เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 66 คำว่า ‘เชื่อใจ’

ตอนที่ 66 คำว่า ‘เชื่อใจ’

ตอนที่ 66 คำว่า ‘เชื่อใจ’


ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

หลี่ฮ่าวชะงักไปชั่วขณะจากนั้นก็ถามด้วยความงุนงงว่า “พี่สอง..ช่วยบอกผมทีได้ไหมว่าเมื่อคืนพี่แหกคุกออกมาจริงๆหรือเปล่า” ในความเป็นจริงแล้วหลี่ฮ่าวนั้นมีข้อสงสัยในจุดนี้อยู่แล้วเพราะหยางเหว่ยและซุนจีเซียงไม่มีเหตุผลที่จะต้องโกหก แล้วทำไมพวกเขาถึงบอกว่าเย่เชียนหนีออกไปในเมื่อเย่เชียนยังอยู่ในห้องขัง? คำอธิบายเดียวก็คือเย่เชียนเคยหนีออกไปแล้วและตอนนี้เขาก็อยากรู้ว่าทำไมเย่เชียนถึงกลับมาอีก

เย่เชียนหัวเราะและพูดว่า “ถ้าฉันไม่ออกไปแล้วฉันจะรู้ได้ยังไงว่าใครคือคนที่อยู่เบื้องหลังที่โจมตีฉัน? ไม่งั้นฉันจะโต้กลับได้ยังไงล่ะ..”

“แล้วพี่รู้หรือยังว่าเป็นใคร” หลี่ฮ่าวถามด้วยความพอใจ

“รู้แล้ว!” เย่เชียนพยักหน้าและตอบว่า “รองเลขาธิการผู้ว่าการเทศบาลอู่หยางเฉิงน่ะ แต่ฉันเกรงว่าวันดีๆอันแสนสุขของเขาจะอยู่ได้อีกไม่นาน!”

“เป็นเขาจริงๆสินะ” หลี่ฮ่าวถามต่ออีกว่า “พี่สอง..พี่บอกฉันได้ไหมว่าทำไมอู่หยางเฉิงถึงต้องการกำจัดพี่? มีเรื่องอะไรระหว่างพี่กับเขาสองคนบ้างหรือเปล่า..” สิ่งที่หลี่ฮ่าวอยากถามก็คือพวกเขามีข้อตกลงทางธุรกิจอะไรกันหรือเปล่า แต่เขากลืนคำพูดของเขาลงไปเสียก่อนที่เขาจะลั่นวาจาออกมา ถึงแม้ว่าเย่เชียนจะเคยแทงหัวหน้ามาเฟียคนนั้นเพื่อเขาในตอนนั้น แต่เขาก็ไม่อยากจะเชื่อว่าเย่เชียนจะทำสิ่งผิดกฎหมายได้และเขาก็นึกไม่ถึงว่าเย่เชียนจะสมรู้ร่วมคิดกับอู่หยางเฉิงได้จริงๆ

“นายจะถามว่าฉันกับอู่หยางเฉิงมีข้อตกลงลับๆที่คนอื่นไม่รู้หรือเปล่าใช่มั้ย!” เย่เชียนก็หัวเราะและพูดต่ออีกว่า “ฉันเพิ่งจะกลับมาไม่กี่วันแล้วฉันจะไปมีความสัมพันธ์กับอู่หยางเฉิงได้อย่างไร? เขาต้อนให้ฉันจนมุมทั้งหมดก็เพื่อลูกชายของเขาอู่หยางเทียนหมิง”

“อู่หยางเทียนหมิง? พี่สองเคยคนเคยบาดหมางกันหรอ” หลี่ฮ่าวถามอย่างสงสัย

เย่เชียนพยักหน้าและบอกเขาถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบาร์มนต์เสน่ห์ จากนั้นก็บอกสิ่งที่ซูย่าหยิงบอกกับตนให้หลี่ฮ่าวฟัง และหลังจากที่ได้ฟังเรื่องเหล่านี้แล้วหลี่ฮ่าวก็รู้สึกสบายใจและพูดอย่างตื่นเต้นว่า “พี่สองถ้าทุกสิ่งที่พี่พูดเป็นความจริงไม่เพียงแต่อู่หยางเฉิงจะต้องตกอยู่ภายใต้การควบคุมตัวและสอบปากคำเท่านั้นเขายังจะต้องถูกจำคุกอีกด้วย ผมจะส่งคนไปรับซูย่าหยิงมาที่สำนักงานและให้เธอเป็นพยาน เท่านั้นแล้วพี่ก็จะหลุดจากคดีและสามารถออกไปได้อย่างปลอดภัย”

เย่เชียนฉีกยิ้มและพูดว่า “ตอนที่เจ้าหน้าที่สอบปากคำฉันน่ะ จริงๆแล้วฉันจงใจบอกว่าไม่มีใครเป็นพยานที่สามารถยืนยันที่อยู่ของฉันได้ในคืนที่เกิดเหตุเพื่อพิสูจน์ว่าฉันไม่ใช่ฆาตกร”

“มีด้วยหรอ..เขาคือใคร?” หลี่ฮ่าวถามอย่างคาดหวัง

“ฉันไม่รู้แน่ชัดว่าเขาเป็นใคร แต่ที่แน่ๆฉันรู้แค่ว่าเขาชื่อจ้าวเทียนห่าวแค่นั้น” เย่เชียนตอบอย่างตรงไปตรงมา

“จ้าวเทียนห่าว!!” หลี่ฮ่าวลั่นออกมาด้วยความประหลาดใจ “พี่หมายถึงประธานบริษัทเทียนหยากรุ๊ป..จ้าวเทียนฮ่าวคนนั้นน่ะเหรอ?”

“อะไรนะ? เขาเป็นประธานบริษัทเทียนหยากรุ๊ปเหรอ?” เย่เชียนตกตะลึงอย่างมากเขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าคนคนนั้นจะเป็นเจ้านายโดยตรงของตัวเอง แต่ที่น่าแปลกใจก็คือเขาไม่รู้ตัวเลย

“พี่เพิ่งจะกลับมาที่นี่ก็ไม่แปลกหรอกที่พี่จะไม่รู้จักจ้าวเทียนห่าว ในเซี่ยงไฮ้นั้นบริษัทเทียนหยากรุ๊ปของจ้าวเทียนห่าวน่ะติดอันดับหนึ่งในสามยักษ์ใหญ่ และในเมืองเซี่ยงไฮ้แห่งนี้คำพูดของเขาเสมือนเรียกสายลมและฟ้าฝนได้ และแม้แต่ผู้ว่าเทศบาลเมืองก็ยังต้องเคารพเขา” หลี่ฮ่าวพูดอย่างจริงจัง

เย่เชียนฉีกยิ้มในทันทีและรู้เหตุผลแล้วว่าทำไมจ้าวเทียนห่าวถึงถูกไล่ล่าตามฆ่าและเขาก็เกือบจะถูกฆ่าไปแล้ว อย่างไรก็ตามเย่เชียนรู้ดีว่าสิ่งที่หลี่ฮ่าวพูดนั้นเป็นเรื่องจริงทั้งหมด เพราะถ้าหากใครก็ตามที่ย่างก้าวในยามค้ำคืนเป็นเวลานานๆท้ายที่สุดแล้วพวกเขาก็จะพบกับยมทูต เพราะต่อให้ยิ่งใหญ่สักแค่ไหนก็ไม่ได้หมายความว่าจะไร้ซึ่งศัตรู..

“พี่สอง!..ทำไมพี่ไม่พูดก่อนหน้านี้ล่ะ..พี่ทำให้ผมกังวลมาก..ถ้าจ้าวเทียนห่าวมาเป็นพยานล่ะก็อู่หยางเฉิงจะไม่สามารถแตะต้องพี่ได้เลยแม้แต่น้อย” หลี่ฮ่าวพูดอย่างตื่นเต้น

เย่เชียนยิ้มอย่างชั่วร้ายและตอบว่า “ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้แล้วฉันจะจับหางของอู่หยางเฉิงได้อย่างไร? ว่าแต่..รองผู้ว่าการหวังพอใจกับของขวัญของฉันมั้ย?”

หลี่ห่าวชะงักไปชั่วครู่จากนั้นก็พูดด้วยความประหลาดใจอย่างมากว่า “พี่สอง..ไฟล์และเอกสารเหล่านั้นที่มีหลักฐานยืนยันการก่ออาชญากรรมและการทุจริตรับสินบนของอู่หยางเฉิงที่ถูกวางเอาไว้นั่นเป็นฝีมือของพี่เองหรอ?”

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ส่งมอบให้ด้วยตัวเองแต่มันก็ไม่ต่างกัน เย่เชียนจึงพยักหน้าและพูดว่า “น้องสามเนื่องจากนายน่ะคุ้นเคยกับรองผู้ว่าการหวัง..ทีนี้นายจะนัดพบเราทั้งสองให้ได้มั้ย?”

“ไม่มีปัญหา!..ถึงแม้ว่าพี่จะไม่ได้ขอแต่ผมก็แน่ใจว่าท่านรองผู้ว่าการหวังต้องอยากคุยกับพี่อย่างแน่นอน” หลี่ฮ่าวตอบ อย่างกระตือรือร้นและหลังจากเงียบไปชั่วครู่หลี่ห่าวก็อดไม่ได้ที่จะถามว่า “พี่สอง..ผมเข้าใจเกี่ยวกับตัวพี่น้อยลงเรื่อยๆไปทุกที..แปดปีที่ผ่านมานี้พี่ไปอยู่ที่ไหนมา?”

เย่เชียนยิ้มอ่อนๆและตอบว่า “ตราบใดที่นายรู้ว่าฉันคือพี่ของนายและฉันก็ไม่มีวันทำร้ายนายให้นายต้องเสียใจแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว”

หลี่ฮ่าวพยักหน้าและไม่ถามอะไรอีก เขาให้คำมั่นสัญญาในใจของตัวเองว่าจะไม่ถามถึงอีก เพราะพวกเขาเป็นพี่น้องกันและไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าคำๆนี้แล้วในชีวิตนี้ “เชื่อใจ” และไม่ว่าเย่เชียนจะเคยทำอะไรในช่วงแปดปีที่ผ่านมา หลี่ฮ่าวก็เชื่อว่าเย่เชียนนั้นเป็นพี่ชายของเขาตลอดไปกาลและจะไม่มีวันทำร้ายครอบครัวของตัวเอง

เมื่อพวกเขามาถึงสำนักงานความมั่นคงสาธารณะรัฐที่หลี่ฮ่าวประจำการอยู่นั้นก็ราวกับว่าเย่เชียนได้กลับมาบ้านของตัวเอง เพราะเขาไม่ได้ถูกสอบปากคำและไม่ได้ถูกคุมขังในห้องขังใดๆ หากผู้คนที่ไม่รู้จักเย่เชียนพวกเขาก็คงจะคิดว่าเย่เชียนนั้นเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบโดยสมบูรณ์ ด้วยความสัมพันธไมตรีของหลี่ฮ่าวนั้นจึงไม่มีใครปฏิบัติแย่ๆกับเย่เชียนเลยและเจ้าหน้าที่ตำรวจคนอื่นๆก็พูดคุยกับเย่เชียนอย่างสนุกสนานไม่มีใครปฏิบัติกับเขาเหมือนเขาเป็นอาชญากรเลยแม้แต่น้อย

คืนนี้เย่เชียนมีนัดกับฉินหยูที่ต้องไปงานราตรีกาล่าไนท์ของเหว่ยเฉิงหลงและเขาก็ไม่อยากพลาดงานนี้เขาจึงรีบโทรหาจ้าวเทียนห่าวและเสวนากันสั้นๆจ้าวเทียนห่าวก็ไม่ได้พูดอะไรมากเขาพูดแค่ “เดี๋ยวฉันจะโทรจัดการให้!” แล้ววางสายไป ซึ่งเย่เชียนก็เข้าใจดีว่าจ้าวเทียนห่าวกำลังใช้เครือข่ายอันทรงอิทธิพลของเขาเพื่อช่วยเย่เชียนออกจากสถานการณ์เช่นนี้

ด้วยเครือข่ายของจ้าวเทียนห่าวและคำให้การของเย่เชียนควบคู่ไปกับความสัมพันธ์ที่ดีของเขาทั้งสองและยิ่งไปกว่านั้นยังมีคำสารภาพของซูย่าหยิงอีก การที่เย่เชียนจะสามารถออกจากสำนักงานนี้มันไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เย่เชียนไม่ใช่คนโง่เพราะคืนนั้นที่พวกเขาซักถามซูย่าหยิงเขาได้ทำการบันทึกเสียงเอาไว้เพื่อในกรณีที่ซูย่าหยิงไม่ให้ความร่วมมือและเขาก็ขู่ว่าจะมอบเมมโมรี่การ์ดให้อู่หยางเทียนหมิงและใช้เป็นหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ของเขาเองซึ่งซูย่าหยิงก็เข้าใจเป็นอย่างดีว่าอู่หยางเทียนหมิงเป็นคนแบบไหน ถ้าหากเย่เชียนส่งเมมโมรี่การ์ดให้เขาจริงๆแล้วล่ะก็ชีวิตของเธอก็คงอยู่ได้อีกไม่กี่วัน ดังนั้นเมื่อหลี่ฮ่าวส่งคนไปหาเธอยังที่พักของเธอ เธอก็ให้ความร่วมมือและมายังสำนักงานโดยไม่ลังเลใดๆ

ในด้านของหวังปิงเองเขาก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว หลังจากที่หลี่ฮ่าวออกจากบ้านเขาไปเขาก็ได้โทรไปยังสำนักข่าวและสำนักพิมพ์รายใหญ่สองสามแห่งเกี่ยวกับการทุจริตของอู่หยางเฉิงเพื่อให้สาธารณชนได้รับรู้ถึงการยักยอกเงินของประชาชนและการรับสินบนและการขายโครงการของรัฐบาล ในขณะเดียวกันเพื่อนของหวังปิงที่เป็นคณะกรรมการตรวจสอบวินัยก็ได้นำตัวอู่หยางเฉิงไปยังสำนักงานการตรวจสอบวินัยเพื่อทำการสอบสวนและตรวจสอบเขาอย่างละเอียด

หวังปิงมักจะสุขุมและสงบเสงี่ยมมาตลอดสองสามปีที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ทำอะไรเลย เขาเพียงแค่ซ่อนความแข็งแกร่งของเขาเอาไว้และรอสำหรับโอกาสที่ดีและในที่สุดเขาก็สามารถปลดปล่อยความยิ่งใหญ่ที่เขาสร้างมาตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้..

.

.

.

.

.

.

.

ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

จบบทที่ ตอนที่ 66 คำว่า ‘เชื่อใจ’

คัดลอกลิงก์แล้ว