เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ย้อนชีวิตพิชิตเซียน - บทที่ 98 : หยวนหวู่เทียน

ย้อนชีวิตพิชิตเซียน - บทที่ 98 : หยวนหวู่เทียน

ย้อนชีวิตพิชิตเซียน - บทที่ 98 : หยวนหวู่เทียน


บทที่ 98 : หยวนหวู่เทียน

ซูอานนอนเอนกายอยู่บนเตียง และกำลังเดินลมปราณตามคัมภีร์เก้าสวรรค์อยู่ เขาสัมผัสได้ว่าจุดตันเถียนของตนเองนั้นแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ และเวลานี้ลมปราณก็กำลังหมุนเวียนไปทั่วร่าง

ในระหว่างที่ซูอานเดินลมปราณฝึกฝนอยู่ภายในบ้าน ทางด้านเหล่าฮั๋วก็กำลังเจรจากับกลุ่มนักยุทธด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“ทุกท่านคงทราบเรื่องราวทุกอย่างดีแล้ว ถ้าพวกเราไม่ลงมือทำอะไรเลย ลูกๆของเราคงต้องประสบมรสุมครั้งยิ่งใหญ่แน่!”

“เหล่าฮั๋ว ใช่ว่าผมไม่อยากจะร่วมลงขัน แต่ตอนนี้ผมเองก็กำลังหาเงินจ่ายซูป๋าเซียนอยู่เหมือนกัน!”

“เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหาของผม เอาเป็นว่าตระกูลฮั๋วลงขั้นไปแล้วห้าร้อยล้านหยวน ที่เหลือพวกคุณทั้งหมดต้องช่วยกัน!”

เหล่าฮั๋วออกคำสั่ง และไม่มีใครกล้าที่จะขัดเช่นกัน จากนั้นเขาจึงพูดต่อว่า..

“พวกคุณรู้มั๊ยว่าครั้งนี้เฒ่าปีศาจแห่งหนานฉี ที่ไม่เคยปรากฏตัวมานานถึงยี่สิบปีจะมาด้วยตัวเอง แสดงว่าพวกมันมีการเตรียมการมาอย่างดี..”

เหล่าฮั๋วพูดเพียงแค่นั้นก็เดินออกจากการประชุม และปล่อยให้ทุกคนหาทางออกเรื่องเงินอีกห้าร้อยล้านกันเอาเอง..

หลังจากที่เหล่าฮั๋วกลับไป คนอื่นๆที่อยู่ภายในห้องประชุมต่างพากันนั่งเงียบ และมีสีหน้าเคร่งเครียด

หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ ใครคนหนึ่งก็พูดขึ้นว่า “เอาล่ะ.. ไม่ว่ายังไงเรื่องนี้ก็ต้องคุยกันเพื่อหาทางออก!”

“เงินตั้งห้าร้อยล้านนะ คิดว่าเป็นกระดาษเปล่าหรือยังไง? พวกเราทำงานหนักกันแทบตายกว่าจะหามาได้..” ชายชราคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมาด้วยความไม่พอใจอย่างมาก

“ถ้าพวกเราจ่ายเงินในครั้งนี้ ครั้งหน้าพวกเราก็ต้องจ่ายอีก พวกเราไม่ใช่เครื่องผลิตเงินให้ใครนะ!”

“นั่นสิ! ผมเองก็ไม่เห็นด้วย ไม่ว่าจะห้าร้อยล้าน หรือห้าสิบล้านก็ไม่ควรจ่าย..”

ทุกคนในห้องประชุมต่างก็พากันโวยวายออกมาด้วยความไม่พอใจ และยิ่งพูดพวกเขาก็ยิ่งโมโหมากขึ้น

แต่แล้วชายชราคนหนึ่งก็เป็นฝ่ายพูดขึ้นว่า “ทุกคนต้องทำความเข้าใจสถานการณ์ตอนนี้ให้ดี ครั้งนี้ปีศาจเฒ่าแห่งหนานฉีที่หายหน้าหายตาไปกว่ายี่สิบปี เป็นฝ่ายออกหน้าเอง แล้วเขาก็เข้าสู่ขั้นปรมาจารย์แล้ว..”

“และครั้งนี้ถ้าไม่มีใครสามารถเอาชนะเขาได้ พวกคุณคิดว่าจะมีใครในเจียงโจวสามารถทำธุรกิจได้อีก..”

“และต่อให้ไม่มีเรื่องนี้ ถ้าคนอย่างซูป๋าเซียนจะบีบเอาเงินจากพวกเรา มีใครกล้าปฏิเสธเขางั้นเหรอ?”

“ครั้งนี้เหล่าฮั๋วไปเชิญซูป๋าเซียนให้มาช่วยด้วยตัวเอง เขาทำเพื่อพวกเราทุกคนด้วย..”

กลุ่มนักยุทธเจียงโจวต่างก็พากันก้มหน้าด้วยความละอายใจ และพวกเขาก็สามารถเข้าใจได้ว่าหากพวกเขาพ่ายแพ้จะเกิดหายนะใดขึ้นบ้าง?

แต่แล้วใครคนหนึ่งก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย “แล้วถ้าซูป๋าเซียนเอาชนะฝ่ายนั้นไม่ได้ล่ะ?”

ชายชราพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ “ซูป๋าเซียนรับคำท้าแบบนี้ เขาต้องมั่นใจว่าจะสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ อีกอย่างเหล่าฮั๋วก็บอกกับฉันเองว่า ซูอานน่าจะเข้าสู่ระดับสำเร็จขั้นปรมาจารย์แล้วด้วยซ้ำไป!”

“ห๊ะ?”

“เป็นไปได้ยังไงกัน?”

ทุกคนในห้องประชุมได้แต่อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง

จากนั้นชายชราคนเดิมก็พูดต่อว่า “เหล่าฮั๋วเล่าให้ฉันฟังว่า ซูป๋าเซียนได้มอบของเหลวพลังชีวิตที่เขากลั่นเองให้กับเหล่าฮั๋ว และหลังจากที่เหล่าฮั๋วกินโอสถนี้เข้าไป เขาไม่เพียงสามารถฟื้นฟูพลังปราณกลับมาได้ แต่โรคหัวใจที่เรื้อรังมานานหลายปีก็หายไปด้วย..”

ทุกคนได้แต่นิ่งเงียบและไม่สามารถพูดอะไรได้อีก..

จนกระทั่งผ่านไปครู่ใหญ่ ใครคนหนึ่งในห้องก็ถามขึ้นว่า “เป็นไปได้มั๊ยว่าเขาไม่ใช่นักยุทธ แต่เป็นผู้บ่มเพาะเพื่อที่จะไปเป็นเซียน?!”

“หรือไม่ก็เป็นปีศาจ!”

“เอาล่ะๆ ถ้างั้นพวกเรามาช่วยกันลงขันดีกว่า..”

แต่ในระหว่างที่ทุกคนกำลังตกลงที่จะลงขันกันนั้น ประตูห้องประชุมก็ถูกเปิดออก ชายชราผมแดงคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในห้อง

ดวงตาของเขาแดงก่ำราวกับมีเปลวเพลิงลุกอยู่ภายใน ท่าทางของเขาทั้งน่ากลัวและน่าเกรงขาม

“หยวน.. ผู้เฒ่าหยวน!”

ชายชราผมขาวจ้องมองชายชราผมสีแดงเพลิงด้วยแววตาหวาดผวา คนผู้นี้ไม่เคยปรากฏตัวสู่สายตาผู้คนมานานหลายปีมาก จนผู้คนต่างก็ร่ำลือว่าเขาเสียชีวิตไปแล้ว!

ชายชราผมสีแดงเพลิงผู้นี้ก็คือหยวนหวู่เทียน และเป็นอาวุโสของตระกูกลหยวนที่ฝึกจนถึงขั้นปรมาจารย์ และหายหน้าหายตาไปนับสิบๆปี

“ฉันต้องการเงินหนึ่งพันล้านนี้!”

หยวนหวู่เทียนบอกับชายชราแซ่ซุนด้วยใบหน้าที่เปื้อนด้วยร้อยยิ้มบางๆ พร้อมกับพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดัง แต่กลับทรงพลังยิ่งนัก

“ไม่ได้พบกันนานหลายสิบปี คุณแก่ลงไปมากทีเดียว..”

สีหน้าของอาวุโสซุนเปี่ยมไปด้วยความเคารพยิ่ง เพราะเมื่อครั้งที่เขายังเป็นเด็กฝึกหัดอยู่ในสำนักนั้น หยวนหวู่เทียนเป็นนักยุทธที่มีชื่อเสียงอย่างมาก

เขายังจดจำเมื่อครั้งที่พบหยวนหวู่เทียนครั้งแรกได้ ครั้งนั้นเมื่อรู้ว่าจะได้พบกับหยวนหวู่เทียน เขาถึงกับตื่นเต้นจนนอนไม่หลับอยู่หลายวัน หลังจากได้พบแล้วถึงกับนอนไม่หลับต่ออีกหลายคืน..

