เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 22 นายน้อยจอมแสแร้ง

ตอนที่ 22 นายน้อยจอมแสแร้ง

ตอนที่ 22 นายน้อยจอมแสแร้ง


ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

ตอนที่ 22 นายน้อยจอมเสแสร้ง

หลังจากที่พวกเขาขึ้นรถกันแล้ว หลินโรโร่วมีแต่คำถามมากมายวนเวียนอยู่ในหัว เธอจึงถามขึ้นว่า

 

“เย่เชียน... ทำไมผู้หญิงคนนั้นเค้าถึงเรียกคุณว่าผู้มีพระคุณเหรอคะ ?”

 

เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบเธอไปว่า

 

“อ้อ... เรื่องมันเกิดขึ้นที่ฝรั่งเศสเมื่อสองปีก่อนน่ะ พอดีตอนนั้นเธอโชคร้าย เข้าไปพัวพันกับเหตุการณ์ร้ายแรงโดยบังเอิญ แต่ผมไปเจอเธอทันเวลาและช่วยเธอออกมาพอดี”

 

เย่เชียนพูดราวกับว่ามันเป็นแค่เรื่องธรรมดาที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกวัน แต่หลินโรโร่วรู้ว่ามันคงไม่ง่ายอย่างที่เล่ามา แต่เนื่องจากเย่เชียนไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติมไปมากกว่านั้น เธอก็เลือกที่จะไม่เซ้าซี้เขาต่อ เธอรู้ว่าบางสิ่งก็ไม่ควรที่จะเค้นหาคำตอบหากคนผู้นั้นไม่ต้องการที่จะเล่า เธอเชื่อว่าวันหนึ่งเมื่อถึงเวลา เย่เชียนก็คงบอกเธอเอง

 

“อย่างนี้นี่เอง!” เธออุทานออกมาเบา ๆ จากนั้นก็ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติม

 

...

 

เป็นเวลาสองทุ่มเศษ ๆ แล้วที่พวกเขาย่างเท้าเข้าไปในบาร์ สายตาของหลินโรโร่วกวาดมองไปทั่วและเมื่อเธอเห็นซูย่าหยิง เธอจึงโบกมือแล้วพูดกับเย่เชียนว่า

 

“พวกเขาอยู่ตรงนั้น เราไปกันเถอะ”

 

เย่เชียนพยักหน้า

 

“อืม คุณเข้าไปก่อนเลย เดี๋ยวผมตามไปทีหลัง”

 

“เอางั้นก็ได้... แต่คุณอย่าแอบหนีฉันไปไหนนะ!” หลินโรโร่วแกล้งยิ้มร้าย ๆ จากนั้นเธอก็เดินไปหาซูย่าหยิง

 

เย่เชียนหันหลังกลับและเดินไปนั่งที่เคาน์เตอร์ของบาร์ จากนั้นเขาก็ดึงเงินหนึ่งพันห้าร้อยหยวนออกมาจากกระเป๋าเสื้อของตัวเอง เขาแอบส่งเงินให้บาร์เทนเดอร์สาวอย่างรวดเร็วและแนบเนียน

 

“นี่เงินส่วนที่เหลือ ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือของคุณ...”

 

บาร์เทนเดอร์สาวคนนั้นคือเซียวหลงนูนั่นเอง เธอยิ้มและรับเงินไปแต่ดวงตาทั้งคู่ของเธอกลับจ้องไปทางหลินโรโร่วอย่างไม่วางตาก่อนจะถามออกมาว่า

 

“เธอคนนั้นเป็นแฟนนายเหรอ ?”

 

เย่เชียนไม่ตอบคำถาม เขาได้แต่ยิ้มเบา ๆ พร้อมถามกลับไปว่า

 

“คุณรู้อะไรเกี่ยวกับคนพวกนั้นไหม ?”

 

“เอ้า! ถ้านายไม่รู้จักพวกเขา แล้วทำไมนายถึงไปอยู่กับพวกเขาได้ล่ะ ?” เซียวหลงนูเลิกคิ้วถามด้วยความตกใจ เพราะเธอเห็นผู้หญิงที่มากับเย่เชียนเดินไปที่กลุ่มของซูย่าหยิง เธอจึงคิดว่าเย่เชียนต้องรู้จักพวกเขา

 

เย่เชียนส่ายหัวแล้วตอบว่า “ผมไม่รู้จักพวกเขาหรอก ทำไม มันแปลกมากเหรอ ?”

 

“คนที่สวมนาฬิกาอาร์มานี่นั่นน่ะ เขาชื่อ อู่หยางเทียนหมิง พ่อของเขาเป็นเลขานุการคณะกรรมการเทศบาลของเซี่ยงไฮ้ ชื่อ อู่หยางเฉิง

 

อู่หยางเทียนหมิงเป็นลูกคุณหนูเจ้าปัญญา แถมยังเป็นหนึ่งในสี่หนุ่มผู้มีชื่อเสียงและมีอิทธิพลอย่างมากในเมืองเซี่ยงไฮ้อีกแน่ะ พวกคนอื่น ๆ ที่อยู่ในกลุ่มเขาล้วนแต่เป็นพวกที่มีอิทธิพล พวกเขาต่างก็เป็นลูกของเจ้าหน้าที่ระดับสูงหรือไม่ก็ลูกของพวกมาเฟียทั้งนั้นเลย ดูสิ! นายน้อยอู่หยางกำลังมองแฟนนายอยู่ ฉันคิดว่าเขาน่าจะสนใจเธอมากเลยล่ะ นายต้องระวังไว้ให้ดีเลยเชียวนะ” เซียวหลงนูร่ายยาว พร้อมเตือนส่งท้ายด้วยความเป็นห่วง

 

เย่เชียนหันหน้าไปดูและเห็นว่าอู่หยางเทียนหมิงกำลังลุกมานั่งข้าง ๆ หลินโรโร่วพร้อมกับแสดงท่าทางเรียกร้องความสนใจ แต่ดูเหมือนว่าหลินโรโร่วจะไม่ได้สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย เมื่อเห็นเช่นนั้นเย่เชียนก็ยิ้มบาง

 

“ขอบคุณสำหรับความหวังดีของคุณที่ช่วยเตือนผมนะ แต่ผมเชื่อว่าสิ่งใดที่เป็นของผม มันก็จะเป็นของผมเสมอ ไม่มีใครสามารถแย่งชิงไปจากผมได้และก็ไม่มีใครกล้าเอาไปด้วย!”

 

เซียวหลงนูจ้องมองเขาอย่างประทับใจ จากนั้นเธอก็ส่งยิ้มแล้วพูดว่า

 

“นายดูท่าจะมั่นใจไม่น้อยเลยทีเดียวนะนี่...”

 

เย่เชียนยิ้มเบา ๆ และไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาลุกขึ้นพลางโบกมือลาเซียวหลงนูที่บาร์และเดินไปที่โต๊ะของหลินโรโร่ว

 

เมื่อพวกเขาเห็นเย่เชียนเดินเข้ามาที่โต๊ะ อู่หยางเทียนหมิงก็มองดูเขาด้วยสีหน้ารังเกียจและทำท่าทางไม่แยแส

 

หลินโรโร่วรีบดึงเย่เชียนลงมานั่งที่เก้าอี้ข้าง ๆ เธอแล้วถามว่า

 

“คุณไปทำอะไรมาเหรอ ?”

 

“โทษที... พอดีผมปวดท้องนิดหน่อย” เย่เชียนตอบกลับ

 

หลินโรโร่วมองดูเขาอย่างว่างเปล่า จากนั้นเธอก็หยิกหน้าท้องของเย่เชียนอย่างไร้ความปราณี อู่หยางเทียนหมิงและคนอื่น ๆ ต่างก็มองเขาด้วยความเกลียดชัง พวกเขาคิดว่าเย่เชียนนั้นขาดคุณสมบัติที่ดีที่จะเข้าร่วมกับพวกเขาและเป็นแค่เด็กบ้านนอกคนหนึ่ง แต่เย่เชียนเองก็ไม่ได้สนใจพวกเขาเลยแม้แต่น้อย เขาได้แต่นั่งดื่มไวน์ไปเพลิน ๆ เพราะเขารู้ว่าคนเหล่านั้นไม่ชอบเขา และตัวเขาเองก็ไม่ชอบคนพวกนั้นเช่นกัน ถ้าไม่ใช่เพราะหลินโรโร่วอยู่ที่นี่ เขาก็คงไม่มาคบหาสมาคมกับคนประเภทนี้อย่างแน่นอน

 

“นายน้อยอู่หยาง ฉันได้ยินมาว่าคุณซื้อรถปอร์เช่คันใหม่เหรอคะ ทำไมคุณไม่เอามันมาด้วยล่ะ” ซูย่าหยิงถามพร้อมส่งสายตารังเกียจไปทางเย่เชียนก่อนจะพูดเสริมอีกว่า

 

“เอามาให้เราได้ลองนั่งมันให้เป็นบุญหน่อยสิ...”

 

“รถปอร์เช่มันก็เป็นแค่รถคันนึงที่ไม่ได้พิเศษอะไร อีกอย่าง การเลือกตั้งก็ใกล้จะมาถึงแล้ว พ่อของฉันบอกให้ฉันถ่อมตัวเอาไว้ พวกเธอทุกคนก็รู้ว่าพ่อของฉันน่ะเป็นถึงรองเลขาธิการของคณะกรรมการเทศบาล การกระทำของฉันไม่ควรโจ่งแจ้งต่อสาธารณชน!” อู่หยางเทียนหมิงตอบขณะที่ท่าทางยังคงดูไม่แยแส

 

ในขณะที่เขาพูด เขาก็มองหลินโรโร่วและยืดอกแสดงท่าทีว่าเขาพอใจในสิ่งที่ตนเองมี ใบหน้าของเขาพยายามเรียกร้องความสนใจ แต่ทว่าหลินโรโร่วยังคงไม่สนใจและแสดงออกอย่างปกติซึ่งมันทำให้คนอย่างอู่หยางเทียนหมิงรู้สึกหงุดหงิด

 

“นายน้อยอู่หยาง คุณว่าการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนี้จะมีเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่อะไรไหม ?” จ้าวเซี่ยถาม

 

“ใช่แล้ว... มันจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่แต่นิทรรศการงานเวิลด์เอ็กซ์โปก็ใกล้เข้ามามากแล้ว การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นไวที่สุดหลังจากเวิลด์เอ็กซ์โปเนี่ยแหละ ข่าววงในคือตอนนี้เลขาธิการเทศบาลคนล่าสุดจะถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง” อู่หยางเทียนหมิงยืดอกพูด เขาภูมิใจที่ได้รู้ข่าววงในก่อนใคร

 

“ถ้าอย่างนั้น... ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอู่หยางเฉิงก็คงจะได้เลื่อนตำแหน่งอย่างแน่นอน นั่นเป็นโอกาสดีที่จะเฉลิมฉลองกันหน่อย นายน้อยอู่หยาง... ถ้าอย่างนั้นขอถือโอกาสนี้แสดงความยินดีกับคุณล่วงหน้าเลยแล้วกันนะครับ” จ้าวเซี่ยพูดอย่างประจบประแจงประหนึ่งถ้าเลียแข้งเลียขาได้ เขาก็คงจะก้มลงไปเลีย

 

อู่หยางเทียนหมิงพูดด้วยความถ่อมตัวทว่าดูเสแสร้งอย่างยิ่ง

 

“มันก็ไม่แน่หรอก เพราะรองเลขาอีกสองคนก็มีโอกาสเหมือนกัน ฉันก็ไม่รู้ว่าพ่อของฉันจะได้หรือเปล่า”

 

แม้ว่าเขาจะพูดคำเหล่านี้แต่เขาก็ไม่ได้ปกปิดการแสดงออกที่ดูดีใจบนใบหน้าของเขาเลย ราวกับว่าในขณะนี้พ่อของเขาได้เป็นเลขาธิการเทศบาลไปแล้ว

 

ซูย่าหยิงตบไหล่ของหลินโรโร่วและพูดว่า

 

“โรโร่ว... นายน้อยอู่หยางน่ะ เขายังไม่มีแฟน เธอควรใช้โอกาสนี้เข้าหาเขาซะนะ”

 

“งั้นเหรอ ?” หลินโรโร่วตอบพร้อมกับยิ้มเจื่อน ๆ

 

อู่หยางเทียนหมิงหัวเราะแล้วถามว่า

 

“โรโร่ว... คุณจะให้เกียรติเต้นกับผมได้ไหม ?”

 

หลินโรโร่วจ้องเขาอย่างไร้ความรู้สึก จากนั้นเธอก็หันไปหาเย่เชียนและเห็นว่าเย่เชียนไม่สนใจกับสถานการณ์รอบตัวและดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้ยินอะไรเลย เขานั่งจิบไวน์อย่างเฉยเมยเสียจนเธออดไม่ได้ที่จะแสดงออกอย่างไม่พอใจและดุด่าเย่เชียนในใจของเธอว่า ‘คนโง่’

 

เมื่อหมดหนทาง เธอจึงจำต้องตกลงไปเต้นกับอู่หยางเทียนหมิง ทว่าในขณะที่กำลังจะอ้าปากตอบไปนั้น ทันใดนั้นเย่เชียนก็ค่อย ๆ วางแก้วไวน์ของเขาลงแล้วพูดอย่างแน่วแน่

 

“โรโร่วเป็นแฟนของผม ถ้าเธอจะต้องเต้นกับใครแล้วล่ะก็ มันก็ต้องเป็นผมแค่คนเดียวเท่านั้น!” พูดจบเขาก็ดึงมือของหลินโรโร่วและพาเธอไปยังฟลอร์เต้นรำทันที...

 

อู่หยางเทียนหมิงมองไปทางพวกเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแปลกใจ เขาทำเสียงฮัมเพลงอย่างเย็นชาเพื่อกลบเกลื่อนวินาทีที่น่าอึดอัดใจเช่นนี้

 

จ้าวเซี่ยนั้นแอบหัวเราะอยู่ในใจเมื่อเห็นชายบ้านนอกกล้าที่จะปะทะกับนายน้อยอู่หยาง เขาพูดเชิงยุยงไปว่า

 

“นายน้อยอู่หยาง คุณต้องการให้พวกเราสั่งสอนบทเรียนให้มันไหม ?”

 

“ดูมันสิ... ไอ้ขยะนั่นมันเป็นแค่รปภ. แต่กลับกล้าที่จะท้าทายนายน้อยแบบนี้ ฉันไม่ยอมให้มันมาหยามนายน้อยหรอก!”

 

หลินเจียน ผู้ซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวเดียวกันพูดขึ้น เขาดูขุ่นเคืองราวกับว่าเย่เชียนไปคุกคามแม่ของเขาอย่างไรอย่างนั้น

 

อู่หยางเทียนหมิงพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะพูดว่า

 

“เออ ไปสั่งสอนมันซะก็ดี แต่ก็อย่าให้หนักจนเกินไปล่ะ ตอนนี้การรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นสิ่งสำคัญมาก มันจะไม่ดีถ้าหากทำให้นี่เป็นเรื่องใหญ่เกินไป วันนี้ให้บทเรียนเล็ก ๆ น้อย ๆ แก่มันก็พอ!”

 

หลินเจียนไม่ได้เป็นคนที่อยู่ในสายตาของอู่หยางเทียนหมิงแต่อย่างใด เขาเห็นหลินเจียนเป็นเพียงหนูในรังของงูเพียงแค่นั้น

พ่อของหลินเจียนเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งอู่หยางเทียนหมิงเพียงแค่พยายามดึงคนจากทุกสายทุกแขนงมาไว้ใกล้ตัวเขาเพื่อเอาไว้ใช้ประโยชน์จากคนพวกนี้ในภายภาคหน้าไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เขาทำทุกอย่างเพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็วและในอีกไม่กี่ปี มันจะทำให้พวกเขาร่ำรวยอย่างช่วยไม่ได้ แต่ทว่าคนเหล่านั้นทั้งหมดล้วนเป็นแค่เพียงคนธรรมดาที่เพิ่งจะเริ่มมีฐานะเมื่อไม่นานมานี้เอง

ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

จบบทที่ ตอนที่ 22 นายน้อยจอมแสแร้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว