึ้นยืนอย่างไม่สบอารมณ์ด้วยความโกรธแค้นแล้วเดินไปทางฉินหยู และเห็นเย่เชียนกำลังหมุนแก้วไวน์ในมืออย่างสบายใจราวกับว่าเขาไม่สนใจและไม่แยแสเหว่ยเฉิงหลงเลยซึ่งทำให้เหว่ยเฉิงหลงเดือดดาลจนอยากจะฆ่าเย่เชียนลงตรงนี้ ในมุมมองของเย่เชียนนั้นเขาไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นคนที่สูงส่งเลยแต่เขามักจะคิดว่าตัวเองเป็นคนธรรมดาที่ไม่ใช่คนที่ดีนักมาโดยตลอดและบางในครั้งคนเราก็ต้องทำสิ่งที่เลวร้ายบ้าง และยิ่งไปกว่านั้นสำหรับเย่เชียนเมื่อต้องต่อสู้กับศัตรูแล้วล่ะก็จะมีเพียงผลลัพธ์สุดท้ายเท่านั้นที่สำคัญตราบเท่าที่เขาบรรลุเป้าหมายที่เขาต้องการแล้วล่ะก็จะกระบวนการไหนๆมันก็ไม่สำคัญอีกต่อไป

“ไอ้คนชั้นต่ำ..ไอ้คนไม่มีหัวนอนปลายเท้า..พวกชั้นต่ำชอบเล่นสกปรกชอบทำสิ่งที่น่ารังเกียจ..หน้าไม่อาย!” เหว่ยเฉิงหลงสบถอย่างเดือดดาลและโกรธเกรี้ยวขณะที่จ้องมองไปที่เย่เชียน

“ห๊ะ? คุณหมายถึงผมหรอ” เย่เชียนถามด้วยสีหน้าเฉยเมย

“ฉันไม่ได้พูดชื่อนายสักหน่อย..นายกำลังร้อนตัวไปเอง?..ถ้านายอยากรับมันฉันก็ช่วยไม่ได้!” เหว่ยเฉิงหลงพูดอย่างเหยียดหยาม

“แพ้ก็คือแพ้ยอมรับสิ..ทำไมต้องมาแก้ตัวอะไรมากมายขนาดนี้ ผมหวังว่าคุณจะเลิกรบกวนหยูหยู่ในอนาคตสักทีนะ..ไม่งั้นผมจะไม่สุภาพเหมือนวันนี้ที่ปล่อยให้คุณเสียหน้าเล็กน้อยเหมือนคราวนี้อีก!” เสียงของเย่เชียนเริ่มเย็นชาลงทุกทีๆ

“นายขู่ฉันเหรอ?” เหว่ยเฉิงหลงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะอย่างยโสโอหังและเหยียดหยามและพูดว่า “แค่พนักรปภ.ที่ต่ำต้อยอย่างนายกล้าขู่ฉันเหรอ? ลองไปถามใครก็ได้รอบๆว่าตัวตนของฉันเหว่ยเฉิงหลงผู้นี้ในเซี่ยงไฮ้นั้นยิ่งใหญ่แค่ไหน? ถ้าฉันต้องการจะจัดการกับนายมันก็ง่ายๆเหมือนการบดขยี้มดให้ตาย”

“หู๊ย.ผมกลัวจังเลย” เย่เชียนพูดและจับหน้าอกพร้อมทำท่าทางเจ็บปวดใจ

“เหว่ยเฉิงหลง!!..ฉันจะเตือนคุณนะ!! ถ้าคุณกล้าทำร้ายแม้แต่ปลายผมของเขา คุณจะไม่ได้เห็นดวงตะวันขึ้นในวันถัดไปอีก จำคำของฉันไว้!!” ใบหน้าของฉินหยูเย็นชาราวกับน้ำแข็งที่ถูกแช่แข็งมานานนับพันปี

เหว่ยเฉิงหลงรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับข้อมูลภูมิหลังของฉินหยู มิฉะนั้นแล้วทำไมเขาถึงต้องเสียความพยายามอย่างหนักหนาสาหัสในการไล่ตามเธอขนาดนี้ ถึงแม้ว่าในเป็นความจริงที่ว่าเธอเป็นผู้หญิงที่สวยและงดงามมากแต่เหตุผลที่เขายังคงไล่ตามเธอต่อไปนั้นก็เป็นเพราะการสนับสนุนและอิทธิพลที่ทรงพลังของเธอ และเมื่อเขาเห็นว่าเธอกำลังปกป้องเย่เชียนอยู่นั้นทำให้ความเกลียดชังที่เขารู้สึกต่อเย่เชียนก็ยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้นเรื่อยๆ เขากัดฟันข่มความโกรธในใจแต่ก็พูดอย่างโกรธแค้นว่า “ผู้ชายที่ต้องพึ่งพาผู้หญิงและให้ผู้หญิงคอยปกป้องมันน่าอับอายขายขี้หน้าแค่ไหน!”

เย่เชียนก็ไม่แยแสกับคำพูดเขาจงใจดึงมือของฉินหยูและจับมือเธออย่างนุ่มนวลจากนั้นก็พูดว่า “ผมเต็มใจ..แล้วคุณจะทำไม?”

ถึงแม้ว่าฉินหยูจะขัดขืนเล็กน้อยตอนที่เย่เชียนดึงมือเธอไป แต่เธอก็คิดว่ามันเป็นการดีที่สุดแล้วที่จะให้เขาสร้างสถานการณ์ของเขาในตอนนี้ และเธอก็มองเย่เชียนอย่างอ่อนโยนโดยไม่ได้พูดอะไรอีก ในมุมของหูวเค่อนั้นเธอรู้สึกสนใจเย่เชียนมากขึ้นเรื่อยๆสัญชาตญาณของเธอกำลังบอกเธอว่าเย่เชียนไม่ใช่คนธรรมดาและง่ายอย่างนั้น และถึงแม้ว่าจ้าวหยาจะค่อนข้างไม่พอใจกับเย่เชียนก็ตาม แต่เธอก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะประทับใจเหว่ยเฉิงหลงเช่นกัน นอกจากนี้เธอยังแอบหวังว่าเหว่ยเฉิงหลงจะพาใครบางคนมาสอนบทเรียนให้เย่เชียน และด้วยเหตุผลนี้เธอจะได้ไม่ต้องทำตามสัญญาของเธอจูบกับคนขี้โกงจอมฉวยโอกาสคนนั้น

ถึงแม้ว่าเหว่ยเฉิงหลงจะใส่ใจและนอบน้อมกับผู้ที่สนับสนุนฉินหยูอยู่แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเกรงกลัว ตอนนี้เขาแค่พยายามจะแสดงความเคารพต่อฉินหยูจนไม่รู้จะตอบกลับไปว่าอย่างไรดี แต่เขาก็ตัดสินใจที่จะทำให้ชีวิตของเย่เชียนกลายเป็นนรกที่มีชีวิต

ทันใดนั้นเองก็มีกลุ่มโจรสวมหน้ากากพุ่งเข้ามาในห้องงานราตรีหลังจากนั้นก็ยิงปืนขึ้นบนเพดานเพื่อเตือนอย่างบ้าคลั่งหนึ่งในกลุ่มโจรคนหนึ่งก็ตะโกนว่า “หมอบลงไป! ทุกคนหมอบลง!”

แขกผู้เข้าร่วมงานราตรีทั้งหมดเป็นคนร่ำรวยและมีฐานะสูงพวกเขาเคยใช้ชีวิตและได้รับการปฏิบัติเหมือนเจ้าหญิงเจ้าชายมาก่อนและไม่เคยอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้มาก่อนเลย ทันใดนั้นทั่วพื้นที่ในห้องก็มีผู้คนจำนวนมากมายที่ตื่นตระหนกและวิ่งไปมาอย่างระส่ำระสายห้องงานราตรีทั้งห้องก็กลายเป็นภาพแห่งความวุ่นวายและสับสนอลหม่าน

เหว่ยเฉิงหลงชะงักไปชั่วครู่ แต่ใบหน้าของเขาก็ไม่ได้แสดงถึงความกลัวมากนักเพราะเมืองเซี่ยงไฮ้ทั้งเมืองเป็นดินแดนของเขาและแม้แต่อาชญากรเหล่านี้ก็ต้องยอมสยบแก่เขา

ส่วนจ้าวหยานั้นซึ่งมักจะเป็นผู้หญิงที่ฉุนเฉียวและหุนหันพลันแล่นและเกรี้ยวกราดและมีความกล้าหาญอย่างมากแต่ในช่วงเวลาที่เธอเห็นโจรกรูเข้ามาเธอก็กระโจมเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของฉินหยูอย่างหวาดกลัว แต่ในทางกลับกันหูวเค่อที่ดูใสสื่อบริสุทธิ์และไร้เดียงสาอย่างมากแต่จะถึงขั้นที่เธอเป็นคนที่งี่เง่าที่ไม่รู้ว่าจะแสดงความกลัวออกมาไม่เป็นได้อย่างไรเพราะเธอยังคงควบคุมตัวเองและควบคุมสติได้อย่างเป็นธรรมชาติมากและไม่มีร่องรอยของความกลัวปรากฏบนใบหน้าของเธอเลยแม้แต่น้อย ฉินหยูก็ขมวดคิ้วของเธอและเอามือดันจ้าวหยาและหูวเค่อหลบไว้ข้างหลังร่างกายของเธอ ราวกับว่าเธอจะปกป้องพวกเธออย่างสุดหัวใจ

แต่ทว่าในด้านของเย่เชียนนั้นเขาฉีกยิ้มอย่างขมขื่นและคิดในใจว่า ‘ไอ้เพื่อนๆพวกนี้ต้องการที่จะขโมยเครื่องประดับจริงๆอย่างงั้นเหรอ?”

.

.

.

.

.

.

.

ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

จบบทที่ ตอนที่ 79 งานราตรี ตอนที่ 4

คัดลอกลิงก์แล้ว