เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 15 ท้าทาย

ตอนที่ 15 ท้าทาย

ตอนที่ 15 ท้าทาย


ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

ตอนที่ 15 ท้าทาย

หลังจากที่เจิ้งต้าฟูได้ยินหลี่ฮ่าวบอกว่าเย่เชียนเป็นพี่ชายของตน เจิ้งต้าฟูก็เริ่มรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาในทันใด เขาเข้าใจจุดประสงค์ที่แท้จริงของหลี่ฮ่าวที่มาเยี่ยมเขาในวันนี้แล้ว หลี่ฮ่าวขอให้เขายกฟ้องอย่างสุภาพเพียงเพราะเขาไม่ต้องการทําอะไรให้มันโจ่งแจ้ง เขาเป็นเหมือนดั่งมังกรแข็งแกร่งที่ไม่มีทางลดตัวลงไปสู้กับงู

 

เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เจิ้งต้าฟูก็รับรู้ได้ว่าโชคดีของเขาได้หมดลงไปเสียแล้ว

 

อันที่จริง เมื่อหลี่ฮ่าวเห็นเจิ้งต้าฟูเป็นครั้งแรก เขาก็ไม่พอใจอย่างมาก เพราะชายคนนี้เป็นคนทําให้พ่อของเขาได้รับบาดเจ็บ แต่หากเขาต้องการที่จะปล่อยเย่เชียนออกมาให้เป็นอิสระได้นั้น เขาจึงจําเป็นต้องระงับโทสะเอาไว้

 

“ดะ... ได้... ผมจะยอมความครับ” เจิ้งต้าฟูตอบรับแต่โดยดี

 

เขารู้ตัวดีว่าตัวเองนั้นอยู่ในจุดไหน หลังจากที่หลี่ฮ่าวพูดประโยคเหล่านั้นออกมาจนจบ เขาจึงตอบกลับอย่างไร้ซึ่งความลังเลเมื่อคิดได้ว่าตัวเองนั้นโชคดีแค่ไหนแล้วที่หลี่ฮ่าวยังคงพูดจาสุภาพกับตนอยู่ ขนาดว่าตนเองนั้นได้ไปทำร้ายพ่อของพวกเขา

 

พอได้ยินคําตอบรับจากเจิ้งต้าฟูแล้ว หลี่ฮ่าวก็ยิ้มเจื่อน ๆ อย่างสุภาพและพูดกลับไปอีกเล็กน้อย จากนั้นเขาก็ออกจากโรงพยาบาลและขับรถตรงไปยังสถานกักกันที่เย่เชียนถูกฝากขังเอาไว้

 

......

 

เช้าวันนี้ หวังยู่ได้เข้ามาที่สถานีตำรวจตามปกติ เมื่อเธอเปิดประตูเข้ามา เธอก็ถามอย่างเกรี้ยวกราดว่า

 

“ไอ้สารเลวนั่น! ตอนนี้มันอยู่ที่ไหน ?”

 

เมื่อวานนี้เย่เชียนทำให้เธอโกรธมากจากการล่วงละเมิดร่างกายของเธอ เธอรู้สึกทั้งเจ็บใจและเสียใจในเวลาเดียวกัน แต่หลังจากที่เธอกลับไปทำใจที่บ้านเมื่อคืน เธอก็รู้สึกดีขึ้น  และในวันนี้เอง เธอตั้งใจจะมาล้างแค้นเอาคืนเป็นสองเท่าของความทุกข์ที่เธอได้รับจากเย่เชียน

 

“อยู่ในศูนย์กักกันส่วนกลางครับ...”

 

เจ้าหน้าที่ที่ประจําการอยู่พูดออกมา หลังจากเห็นหวังยู่ที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว เขาก็รู้สึกประหม่าและระวังตัวเพื่อไม่ให้พบกับภัยพิบัติที่จะลามมาถึงตนเอง ไม่มีทางที่ใครหน้าไหนที่จะกล้ายั่วโทสะของเธอในตอนนี้

 

ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังรายงานสถานการณ์อยู่นั้น หยางเหว่ยเหลือบมาเห็นหวังยู่ยืนอยู่ เขาจึงถือโอกาสเข้ามาถามไถ่

 

“เสี่ยวยู่ เธอไม่เป็นไรนะ ? ฉันช่วยเธอสั่งสอนบทเรียนให้กับไอ้สารเลวนั่นแล้ว เมื่อวานฉันสั่งคนให้จับมันไปขังรวมกับนักโทษคดีฉกรรจ์ มันคงออกมาไม่ครบ 32 แน่ ๆ”

 

“อะไร ?! ใครขอให้นายช่วย ? เรื่องนี้ฉันจัดการเองได้ นายไม่ต้องมายุ่ง!”

 

หวังยู่ตะคอกใส่และเหลือบมองหยางเหว่ยอย่างเย็นชาขณะที่เดินไปที่ห้องขัง

 

ความหวังดีของเขากลับกลายเป็นเรื่องงี่เง่า เขาสาปแช่งฟ้าดินอยู่ในใจ แล้วมองตามแผ่นหลังของหวังยู่ไปพร้อมทั้งพึมพำกับตัวเองอย่างดุเดือด

 

“ยัยผู้หญิงอวดดี! มันจะอะไรกันนักกันหนา ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อเธอเป็นถึงรองเลขานุการกรรมการเทศบาลก็อย่าหวังเลยว่าฉันจะอ้าปากคุยด้วยให้เสียเวลา!” พูดจบ เขาก็เดินตามหลังเธอไปยังห้องขัง

 

เมื่อมาถึงห้องขัง หยางเหว่ยก็ต้องตกตะลึง เขาเชื่อมาตลอดว่าเย่เชียนจะต้องเจ็บตัวจนปางตาย แต่ผลลัพธ์มันกลับไม่เป็นเช่นนั้นเลย ไม่เพียงแค่เขาได้นอนสบาย ๆ บนเตียง แต่แม้กระทั่งเหล่านักโทษที่โหดเหี้ยมก็ยังกลับกลายเป็นเด็กดีที่เชื่อฟังเย่เชียน ทั้งนวดไหล่ทั้งบริการสิ่งอำนวยความสะดวกเหมือนกับเขามาเพื่อเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจอย่างไรอย่างนั้น

 

เมื่อเย่เชียนเห็นหวังยู่และหยางเหว่ยเดินเข้ามา เขาก็ยิ้มเล็กยิ้มน้อยอย่างอารมณ์ดีแล้วพูดว่า

 

“สุดสวย... เธอคงคิดถึงฉันมากเลยสินะ ถึงกลับมาหาถึงที่ เมื่อคืนนี้คงจะนอนไม่หลับเพราะคิดถึงฉันใช่ไหมล่ะ ? หืม ?”

 

“นอนไม่หลับบ้านนายสิ! ฉันมาที่นี่เพื่อดูว่านายน่ะตายไปแล้วหรือยังต่างหากล่ะ!” หวังยู่สบถออกมาอย่างเกรี้ยวกราด

 

“โอ้ที่รัก... อย่าพูดจาใจร้ายใส่กันนักสิครับ แหม... จิตใจสตรีนั้นยากแท้ที่จะหยั่งถึงอย่างที่คนเค้าว่ากันจริง ๆ แต่ถึงยังไงร่างกายของเราสองคนก็เคยสัมผัสกันและกันอย่างใกล้ชิดมาแล้วนะ เธอลืมมันไปหมดแล้วเหรอ ?” เย่เชียนแสร้งพูดออกมาด้วยท่าทางที่เจ็บปวดรวดร้าว

 

สิ้นเสียงพูดของเย่เชียน ทั้งหยางเหว่ยและเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ รวมไปถึงนักโทษทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างก็หันไปมองหวังยู่พร้อมกันทันที

 

หยางเหว่ยคิดในใจว่า ‘ไอ้สารเลวนี่พูดอย่างกับว่ามันได้เสียกันกับยัยผู้หญิงอวดดีคนนี้ไปแล้วงั้นแหละ!’

 

“มองหาอะไรกันยะ!!! อยากถูกควักลูกตาออกมากันหรือไง ห๊ะ ?!” หวังยู่ตะโกนใส่ทุกคนพร้อมกัดริมฝีปากตัวเองและมองไปยังเย่เชียน

 

“ถ้านายคิดว่าตัวเองแน่นัก งั้นก็ออกมาประลองกับฉันซะเดี๋ยวนี้! ตอนนี้เลย! มา!”

 

“ประลอง ? อุ๊บ...! หึ ๆ ๆ” เย่เชียนหลุดขําโดยไม่ตั้งใจก่อนจะพูดออกไป

 

“คนสวย... เธอบ้าไปแล้วเหรอ ? นี่มันยุคยุโรปตอนกลางหรืออย่างไรกัน ? แล้วอีกอย่าง ทําไมฉันจะต้องไปประลองกับเธอด้วย ?”

 

“ก็ทำไมล่ะ ? นายกลัวอะไรงั้นเหรอ ? ทำตัวแบบนี้แล้วยังจะกล้าเรียกตัวเองว่าลูกผู้ชายอีกนะ” หวังยู่เย้ยหยันเขา

 

“เหอะ... ฉันจะเป็นลูกผู้ชายหรือไม่นั้น เธอก็คงไม่สนใจหรอก เอาเป็นว่าเธออย่ามาทำอะไรแบบนี้เลย มันไม่ใช่สิ่งที่ดี เป็นผู้หญิงก็ควรจะกลับบ้านไปนั่งเล่นเปียโนเสียดีกว่า มาท้าผู้ชายต่อสู้ด้วยแบบนี้ เดี๋ยวจะหาคู่แต่งงานด้วยยากเอานา” เย่เชียนพูดพร้อมยิ้มเล็กยิ้มน้อย

 

อันที่จริงเย่เชียนเองก็รู้สึกผิดอยู่เหมือนกันที่ทําเธอร้องไห้ เขาไม่เคยเผชิญหน้ากับผู้หญิงที่ใสซื่อเช่นนี้มาก่อน แต่พอมาเจอเธออีกในวันนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะชวนทะเลาะ

 

“ฉันจะได้แต่งงานไหมมันก็ไม่ใช่เรื่องของนาย แต่ที่แน่ ๆ ฉันจะไม่แต่งกับคนอย่างนายแน่นอน!”

 

“นี่! ถ้าเธออยากแต่งงานกับฉันน่ะนะ ฉันจะยอมแต่งด้วยก็ได้ แต่เธอช่วยลดความรุนแรงลงซักหน่อยเถอะ ไม่งั้นจะหาคู่แต่งงานด้วยยากจริง ๆ นา ขอย้ำ...”

 

หยางเหว่ยที่ยืนมองทั้งคู่เถียงกันไปมาตั้งแต่ต้นรู้สึกตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นอย่างมาก นี่มันคือการพูดคุยของตํารวจกับนักโทษแน่แล้วหรือ ? เพราะดูยังไงมันก็เหมือนกับการทะเลาะกันของคู่รักชัด ๆ

 

“ไอ้เลว! ไอ้อันธพาล! ไอ้บ้าาาา!” หวังยู่โกรธมาก เธอพยายามนึกคำด่ามากที่สุดเท่าที่จะนึกได้เพื่อที่จะเอามาด่าว่าไอ้บ้าคนนี้

 

ทันใดนั้น เย่เชียนที่ดูเหมือนไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลยก็พูดขึ้นมาว่า

 

“ใช่! ฉันมันเลวจริงอย่างที่เธอว่านั่นแหละ แต่แล้วยังไงล่ะ... เธอจะทำยังไงกับฉันล่ะ ?”

 

เมื่อเห็นหวังยู่โกรธจนแทบจะระเบิดออกมา หยางเหว่ยจึงรีบหลบออกไปทางด้านข้าง ขณะที่ปากก็พูดว่า

 

“พอ! ไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว อะไรของคนพวกนี้ก็ไม่รู้!”

 

หยางเหว่ยสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เย็นยะเยือกจึงจำต้องรีบหลบออกไปด้านข้างและเดินออกไป เขาเปิดประตูทิ้งไว้อย่างไม่แยแสพร้อมทั้งสาปแช่งหวังยู่ในใจ ‘เหอะ! ไม่ช้าก็เร็ว เธอจะต้องตกเป็นของฉัน แล้วฉันจะกดและขย้ำเธออย่างไม่ปรานีเลยคอยดู!’

 

ในขณะที่ประตูห้องขังถูกเปิดออก หวังยู่ก็รีบเข้าไปข้างในและกวาดสายตาไปยังเหล่านักโทษ

 

ออกไป!” เธอตะเบ็งสุดเสียง

 

“โอ้คนสวย! เธอจะทําอะไรน่ะ! รู้มั้ยว่าฉันสามารถฟ้องเธอข้อหากระทําชําเราได้เลยนะ” ไม่พูดเปล่า ครั้งนี้เย่เชียนเอามือปิดช่วงบนและล่างลำตัวของเขา พลางทําท่าราวกับว่าเขาเป็นผู้หญิงที่กำลังจะโดนทำอนาจาร

 

หวังยู่ไม่สนใจในท่าทางน่าหมั่นไส้ของเย่เชียน เธอเดินตรงไปหาเขาอย่างรวดเร็วแล้วคว้าแขนของเขามากัดลงไปอย่างเต็มปากเต็มคำ ‘หึ! สาแก่ใจนัก’

 

โอ้ยยยยยยยยยยยย!” เย่เชียนถึงกับร้องออกมา

 

“บัดซบจริง ๆ เลย... นี่เธอเป็นหมาหรือไงถึงได้มากัดกันแบบนี้” เย่เชียนยิ้มเจื่อน ๆ เพราะความเจ็บแต่ก็ยังไม่วายที่จะกวนประสาทเธอต่อ

 

“ฉันกัดนายแล้วจะทําไมล่ะ ?” หวังยู่ท้าทาย

 

“เธอลืมมันไปเถอะ... ผู้ชายเขาไม่สู้กับผู้หญิงหรอก” เย่เชียนหันหน้าหนีทำเป็นไม่สนใจเธอ

 

หวังยู่ยังไม่ถอดใจ เธอคว้าแขนเขามาอีกครั้งแล้วทำท่าจะกัด ทว่าเย่เชียนพูดขัดขึ้นทันทีว่า

 

“แน่จริงก็ลองกัดอีกครั้งสิ แล้วเธอจะได้รู้ซึ้ง...”

 

“เออ เอาเซ่! นายจะทําอะไรได้!” หวังยู่จับแขนของเย่เชียนไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

“อืม ๆ ๆ ดูเหมือนเธอจะไม่ยอมเลิกราถ้าฉันไม่สอนบทเรียนให้เธอสินะ...” พูดจบ เย่เชียนก็จับหวังยู่ไว้ในอ้อมแขนแล้วกดเธอลงกับเตียง

ติดตามตอนอื่น ๆ ได้ที่ : novelrealm

จบบทที่ ตอนที่ 15 ท้าทาย

คัดลอกลิงก์แล้ว