เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 42 หัวใจสตรีดุจดั่งเข็มในมหาสมุทร

ตอนที่ 42 หัวใจสตรีดุจดั่งเข็มในมหาสมุทร

ตอนที่ 42 หัวใจสตรีดุจดั่งเข็มในมหาสมุทร


ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

จ้าวหยาจ้องมองเย่เชียนด้วยสายสาที่ดูถูกเหยียดหยามและพูดว่า “นายไม่ได้คิดไปเองหรอกเหรอ? เราจะเหมือนคู่รักกันได้อย่างไร?..นายไม่คิดว่าเราสองคนเหมือนกับดอกไม้ที่จมปักอยู่ในกองขี้วัวเหรอ?”

เย่เชียนฉีกยิ้มและพูดว่า “เธอไม่คิดว่าดอกไม้ที่อยู่ในกองขี้ของสัตว์จะบานสะพรั่งอย่างสวยงามตลอดไปเหรอ? ถ้ามันอยู่ในแจกันมันก็จะเหี่ยวเฉาในไม่ช้า!”

จ้าวหยาส่ายหัวของเธออย่างช่วยไม่ได้และตอบว่า “ฉันไม่คิดอย่างนั้นมันเป็นไปไม่ได้ที่เราจะแต่งงานกัน”

เย่เชียนยักไหล่แล้วพูดว่า “ฉันก็ทำอะไรไม่ได้เลยการหมั้นนี้เป็นความคิดของพ่อเธอเอง ถ้าเธอไม่ต้องการแล้วล่ะก็เธอก็ควรไปคุยกันเขาเองสิ”

“นายคิดว่าฉันจะไม่กล้าเหรอ? ฉันจะโทรหาเขาในภายหลังอย่างแน่นอน!” จ้าวหยาตอบ

เย่เชียนยิ้มและไม่ได้พูดอะไรอีก เขายังไม่แน่ใจว่าจ้าวเทียนห่าวเป็นคนประเภทไหน แต่เป็นไปได้ถ้าเขาสามารถใช้เหตุผลนี้เป็นวิธีที่เย่เชียนจะสามารถปกป้องลูกสาวของเขาได้ เพราะคนเป็นพ่อจะปล่อยให้ลูกตัวเองหวาดระแวงได้อย่างไร? หากจ้าวหยารู้ว่ามีนักฆ่าจ้องจะลอบสังหารพวกเขาเธอจะต้องหวาดกลัวอย่างแน่นอน ดังนั้นเย่เชียนจึงมั่นใจว่าจ้าวเทียนห่าวจะเล่นไปตามน้ำกับตนอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามเย่เชียนต้องแจ้งให้จ้าวเทียนห่าวทราบก่อนเพื่อที่เขาจะได้รับมือกับคำถามนับร้อยของจ้าวหยาได้โดยไม่ถูกจบได้ในภายหลัง

คลาสเรียนช่วงเที่ยงกำลังจะสิ้นสุด เย่เชียนไม่ได้เรียนรู้อะไรเลยตั้งแต่เข้ามาเขามัวแต่ทะเลาะกับจ้าวหยาอยู่ตลอดเวลา และเมื่อเสียงระฆังดังขึ้นนักศึกษาก็หาวทันทีราวกับว่าพวกเขาเพิ่งตื่นจากการงีบหลับ และแน่นอนว่าหลังจากการจ้องมองที่อาจารย์ฉินหยูเป็นเวลานานพวกเขาก็จะเบื่อไปในที่สุด

เย่เชียนใช้สายตาสอดส่องไปทั่วห้องอย่างถี่ถ้วน ทันใดนั้นเขาก็สังเกตเห็นความคุ้นเคยของใครบางคนและเขาก็ตกตะลึงเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายก็เห็นเย่เชียนเช่นกันและหลังจากนั้นเขาก็มองเย่เชียนผ่านๆเหมือนไม่ได้รู้จักจากนั้นก็เดินออกจากห้องไป แม้ว่าเขาจะปกปิดตัวตนอย่างดีแต่เย่เชียนก็ยังสามารถสัมผัสได้ถึงเจตนาฆ่าจากท่าทางที่เยือกเย็นของเขา เย่เชียนก็ฉีกยิ้มทันทีถึงแม้ว่าพวกเขาเหล่านั้นจะเป็นบุคคลจากครอบครัวที่มีอำนาจและอิทธิพลมากมายก็ตามมันก็ไม่ใช่สิ่งที่เย่เชียนจะต้องเกรงกลัว ชายผู้นั้นคือลูกชายของเลขานุการเทศบาลเมืองเซี่ยงไฮ้

หลังจากที่ฉินหยูรวบรวมสิ่งของการเรียนการสอนเสร็จและกำลังจะออกจากห้องเธอก็หยุดที่ประตูแล้วหันไปหาเย่เชียนแล้วพูดว่า “เย่เชียนมากับฉันด้วย!”

เย่เชียนมีรอยยิ้มเล็กยิ้มน้อยและพูดกับจ้าวหยาว่า “ที่รัก..สามีของเธอขอตัวสักครู่นึงนะ..รอฉันด้วยล่ะ”

จ้าวหยาจ้องมองใบหน้าที่ยิ้มแย้มของเย่เชียนจนตกอยู่ในภวังค์ไปชั่วครู่และคิดกับตัวเองว่า “ผู้ชายคนนี้หล่อมากเลย” แต่เมื่อเธอได้ยินคำพูดของเย่เชียนสติของเธอก็กลับมาในทันทีและโกรธเกรี้ยวในใจอีกครั้ง เธอกำลังจะจับเขากัดอีกครั้ง แต่เย่เชียนก็หลุดมือเธอไปแล้ว ตอนนี้เธออยู่คนเดียวในห้องและเธอก็กระทืบเท้าของเธอด้วยความโกรธเกรี้ยวและพึมพำกับตัวเองว่า “ไอ้อันธพาลบ้าเอ้ย..สุภาพสตรีผู้นี้ยังไม่ได้แก้แค้นนายเล้ย!”

เย่เชียนเดินไปข้างๆฉินหยูด้วยใบหน้าที่ดูสบายอกสบายใจ เขาจ้องมองฉินหยูนพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนๆบนใบหน้าของเขา ฉินหยูเคยชินกับการจ้องมองเช่นนี้มามากมายพวกผู้ชายมีดวงตาที่คล้ายคลึงกันมากสายตาที่มองเธอระหว่างที่เรียนอยู่ก็เป็นเช่นนี้ อย่างไรก็ตามเธอไม่เคยรู้สึกไม่สบายใจมาก่อนเลย ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกเครียดและประหม่ามันขัดกับความคิดของเธอ เธอโกรธหันและหน้าไปทางเย่เชียนเพียงเพื่อจะพบว่าดวงตาของเขาสดใสและการแสดงออกของเขาก็ชัดเจนเหมือนคนอื่นๆแต่มันดูรุนแรงเกินไปและเธอก็หมดหนทางราวกับว่าเธอกำลังสูญเสียตัวตนของเธอ หลังจากที่เธอจ้องมองอย่างเฉยเมยอยู่ครู่หนึ่งฉินหยูก็สูญเสียความใจเย็นและแทนที่ด้วยความโกรธของเธอและพูดด้วยน้ำที่เย็นชาว่า “เธอกำลังมองอะไรอยู่?”

เย่เชียนรู้สึกประหลาดใจกับการเปลี่ยนไปอย่างฉับพลันของฉินหยูและจ้องมองอย่างว่างเปล่าราวกับว่าเขาลืมสิ่งที่จะพูดออกไปหมดในทันที

ฉินหยูก็ประหลาดใจกับปฏิกิริยาของเย่เชียนเช่นกัน ทันใดนั้นเธอก็สงสัยว่าเธอมีบางสิ่งบางอย่างบนใบหน้าของเธอหรือร่างกายของเธอหรือเปล่าและก้มหัวของเธอเพื่อตรวจสอบตัวเองมือของเธอแตะใบหน้าเพื่อตรวจสอบใบหน้าของเธอ ทันใดนั้นเธอก็คิดขึ้นมาว่าเด็กคนนี้ต้องเล่นตลกกับเธออีกอย่างแน่นอน และเธอก็ขมวดคิ้วและพูดอย่างเย็นชาอีกครั้งว่า “เธอไม่ได้ยินที่ฉันพูดเหรอ?”

ผู้หญิงนั้นอารมณ์ไม่แน่ไม่นอนเย่เชียนจึงไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของฉินหยูได้ แต่ในฐานะทหารรับจ้างแล้วเขาได้เรียนรู้ที่จะปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์เบื้องหน้าได้อย่างรวดเร็ว แต่เย่เชียนแสร้งทำเป็นไม่รู้และพูดว่า “หะ? ตอนนี้คุณกำลังพูดกับผมอยู่หรือ? ผมขอโทษผมรู้สึกว้าวุ่นใจเลยไม่ได้ยินว่าคุณพูดอะไรน่ะ?”

ท้ายที่สุดแล้วฉินหยูก็ไม่โกรธเย่เชียนแล้วเพราะเธอรู้ว่ายังไงก็ไม่สามารถเอาชนะคนหน้าด้านเช่นนี้ได้เธอทำได้แค่ส่ายหัวอย่างหมดหนทางจากนั้นเธอก็พูดว่า “ฉันถามว่าเธอมองอะไรฉันอยู่?”

“อ้อ..ผมคิดว่าผมเคยเห็นคุณที่ไหนมาก่อน” เย่เชียนตอบกลับ

“เธอเคยเห็นฉันที่ไหนมาก่อนเหรอ? ก็เมื่อไม่นานมานี้ไงที่ห้องสำนักงานคณบดี!” ฉินหยูตอบ

“ไม่!..ผมหมายถึงก่อนหน้านั้นอีก!” เย่เชียนขมวดคิ้วและเกาหัวตัวเองราวกับกำลังคิดบางอย่าง

ฉินหยูยิ้มและพูดว่า “เย่เชียนอย่ามาเสแสร้งกับฉัน วิธีที่เธอใช้กับผู้หญิงมันล้าสมัยไปแล้ว นอกจากนี้ฉันยังเป็นถึงอาจารย์ของเธอ เธออย่าหวังเลยเพียงเพราะฉันทำดีกับเธอแล้วเธอจะพูดเรื่องไร้สาระพวกนี้ได้ ให้ฉันบอกเธอจริงๆไหมว่าฉันไม่ต้องการให้เธอทำตัวงี่เง่าเช่นนี้ ดังนั้นฉันขอให้เธอตั้งใจเรียนและยับยั้งตัวเองเสียบ้างในอนาคต มิฉะนั้นฉันจะรักษาคำพูดของฉันที่ว่าหากเธอยังทำตัวงี่เง่าแบบนี้อยู่อีกฉันจะไล่เธอออกไปจากห้องซ่ะ!”

เย่เชียนฉีกยิ้มและพูดว่า “ผมจะไม่ทำ! ในคลาสเรียนครั้งต่อไปผมจะตั้งใจเรียนอย่างแน่นอนและสัญญาว่าจะไม่สร้างปัญหาใดๆ!”

ตราบใดที่ใครคนหนึ่งสามารถรับรู้ถึงความผิดพลาดของเขาได้และพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขตัวเองมันก็จะเป็นสิ่งดีมาก ตอนนี้ฉินหยูรู้สึกดีขึ้นและใจเย็นลงเล็กน้อยเธอไม่ได้รู้สึกเกลียดเย่เชียนเหมือนที่เธอรู้สึกตอนที่เห็นเขาครั้งแรก เธอพยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ไม่ใช่แค่ฉันเท่านั้น แต่ในคลาสเรียนของอาจารย์คนอื่นๆเธอก็ต้องตั้งใจเรียนด้วย!”

“แน่นอน..ผมจะเป็นเด็กดีและจะตั้งใจเรียนและเรียนให้หนักในทุกๆวันเพื่อที่สักวันผมจะได้เป็นอาจารย์หลังจากสำเร็จการศึกษาผมจะได้มาสอนเด็กคนอื่นๆในสถาบันนี้ตอบแทน” เย่เชียนพูดอย่างเพ้อเจ้อเพ้อฝัน

“เธออยากเป็นอาจารย์ด้วยเหรอ?” ฉินหยูถามด้วยความงุนงงอย่างมาก

เย่เชียนหัวเราะเบาๆแล้วตอบว่า “ผมล้อเล่นน่ะ คุณไม่คิดหรือว่าถ้าผมได้เป็นอาจารย์สอนแล้วผมจะไม่ทำให้เด็กๆหลงทางไปในทิศทางที่ผิด!”

ฉินหยูส่ายหัวอย่างหมดหนทางและไม่ได้พูดอะไรอีก และเมื่อพวกเขามาถึงออฟฟิศฉินหยูก็เปิดประตูเข้าไปก่อนและพูดว่า “เข้ามาสิ!” เธอไปที่โต๊ะทำงานแล้วนั่งลง เย่เชียนส่งสัยและคิดในใจว่า “อาชีพครูบาอาจารย์มีสวัสดิการดีขนาดนั้นเลยเหรอ แม้แต่อาจารย์ธรรมดาก็ยังมีห้องทำงานส่วนตัวของเธอเองด้วยเหรอ?”

.

.

.

.

.

.

.

ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

จบบทที่ ตอนที่ 42 หัวใจสตรีดุจดั่งเข็มในมหาสมุทร

คัดลอกลิงก์แล้ว