เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 39 ให้ผมเรียกคุณว่าหยูหยู่

ตอนที่ 39 ให้ผมเรียกคุณว่าหยูหยู่

ตอนที่ 39 ให้ผมเรียกคุณว่าหยูหยู่


ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

จู่ๆฉินหยูก็หยุดเดินกะทันหันจนเย่เชียนชนเข้ากับเธอโดยไม่ได้ตั้งใจ ส่วนที่น่าอึดอัดใจที่สุดก็คือช่วงล่างของเย่เชียนดันไปชนเข้ากับบั้นท้ายของฉินหยู เย่เชียนรับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่อบอุ่นเขาจึงเผลอใจและยังคงยืนนิ่งอยู่เช่นนั้น ทันใดนั้นเย่เชียนก็เห็นใบหน้าของฉินหยูที่ขมวดคิ้วอย่างโกรธเคืองเขาจึงรีบถอยกลับไปอย่างรวดเร็วสองสามก้าวแล้วพูดว่า “คุณผู้หญิงฉิน ทำไมคุณถึงหยุดกระทันหันล่ะ?” เย่เชียนพยายามจะบอกฉินหยูว่าเธอไม่สามารถตำหนิเขาได้เนื่องจากมันเป็นความผิดของเธอที่เธอหยุดเดินอย่างกะทันหันโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้าเลยและเขาเองก็ไมได้ตั้งใจไปชนกับเธอ

ใบหน้าที่ดูเย็นชาของฉินหยูนั้นน่ากลัวมาก สรีระส่วนนั้นของเธอไม่เคยถูกสัมผัสจากผู้ใดมาก่อนแต่ตอนนี้มันกลับถูกสัมผัสโดยอสูรร้ายตัวนี้

“หน้าด้านไร้ยางอาย!!” ฉินหยูดุด่าว่าเย่เชียนเพราะเมื่อไม่นานมานี้เธอรู้สึกถึงการแข็งตัวจากช่วงล่างของเย่เชียน และเธอคิดในใจว่า ทำไมถึงได้มีคนที่หน้าด้านไร้ยางอายขนาดนี้ในสถานที่แบบนี้ในเวลานี้ ในอาณาจักรแห่งอสูรร้ายเขาเปรียบได้กับราชาอสูรที่เหี้ยมโหด

เย่เชียนได้ยินคำด่าของฉินหยูและรู้สึกขุ่นเคืองเล็กน้อยเขาเป็นพลเมืองที่ดีของสังคมมาโดยตลอดคำพูดของเธอไม่เท่ากับการใส่ร้ายหรอกหรือ เย่เชียนยอมรับว่าเขาอาจทำตัวแย่ในบางครั้งแต่ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าครั้งนี้เธอผิดอย่างชัดเจนแต่เธอยังคงโทษเขาเมื่อเธอผิด เมื่อพิจารณาถึงจุดนี้เย่เชียนก็ขมวดคิ้วและพูดว่า “คุณด่าใคร? ผมไปทำเรื่องไร้ยางอายกับคุณตอนไหน?”

“เธอ..เธอแค่” ฉินหยูพยายามอยากจะพูดว่าเย่เชียนเพิ่งใช้วัตถุอันเลวทรามของร่างกายของเขามาสัมผัสกับเธอ เธอจึงคิดว่าสิ่งนี้มันไม่ไร้อย่างอายได้อย่างไร? แต่อย่างไรก็ตามในท้ายที่สุดแล้วเธอก็ไม่ได้พูดออกมา เธอเป็นหญิงสาวที่ยังไร้เดียงสาไม่เหมือนพวกแม่บ้านที่กระหายน้ำและสิ่งเหล่านี้จะออกมาจากปากของเธอได้อย่างไร นอกจากนี้คำเหล่านั้นจะดูไม่งามอย่างยิ่งเมื่อพูดออกเสียง ในทางกลับกันมันอาจจะทำให้ผู้อื่นฟังดูเหมือนว่าพวกเขาเป็นคู่รักหนุ่มสาวที่ทะเลาะกัน

เย่เชียนก็ไม่ใช่คนที่ไม่มีไหวพริบที่ไม่รู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควรในเวลาใด เขารู้ว่าเมื่อใดที่ควรจะหยุดเนื่องจากฉินหยูไม่ได้พูดอะไรอีกเขาก็เลือกที่จะไม่โต้แย้งเช่นกัน เย่เชียนรู้สึกว่ามันแย่เกินไปที่เขาสร้างความประทับใจแรกกับเธออย่างพังไม่เป็นท่า ท้ายที่สุดแล้วเขารู้ก็สึกสนใจในตัวของผู้หญิงคนนี้อย่างมาก หากเขาสัมผัสกับแอปเปิ้ลสุกใหม่ที่ยังไม่ถูกหนอนแทะมันก็จะเป็นเฉกเช่นนี้

“ฟังฉันซะฉันเป็นอาจารย์ของเธอ ครั้งต่อไปเธอต้องเรียกฉันว่าอาจารย์ฉิน..เข้าใจมั้ย?” ฉินหยูพูดอย่างโกรธเคือง

“ไม่มีปัญหา..แต่ผมรู้สึกว่าการเรียกคุณว่าคุณผู้หญิงมันฟังดูดีมาก และทำไมคุณไม่เรียกผมว่าเย่เชียนล่ะ..ผมจะเรียกคุณว่าฉินหยูหรือไม่ก็หยูหยู่มันจะดีมากๆเลย” เย่เชียนตอบอย่างจริงจัง

หยูหยู่..เมื่อฉินหยูได้ยินชื่อนี้เธอจ้องมองเด็กไร้ยางอายต่อหน้าเธออย่างโกรธเคือง เขาต้องการที่จะเรียกเธอด้วยชื่อนี้? เธอจึงตอบโต้ด้วยการพูดอย่างเยือกเย็นว่า “ให้ฉันบอกเธออย่างตรงไปตรงมามั้ย?..ตั้งแต่วินาทีแรกที่ฉันเจอเธอฉันก็เกลียดเธอทันที..ถ้าผู้อำนวยการหวางไม่ได้ใส่ชื่อเธอไว้ในคลาสเรียนของฉันล่ะก็ฉันจะไม่เอาขยะอย่างเธอมาทิ้งไว้ในห้องของฉันให้มันสกปรกหรอก!!”

เย่เชียนเพียงแค่ยักไหล่และดูเหมือนจะไม่แยแสกับคำดูถูกเหยียดหยามของฉินหยู ในความเป็นจริงสำหรับผู้ชายคำด่าทอของผู้หญิงนั้นมีความหมายสองอย่างดังนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับว่าใครเลือกที่จะตีความหมายของมันไปในทิศทางไหนระหว่างรักกับเกลียด เย่เชียนมาไกลเกินกว่าที่จะถอนตัวเขาจึงต้องหน้าด้านหน้าทนเข้าไว้ โชคดีที่เย่เชียนมีคุณสมบัติที่สำคัญเช่นนี้อยู่แล้ว..

“ถ้างั้นให้ผมบอกคุณอย่างตรงไปตรงมาเช่นกัน ครั้งแรกที่ผมเห็นคุณผมชอบคุณมาก! แต่ถ้าหากคุณปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามที่ผู้อำนวยการหวางบอกและไม่ให้ผมเข้าเรียนผมก็อาจจะต้องหาวิธีอื่นเพื่อจะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคุณให้ได้” เย่เชียนตอบอย่างเฉียบขาด

“นี่เธอ..” ฉินหยูโกรธมากจนพูดอะไรไม่ออก เธอตะคอกและหันหลังให้เขาและพูดอย่างหงุดหงิดว่า “ตามฉันมาฉันจะบอกเธอให้ว่าเธอไม่ควรทำผิดอีกถ้าเธอต้องการเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตฉันจริงๆล่ะก็..เธอก็ควรทำตัวดีๆซ่ะ”

เย่เชียนยิ้มอย่างมีความสุขและพูดว่า “ไม่มีปัญหา..ผมเป็นเด็กดีจะทำผิดได้อย่างไร? คุณสบายใจได้เลยในขณะที่รอให้ผมเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคุณ!”

“หึ!” ฉินหยูถอนหายใจอย่างใจเย็นและไม่ได้พูดอะไรอีก เธอเป็นหญิงสาวที่สวยราวกับราชินีน้ำแข็งที่แสนจะเยือกเย็นแต่มีเสน่ห์และเธอก็ไม่อยากจะชวนเย่เชียนทะเลาะอีกแล้วดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะปิดปากของเธออย่างชาญฉลาดมิเช่นนั้นหากเธอพูดอะไรบางอย่างก็อาจจะทำให้เย่เชียนได้ใจมากยิ่งขึ้น

วิชาเอกภาษาฝรั่งเศสไม่ใช่วิชาที่เป็นที่นิยมในประเทศจีนนัก และแม้ว่ามหาวิทยาลัยนานาชาติจะมีหลักสูตรภาษาฝรั่งเศสที่สอนโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านก็ตาม แต่ว่าแต่ละคลาสเรียนนั้นมีนักศึกษาอยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น และเมื่อพวกเขามาถึงประตูห้องเรียนหมายเลขสาม ฉินหยูหันไปเผชิญหน้าเย่เชียนอีกครั้งแล้วพูดว่า “เข้ามา!” จากนั้นเธอก็เดินเข้าไปก่อน เย่เชียนก็ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้และพูดว่า “เชิญคุณผู้หญิง!” จากนั้นเขาก็ตามเธอเข้าไป

เมื่อเย่เชียนเหยียบลงบนแท่นโพเดี่ยมดวงตาของเขาก็กวาดไปทั่วทุกมุมห้องอย่างรวดเร็ว ห้องเรียนทั้งหมดเต็มไปด้วยนักศึกษาและมันแน่นจนแถบไม่มีพื้นที่เหลือในคลาสเรียนนี้มีผู้หญิงเพียงสิบคนเท่านั้นส่วนที่เหลืออีกสี่สิบคนนั้นก็เป็นผู้ชาย เขาตกตะลึงไปชั่วครู่และคิดในใจว่าการเรียนภาษาฝรั่งเศษในปัจจุบันนี้มันเรียนง่ายจริงๆหรือ? เขาจะรู้ได้อย่างไรว่านักศึกษาในตอนนี้เป็นนักศึกษาเอกภาษาฝรั่งเศสทั้งหมด ไม่ใช่ว่านักศึกษาชายเหล่านี้เลือกคลาสเรียนนี้โดยไม่มีเหตุผลอื่นๆจริงเหรอ ไม่ใช่ว่าเลือกเพราะว่าคลาสเรียนห้องสามของภาษาฝรั่งเศสนี้มีสาวสวยอยู่มากมาย และยังมีอาจารย์ที่ปรึกษาที่มีความงามระดับเทพธิดาฉินหยูอยู่ในที่แห่งนี้จริงๆอย่างงั้นเหรอ?

หลังจากที่เย่เชียนสอดส่องไปทั่วห้องแต่ก็ไม่พบไดโนเสาร์ในหมู่นักศึกษาหญิงเลยสักคน เขาแปลกใจอย่างมากเมื่อเขาคิดกับตัวเองว่า “หือ? ที่นี่มันคลาสเรียนของจ้าวหยาไม่ใช่หรือ? เลขาหูเก๋อก็บอกอย่างชัดเจนว่านี่เป็นคลาสเรียนของเธอ..หรือว่าวันนี้เธอไม่ได้มาเข้าเรียนหรอกเหรอ?”

เย่เชียนมองนักศึกษาในห้องและนักศึกษาในห้องก็มองเขาเช่นกันโดยเฉพาะพวกผู้หญิง วินาทีที่พวกเธอเห็นเย่เชียนสายตาของพวกเธอก็จับจ้องดวงตาของพวกเธอเปล่งประกายด้วยความหลงใหลและตื่นเต้น พวกเธอเคยเห็นผู้ชายที่หน้าตาดีมาหลายคนในสถาบันแห่งนี้ แต่พวกเธอไม่เคยเห็นใครเฉกเช่นเย่เชียนมาก่อนที่ดูมีความเป็นลูกผู้ชายอย่างแท้จริง จนพวกเธอคิดกับตัวเองในใจว่า “สุดหล่อคนนี้เป็นอาจารย์คนใหม่เหรอ?”

“นี่คือเย่เชียน..นักเรียนแลกเปลี่ยนที่เข้ามาใหม่” ฉินหยูแนะนำเย่เชียนแล้วก็ชี้ไปยังที่นั่งที่ว่างอยู่ตรงมุมห้องพร้อมพูดว่า “เธอไปนั่งตรงนั้นนะ”

เมื่อเหล่านักศึกษาหญิงได้ยินว่าเย่เชียนเป็นนักศึกษาใหม่พวกเธอก็เผยสายตาและรอยยิ้มอย่างมีความสุขเพราะถึงแม้ว่าสังคมจะก้าวหน้าแล้วก็ตามแต่ความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับนักศึกษาก็ยังคงไม่เหมาะไม่ควรอยู่ดี แต่ถ้าหากว่าเย่เชียนเป็นนักศึกษาแล้วล่ะก็ทุกอย่างก็จะสมบูรณ์แบบตามความปรารถนาของเหล่านักศึกษาหญิง แต่เมื่อนักศึกษาชายเหล่านั้นได้ยินว่าเย่เชียนเป็นนักศึกษาพวกเขาก็ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ พวกเขามองเย่เชียนด้วยความดูถูกเหยียดหยามและคิดในใจกันว่าเย่เชียนและพ่อของเขาทำไมถึงยังกล้าส่งลูกมาเรียนอยู่อีกเขาคงมาเรียนอย่างเขินอาย เห็นได้ชัดเลยว่าพวกเขาคิดว่าเย่เชียนคงแก่เกินกว่าที่จะมามหาวิทยาลัยได้ และเขาต้องเป็นผู้ชายที่อนาคตไม่ค่อยดีนักถึงมาเรียนเอาป่านนี้พวกเขาไม่มีอะไรที่ต้องกลัวเย่เชียนเลย

.

.

.

.

.

.

.

ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

จบบทที่ ตอนที่ 39 ให้ผมเรียกคุณว่าหยูหยู่

คัดลอกลิงก์แล้ว