เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ย้อนชีวิตพิชิตเซียน - บทที่ 92 : เงาจำลอง

ย้อนชีวิตพิชิตเซียน - บทที่ 92 : เงาจำลอง

ย้อนชีวิตพิชิตเซียน - บทที่ 92 : เงาจำลอง


**วันที่ 1/ม.ค. - งดลงนิยายหนึ่งวัน**

บทที่ 92 : เงาจำลอง

ใบหน้าของชายวัยกลางคนดูตกตะลึงไปเล็กน้อย เมื่อร่างของซูอานปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างรวดเร็วโดยที่เขาแทบไม่ได้ทันระวังตัว

และนี่นับเป็นเรื่องที่ร้ายแรงสำหรับเขามาก เพราะหากศัตรูสามารถจู่โจมเข้ามาได้เงียบเชียบโดยที่แม้แต่เขาเองยังไม่รู้ตัวเช่นนี้ ย่อมหมายความว่าศัตรูของเขานั้นแข็งแกร่งอย่างมากทีเดียว และอาจจะแข็งแกร่งมากกว่าตนด้วยซ้ำไป..

มือทั้งสองข้าที่ไขว้หลังอยู่นั้นร่วงลงทันที และพลังปราณสีดำจางๆก็ปรากฏขึ้นที่ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขา บ่งบอกว่าเขาพร้อมที่จะประมือกับศัตรูแล้ว

“จะปล่อยคนได้หรือยัง!”

แม้น้ำเสียงของซูอานจะไม่ดังมาก แต่ก็หนักแน่นและดุดันพอที่ผู้ฟังจะเข้าใจได้ว่า นี่คือคำสั่งหาใช่คำถามไม่!

และในเมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงเพียงนี้แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องพูดถึงเรื่องเงินเรียกค่าไถ่กันอีก เพราะไม่ว่าอย่างไรคนพวกนี้ก็ต้องตายเท่านั้น!

ชายวัยกลางคนถึงกับสั่นสะท้านไปด้วยความโกรธ เขาคิดไม่ถึงว่าเด็กหนุ่มอย่างซูอาน จะกล้าอวดดีออกคำสั่งกับเขาเช่นนี้

“เจ้าหนู.. อย่าได้อวดดีให้มันมากนัก!”

ชายวัยกลางคนต้องการดึงเวลาอีกสักหน่อย เขากำลังรอให้พลังงานสีดำบนฝ่ามือทั้งสองข้างหนาแน่นกว่านี้เสียก่อน จากนั้นจึงค่อยลงมือสังหารเด็กหนุ่มอวดดีคนนี้

แต่กลับไม่เป็นดังที่ชายวัยกลางคนคาดหวัง เพราะซูอานไม่เจรจาด้วย และยังไม่ทันที่ชายวัยกลางคนจะพูดจบด้วยซ้ำไป ร่างของซูอานก็พุ่งตรงจู่โจมเข้าใส่อย่างรวดเร็ว

ด้วยความเร็วของซูอานนั้น ฝ่ามือของเขาก็คว้าเข้าที่ลำคอของชายวัยกลางคนอย่างรวดเร็ว ซูอานบีบคอของชายวัยกลางคนไว้แน่นพร้อมกับพูดขึ้นว่า..

“ในเมื่อเจ้าไม่ปล่อยคน ข้าก็จะเข้าไปดูเอง!”

กร๊อก..

ซูอานออกแรงบีบจนกระดูกคอของชายวัยกลางคนหักคามือ จากนั้นเขาจึงออกแรงกระตุก และโยนร่างไร้วิญญาณของชายวัยกลางคนไปกองกับพื้นอย่างไม่แยแส และซูอานก็สามารถสังหารผู้ฝึกยุทธในระดับกลางขั้นปรมาจารย์ได้ไม่ต่างจากสุนัขตัวหนึ่ง..

ซูอานก้าวเท้าเข้าไปในห้องสี่เหลี่ยมไม่ช้าและไม่เร็ว ในขณะที่ร่างของชายวัยกลางคนยังคงนอนตาเบิกโพลง เขาคงคิดไม่ถึงว่าตนเองจะต้องมาตายด้วยน้ำมือเด็กหนุ่มอย่างง่ายดายเช่นนี้ เขาตายโดยที่ยังไม่ทันได้ลงมือด้วยซ้ำไป

แววตาที่เบิกโพลงของชายวัยกลางคนนั้นบ่งบอกว่ายังไม่อยากตาย เขาเป็นถึงพี่ใหญ่ และมีตำแหน่งเจ้าสำนักรออยู่ ความรุ่งเรืองและความสุขอีกมากมายกำลังรอเขาอยู่..

แต่ต่อให้อยากตายหรือไม่อยากตายก็ไม่มีความหมายใดๆอีกต่อไป และน้ำตาหยดสุดท้ายก็ไหลออกจากดวงตาที่ไร้วิญญาณทั้งสองข้างของเขา

ทั้งซันกูกับซันฉวนต่างก็จ้องมองซูอานด้วยความตกตะลึง เพราะเพียงแค่ซูอานบีบคอของชายวัยกลางคนเบาๆ ก็สามารถสังหารผู้ฝึกยุทธที่เก่งกาจตายได้อย่างง่ายดาย..

ซูอานเดินเข้าไปในห้องสี่เหลี่ยมที่ไม่ใหญ่แต่ก็ไม่เล็กนัก ภายในห้องคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ และยังมีจานอาหารวางอยู่บนโต๊ะ ระหว่างนั้นสายตาของเขาก็เหลือบมองไปยังมุมห้อง และพบว่าชายสองคนกำลังฉีกเสื้อผ้าของเด็กสาวทั้งสองคนอยู่..

และเวลานี้เด็กสาวทั้งสองคนก็ได้แต่ร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความหวาดกลัว และสิ้นหวัง!

“มาเร็วๆแม่หนู.. ฉันจะช่วยให้เธอมีความสุข!”

“ฉันจะทำอย่างทะนุถนอม ไม่ต้องกลัว..”

แต่ในระหว่างที่ชายหื่นทั้งสองกำลังจะคว้าร่างของเด็กสาวเข้ามากอดอีกครั้ง เสียงเย็นยะเยือกของซูอานก็ดังขึ้น

“พวกแกเตรียมตัวตายได้แล้ว!”

ชายทั้งสองรีบหันกลับมาทันที พวกมันจ้องมองซูอานด้วยความโมโห และหนึ่งในนั้นก็ตะคอกใส่หน้าเขาว่า

“แกเป็นใคร? กล้ามาขัดความสุขของพวกฉัน แกต่างหากที่ต้องเตรียมตัวตายได้แล้ว!”

สิ้นคำพูดของพวกมัน เท้าของซูอานก็กระแทกเข้ากับร่างของพวกมันจนลอยละลิ่วไปปะทะกับกำแพง แต่ก่อนที่จะร่วงลงพื้น ซูอานก็กระโดดเตะซ้ำเข้าไปอีกครั้ง แล้วร่างของพวกมันทั้งสองก็กระแทกเข้ากับกำแพงจนกลายเป็นรูขนาดใหญ่

ห้องสี่เหลี่ยมที่ก่อด้วยปูนถึงกับสั่นคลอน และดูราวกับว่าจะพังครืนลงมาในทันที!

ซูอานหันไปสั่งซันกูกับซันฉวนว่า “พวกเจ้าพาตัวพวกนางสองคนกลับไปก่อน!”

ซันกูกับซันฉวนพยักหน้า และรีบวิ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงสาวทั้งสองคนพาออกไปจากที่นั่นทันที

ร่างของชายร่างอ้วนหนวดเครารุงรังยังคงอัดอยู่ในรูของผนัง แม้มันจะยังไม่ตาย แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถเอาชีวิตรอดได้

ชายร่างสูงผอมที่ร่วงลงกับพื้น รีบลุกขึ้นและพุ่งหมัดของตนเข้าใส่ร่างของซูอานทันที แต่ฝีมือเพียงแค่นั้นมีหรือที่จะทำอะไรซูอานได้ ยังไม่ทันที่มันจะได้เข้าใกล้ร่างของซูอาน เขาก็ยกเท้าถีบใส่ร่างของมันจนลอยไปกระแทกเข้ากับผนังอีกครั้ง และครั้งนี้ห้องสี่เหลี่ยมก็สั่นไปมาอย่างรุนแรง..

ครืน.. ครืน..

จากนั้น ห้องสี่เหลี่ยมก็ถล่มลงมา และร่างของพวกเขาทั้งสามคนก็ถูกฝังอยู่ใต้เศษปูน..

ซันกูกับซันฉวนได้แต่ยืนมองด้วยความหวาดกลัวและตกใจ ในขณะที่หลานสาวทั้งสองคนของซูอานก็ได้แต่ยืนร้องไห้ด้วยความหวาดผวา..

ซันกูรีบปลอบโยนหลานสาวทันที “ไม่เป็นไรแล้วนะ.. ไม่ต้องตกใจ! ปู่มาช่วยหลานแล้ว..”

ในขณะเดียวกันนั้นซันฉวนก็ได้แต่ร้องถามซันกูด้วยความเป็นห่วง “พ่อครับ.. คุณชายซูจะเป็นอะไรไม๊?”

ซันกูตอบกลับด้วยสีหน้ามั่นอกมั่นใจ “แค่ห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆจะทำอะไรเขาได้ แม้แต่งูยักษ์เขายังฟันขาดมาแล้วเลย!”

“ห๊ะ?! งูยักษ์เหรอ?”

“ไว้วันหลังพ่อจะเล่าให้แกฟัง ตอนนี้แกรีบพาลี่ลี่กับหยวนหยวนกลับไปก่อน!”

“ครับพ่อ!”

ซันฉวนรีบถอดเสื้อของตนเองออกมาให้ลูกสาวทั้งสองคนสวมไว้ และรีบพาทั้งคู่ออกจากอาคานเตี้ยนซื่อทันที

ในระหว่างที่ห้องสี่เหลี่ยมกำลังถล่มลงมานั้น ร่างร่างหนึ่งก็กระโดดออกมาจากซากปรักหักพังอย่างรวดเร็ว

….

ทางด้านล่างของอาคารเตี้ยนซื่อเวลานี้ มีผู้คนพากันมามุงดูอยู่มากมาย และต่างก็พากันวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทุกคนต่างก็มีสีหน้าหวาดกลัวและตกใจกันอย่างมาก

ซูอานเดินตรงเข้าไปหาซันกูพร้อมเอามือปัดเศษปูนที่ติดอยู่ตามร่างกาย ในขณะเดียวกันนั้นก็เอ่ยถามซันกูขึ้นว่า

“เจ้าสามารถจัดการกับปัญหาเหล่านี้ได้ใช่หรือไม่?”

“ได้ครับ..”

คนกลุ่มที่นอนตายเกลื่อนกลาดนี้ คือพวกที่ลักพาตัวหลานสาวของเขาไป ซึ่งนับเป็นการกระทำที่ผิดกฏหมายอยู่แล้ว อีกทั้งด้วยอำนาจบารมีของซันกูในหลินโจว จึงไม่ใช่เรื่องยากที่เขาจะเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

“ถ้าเช่นนั้น ก็กลับกันได้แล้ว!”

ในเมื่อสามารถช่วยหลานสาวของซันกูได้แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่ต่อ แต่ในระหว่างที่ซูอานกำลังจะก้าวออกไปนั้น จู่ๆแสงสีฟ้าเจิดจ้าก็สว่างไสวขึ้น

แสงสีฟ้านี้ค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนมีลักษณะคล้ายกับประตูบานหนึ่ง อีกทั้งยังมีพลังชีวิตปลดปล่อยออกมาจางๆ

สีหน้าของซูอานถึงกับเปลี่ยนไปทันที เขาจ้องมองแสงสีฟ้าสว่างไสวด้วยแววตาเย็นชา เพราะแสงสีฟ้านี้ถูกสร้างขึ้นด้วยพลังชีวิต และนั่นย่อมหมายความว่าผู้ที่เป็นเจ้าของแสงสีฟ้านี้ต้องไม่ใช่คนธรรมดา

และนี่เป็นครั้งแรกที่ซูอานสัมผัสได้ว่า บนโลกใบนี้หาใช่มีคนเช่นเขาเพียงคนเดียว แต่น่าจะต้องมีผู้บ่มเพาะตนเช่นเขาอยู่อีก

แต่แล้วแสงสีฟ้านั้นก็ค่อยๆหดตัวลง และก่อตัวเข้าหากันกลายเป็นรูปร่างคล้ายมนุษย์ ซูอานได้แต่ยืนมองด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เพราะจากสิ่งที่เขาเห็นอยู่เวลานี้ ย่อมหมายความว่าอีกฝ่ายนั้นน่าจะมีฝีมือสูงส่งอยู่ในขั้นที่น่าสะพรึงกลัวไม่น้อย และตัวเขาเองคงไม่ต่างจากมดปลวกในสายตาของอีกฝ่าย..

ซันกูถึงกับหน้าซีเผือด เขาไม่เคยพบเจออะไรเช่นนี้มาก่อนในชีวิต และนั่นทำให้มุมมองเกี่ยวกับโลกใบนี้ของเขาต้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

แม้ว่าซูอานจะทำให้มุมมองเกี่ยวกับโลกใบนี้ของเขาเปลี่ยนไปมาก แต่ครั้งนั้นก็ยังสามารถอธิบายได้ด้วยคำว่า ‘ตกใจจนช็อค’ แต่ครั้งนี้.. ซันกูไม่รู้ว่าจะสรรหาคำพูดใดมาอธิบายความตกอกตกใจของตนเองได้!

แสงสีฟ้านั้นค่อยหดตัวเข้าหากันเป็นรูปคนอย่างชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งในที่สุดร่างของชายชราผมขาวที่ดูราวกับเซียนก็ปรากฏขึ้น!

ชายชราลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ แววตาของเขาดูบริสุทธิ์และลึกซึ้งอย่างไม่อาจหาที่ใดเปรียบได้ อีกทั้งดวงตาทั้งสองข้างยังสว่างไสว ราวกับมีดวงอาทิตย์และดวงจันทรากำลังทอประกายแสงเจิดจ้าอยู่ภายใน

ริมฝีปากของชายชรายังคงเม้มสนิทไม่เคลื่อนไหว แต่กลับมีเสียงดังเปล่งออกมา “เจ้าบังอาจสังหารศิษย์ของข้า เจ้าสำนึกผิดบ้างหรือไม่?”

จิตใจที่ประหวั่นพรั่นพรึงของซูอานค่อยๆสงบลง เขาเริ่มรับรู้ได้ว่าภาพที่เห็นอยู่นี้หาใช่ร่างจริงของชายชราไม่? แต่มันเป็นเพียงแค่เงาซึ่งเป็นร่างจำลองของชายชราเท่านั้น..

ซูอานค่อยๆสงบสติอารมณ์ของตนเองลง สีหน้าของเขากลับมามีสีเลือดอีกครั้ง ซูอานจ้องมองชายชราพร้อมตอบกลับไปว่า

“ข้าสังหารศิษย์ของเจ้าแล้วทำไมรึ?”

ไม่จำเป็นต้องอธิบาย ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล ฆ่าก็คือฆ่า.. ในเมื่อเขาคือจักรพรรดิแห่งเซียนผู้ยิ่งใหญ่!

ซูอานเห็นชายชรานิ่งเงียบไปนาน และท่าทางน่าเกรงขามเมื่อครู่ก็ดูลดลง เงาจำลองของชายชรานั้นดูคล้ายกับคนจริงๆมาก จนเขาอดรู้สึกไม่ได้ว่าหรือนี่จะเป็นร่างจริงกันแน่?!

ระหว่างที่ซูอานกำลังสงสัยอยู่นั้น ชายชราก็กำลังขมวดคิ้วเข้าหากัน พร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกยิ่งกว่าเดิม

“เจ้ากล้ามาก.. ข้าจะให้เจ้าได้เห็นจุดจบของผู้ที่สังหารศิษย์ของข้า!”

“หึ.. น่าขันยิ่งนัก คนอย่างเจ้ากลับกล้าพูดจายะโสโอหังต่อหน้าข้าเชียวรึ?”

ซูอานรู้ดีว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นผู้ที่มีฝีมือสูงส่งยิ่งนัก อย่างน้อยก็ต้องอยู่ในระดับกลาง หรือไม่ก็ระดับสูงสุดขั้นโฮ่วเทียนแล้ว ไม่เช่นนั้นคงจะไม่สามารถจำลองเงาตนเองออกมาได้เช่นนี้ เพราะการจำลองเงาจำเป็นต้องใช้พลังชีวิตมากมายมหาศาล..

ในเมื่อไม่สามารถเจรจากับซูอานได้ ชายชราก็ยิ่งโมโหโกรธเกรี้ยวมากขึ้น ผมยาวสีขาวนั้นปลิวไสว และแววตาทั้งสองข้างเปลี่ยนเป็นดุร้ายขึ้นมาทันที

“ข้าจะสังหารเจ้า แก้แค้นให้กับศิษย์ของข้า!”

เงาจำลองของชายชราปลดปล่อยพลังปราณเข้าจู่โจมซูอานในทันที แม้จะเป็นเพียงแค่เงาจำลอง แต่พลังปราณที่ปลดปล่อยออกมานั้นก็รุนแรงมาก รุนแรงอย่างที่เขาเองก็ไม่เคยพบเจอผู้ใดในโลกนี้ ที่มีพลังปราณแกร่งกล้าเช่นนี้มาก่อน

แต่สีหน้าของซูอานยังคงสงบเย็นชาเช่นเคย เขารวบรวมพลังชีวิตในจุดตันเถียนของตน เคลื่อนมารวมไว้ที่ฝ่ามือ และเวลานี้ฝ่ามือของเขาก็ปรากฏแสงสีขาวสว่างเจิดจ้า

“ก็แค่เงาจำลองหาใช่ร่างจริงไม่ ริอาจจะสังหารข้างั้นรึ? คืนนี้ข้าจะทำลายเงาจำลองของเจ้าทิ้งเสีย!”

ซูอานพุ่งตรงเข้าหาร่างของชายชรา พร้อมกับซัดพลังปราณในมือเข้าใส่ร่างของเขาทันที แต่รอบตัวของชายชรากลับปรากฏกระแสลมแรงหมุนรอบตัวอย่างน่ากลัว ทำให้ซูอานไม่สามารถเข้าไปใกล้เงาจำลองนั้นได้

แม้คู่ต่อสู้ของซูอานจะเป็นเพียงแค่เงาจำลอง แต่ความแข็งแกร่งกลับไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาในเวลานี้เลย..

*****

[ฝากนิยายแปลอีกเรื่องของทีมงานนะคะ: จักรพรรดิ์เทพมังกร ]

จักรพรรดิเทพมังกร

(Dragon Emperor - Martial God)

ความเป็นอมตะของหลิงหยุนได้มลายหายไป.. ทำให้เขาตกลงมาสู่โลกมนุษย์ ในยุคที่เต็มไปด้วยความเสื่อมทรามอย่างที่สุด

จากนั้น.. หลิงหยุนจะค่อยๆ บ่มเพาะพลังในตัวเองทีละขั้น ทีละขั้น และไต่ลำดับขึ้นไปต่อกรกับสวรรค์ได้อย่างไร..

******

จบบทที่ ย้อนชีวิตพิชิตเซียน - บทที่ 92 : เงาจำลอง

คัดลอกลิงก์แล้ว