อาวุโสซุนโน้มตัวลงด้วยความเคารพ และหยวนหวู่เทียนผู้นี้ก็คือแรงบันดาลใจ ที่ทำให้เขาหมั่นเพียรฝึกฝนวรยุทธมาจนถึงวันนี้ หลังจากหยวนหวู่เทียนหายหน้าหายตาไปนานนับสิบๆปี เขาเคยคิดว่าผู้เฒ่าหยวนคงได้ลาโลกไปแล้ว แต่กลับคิดไม่ถึงว่าจู่ๆวันนี้เขาจะได้พบคนผู้นี้อีกครั้ง และดูเหมือนว่าผู้เฒ่าหยวนจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมากอีกด้วย!

ในวันนี้ ดูเหมือนหยวนหวู่เทียนน่าจะอายุได้เก้าสิบปีพอดี เพราะเขานั้นอายุน้อยกว่าหยวนหวู่เทียนถึงสิบปี แต่กลับกลายเป็นว่าหยวนหวู่เทียนในเวลานี้กลับดูราวกับคนอายุเพียงแค่หกสิบปีเท่านั้น..

ชายาชราผมสีแดงเพลิงผู้นี้ กลับดูสง่างามและแข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อ!

ทุกคนในห้องประชุมต่างก็พากันลุกขึ้นยืนพร้อมกันทันที และต่างก็จ้องมองหยวนหวู่เทียนด้วยสีหน้าที่หวาดกลัว

อาวุโสซุนรีบสละที่นั่งหัวโต๊ะให้กับหยวนหวู่เทียน และหยวนหวู่เทียนก็เดินตรงเข้าไปนั่งด้วยสีหน้าท่าทางที่เปี่ยมไปด้วยความน่าเกรงขาม เมื่อเขาไม่พูดอะไรออกมา ก็ไม่มีใครในห้องกล้าพูดอะไรออกมาเช่นกัน ภายในห้องประชุมเวลานี้จึงเงียบสงัดไปทั่วทั้งห้อง..

หยวนหวู่เทียนยกถ้วยชาที่อาวุโสซุนรินให้ขึ้นจิบ จากนั้นเขาจึงเงยหน้ากวาดสายตามองไปรอบห้อง ก่อนจะพูดขึ้นว่า

“ไม่ได้พบกับทุกคนมานานหลายสิบปี เจียงโจวเองก็เปลี่ยนไปมาก วงการนักยุทธก็รุ่งเรืองกว่าในอดีตมาก..”

อาวุโสซุนรีบตอบกลับไปทันที “ใช่ครับ.. เจียงโจวกลายเป็นเมืองที่มีชื่อเสียง และภายใต้การริเริ่มของผู้เฒ่าหยวน วงการนักยุทธจึงได้ยืนหยัดมาถึงทุกวันนี้ได้!”

“พูดได้ดี!”

สีหน้าของหยวนหวู่เทียนยังคงนิ่งเรียบ เขาดูผ่อนคลายสบายๆ แต่ผู้คนในห้องประชุมกลับรู้สึกเกร็งและเครียดอย่างบอกไม่ถูก เพราะสัมผัสได้ถึงพลังความแข็งแกร่งของหยวนหวู่เทียน

“เมื่อครู่ที่เดินเข้ามา ฉันได้ยินว่าเจียงโจวกำลังประสบปัญหาใหญ่ ช่วยเล่ารายละเอียดให้ฉันฟังที!”

อาวุโสซุนเป็นฝ่ายพูดขึ้นว่า “ขออนุญาต หากผู้เฒ่าหยวนไม่สั่ง ผมคงไม่กล้าพูด..”

“คนหนานฉีเป็นฝ่ายท้าทายนักยุทธเจียงโจวมาก่อน เห็นว่าครั้งนี้พวกเขาเชิญปีศาจเฒ่าที่หายหน้าหายตาไปนานถึงยี่สิบปีมาร่วมประลองด้วย พวกเราจึงมานั่งปรึกษากันว่าจะรับมือกับพวกเขาอย่างไร?”

“ปีศาจเฒ่า?! เป็นเขาเองงั้นรึ?”

ประกายเย็นชาทอประกายขึ้นในแววตาของหยวนหวู่เทียนวูบหนึ่ง แล้วจึงดับลงอย่างรวดเร็ว พวกเขาทั้งคู่ต่างก็เคยเป็นคู่แข่งกัน และต่างก็ได้ฉายาว่าคู่ปรับเหนือ-ใต้!

“ที่แท้ก็คือยู๋เวิ่นฉี มิน่า.. ทุกคนจึงได้หวาดกลัวกันถึงเพียงนี้!”

อาวุโสซูถึงกับหน้าเปลี่ยนสี เขาคิดไม่ถึงว่ายู๋เวิ่นฉีปีศาจเฒ่าจะอยู่มานานนับร้อยปีเช่นนี้!

“ความแค้นระหว่างฉันกับเขา คงจะได้เวลาสะสางกันอีกครั้ง” หยวนหวู่เทียนพูดขึ้นด้วยสีหน้า และน้ำเสียงดุดัน

“ฉันได้ยินมาว่า ทุกคนกำลังจะมอบเงินจำนวนนี้ให้กับเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง?”

“แม้ซูป๋าเซียนจะเป็นเพียงแค่เด็กหนุ่ม แต่พลังของเขาไม่ธรรมดาเลย..” แต่ยังไม่ทันที่อาวุโสซุนจะพูดจบ หยวนหวู่เทียนก็ขัดขึ้นเสียก่อน

“ก็แค่เด็กหนุ่ม จะเก่งอะไรมากมาย คงจะโอ้อวดเสียมากกว่า!”

ทุกคนในห้องถึงกับหน้าเปลี่ยนสี เพราะคิดไม่ถึงว่าผู้เฒ่าหยวนจะพูดจาดูแคลนซูอานถึงเพียงนี้ แต่ทุกคนก็สามารถเข้าใจได้ว่า หยวนหวู่เทียนกำลังที่จะกดซูอานลงใต้ฝ่าเท้า

และหากให้เลือกระหว่างซูอานกับหยวนหวู่เทียน หลังจากช่างน้ำหนักดูแล้ว ทุกคนล้วนแล้วแต่เลือกหยวนหวู่เทียนทั้งสิ้น เพราะหยวนหวู่เทียนน่าจะเป็นคู่ต่อสู้ที่เหมาะสมของปีศาจเฒ่านั่น!

“ผู้เฒ่าหยวนพูดได้ถูกต้อง! เขาก็เป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มที่โอ้อวดคนหนึ่งเท่านั้น หากผู้เฒ่าหยวนออกหน้าให้ พวกเราก็คงไม่ต้องพึ่งพาซูป๋าเซียนอีก!” คนผู้หนึ่งในห้องประชุมเอ่ยขึ้น

และคนพวกนี้ก็ไม่ต่างจากไม้เลื้อยที่ขึ้นตามกำแพงบ้าน..

“พวกเราหวังว่าผู้เฒ่าหยวนจะยอมออกหน้าปกป้องเกียรติของชาวเจียงโจว!”

ครั้งนี้ทุกคนในห้องต่างก็ร้องตะโกนขึ้นมาพร้อมกัน และพากันประสานมือทำการคาราวะหยวนหวู่เทียนด้วยความเคารพ ต่อให้ไม่เห็นด้วย ก็ต้องทำตามๆกันไปเพื่อความอยู่รอด

สำหรับพวกเขาแล้ว จะเป็นซูอานหรือหยวนหวู่เทียนก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ ขอให้แข็งแกร่งพอที่จะปกป้องพวกเจียงโจวจากหายนะครั้งนี้ได้ก็เพียงพอแล้ว!

หยวนหวู่เทียนพูดขึ้นว่า “ต่อให้ปีศาจเฒ่านั่นไม่มาหาเรื่องที่เจียงโจว ฉันก็ตามไปหามันจนพบอยู่แล้ว!”

ทุกคนในห้องต่างก็พากันถอนหายใจด้วยความโล่งอก สีหน้าบ่งบอกถึงความดีอกดีใจ หากมีหยวนหวู่เทียนออกหน้าให้เช่นนี้ เจียงโจวต้องกลับมามั่นคงเช่นเคยอย่างแน่นอน

หยวนหวู่เทียนหันมองไปรอบๆห้องพร้อมกับพูดขึ้นว่า “แต่เงินจำนวนหนึ่งพันล้านนี้น้อยเกินไป!”

ทุกคนถึงกับตกใจเมื่อได้ยินคำพูดของผู้เฒ่าหยวน และหนึ่งในนั้นก็ได้แต่อ้อนวอน..

“ผู้เฒ่าหยวน พวกเรารวบรวมมาจนแทบหมดตัวแล้ว ขืนท่านขอเพิ่มมากกว่านี้…”

“ถ้าอย่างนั้นเกิดอะไรขึ้นกับเจียงโจว ก็อย่าโทษฉันล่ะ!”

แต่ยังไม่ทันที่คนผู้นั้นจะพูดจบ หยวนหวู่เทียนก็ตะคอกกลับเสียงดัง พร้อมกับกวาดสายตามองไปทั่วทั้งห้อง ทุกคนได้แต่นั่งนิ่งและแทบไม่กล้าหายใจ..

หลายคนได้แต่แอบคิดอยู่ในใจว่า หยวนหวู่เทียนหายหน้าหายตาไปนับสิบๆปี แต่อารมณ์ของเขายังคงรุนแรงไม่เปลี่ยนเลย..

“ผู้เฒ่าหยวนอย่าเพิ่งโมโห พวกเราค่อยๆเจรจากันดีกว่านะครับ!”

“ฉันไม่ชอบการต่อรอง ฉันต้องการเงินสองพันล้าน!”

“สองพันล้าน!!”

ทุกคนในห้องต่างก็ร้องตะโกนออกมาพร้อมกันด้วยความตกใจ ในขณะที่หยวนหวู่เทียนก็พูดต่อว่า

“ฉันหายหน้าไปจากเจียงโจวนับสิบๆปี เงินจำนวนสองพันล้านนี้ คิดเสียว่าเป็นเงินปันผลที่ทุกคนต้องจ่ายให้กับฉัน..”

แต่ในขณะนั้นเอง ผู้เฒ่าฮั๋วได้กลับมาที่ห้องประชุมอีกครั้ง และเมื่อเห็นหยวนหวู่เทียน เขาก็ร้องออกมาด้วยความดีใจ

“เฒ่าหยวน คิดไม่ถึงว่าจะพบนายที่นี่!”

“เฒ่าฮั๋ว ยังมีชีวิตอยู่งั้นรึ? ฉันเองก็คิดว่านายตายไปแล้วเสียอีก แกเกือบทำให้ฉันต้องสูญเสียลูกสะใภ้ไป!”

จากคำทักทายของทั้งคู่นั้นบ่งบอกถึงความสนิทสนมกันในระดับหนึ่ง หยวนหวู่เทียนเคยร่วมรบกับเหล่าฮั๋ว และครั้งนั้นเข้าก็เป็นหน้าของเหล่าฮั๋วด้วย..

ทั้งคู่โผเข้ากอดกัน หลังจากที่ไม่ได้พบหน้ากันมานานนับสิบๆปี จากนั้นหยวนหวู่เทียนก็หันไปบอกทุกคนในห้องประชุมว่า

“คืนเงินห้าร้อยล้านหยวนให้กับเหล่าฮั๋วไป!”

ครั้งนี้ทุกคนแทบกระอักเลือด และเขาเองก็เลือกหยวนหวู่เทียนมากกว่าที่จะเลือกซูอานเช่นกัน นั่นเพราะเขารู้จักความสามารถของหยวนหวู่เทียนดีตั้งแต่สมัยยังหนุ่ม

เพียงแต่ว่า.. เหล่าฮั๋วกำลังกังวลใจว่าจะบอกปฏิเสธซูอานไปอย่างไรดี?

*****

[ฝากนิยายแปลอีกเรื่องของทีมงานนะคะ: จักรพรรดิ์เทพมังกร ]

จักรพรรดิเทพมังกร

(Dragon Emperor - Martial God)

ความเป็นอมตะของหลิงหยุนได้มลายหายไป.. ทำให้เขาตกลงมาสู่โลกมนุษย์ ในยุคที่เต็มไปด้วยความเสื่อมทรามอย่างที่สุด

จากนั้น.. หลิงหยุนจะค่อยๆ บ่มเพาะพลังในตัวเองทีละขั้น ทีละขั้น และไต่ลำดับขึ้นไปต่อกรกับสวรรค์ได้อย่างไร..

******

จบบทที่ ย้อนชีวิตพิชิตเซียน - บทที่ 98 : หยวนหวู่เทียน

คัดลอกลิงก์แล้ว