เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ย้อนชีวิตพิชิตเซียน - บทที่ 90 : ตามหากลุ่มคนหลิงหนาน

ย้อนชีวิตพิชิตเซียน - บทที่ 90 : ตามหากลุ่มคนหลิงหนาน

ย้อนชีวิตพิชิตเซียน - บทที่ 90 : ตามหากลุ่มคนหลิงหนาน


บทที่ 90 : ตามหากลุ่มคนหลิงหนาน

ซูอานและซันกูออกจากบ้านทันที และมุ่งหน้าไปยังหลินโจวอย่างรวดเร็ว..

เวลานี้หลานสาวทั้งสองคนของซันกูตกอยู่ในกำมือของพวกมัน ทั้งซูอานและซันกูไม่อาจล่าช้ากว่านี้ได้ เพราะหากช้าไปหลานสาวทั้งสองคนของซันกูก็อาจตกอยู่ในอันตรายได้ ระหว่างทางที่ขับรถไปนั้น โทรศัพท์มือถือของซันกูก็ดังขึ้น และเป็นสายจากกลุ่มคนหลินหนานนั่นเอง..

“อาจารย์ซัน.. เตรียมเงินไว้ให้พวกเราหรือยัง?”

เสียงจากปลายสายที่ดังขึ้นนั้น เห็นได้ชัดว่าเป็นการพูดผ่านเครื่องแปลงเสียงอีกที..

“เงินตั้งสองร้อยล้าน ต้องให้เวลาฉันรวบรวมเงินบ้างสิ ตอนนี้ฉันรวบรวมได้ห้าสิบล้านแล้ว..”

“ห๊ะ?! ห้าสิบล้าน..”

ชายที่โทรมาถึงกับร้องอุทานออกมาเสียงดัง จากนั้นจึงพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจนัก “อย่ามาทำเป็นถ่วงเวลา.. ถ้าแกตุกติกฉันฆ่าหลานสาวของแกแน่!”

จากนั้นเสียงร้องของเด็กสาวสองคนก็ดังขึ้นที่ปลายสายพร้อมกัน ซันกูจึงรีบร้องตะโกนกลับไปทันที

“พวกแกอย่าทำแบบนั้นเด็ดขาด!”

“ปู่คะ.. ช่วยด้วย ช่วยพวกเราด้วย!”

เสียงร้องไห้และเสียงอ้อนวอนของเด็กสาวทั้งสองคนที่ดังขึ้น เสมือนมีดที่กรีดลึกเข้าไปในจิตใจของซันกู และเวลานี้ดวงตาทั้งสองข้างของเขาก็แดงก่ำไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวใจอย่างที่สุด

“ถ้าแกกล้าแตะต้องหลานสาวของฉันแม้แต่ปลายเล็บแล้วล่ะก็ ฉันจะฆ่าแก!!”

“หึ! ซันกู แกมีเวลาห้าชั่วโมงเท่านั้น ถ้าถึงเวลาแล้วแกยังไม่นำเงินสองร้อยล้านมาให้ล่ะก็ อย่าว่าแต่ปลายเล็บเลย ฉันจะให้ชายฉกรรจ์ทั้งหมดที่นี่จัดการกับหลานสาวของแกแทน!”

หน้าผากของซูอานมีเส้นเลือดสีเขียวปูดขึ้นเต็มไปหมด มือทั้งสองข้างกำพวกมาลัยรถไว้แน่น และเวลานี้ความโกรธของเขาก็ปะทุขึ้นจนถึงขีดสุด

“ส่งโทรศัพท์มาให้ข้า!”

ซันกูยื่นโทรศัพท์มือถือในมือให้ซูอาน และรีบเหยียบคันเร่งหนักขึ้น เพราะต้องการไปให้ถึงหลินโจวโดยเร็วที่สุด

ซูอานถือโทรศัพท์มือถือไว้ในมือ พร้อมกับพูดขึ้นเพียงแค่สั้นๆ แต่น้ำเสียงนั้นดุดันและเย็นยะเยือกกว่าทุกครั้ง

“ปล่อยคน!”

น้ำเสียงของซูอานแม้จะเบาและห้วน แต่ก็ตรงไปตรงมา..

ปลายสายถึงกับชะงักไปชั่วครู่ แล้วจึงร้องตะโกนถามขึ้นด้วยความสงสัย “แกไม่ใช่ซันกูนี่?”

“ข้าให้เวลาพวกเจ้าเพียงแค่สองชั่วโมงเท่านั้น!”

ซูอานไม่ตอบคำถาม แต่กลับยื่นคำขาดให้พวกมันปล่อยตัวหลานสาวทั้งสองคนของซันกูภายในเวลาสองชั่วโมง

“นี่แกกล้าข่มขู่ฉันเชียวเรอะ? บอกซันกูด้วยว่าถ้ามันกล้าเรียกคนมาช่วย ฉันจะให้ชายฉกรรจ์ทั้งหมดจัดการกับหลานสาวของมันเดี๋ยวนี้!”

“ข้าจะไม่พูดอีกเป็นครั้งที่สาม.. หากเจ้าต้องการมีชีวิตรอด จงรีบปล่อยคนเดี๋ยวนี้!”

“ฮ่าๆๆ แกน่าสนใจไม่น้อยทีเดียว! ฉันเป็นฝ่ายลักพาตัวเด็กสาวสองคนนั่นมา แต่แกกลับเป็นฝ่ายข่มขู่ฉันอย่างนั้นเหรอ? แกคงคิดว่าฉันจะไม่กล้าทำอย่างที่พูดสินะ!”

“หากเจ้าไม่ปล่อยคน.. ข้าจะให้เจ้าได้ลิ้มรสความเจ็บปวดจนต้องร้องขอความตายเชียวล่ะ!”

หลังจากพูดจบ ซูอานก็กดตัดสายทิ้ง และฟาดโทรศัพท์เข้ากับกระจกรถจนโทรศัพท์มือถือแตกออกเป็นชิ้นๆ ต่อให้อีกฝ่ายต้องการโทรกลับมาก ก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกแล้ว

แม้ซันกูจะไม่เข้าใจว่าเหตุใดซูอานจึงต้องทำเช่นนั้น แต่เขาก็เชื่อมั่นว่าซูอานจะไม่มีทางทำร้ายเขาอย่างแน่นอน!

“เจ้าอย่าได้กังวลใจไป ในเมื่อพวกมันต้องการเงิน ย่อมจะไม่ทำร้ายหลานสาวของเจ้าอย่างแน่นอน อีกอย่าง.. พวกมันก็เป็นผู้ฝึกยุทธเช่นกัน หาใช่คนธรรมดาที่สิ้นไร้ไม้ตรอก”

ซันกูพยักหน้า และยังคงตั้งหน้าตั้งตาขับรถต่อไป..

“เจ้าจัดการโอนเงินห้าสิบล้านให้พวกมันไปก่อน อย่างน้อยก็เป็นการป้องกันไม่ให้พวกมันผลีผลามทำอะไรก่อนที่พวกเราจะไปถึง!”

ซันกูทำตามคำสั่งของซูอานทันที และรีบใช้โทรศัพท์มือถือของซูอานโอนเงินจำนวนห้าสิบล้านไปที่บัญชีของอีกฝ่ายก่อน..

ในที่สุดทั้งคู่ก็มาถึงหลินโจวตอนตีสองพอดี และเวลานี้ก็เหลือเพียงแค่สี่ชั่วโมง ที่กลุ่มคนหลิงหนาให้เวลากับซันกู..

“พวกมันแจ้งตำแหน่งที่แน่นอนกับเจ้าหรือไม่?” ซูอานเอ่ยถามขึ้นมา

ซันกูหน้าเปลี่ยนสีทันที และรีบตอบกลับไปว่า “ไม่เลย..”

“ถ้าเช่นนั้นพวกเราไปที่สำนักทั้งสามแห่งของเจ้าก่อน..”

เมื่อทั้งคู่ไปถึงสำนักสอนวรยุทธแห่งแรกของซันกู ที่นั่นก็ไม่มีใครอยู่แล้ว เหลือเพียงแค่ลูกชายคนที่สองของเขายืนอยู่เพียงลำพัง

ทันทีที่เห็นซันกู ลูกชายคนที่สองของเขาก็ร้องบอกผู้เป็นพ่อด้วยน้ำเสียงที่เจ็บปวด “พ่อครับ.. ช่วยหลานสาวทั้งสองด้วย!”

“ไม่เป็นไรนะ.. พ่อจะช่วยหลานสาวทั้งสองกลับมาให้ได้!”

ซูอานหันไปมองรอบๆพร้อมกับทำจมูกฟุดฟิดคล้ายกำลังดมกลิ่นอะไรสักอย่าง และเขาก็กำลังพยายามจะสูดดมเพื่อหากลิ่นของกลุ่มคนหลิงหนาน..

“คนพวกนั้นแต่งตัวเหมือนชาวเผ่าที่อยู่บนภูเขาใช่หรือไม่? กลิ่นเหงื่อของพวกมันยังอบอวลอยู่ในบริเวณนี้!”

“แกเป็นใครกัน?”

ลูกชายคนที่สองของซันกูเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความงุนงง และจ้องมองซูอานด้วยสีหน้าแววตาที่ไม่พอใจ พร้อมกับถามขึ้นอย่างไร้มารยาท ซันกูเห็นเช่นนั้นจึงรีบตบหน้าลูกชายทันที พร้อมกับตะโกนดุเสียงดัง

“แกกล้าเสียมารยาทกับคุณชายซูได้ยังไง?”

ซันฉวนถึงกับตกใจจนแทบช็อค เขาคิดไม่ถึงว่าคุณชายซูที่พ่อเขาเคยเล่าให้ฟังจะเป็นเพียงแค่เด็กหนุ่ม เมื่อหายตกใจจึงรีบเอ่ยขอโทษซูอานทันที

“หากเจ้าไม่อยากเห็นลูกสาวถูกพวกมันฆ่า ก็รีบตอบคำถามข้ามา!”

ซันฉวนรีบพยักหน้าด้วยความหวาดกลัวพร้อมกับระล่ำระลักตอบกลับไป “อาวุโสซู ที่ท่านพูดมาทั้งหมดล้วนถูกต้องครับ!”

“ถ้าเช่นนั้นข้ามีหนทางที่จะหาพวกเขาแล้ว รีบไปกันเร็วเข้า!”

หลังจากซูอานพูดจบ ทั้งสามคนก็ขึ้นรถ แล้วขับออกไปสำรวจรอบเมืองหลินโจวทันที..

“เจ้าขับให้ช้ากว่านี้!”

ซูอาสั่งให้ซันกูชะลอความเร็ว ในขณะที่สายตาก็กวาดมองออกไปด้านนอก ส่วนจมูกก็สูดดมกลิ่นเพื่อหากลิ่นเดียวกับที่เขาพบในสำนักฝึกยุทธแห่งแรก และหากเขาสามารถพบกลิ่นเดียวกันนี้อีกในที่ใด พวกมันย่อมไม่มีทางหนีรอดไปได้อย่างแน่นอน!

เวลานี้ประสาทสัมผัสทั้งห้าของซูอานนั้นเหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไปมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจมูกของเขานั้น นับว่าเหนือกว่าสุนัขเสียอีก ซูอานไม่เพียงได้กลิ่น แต่เขายังสามารถมองเห็นกลิ่นเป็นรัศมีที่แตกต่างกันไป และนี่เป็นวิชาพื้นๆทั่วไปที่จักรพรรดิแห่งเซียนอย่างเขาสามารถทำได้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรเลย

แม้ซันฉวนจะรู้สึกสงสัยและคลางแคลงใจ แต่ก็ไม่กล้าที่จะถามออกมา..

เวลานี้รถที่ทั้งสามคนนั่งอยู่ค่อยๆ ขับสำรวจจากรอบนอกเข้ามาในใจกลางเมือง พวกเขาไม่ปล่อยให้ถนนแม้แต่เส้นเดียวหลุดรอดจากการสำรวจ และต้องขับผ่านบ้านเรือนทุกหลังตามเส้นทางที่วิ่งไป

ถึงแม้ว่าซูอานจะสั่งให้ขับช้าลง แต่ความจริงแล้วรถยังคงวิ่งไปด้วยความเร็วที่เร็วมาก จนกระทั่งขับมาถึงถนนวงแหวนที่ห้าซึ่งมุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางเมือง มีอาคารสูงเสียดฟ้าหลังหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ และเป็นอาคารที่สูงกว่าหนึ่งร้อยชั้นเลยทีเดียว..

แต่อาคารสูงก็หาได้เป็นอุปสรรคกับซูอานไม่ เพราะตราบใดที่คนพวกนั้นอยู่ เขาย่อมต้องพบกลิ่นของพวกมัน

ทั้งสามคนขับผ่านถนนวงแหวนที่ห้าไปครู่ใหญ่ แต่ก็ยังไม่มีวี่แววใดๆ ในที่สุดซันฉวนก็อดรนทนไม่ได้ จึงได้แต่ร้องถามออกไปด้วยความร้อนใจ

“อาวุโสซู คนพวกนั้นไม่น่าจะซ่อนตัวอยู่ในเมืองนะครับ พวกมันน่าจะหาที่ซ่อนตัวตามชานเมืองมากกว่า!”

ซูอานตอบกลับมาด้วยสีหน้าสงบนิ่ง “ที่ที่อันตรายที่สุด ย่อมต้องเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดไม่ใช่รึ? พวกมันต้องซ่อนตัวอยู่ในเมืองแน่ หากข้าได้กลิ่นของพวกมันก็จะรู้ตำแหน่งได้ทันที!”

ซันกูดุลูกชายของตนเองทันที “ซันฉวน.. ห้ามรบกวนคุณชายซู!”

หลังจากขับผ่านถนนวงแหวนที่สี่ไปหนึ่งรอบ ก็ยังไม่พบที่อยู่ของพวกมัน ทั้งสามคนใช้เวลาในการขับรถวนหาที่อยู่ของคนหลิงหนานนานกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่ง และนี่ก็เหลือเวลาอีกเพียงแค่ชั่วโมงครึ่งก็จะครบห้าชั่วโมงแล้ว..

จนกระทั่งเข้าสู่ถนนวงแหวนที่สาม และถนนเส้นนี้ซูอานใช้เวลาสำรวจเพียงแค่สิบนาที แต่ก็ไม่พบสิ่งใดผิดปกติ

ซันกูเริ่มกระสับกระส่าย และกระวนกระวายใจอย่างมาก แต่ก็ไม่กล้าที่จะเอ่ยปากถามซูอาน และเขาก็เชื่อมั่นในตัวซูอานเป็นอย่างมากด้วย..

“คนพวกนั้นมีลักษณะเช่นใด?”

ซันฉวนรีบอธิบายรูปลักษณ์ของคนหลิงหนานให้ซูอานฟังทันที “พวกมันหน้าตาดุร้าย ลำตัวหน้า และแขนค่อนข้างใหญ่ แล้วก็ป่าเถื่อนมากด้วย..”

“พวกมันใช่คนกลุ่มเดียวกันกับกลุ่มแรกที่พ่อของเจ้าเคยไล่พวกมันไปหรือไม่?”

“ไม่ใช่ครับอาวุโสซู ในกลุ่มนี้มีคนผู้หนึ่งที่แข็งแกร่งอย่างมาก ถ้าผมคาดเดาไม่ผิด น่าจะอยู่ในระดับกลางขั้นปรมาจารย์แล้ว!”

ซันฉวนอยากจะบอกว่าคนผู้นี้เก่งกว่าหลิวเตามากนัก แต่ก็ไม่กล้าที่จะพูดออกไป..

“หึ.. ระดับกลางขั้นปรมาจารย์งั้นรึ?! ข้าก็อยากรู้ว่ามันจะสามารถรับมือข้าได้หรือไม่?”

หากเป็นคนอื่นพูดประโยคนี้ ซันฉวนคงจะต้องหันกลับไปมองหน้าทันทีเป็นแน่ แต่ซูอานคือคนที่พ่อของเขาให้ความนับถืออย่างที่สุด เขาจึงได้แต่นั่งนิ่งไม่กล้าแสดงท่าทีใดๆออกไป..

ซันกูเชื่อว่าเวลานี้ซูอานน่าจะต้องเข้าใกล้ขั้นโฮ่วเทียนอย่างมากแล้ว ความแข็งแกร่งของซูอานเวลานี้ แม้แต่เขาเองก็ไม่อาจคาดเดาได้..

แต่แล้วจู่ๆ ซูอานก็พูดขึ้นว่า “ขับเข้าไปในอาคารเตี้ยนซื่อ”

และทันทีที่รถแล่นเข้าไปจอดใต้อาคารเตี้ยนซื่อ คิ้วของซูอานก็ขมวดเข้าหากันพร้อมกับพูดขึ้นว่า

“พวกมันอยู่ที่นี่!”

*****

[ฝากนิยายแปลอีกเรื่องของทีมงานนะคะ: จักรพรรดิ์เทพมังกร ]

จักรพรรดิเทพมังกร

(Dragon Emperor - Martial God)

ความเป็นอมตะของหลิงหยุนได้มลายหายไป.. ทำให้เขาตกลงมาสู่โลกมนุษย์ ในยุคที่เต็มไปด้วยความเสื่อมทรามอย่างที่สุด

จากนั้น.. หลิงหยุนจะค่อยๆ บ่มเพาะพลังในตัวเองทีละขั้น ทีละขั้น และไต่ลำดับขึ้นไปต่อกรกับสวรรค์ได้อย่างไร..

******

จบบทที่ ย้อนชีวิตพิชิตเซียน - บทที่ 90 : ตามหากลุ่มคนหลิงหนาน

คัดลอกลิงก์แล้ว