เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 68 เผลอตัวเผลอใจ

ตอนที่ 68 เผลอตัวเผลอใจ

ตอนที่ 68 เผลอตัวเผลอใจ


ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

“อย่าลืมสิว่าเราจะต้องไปงานราตรีคืนนี้..เธอคงไม่ได้อยากให้ฉันไปคนเดียวหรอกใช่มั้ย?” หลังจากเงียบไปชั่วครูฉินหยูก็พูดขึ้นมา

“ไม่ใช่แบบนั้นนะ..ผมกำลังจะโทรหาคุณให้มารับผม..ใครจะไปรู้ล่ะว่าจู่ๆคุณจะมาโผล่ที่นี่..ใจเราตรงกันจริงๆเลยนะเนี่ย” เย่เชียนพูดด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

หลังจากพูดจบเย่เชียนก็หันไปหาเจ้าหน้าที่คนอื่นๆและโบกมือพร้อมพูดว่า “ลาก่อนนะทุกคน..ถ้าว่างๆเดี๋ยวผมจะแวะมาอีกผมยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่จะเล่าให้ฟัง”

“โถ่เอ้ย! คุณเอาแต่พูดเรื่องขี้โมเกินจริง เราจะไม่เชื่อคุณแล้ว” เจ้าหน้าที่จำรวจตอบด้วยน้ำเสียงที่หยอกล้อ

เย่เชียนหัวเราะเบาๆและหันไปหาฉินหยูและวางมือบนไหล่ของเธออย่างเป็นธรรมชาติ จากนั้นเขาก็ขยับเข้าไปใกล้ๆหูของ ฉินหยูและกระซิบว่า “กลับบ้านกันเถอะ” ความใกล้ชิดสนิทสนมของทั้งสองทำให้ผู้คนรอบข้างรู้สึกอิจฉาอย่างมาก เย่เชียนก็เป็นผู้ชายและพวกเขาเองก็เป็นผู้ชายแต่ด้วยเหตุใดกันทำไมพวกเขาถึงได้แตกต่างกันเช่นนี้? ผู้ชายคนนั้นมีเทพธิดาแต่พวกเขาทำได้แค่ดูดาราAVและสื่อลามกอนาจารไปวันๆเท่านั้น

ฉินหยูจ้องมองไปที่เย่เชียนอย่างเดือดดาลและพูดว่า “ปล่อยนะ..ไม่งั้นเธออย่ามาโทษฉันสำหรับสิ่งที่ฉันกำลังจะทำ!”

“นี่..คุณไม่ใช่แฟนของผมหรอกเหรอ..มันไม่ใช่เรื่องปกติที่ผู้ชายจะกอดแฟนหรือไง” เย่เชียนพูดเสร็จก็หัวเราะ แต่ฉินหยูพยายามดิ้นรนเล็กน้อยแต่เธอก็หมดหนทาง เธอจึงไม่มีทางอื่นนอกจากจำใจยอมรับมัน เธอรู้สึกโกรธเกรี้ยวอยู่ในใจเพราะผู้ชายคนนี้เป็นคนขี้โกงชอบฉวยโอกาส แต่แล้วเธอก็วางมือของเธอที่เอวของเย่เชียนจากนั้นก็บีบและบิดมันอย่างรุนแรง “โอ้ย..” เย่เชียนร้องอุทานเพราะความเจ็บปวด เขามองไปที่ฉินหยูอย่างไม่พอใจและพูดว่า “คราวหน้าคุณเปลี่ยนที่ได้มั้ย? ทำไมทุกครั้งที่หยิกคุณต้องหยิกที่เดิมด้วย คุณนี่แม่นยำมากเลยนะ”

ฉินหยูจ้องกลับมาที่เขาและไม่อยากที่จะโต้เถียงกับอีกต่อไป ฉินหยูยังคงขับลัมโบร์กินี่คันเดิม และเมื่อเจ้าหน้าที่คนอื่นๆเห็นพวกเขาต่างก็ประหลาดใจและคิดกันว่าผู้ชายคนนี้โชคดีกับความรักเกินไป เธอเป็นดั่งเทพธิดาไม่พอ แต่เธอยังร่ำรวยมากอีกด้วย

