เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 45 โอกาส!มีหรือจะไม่ฉกฉวย

ตอนที่ 45 โอกาส!มีหรือจะไม่ฉกฉวย

ตอนที่ 45 โอกาส!มีหรือจะไม่ฉกฉวย


ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

“ซื้ด..” เย่เชียนสูดหายใจด้วยความเจ็บปวดเล็กน้อยจากการถูกบีบเอว การแก้แค้นของผู้หญิงคนนี้ค่อนข้างรุนแรง เขาหันหน้าไปเพื่อเผชิญหน้ากับเธอและยิ้มจากนั้นเขาก็บีบแก้มของฉินหยูเบาๆแล้วพูดว่า “น่ารักมาก!”

ฉินหยูไม่ได้คาดหวังว่าเย่เชียนจะทำเช่นนี้กับเธอในลักษณะดังกล่าว มันยิ่งทำให้พวกเขาทั้งสองดูเหมือนว่าพวกเขาเป็นคู่รักที่หยอกเย้ากันอย่างหวานละมุน เหว่ยเฉิงหลงกัดฟันด้วยความเกลียดชังและอิจฉาริษยาและไม่สามารถทนดูพวกเขาทั้งสองได้อีกต่อไปมิฉะนั้นเขาอาจโกรธจัดจนหัวใจวายตาย

“ฉินหยูงั้นฉันไปก่อนนะ อย่าลืมไปงานราตรีสุดสัปดาห์นี้ล่ะ” หลังจากเหว่ยเฉิงหลงพูดเช่นนี้เขาก็จากไป

“เธอ..เธอยังไม่ปล่อยมืออีกเหรอ” ฉินหยูพูดในขณะที่จ้องมองเย่เชียนหลังจากที่เหว่ยเฉิงหลงออกไปจากห้อง

เย่เชียนหัวเราะเบาๆและปล่อยมือออกจากไหล่ของเธอและเขาก็พูดอย่างเศร้าใจว่า “นี่..คุณทำลายสะพานเชื่อมระหว่างเรา..คุณทำร้ายหัวใจผมมากเลย”

ฉินหยูจ้องมองเย่เชียนและพูดว่า “อย่าคิดว่าฉันจะมองข้ามเรื่องนี้ เธอกล้าที่จะหยิกแก้มฉัน!”

“ก็คุณบีบเอวผมก่อน คุณมีเหตุผลหน่อยสิ” เย่เชียนพูดอย่างใสสื่อ

“แล้วใครบอกให้แตะตัวฉัน! ถ้าเธอไม่สัมผัสฉันก่อนฉันก็ไม่หยิกบีบเธอหรอก!” ฉินหยูพูดอย่างเกรี้ยวกราด

“ถ้าผมไม่ทำเช่นนั้น เขาจะเชื่อได้อย่างไร” เย่เชียนตอบอย่างจริงจัง

“ฉันไม่รู้..ฉันไม่สน..ยังไงมันก็เป็นความผิดของเธอ!” ฉินหยูขมวดคิ้วขณะพูด

“ใช่ผมมันโง่เอง..ที่เผลอใจแอบรักอยู่ฝ่ายเดียว..ผู้หญิงช่างไม่มีเหตุผลเสียจริงๆ” เย่เชียนพึมพำๆกับตัวเองจากนั้นเขาก็ถามฉินหยูว่า “คนคนนั้นเมื่อครู่นี้เป็นใคร? ดูเหมือนเขาจะชอบคุณนะ”

ฉินหยูตะโกนอย่างเกรี้ยวกราดแล้วตอบอย่างเย้ยหยันว่า “เขาเป็นคนหลงตัวเอง เธอเคยได้ยินชื่อเหว่ยตงเซียนกรุ๊ปไหม?”

“เหว่ยตงเซียนกรุ๊ป? คุ้นๆเหมือนเคยได้ยิน” เย่เชียนพยักหน้าขณะที่เขาจำได้ว่าจ้าวเทียนห่าวเคยพูดถึงเหว่ยตงเซียนกรุ๊ปกับเขา

“เขาเป็นผู้บริหารของเหว่ยตงเซียนกรุ๊ปน่ะบริษัทเครือตงเซียนกรุ๊ปมีอิทธิพลอย่างมากในเซี่ยงไฮ้ เธอไม่กลัวว่าเหว่ยเฉิงหลงจะพยายามแก้แค้นหรือทำร้ายเธอหรือ?” ฉินหยูพูดอย่างกังวล

“โถ่?..ทำไมคุณไม่พูดก่อนหน้านี้ นี่มันช่างเลวร้ายชัดๆผมเพิ่งจะกระโดดลงไปในหุบเหวนรกดีๆนี่เอง ผมควรรีบไปอธิบายทุกอย่างให้เหว่ยเฉิงหลงฟัง ผมต้องบอกเขาว่าคุณไม่ใช่แฟนของผมและผมถูกคุณบังคับ” เย่เชียนแกล้งพูดและแสร้งทำเป็นว่ากลัว

“ช่างกล้านะเธอ!” ฉินหยูจ้องมองเย่เชียนอย่างผิดหวังเล็กน้อย

“โถ่เอ้ย..ทำไมจะไม่กล้าล่ะ..และทำไมผมต้องแกล้งเป็นแฟนของคุณด้วย? มันไม่มีประโยชน์เลยและยิ่งตอนนี้ชีวิตของผมก็ตกอยู่ในอันตรายอีกด้วย” เย่เชียนตอบและแกล้งทำเป็นกระวนกระวาย

“อย่ามาเฉไฉ!” เธอพูดอย่างรุนแรงและจากนั้นเธอก็ยิ้มเล็กยิ้มน้อยและพูดว่า “ถ้าอย่างงั้นเธอต้องการประโยชน์อะไรล่ะ!”

เย่เชียนแสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ขณะที่เขาพูดว่า “ในเมื่อคุณเป็นแฟนของผมอย่างน้อยๆคุณจะไม่ให้ผมจูบคุณหน่อยเหรอ!”

“ฝันไปเถอะ! ไม่มีทางหรอก!..นอกจากนี้เราก็แค่แกล้งทำเท่านั้นแหละ” ฉินหยูปฏิเสธ เธอคิดว่าถึงแม้ว่าเย่เชียนจะช่วยเธอด้วยความสมัครใจ แต่เธอก็ยังต้องการเขาต่อไป เธอคิดว่าเธอจะต้องให้รางวัลเล็กๆน้อยๆแก่เขา เธอยิ้มเล็กยิ้มน้อยแล้วพูดว่า “ถ้างั้นทำไมเราไม่ไปทานข้าวด้วยกันล่ะ?”

“คุณต้องการให้ผมไปทานมื้อเย็นกับคุณหรือ คุณคิดว่าผมเป็นคนโง่เหมือนเหว่ยเฉิงหลงเหรอ?” เย่เชียนโบกมืออย่างไม่ใส่ใจและพูดอีกว่า “ไม่มีทาง..คุณคิดว่าผมมีเงินเยอะมากเหรอ?”

“ไม่..เดี๋ยวฉันเอง เธอไม่ต้อง!” ฉินหยูพูดอย่างเร่งรีบ

“เอาล่ะๆ..ช่างมันเถอะ..ถึงผมจะไม่เต็มใจก็ตาม” เย่เชียนพูดราวกับว่าฉินหยูเป็นคนมาขอร้องให้เขาไปทานอาหารกับเธอราวกับว่าเขาเป็นความโปรดปรานของเธอมาก

ฉินหยูเห็นการแสดงออกของเขาและจ้องมองเขาจากนั้นก็พูดอย่างฉุนเฉียวว่า “รอฉันข้างนอกตอนหกโมงเย็นหลังเลิกเรียน..อย่ามาสายล่ะ!”

“นี่..ผมไม่เคยสายสำหรับอาหารฟรีเล้ย!” เย่เชียนยิ้มราวกับปีศาจ

ถึงแม้ว่าเย่เชียนจะทำตัวเหมือนอันธพาลก็ตาม แต่ฉินหยูก็มั่นใจว่านั่นเป็นเพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอกของเขาเท่านั้นเพราะเธอเคยเห็นคนพวกนี้มาก่อน บรรดาลุงๆและพี่น้องในครอบครัวของเธอพวกเขาก็ล้วนแต่เป็นคนเลวทรามทั้งนั้น

“เอาล่ะเธอกลับไปที่ห้องเรียนได้แล้วคลาสกำลังจะเริ่ม ฉันยังต้องเตรียมบทการสอนของฉัน” หลังจากที่ฉินหยูพูดเสร็จเธอก็ก้มหัวของเธอเพื่อดูบทการเรียนการสอนของเธอที่จะต้องเตรียม

เย่เชียนเบะปากอย่างช่วยไม่ได้และเดินออกไปจากออฟฟิศ

ก่อนที่จะถึงห้องเรียนจู่ๆเสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เมื่อเขารับโทรศัพท์เขาก็ได้ยินเสียงของจ้าวเทียนห่าวว่า “เย่เชียนนี่จ้าวเทียนห่าวนะ..ฉันคิดว่าแผนของนายดีมากทำตามที่นายบอกได้เลย”

เย่เชียนรู้สึกว่างเปล่าและตอบอย่างสับสนไปว่า “แผนของผม?”

“หะ? นายไม่ใช่คนที่แกล้งเป็นแฟนของหยาเอ๋อคนนั้นหรอกเหรอ เมื่อสักครู่นี้หยาเอ๋อโทรมาหาฉันและฉันก็คิดว่าแผนของนายมันก็ไม่เลวเลยและฉันก็เลยเล่นไปตามน้ำ ไม่ต้องกังวลอะไรนายสามารถแสร้งทำเป็นคู่หมั้นของเธอต่อไปได้และเฝ้าดูเธออย่างใกล้ชิดสิ่งนี้มันจะช่วยให้นายทำภารกิจได้ดีขึ้น!” จ้าวเทียนห่าวพูดเป็นตุเป็นตะอย่างจริงจังและดูสบายใจ

ในที่สุดเย่เชียนก็เข้าใจทุกอย่างชัดเจน เขาวางแผนที่จะโทรหาจ้าวเทียนห่าวก่อนหน้านี้เพื่อจะพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้ซึ่งก็รู้ว่าเขาอาจจะตกลงในทันที และเย่เชียนอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาเมื่อเขาคิดว่าตอนนี้จ้าวหยานั้นจะรู้สึกอย่างไร

“เยี่ยมไปเลย!..แต่ว่า..ผมดันเริ่มเรื่องนี้ซะก่อนโดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตจากลุงจ้าวเลย..ผมหวังว่าลุงจะให้อภัยผมได้นะ” เย่เชียนค่อนข้างพอใจกับตัวเองถึงแม้ว่าเขาจะพูดสารภาพด้วยถอยคำที่ดูเสียใจ แต่เขาก็มีสีหน้าถึงพอใจอย่างมาก

จ้าวเทียนห่าวหัวเราะและตอบว่า “โอ้..ไม่เป็นไรๆ ฉันต้องการให้นายดูแลลูกสาวที่เกเรของฉัน หากมีอะไรเกิดขึ้นกับฉันล่ะก็เย่เอ๋อฉันขอฝากเธอด้วยล่ะ..และอย่าให้เธอรู้!”

เย่เชียนรู้สึกสบายใจขึ้นอย่างมากราวกับว่านี่คือใบเบิกทางในการเข้าถึงหญิงสาวและเขาคิดว่าจ้าวเทียนห่าวคนนี้เป็นคนที่ใจกว้างมากและจะดีมากถ้าเขาเป็นพ่อตาของตน.. และหลังจากพูดคุยอีกสองสามเรื่องเล็กๆน้อยๆพวกเขาก็จบการสนทนาและวางสายไป เมื่อเย่เชียนไปถึงทางเข้าห้องเรียนเขาก็เห็นว่าเหลือนักศึกษาอยู่เพียงไม่กี่คนซึ่งจ้าวหยาก็นั่งอยู่ข้างในห้อง

เย่เชียนอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นเล็กน้อยเขาจึงตัดสินใจหันหลังกลับเพื่อจะตีตัวออกไป แต่ทว่าจ้าวหยาก็ดันเห็นเขาเสียก่อนคนที่เป็นดั่งศูนย์รวมของความโกรธของเธอและก็ตะโกนออกมาว่า “หยุด!”

เย่เชียนหัวเราะแห้งๆและหันกลับมาพร้อมร้อยยิ้มและเดินไปหาจ้าวหยาจากนั้นก็ถามว่า “ภรรยาของฉันมีอะไรหรือ?”

“ภรรยาใคร” อย่าพูดไร้สาระ! ภรรยา ภรรยาอยู่นั่นแหละฟังแล้วมันขัดหูขัดตา! ฉันกำลังบอกนายให้ว่าไม่มีทางที่ฉันจะแต่งงานกับนาย!” จ้าวหยาพูดอย่างเกรี้ยวกราด

“ก็ได้ๆ..ฉันจะไม่เรียกเธอว่าภรรยาแล้ว..ฉันจะเรียกเธอว่าที่รัก” เมื่อเย่เชียนเห็นรูปร่างหน้าตาของเธอที่กำลังโกรธจัด เขาก็วางแผนที่จะหลีกเลี่ยงเธอหรือทำให้เธอสบายใจ แต่ทว่าตอนนี้เมื่อเขาอยู่ต่อหน้าเธอเขาก็อดไม่ได้ที่จะแกล้งเธอ

“ที่รักในเรื่องของการแต่งงานเรามาทำสิ่งที่เราต้องทำกันเถอะ ที่รักควรเลิกจู้จี้จุกจิกได้แล้วนะ หลังจากผ่านช่วงเวลานี้ไปแล้วมันจะไม่มีตัวเลือกให้มากนักนะ ถึงแม้ว่าฉันจะไม่ใช่ผู้ชายที่หล่อเหลาและไม่มีมีความสามารถหรือฐานะที่ดี แต่ฉันก็มีสิ่งที่ผู้ชายทุกคนมีเราควรรีบๆทำให้มันเป็นพิธีการได้แล้วนะเพื่อที่เธอจะได้เลี้ยงลูกน้อยน่ะ…

.

.

.

.

.

.

.

ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

จบบทที่ ตอนที่ 45 โอกาส!มีหรือจะไม่ฉกฉวย

คัดลอกลิงก์แล้ว