เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 72 การประมูลเครื่องประดับ ตอนที่ 3

ตอนที่ 72 การประมูลเครื่องประดับ ตอนที่ 3

ตอนที่ 72 การประมูลเครื่องประดับ ตอนที่ 3


ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

เย่เชียนหัวเราะแห้งๆและพูดกับแจ็คว่า “ผู้หญิงคนนี้ชอบพูดอะไรไร้สาระไปเรื่อยน่ะ..อย่าไปสนใจเธอเลย”

ในความเป็นจริงเกี่ยวกับตัวตนของเย่เชียนนั้นฉินหยูอยากรู้อยากเห็นมาก เธอไม่เชื่อจริงๆว่าเขาเป็นแค่บอดี้การ์ดของจ้าวหยา แต่เนื่องจากเย่เชียนไม่ได้พูดเรื่องนี้มากไปกว่านี้เธอจึงไม่อยากจะดื้อดึงที่จะถาม เธอจึงพยักหน้าและกลับไปสนใจกับงานจัดแสดงโชว์เครื่องประดับ

เย่เชียนจ้องไปที่แจ็คอย่างดุเดือดและพูดเบาๆว่า “อย่าทำอะไรโง่ๆนะนี่คือประเทศจีนหากสิ่งต่างๆผิดพลาดแผนการทั้งหมดของเราก็จะพังพินาศทั้งหมด”

“บอส..บอสขี้กลัวถึงขนาดนี้เมื่อไหร่เนี่ย..นี่มันเป็นโอกาสที่ดีเราได้วางแผนเอาไว้หมดแล้ว ผมเอาหัวเป็นประกันเลยว่าเราจะสามารถอยู่ในประเทศจีนได้โดยไม่ต้องหลบซ่อนและทางสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ NSB จะไม่มีทางหาพวกเราพบ” แจ็คพูดอย่างสบายๆและฉีกยิ้มอย่างมั่นใจ

เย่เชียนส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้และพูดว่า “อย่าดูถูก NSB พวกเขาไม่ได้โง่ถ้าเราทำอะไรโจ่งแจ้งเกินไปมันจะเป็นปัญหาและพวกเขาก็จะรู้ในที่สุด แต่ก็นะถ้าเป็นนายและนายยังยืนกรานเช่นนั้นฉันก็จะไม่พูดอะไรอีกฝีมือของนายน่ะฉันรู้ดี แต่อย่าให้มันโจ่งแจ้งมากเกินไปล่ะ”

แจ็คหัวเราะอย่างซุกซนและพยักหน้าจากนั้นก็ตอบว่า “รับทราบครับบอส” หลังจากพูดคำนี้จบเขาก็พับแล็ปท็อปของเขาลงและลุกขึ้นและกำลังจะเดินจากไปแต่ทันใดนั้นเขาก็ดูราวกับว่าเขาจำอะไรบางอย่างได้เขาจึงหันหน้ามาและกระซิบข้างๆหูของเย่เชียนว่า “บอส..พี่สะใภ้เขามีอะไรมากกว่าที่ตาเห็นนะ..อย่าปล่อยเธอหลุดมือไปล่ะ”

เย่เชียนยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ เด็กคนนี้ไม่ได้ลอยหน้าลอยตาอย่างชล่าใจเลยเพราะเขาน่าจะสืบค้นข้อมูลภูมิหลังของฉินหยูมาและตอนนี้ก็รู้เรื่องนี้เป็นอย่างดีด้วยความอัจฉริยะทางคอมพิวเตอร์อย่างแจ็คก็คงหาข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลได้ไม่ยาก แต่เย่เชียนก็ยังไม่ได้ถามรายละเอียดจากเขามันไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนอะไรเพราะเขาสามารถถามเรื่องข้อมูลทั้งหมดได้หลังจากคืนนี้จบลง

เมื่อการจัดแสดงเครื่องประดับใกล้จะสิ้นสุดลงแล้วและเสียงของพิธีกรก็ดังขึ้นจากบนเวทีซึ่งมันเป็นเครื่องประดับชิ้นสุดท้ายที่ชื่อว่า ‘ดวงดาวแห่งความรัก’ ที่กำลังจะถูกนำขึ้นเวที เมื่อเสียงของเจ้าภาพปิดม่านลงนางแบบชาวจีนที่สวมสร้อยคอก็เดินขึ้นไปบนเวทีอย่างเฉิดฉาย สร้อยคอนี้สร้างขึ้นโดยนักออกแบบชื่อดังแมรี่และสำหรับกุลสตรีทางตะวันออกไม่เพียงแต่สามารถดึงความสง่างามอันอ่อนโยนของกุลสตรีที่ดีออกมาได้แต่ยังสามารถสร้างเสน่ห์ของพวกเธอได้อีกด้วย

แม้แต่เย่เชียนที่ไม่รู้เรื่องเครื่องประดับมากนักก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมมันเมื่อเขาเห็น และอดไม่ได้ที่จะชมและยอมรับว่าแมรี่นั้นช่างเข้าใจความแตกต่างระหว่างผู้หญิงตะวันออกกับผู้หญิงตะวันตกเป็นอย่างดีเยี่ยมเสียจริง เมื่อใส่สร้อยคอเส้นนี้แล้วก็สามารถเผยให้เห็นเสน่ห์เฉพาะตัวของกุลสตรีตะวันออกได้อย่างสมบูรณ์แบบ

การแสดงออกที่เยือกเย็นและสง่างามของฉินหยูก็เปลี่ยนไปพร้อมกับการปรากฏตัวของ “ดวงดาวแห่งความรัก” เธอเผยให้เห็นถึงความตื่นเต้นและร่างกายของเธอก็สั่นสะท้านเพราะความงดงามของมัน เย่เชียนรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในตัวเธอและดูเหมือนว่าฉินหยูเธอจะสนใจสร้อยคอเส้นนี้เป็นอย่างมาก

และแล้วการจัดแสดงเครื่องประดับก็ได้สิ้นสุดลงแล้วและผ้าม่านก็ปิดลงอย่างช้าๆเพื่อปิดงานโชว์และหลังจากหยุดพักครึ่งชั่วโมงการประมูลก็จะเริ่มต้นขึ้น

“เจ๊ใหญ่หยูคุณมาด้วยเหรอ? อ้าว! และทำไมนายถึงมาที่นี่ด้วย?” ในขณะที่เย่เชียนและฉินหยูไปที่ห้องนั่งเล่นที่อยู่ในห้องถัดไปเพื่อพักผ่อนทันใดนั้นก็มีเสียงผู้หญิงที่เหมือนเสียงของนกอินทรีก็ดังเข้ามาในหูของพวกเขา

เย่เชียนหันหน้าไปมองและไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เห็นจ้าวหยาจากนั้นเขาก็ยิ้มอ่อนๆและพูดว่า “อ้าว..ภรรยาตัวน้อยเธอก็มาที่นี่ด้วยหรอ”

“อ๊ะ..ไอ้คนขี้โกงเรียกใครว่าภรรยากันยะ” จ้าวหยาตอกกลับอย่างโกรธเคือง ส่วนฉินหยูก็ยิ้มอ่อนๆอยู่ข้างๆโดยไม่ได้เปิดเผยว่าเย่เชียนเป็นบอดี้การ์ดที่พ่อของจ้าวหยาว่าจ้างให้จ้าวหยาเอง และหลังจากที่จ้าวหยาพูดเสร็จสายตาของเธอก็หันไปที่ฉินหยูและเธอก็ถามด้วยความประหลาดใจ “อาเจ๊หยู..ทำไมคุณถึงมาอยู่กับคนขี้โกงคนนี้ล่ะ?”

“เธออิจฉาหรอ?” ฉินหยูตอบอย่างเย้ยหยัน เนื่องจากเธอไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไรให้จ้าวหยาฟังเธอจึงตัดสินใจเปลี่ยนประเด็นและเธอก็เข้าใจนิสัยใจคอของจ้าวหยาเป็นอย่างดีดังนั้นเธอจึงมีวิธีที่จะจัดการกับจ้าวหยามากมาย

แน่นอนว่าหลังจากที่ได้ยินคำพูดที่กระตุ้นและยั่วยุของฉินหยูแล้วและเมื่อจ้าวหยาได้ยินสิ่งที่เย้ยหยันเธอแล้วเธอก็ลืมที่จะสงสัยว่าทำไมฉินหยูถึงอยู่กับเย่เชียนที่งานจัดแสดงเครื่องประดับนี้ไปโดยปริยาย “เจ๊ใหญ่หยูก็แกล้งฉันเหมือนกันหรอ..ไอ้คนขี้โกงคนนี้ก็ทำผิดต่อฉันมามากและคุณก็ยังไม่ช่วยฉันอีกด้วย..ฉันยังเป็นน้องสาวของเจ๊อยู่มั้ย” จ้าวหยาพูดอย่างอแงเหมือนเด็ก

“เขาทำอะไรเธอ” ฉินหยูถามจ้าวหยาด้วยท่าทางที่หยอกล้อ

“ก็เขา..เขาน่ะ..เขาเป็นวัวแก่ที่อยากกินหญ้าอ่อน!” จ้าวหยาตอบอย่างฉุนเฉียว และดูเหมือนว่าเย่เชียนจะไม่ได้ทำอะไรที่ไม่ดีต่อเธอเลย แต่จ้าวหยาก็ทำได้เพียงแค่โทษเขาด้วยเหตุผลที่เหมือนเด็กน้อยที่งอแง

สำนวน : วัวแก่กินหญ้าอ่อน หมายถึง : คนที่อายุมากกว่าอยากมีความสัมพันธ์กับคนที่มีอายุน้อยกว่า

เย่เชียนไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือจะร้องไห้ดีและหลังจากเงียบไปครู่หนึ่งเขาก็พูดว่า “ฉันจะเป็นวัวแก่ที่อยากกินหญ้าอ่อนได้อย่างไร..ฉันอายุมากกว่าเธอแค่สี่ปีและนอกจากนี้ทั้งหมดนี่ก็คือสิ่งที่ลุงจ้าวต้องการ และถ้าหากไม่ใช่เพราะเหตุผลนี้เธอคิดว่าฉันเต็มใจที่จะแต่งงานกับเธองั้นหรอ..ดูเธอสิทั้งรูปร่างหน้าตาเธอไม่มีอะไรดีสักอย่าง..ดูพี่สาวหยูของเธอสิ..เธอดูเป็นผู้หญิงที่งดงามอย่างแท้จริง”

“นาย..นาย..อ่าม” จ้าวหยาคว้าแขนของเย่เชียนอย่างโกรธเกรี้ยวและกัดลงไปอย่างแรง “อ๊ะ....” เย่เชียนอดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเข้าลึกๆและอดทดไม่ให้ร้องออกมา เขาลืมไปสนิทเลยว่าจ้าวหยาเป็นหมาน้อยที่ชอบกัดคน

“อาเจ๊คุณเห็นมั้ยล่ะ? คนขี้โกงนี่คอยกลั่นแกล้งฉันเสมอเลย..ช่วยหาความยุติธรรมให้ฉันที” จ้าวหยาพูดหลังจากปล่อยแขนของเย่เชียนและเธอก็ไปจับแขนของฉินหยูแทนและเหวี่ยงออกไปราวกับเด็กที่งอแงเอาแต่ใจ

ในความเป็นจริงแล้วพวกเธอทั้งสองคนนั้นเป็นพี่น้องที่สนิทสนมกันจริงๆและมีประสบการณ์ชีวิตหลายอย่างมาด้วยกันทำให้พวกเธอคุ้นเคยกันอย่างดี ถึงแม้ว่าในมหาวิทยาลัยจะไม่มีใครรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของจ้าวหยาและฉินหยูเลย แต่โดยส่วนตัวแล้วฉินหยูก็ถือว่าจ้าวหยาเป็นน้องสาวคนเล็กที่รักของเธอ ดังนั้นโดยปกติแล้วฉินหยูมักจะคอยเอาใจน้องสาวคนนี้ด้วยรักและเอ็นดู เพราะฉินหยูรู้จักจ้าวหยามาเป็นเวลานานแล้วดังนั้นเธอจึงเห็นได้ชัดว่าจ้าวหยานั้นไม่ได้รู้สึกรังเกียจหรืออยากเป็นศัตรูกับเย่เชียนเลย อย่างมากที่สุดก็เพียงเพราะเย่เชียนเรียกตัวเองว่าคู่หมั้นของเธอซึ่งสิ่งนี้มันได้กระตุ้นและยั่วยุให้เธอดื้อรั้นและเอาแต่ใจ ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่เธอเห็นเย่เชียนการแสดงออกของเธอก็จะเปลี่ยนไปโดนสิ้นเชิง

ฉินหยูยิ้มแหยงๆและพูดว่า “เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของคู่หนุ่มสาวของพวกเธอทั้งสองคน..ส่วนคนนอกอย่างฉันก็ไม่ควรจะเข้าไปยุ่ง พวกเธอสองคนเหมือนคู่รักทะเลาะกันฉันไม่อยากเข้าไปเป็นก้างขวางคอหรอก แต่ถึงยังไงมันก็ไม่มีอะไรที่ฉันสามารถทำได้เกี่ยวกับคนขี้โกงคนนี้หรอก”

“อาเจ๊!หยู..ทำไมคุณถึงต้องแกล้งฉันด้วย..หึ..” จ้าวหยาพูดเสร็จจากนั้นเธอก็หันไปและแกล้งทำเป็นว่ากำลังโกรธเคือง

แน่นอนว่าฉินหยูรู้ดีว่าเด็กผู้หญิงคนนี้แค่แกล้งทำเท่านั้น เพราะเธอก็ยังหยอกล้อและเล่นตามฉินหยูอยู่ จากนั้นจ้าวหยาก็เดินออกไปอย่างสบายใจเชิบ ฉินหยูนั้นมีจุดอ่อนของจ้าวหยาจริงๆ

“บอส..เรื่องจีบผู้หญิงเนี่ยไม่เปลี่ยนไปเลยนะ” หลี่เหว่ยที่จู่ๆก็โผล่มาข้างๆและพูดอหยอกล้อพร้อมหัวเราะเบาๆอย่างซุกซน

ตั้งแต่ที่จ้าวหยามาที่งานโดยปกติแล้วหลี่เหว่ยที่ทำหน้าที่คุ้มกันจ้าวหยาอยู่ก็จะต้องมาที่นี่ด้วยเช่นกัน ดังนั้นเย่เชียนจึงไม่แปลกใจใดๆ เย่เชียนเหลือบมองเขาและพูดว่า “นายรู้ไหมว่าพวกเขากำลังวางแผนจะทำอะไรในงานนี้?”

“ผมก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกันบอส..แต่ดูเหมือนว่าพวกนั้นกำลังเตรียมการปล้นเครื่องประดับ!” หลี่เหว่ยตอบอย่างชาญฉลาด

.

.

.

.

.

.

.

ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

จบบทที่ ตอนที่ 72 การประมูลเครื่องประดับ ตอนที่ 3

คัดลอกลิงก์แล้ว