“เราจะไปที่ไหน?” เย่เชียนถามเมื่อพวกเขาอยู่ในรถ

“โรงแรม!” ฉินหยูตอบอย่างเฉยเมย

“ห๊ะ?” เย่เชียนหน้าซีดด้วยความตกใจและถึงแม้ว่าเขาจะชอบฉินหยูก็ตาม แต่สิ่งต่างๆมันยังเร็วเกินไป เย่เชียนก้มหน้าลงเล็กน้อยและพูดอย่างเหนื่อยล้าว่า “คุณ..คุณไม่ได้ต้องการจะทำอะไรกับผมใช่ไหม ถึงผมจะไม่ใช่ผู้ชายหัวโบราณ แต่เราก็เพิ่งจะรู้จักกันในช่วงเวลาสั้นๆ เราค่อยๆดูใจกันไปก่อนได้มั้ย”

เมื่อเธอเห็นเย่เชียนทำตัวเหมือนเด็กไร้เดียงสา ฉินหยูก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ เธอมองเย่เชียนด้วยสายตาที่อ่อนโยนและพูดว่า “เธอคิดอะไรของเธอน่ะ..เธอไม่ได้อาบน้ำมาหลายวันแล้วตัวเธอมีแต่กลิ่นเหงื่อเต็มไปหมด!”

เย่เชียนดึงเสื้อของเขาขึ้นมาที่จมูกและดมมันจากนั้นก็พูดว่า “ผมเป็นผู้ชาย..มันเป็นกลิ่นของผู้ชายคุณไม่รู้หรอ”

“ผู้ชาย? ฉันคิดไม่ถึงเลยว่าผู้ชายจะมีกลิ่นแบบนี้” ฉินหยูตอบและพูดต่ออีกว่า “ก่อนที่เราจะไปที่โรงแรมฉันจะพาเธอไปที่อื่นก่อน”

“ที่ไหน?” เย่เชียนถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ฉินหยูมองไปที่เย่เชียนและพูดว่า “นี่เธอวางแผนที่จะไปงานราตรีทั้งๆแบบนั้นจริงๆเหรอ? อย่าคิดว่าฉันจะปล่อยเธอไปแบบนั้น ก่อนอื่นเลยเราจะไปหาซื้อเสื้อผ้าและจากนั้นเราก็จะไปที่โรงแรมและอาบน้ำแต่งตัว”

เย่เชียนมองไปที่เสื้อผ้าของเขาและดูเหมือนว่ามันคงไม่เหมาะกับงานราตีอย่างเป็นทางการเลยแม้แต่น้อย “ผมไม่มีเงินเลย แล้วผมจะซื้อเสื้อผ้าได้อย่างไร?” เย่เชียนถามอย่างหดหู่

“เมื่อเธอสัญญาที่จะเป็นบอดี้การ์ดของฉันแล้วฉันก็แค่จ่ายให้เธอไปก่อนและค่อยไปหักจากค่าว่าจ้างของเธอในภายหลัง” ฉินหยูตอบอย่างเฉยเมยและพูดว่า “ผู้ชายจะไม่ใส่สูทหล่อๆเนียบๆได้อย่างไร ถ้าใครเขาเห็นเข้าพวกเขาอาจคิดว่าฉันกำลังเหยียดหยามบอดี้การ์ดของฉัน!”

“หน้าข้าวๆเรียวๆหล่อๆของผมเนี่ยนะ? ใครจะกล้าเหยียดหยาม?” เย่เชียนพูดอย่างขุ่นเคือง

“ก็เธอไง? เธอดูเหมือนก้อนถ่านหินดำๆ เธอจะหน้าขาวเรียวได้ยังไง?” ฉินหยูตอบไปด้วยอมยิ้มไปด้วย

เย่เชียนรู้สึกหดหู่เล็กน้อย ผิวของเขาดูคล้ำแค่เพียงนิดเดียว แต่นั่นมันแสดงให้เห็นถึงความเป็นลูกชาย เธอเปรียบเทียบเขากับถ่านหินได้อย่างไร? นี่เป็นการเหยียดกันชัดๆ จากนั้นเย่เชียนก็เบะปากเล็กน้อยด้วยความขุ่นเคืองจากนั้นเขาก็ลดระดับเบาะลงและเอนตัวลงนอนหลับตาและไม่สนใจผู้หญิงคนนี้อีก

ฉินหยูเหลือบมองไปที่เย่เชียนและไม่ได้พูดอะไรอีก แต่เธอกำลังคิดกับตัวเองว่าเธอพูดแรงเกินไปหรือเปล่าเธอทำร้ายความรู้สึกของเขาไปแล้วจริงๆหรือ? เพราะท้ายที่สุดแล้วเขาก็เป็นผู้ชายคนนึงและใส่ใจในคุณค่าและรูปลักษณ์ของตนเอง เธอปล่อยให้ตัวเองพูดว่าเขาดำเหมือนถ่านหินได้อย่างไร? แต่หารู้ไม่ว่าในเวลานี้เย่เชียนผู้ชายที่ขี้โกงคนนี้กำลังนอนอยู่บนเบาะอย่างสบายๆ โดยคิดเรื่องหยาบคายไปด้วยเพราะเขากำลังมองไปที่ผิวอันขาวเนียนของฉินหยูตั้งแต่แขนเสื้อไปจนถึงกระโปรงสั้นๆและต้นขาของเธอ เขาจินตนาการว่าถ้ามีอะไรกันบนรถกับฉินยูมันคงยอดเยี่ยมมาก

ไม่นานนักรถก็มาจอดในชั้นใต้ดินของห้างสรรพสินค้าสุดหรู ฉินหยูหันไปหาเย่เชียนที่หลับไประหว่างทางและจ้องมองด้วยความงุนงงเธอไม่รู้ว่าเขาหลับไปตอนไหน และเธอก็เข้าไปมองเขาใกล้ๆและคิดว่าผู้ชายคนนี้หล่อมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งแผลเป็นบนใบหน้าของเขายิ่งทำให้เขาดูน่าลุ่มหลงอย่างช่วยไม่ได้ ใครจะไปรู้ว่าผู้ชายคนนี้กำลังมีความฝันแบบไหนอยู่ในครานี้ ริมฝีปากของเขาโค้งเล็กน้อยขณะที่กำลังเขาหลับราวกับว่าเขากำลังยิ้มแต่ก็ไม่ได้ยิ้ม ฉินหยูจ้องมองเย่เชียนและจู่ๆก็มีความรู้สึกแปลกๆก็พุ่งพรวดเข้ามาในหัวของเธอและเธอก็ห้ามใจไม่ได้ที่จะโน้มตัวลงไป

ในขณะนี้ฉินหยูไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีกต่อไปแล้วตอนนี้เธอต้องการจูบไปที่ริมฝีปากของเย่เชียนแต่ทันใดนั้นเธอก็สังเกตเห็นว่าดวงตาของเขาเป็นประกาย ฉินหยูตกตะลึงจนนิ่งไปชั่วขณะและเธอก็สามารถเข้าใจได้อย่างรวดเร็วว่าผู้ชายคนนี้ตื่นอยู่ตลอดเวลาและเสแสร้งแกล้งทำเป็นหลับเท่านั้น

เนื่องจากฉินยูใช้เวลานานมากและแต่ก็ยังไม่ได้จูบเขาสักที เย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะลืมตาขึ้นมาและยิ้มอ่อนๆจากนั้นก็พูดอย่างแผ่วเบาว่า “หยูหยู่..ดูเหมือนคุณจะห้ามใจตัวเองไม่ได้ใช่มั้ย”

ฉินหยูจ้องมองเขาอย่างโกรธเกรี้ยวและบีบเอวของเขาอย่างรุนแรง จากนั้นเธอก็รีบออกจากรถและรีบวิ่งไปที่ลิฟต์ในทันที “ฉันเป็นอะไรไปเนี่ย..ทำไมฉันถึงทำแบบนั้น” ฉินหยูพึมพำกับตัวเองอย่างเขินอาย “ไอ้คนบ้า..ไอ้คนขี้โกงนั่นกล้าหลอกฉันเหรอ!..ฮึ่ม!”

เย่เชียนหัวเราะเบาๆและวิ่งตามไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเขาเห็นใบหน้าที่ฉุนเฉียวของฉินหยูเขาก็ตกใจและกลืนคำพูดหยอกล้อที่เขากำลังคิดจะพูดลงไป เขารู้สึกผิดในใจของเขาและไม่อยากยั่วยุผู้หญิงคนนี้อีกในเวลานี้ เมื่อเขาเห็นใบหน้าที่ขาวและงดงามของฉินหยูใกล้ๆเธอมีขนตายาวและดวงตากลมโตที่กำลังสั่นไหวเล้กน้อยอย่างเป็นประกายเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะอีกครั้ง

เนื่องจากสถานการณ์ที่น่าอึดอัดเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ ฉินหยูจึงรู้สึกเขินอายเกินกว่าจะพูดคุยกับเขาได้ ใบหน้าของเธอหวนกลับไปสู่ความเย็นชาเหมือนเคย แต่ในหัวใจของเธอก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงเหตุการณ์นั้น

.

.

.

.

.

.

.

ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

จบบทที่ ตอนที่ 68 เผลอตัวเผลอใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว