เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 เด็กหนุ่มแห่งย่านการค้า

บทที่ 1 เด็กหนุ่มแห่งย่านการค้า

บทที่ 1 เด็กหนุ่มแห่งย่านการค้า


บทที่ 1 เด็กหนุ่มแห่งย่านการค้า

ต้าเฉียน ปี 1276 เดือน 10

เขตปกครองซ่างหยาง ย่านการชิงสุ่ย(วารีกระจ่าง)

แสงอรุณทะลวงผ่านความมืด ร้านค้าต่างๆ ในเขตตะวันตกทยอยเปิดประตู ย่านการค้าที่เงียบสงัดค่อยๆ มีชีวิตชีวาขึ้น ยกเว้นร้านค้าเลขที่ 19 บนเขตติ้ง

ร้านค้านี้ปิดประตูแน่นหนา ดูเหมือนจะไม่ได้รับผลกระทบจากร้านค้าอื่นๆ ในเขตตะวันตกที่เปิดทำการ เป็นร้านที่ดูโดดเด่นท่ามกลางร้านค้าอื่นๆ บนเขตติ้ง

รูปแบบอาคารของร้านค้าเลขที่ 19 บนเขตติ้ง คล้ายกับร้านค้าโดยรอบ ล้วนเป็นอาคารสองชั้นหลังคากระเบื้องสีเขียว ชั้นล่างขายของ ชั้นบนเป็นที่อยู่อาศัย

ณ ขณะนี้

ชั้นสองของร้านค้าเลขที่ 19 บนเขตติ้ง

เด็กหนุ่มสวมชุดผ้าไหมยาว กำลังนั่งขัดสมาธิบนเตียงไม้แกะสลักลายทอง ดวงตาปิดสนิท คิ้วขมวดเล็กน้อย

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ ความเย็นยะเยือกก็พุ่งขึ้นมาจากจุดหย่งเฉวียนใต้ฝ่าเท้าของเขา

เมื่อรู้สึกถึง "ลมเย็น" ที่พุ่งขึ้นมาจากใต้ฝ่าเท้า ซูหมิงไม่ตกใจกลับดีใจ รีบรวบรวมสมาธิ ใช้วิชาโฮ่วถู(ปฐพีหนา) แยกเส้นปราณจิตวิญญาณธาตุดินที่บางกว่าเส้นผมออกมาจากลมเย็นนี้

จากนั้น ปราณจิตวิญญาณธาตุดินนี้ก็ไหลไปยังจุดชีพจรฮุ่ยอิ๋น จากนั้นไหลขึ้นไปตามเส้นชีพจรชงม่ายตรงไปยังกระหม่อม

(เส้นชีพจรชงม่าย เริ่มต้นจาก: จุดฮุ่ยอิ๋น อยู่บริเวณกึ่งกลางระหว่างทวารหนักและอวัยวะเพศ วิ่งขึ้นไปตามกึ่งกลางของหน้าท้องผ่านสะดือ ผ่านหน้าอก และไปสิ้นสุดที่บริเวณลำคอ)

หลังจากปราณจิตวิญญาณพุ่งขึ้นไปถึงศีรษะ มันก็ไหลเวียนไปตามเส้นชีพจรสามหยางสามหยิน และแปดเส้นชีพรพิเศษ จากนั้นค่อยๆ ไหลลงไปยังฝ่าเท้า

หลังจากไหลเวียนครบรอบใหญ่ ปราณจิตวิญญาณธาตุดินนี้ก็ถูกซูหมิงกลั่นเป็นปราณแก่นแท้ธาตุดินในที่สุด แล้วค่อยๆ เคลื่อนย้ายไปเก็บไว้ที่ตันเถียน

เมื่อรู้สึกถึงปราณแก่นแท้ในตันเถียนที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซูหมิงก็ถอนหายใจยาวๆ แล้วค่อยๆ ลืมตาขึ้น

"สองปีแล้ว ยังห่างไกลจากขอบเขตขัดเกลาปราณขั้นสี่อีกไกล"

แววตาของซูหมิงเผยความสิ้นหวังออกมา

ซูหมิงมาถึงโลกนี้ได้สองปีแล้ว จากความทรงจำของร่างเดิม โลกที่เขาอยู่ตอนนี้เป็นโลกที่สามารถกลั่นพลังปราณ และบำเพ็ญเพียรเพื่อชีวิตอมตะได้

สิ่งที่ทำให้ซูหมิงตื่นเต้นยิ่งกว่าคือ ฐานะของร่างเดิมเป็นถึงลูกหลานเซียน

เพียงแต่ สถานการณ์ปัจจุบันของลูกหลานเซียนอย่างเขาดูจะไม่ค่อยดีนัก

เขาส่ายหน้าเล็กน้อย ไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไป จากนั้นซูหมิงหย่อนขาลงจากเตียงไม้แกะสลักลายทอง

ในสายตาของคนทั่วไป ห้องของซูหมิงตกแต่งอย่างหรูหรา

แต่ในสายตาของผู้ฝึกตน วัสดุตกแต่งที่ใช้ในห้องนี้ส่วนใหญ่เป็นวัสดุล้ำค่าในโลกมนุษย์ ไม่ได้น่าตื่นเต้นอะไรมากกนัก

เขามองไปที่โต๊ะเขียนหนังสือที่ทำจากไม้แกะสลักลายทองเช่นกัน ด้านหลังโต๊ะเป็นชั้นวางไม้ที่เต็มไปด้วยหนังสือ

ซูหมิงเดินไปที่ชั้นวางหนังสือ เลื่อนหนังสือในแถวที่สองออก ก็พบกับกลไกที่ยื่นออกมา

ซูหมิงหมุนกลไกตามความทรงจำ ชั้นวางหนังสือก็เลื่อนออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นช่องลับด้านใน

ช่องลับนี้ไม่ได้ใหญ่มาก มีขนาดไม่ถึงครึ่งลูกบาศก์เมตร แต่กลับเป็นที่เก็บสมบัติทั้งหมดของซูหมิง

ไม่มีทางเลือก บิดาของร่างเดิมก่อนออกจากย่านการค้าชิงสุ่ย ได้นำถุงเก็บของเพียงใบเดียวของบ้านสกุลซูไปด้วย

ตอนนั้นซูหมิงอายุแค่สิบสี่ปี บิดาของเขามุ่งมั่นที่จะให้บุตรชายจดจ่ออยู่กับการฝึกฝนวิชา

ดังนั้น ไม่ต้องพูดถึงสมบัติวิเศษอย่างถุงเก็บของ ก่อนที่ซูหมิงจะทะลุมิติมา ร่างเดิมของเขาไม่เคยเรียนรู้แม้แต่วิชาเดียว

เรียกได้ว่า นอกจากฝึกวิชาวิชาโฮ่วถูแล้ว เขาก็ไม่รู้อะไรเลย

จริงๆ แล้ว การกระทำของบิดาก็ไม่ได้ผิดอะไร สำหรับผู้ฝึกตนขอบเขตขัดเกลาปราณ การฝึกฝนให้ถึงขัดเกลาปราขั้นเก้า และหาทางสร้างรากฐานให้เร็วที่สุด คือสิ่งสำคัญอันดับแรก

ส่วนผู้ฝึกตนที่ไม่สนใจฝึกฝนวิชาในขอบเขตขัดเกลาปราณ แต่กลับไปหมกมุ่นอยู่กับวิชาหรือทักษะการบำเพ็ญเพียรอื่นๆ ล้วนเป็นพวกที่ไม่เอาไหน

ในเรื่องนี้ บิดาของเขาก็ไม่ต่างจากพ่อแม่ที่หวังให้ลูกประสบความสำเร็จในชาติที่แล้วของซูหมิง

เขาเดินไปที่ช่องลับหลังชั้นวางหนังสือ

ซูหมิงหยิบห่อผ้าออกมา แล้วหมุนกลไกเลื่อนชั้นวางหนังสือกลับเข้าที่ และปิดช่องลับ

เขาวางห่อผ้าบนโต๊ะ แล้วค่อยๆ เปิดออก

สิ่งของสี่อย่างปรากฏขึ้นต่อหน้าซูหมิง

หยกสองชิ้น แร่สีดำสนิทขนาดเท่าเล็บมือ และกองหินวิญญาณที่ดูเหมือนเศษหิน

ซูหมิงมองไปที่กองหินวิญญาณที่ดูเหมือนเศษหินก่อน นี่คือเศษหินวิญญาณ เป็นเศษหินที่เหลือจากการขุดเหมืองหินวิญญาณของภูเขาหลิงเป่า มีทั้งหมดหนึ่งร้อยชิ้น

เศษหินวิญญาณหนึ่งร้อยชิ้นนี้คือสมบัติทั้งหมดของซูหมิง

จริงๆ แล้ว ตอนที่ซูหมิงเพิ่งทะลุมิติมาเมื่อสองปีก่อน เขารวยมากกว่านี้

แม้ว่าบิดาของเขาจะนำถุงเก็บของและหินวิญญาณจำนวนหนึ่งไปด้วยก่อนออกจากย่านการค้าชิงสุ่ย แต่เขาก็ทิ้งหินวิญญาณไว้ให้ซูหมิงห้าสิบชิ้น

ถ้าคิดเป็นเศษหินวิญญาณ ก็คือห้าพันเศษหินวิญญาณ

หินวิญญาณจำนวนนี้ ถือเป็นเงินก้อนโตสำหรับผู้ฝึกตนขอบเขตขัดเกลาปราณขั้นสามทุกคน

แต่ในเวลาเพียงสองปี ซูหมิงก็ใช้ห้าพันเศษหินวิญญาณจนเหลือเพียงหนึ่งร้อยเศษหินวิญญาณ เรียกเขาว่าบุตรชายสุรุ่ยสุร่ายก็ไม่เกินจริงนัก

ทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องนี้ ซูหมิงก็รู้สึกเจ็บปวดในใจ

ตอนนี้เขาเริ่มสงสัยแล้วว่า ทางเลือกที่เขาทำในตอนนั้นถูกต้องหรือไม่?

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ซูหมิงก็มองไปที่หยกชิ้นหนึ่งในสองชิ้นโดยไม่รู้ตัว

หยกสองชิ้นนี้ ชิ้นหนึ่งบันทึกวิชาโฮ่วถูที่ซูหมิงฝึกฝนเป็นหลัก และอีกชิ้นคือต้นเหตุที่ทำให้ซูหมิงใช้เงินจนเกือบหมดตัว นั่นคือ วิชาการหลอมเบื้องต้น

จริงๆ แล้ว ด้วยทรัพย์สินของซูหมิงเมื่อสองปีก่อน ถ้าเขาไม่เรียนวิชาการหลอม และนำหินวิญญาณทั้งหมดไปซื้อวัสดุที่ใช้ในการเรียนการหลอม รวมทั้งเช่าห้องเพลิงปฐพีละก็…  เขาก็สามารถอยู่ในย่านการค้าชิงสุ่ยได้อย่างสบายๆ เป็นเวลาอย่างน้อยห้าปี!

เพราะค่าเช่าร้านค้าเลขที่ 19 บนเขตติ้งต่อปีเพียงแค่ 10 หินวิญญาณเท่านั้น

แต่ทว่า...บิดาของซูหมิงตายแล้ว

เมื่อซูหมิงที่เพิ่งทะลุมิติมารู้ข่าวร้ายนี้ หัวใจของเขาก็เต็มไปด้วยความมืดมน

เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง เขาต้องคิดในแง่ร้ายที่สุดเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันของเขา

แม้จะมีข่าวลือว่าบิดาของซูหมิงถูกสัตว์อสูรฆ่าตาย แต่ซูหมิงก็ไม่ค่อยเชื่อ

เพราะบิดาของซูหมิงออกจากย่านการค้าชิงสุ่ยไปเพื่อซื้อของ จะมีสัตว์อสูรโผล่ออกมาหาเรื่องบิดาของเขาได้อย่างไร ใช่ไหม?

มีความเป็นไปได้มากกว่า ที่บางคนกำลังจ้องมองบิดาของเขาอยู่

ตอนนี้บิดาเขาก็ตายไปแล้ว และคนต่อไปก็คือเขา!

เมื่อซูหมิงนึกถึงร่างเดิมที่ดูเหมือนจะตายอย่างลึกลับ และทำให้เขาสามารถเข้ามาอยู่ในร่างนี้ได้ หัวใจของเขาก็ยิ่งเย็นชา

ส่วนฆาตกรที่ซ่อนอยู่ในเงามืดต้องการอะไรจากตระกูลซูนั้น ซูหมิงคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก สิ่งที่มีค่าที่สุดของตระกูลซูก็คือสิทธิ์การเช่าร้านค้าเลขที่ 19 บนเขตติ้งในย่านการค้าชิงสุ่ย

แค่สิทธิ์การเช่าร้านค้าก็ฆ่าคนไปสองคนแล้วเนี้ยนะ? ในชาติที่แล้วของซูหมิง เรื่องแบบนี้เป็นไปไม่ได้ แต่ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร ดูเหมือนว่าทุกคนจะไม่แปลกใจอะไร

ทัศนคติที่เย็นชาเช่นนี้ ทำให้หัวใจของซูหมิงเย็นชาลงอย่างสิ้นเชิง

ด้วยเหตุนี้เอง ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ซูหมิงจึงไม่กล้าก้าวออกจากย่านการค้าชิงสุ่ยแม้แต่ก้าวเดียว

แต่ถ้าไม่ออกจากย่านการค้าชิงสุ่ย ก็ไม่สามารถออกไปซื้อข้าววิญญาณ ผลไม้วิญญาณ กระดาษยันต์ และสินค้าอื่นๆ มาขายได้

เมื่อไม่มีรายได้ ด้วยหินวิญญาณห้าสิบชิ้นที่เขามีอยู่ ก็สามารถอยู่ในย่านการค้าชิงสุ่ยได้แค่ห้าปี

ห้าปีข้างหน้า มันก็คือวันตายของเขา!

จบบทที่ บทที่ 1 เด็กหนุ่มแห่งย่านการค้า

คัดลอกลิงก์แล้ว