เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ย้อนชีวิตพิชิตเซียน - บทที่ 23 : แก๊งพยัคฆ์

ย้อนชีวิตพิชิตเซียน - บทที่ 23 : แก๊งพยัคฆ์

ย้อนชีวิตพิชิตเซียน - บทที่ 23 : แก๊งพยัคฆ์


บทที่ 23 : แก๊งพยัคฆ์

ซูอานอยู่ในห้องคาราโอเกะเพียงลำพังคนเดียว และเริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายกับสิ่งที่อยู่บนหน้าจอสี่เหลี่ยม จึงไม่ต้องการที่จะอยู่ต่อแล้ว

แต่ระหว่างนั้นสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นแก้วค็อกเทลบนโต๊ะ จึงได้หยิบขึ้นมาดื่มอีกหนึ่งเข้าไปรวดเดียวจนหมด จากนั้นจึงวางแก้วเปล่าลงบนโต๊ะ แล้วเดินออกจากห้องคาราโอเกะไป

เวลานี้ซูอานมีอาการคลื่นไส้เล็กน้อย และเริ่มมึนศรีษะ เขาเพิ่งรู้ตัวว่าคงจะดื่มเข้าไปมากจนเกินไป

ซูอานได้แต่นึกขัน และนึกถึงว่าเมื่อก่อนตนเคยดื่มเหล้าหยกน้ำค้างตั้งมากมายกลับไม่เคยรู้สึกมึนเมา จึงไม่ทันคิดว่าการดื่มทั้งที่อยู่ในร่างกายที่เป็นมนุษย์จะทำให้มึนเมาได้ง่ายถึงเพียงนี้

ซูอานเดินโซเซออกจากห้องไปตามทางเดิน ผ่านห้องคาราโอเกะที่เรียงรายอยู่ตามทางเดิน บางห้องก็ปิดประตู บางห้องก็เปิดประตู บางห้องก็มีเสียงร้องครวญครางดังออกมาไม่หยุด ทำให้ซูอานมีสติขึ้นมามาก..

“มองอะไร? ไม่เคยเห็นคนหรือยังไง?”

ซูอานมองเข้าไปในห้องที่มีเสียงร้องครวญครางนั้น และพบสาวสวยคนหนึ่งกำลังนั่งแนบชิดอยู่ข้างชายที่มีรอยสัก และกำลังโยกย้ายร่างไปพร้อมกับเสียงดนตรีอย่างสนุกสนาน

ซูอานได้แต่ยิ้มหยันออกมา เขาไม่นึกแปลกใจกับภาพที่เห็นมากนัก เพราะเริ่มคุ้นเคย..

ซูอานยังคงเดินต่อไปตามทางเดินแคบๆ แต่แล้วจู่ๆก็มีคนกลุ่มหนึ่งเดินมาขวางทางไว้ ทั้งหมดล้วนเป็นชายร่างสูงใหญ่กำยำทั้งสิ้น!

ซูอานต้องการที่จะเดินออกไป แต่เมื่อถูกขวางทางไว้เช่นนี้ เขาจึงร้องบอกไปด้วยน้ำเสียงรำคาญใจเล็กน้อย แต่ก็ยังคงสุภาพ..

“กรุณาหลีกทางให้ข้าด้วย!”

ซูอานร้องบอกชายร่างกำยำเหล่านั้นด้วยความสุภาพ แม้เขาจะไม่ใช่ซูอานคนเดิม แต่ก็พยายามที่จะอดทนไม่มีเรื่องมีราวเหมือนเช่นซูอานคนก่อน

แต่สิ่งที่ซูอานได้รับหลังจากที่แสดงความสุภาพออกไปนั้นกับไม่ใช่มิตรภาพ แต่มันคือคำข่มขู่!

“ไอ้เวรเอ๊ย! เชื่อมั๊ยว่าฉันสามารถฆ่าแกได้!”

ชายร่างใหญ่คนหนึ่งจ้องมองซูอานด้วยแววตาดุดัน กล้ามเนื้อบนตัวของเขาสั่นระริกด้วยความโมโห!

มาถึงตอนนี้ ซูอานไม่อาจอดทนเป็นคนดีได้อีกต่อไป เขาจัดการผลักเข้าที่หน้าอกของชายร่างใหญ่นั้นอย่างแรงจนล้มลงไปกับพื้นทันที

เมื่อคนอื่นๆเห็นเช่นนั้น พวกมันต่างก็จ้องมองซูอานด้วยสายตาโกรธขึ้น พร้อมกับร้องตะโกนออกไปว่า

“นี่เจ้าหนู เบื่อชีวิตมากหรือไง? ถึงได้กล้ามาสร้างปัญหาที่นี่!”

“ข้าขอทางกับพวกเจ้าดีๆแล้ว แต่เป็นเพวกเจ้าเองที่หาเรื่องข้าก่อน เช่นนี้แล้วจะกล่าวหาว่าข้าหาเรื่องได้อย่างไรกัน?”

ซูอานตอบกลับไปพร้อมกับผายมือทั้งสองข้างออก ทำท่าทีว่าช่วยไม่ได้..

“เจ้าหนู เห็นแก่ที่ลูกพี่ของพวกเรากำลังมีความสุขอยู่ข้างใน พวกเราจะปล่อยแกไปสักครั้ง แต่อย่าไปสร้างปัญหาอีกก็แล้วกัน!”

ความจริงแล้วชายร่างยักษ์เหล่านั้นเห็นทักษะพิเศษบางอย่างในตัวซูอาน จึงได้เปลี่ยนใจปล่อยซูอานไปต่างหาก..

ซูอานยิ้มแสยะยิ้มเล็กน้อย และเดินผ่านชายร่างใหญ่กลุ่มนั้นออกไปอย่างไม่สนใจ แต่เมื่อเดินออกไปได้ไม่กี่ก้าว เขาก็เห็นกัวเว่ยกับคนอื่นๆอยู่ในห้องอีกห้องเข้าพอดี

นอกจากกัวเว่ยแล้ว คนอื่นๆต่างก็นั่งคุกเข่าอยู่ และใบหน้าล้วนปูดบวม แต่ซูอานกลับจ้องมองราวกับคนไร้ความรู้สึก และได้แต่คิดในใจว่าคนที่ชอบดูถูกเหยียดหยามผู้อื่นเช่นนี้ สมควรแล้วที่จะถูกซ้อมจนน่วมเช่นนั้น

แต่เมื่อหันไปเห็นเจียงหวินเหวินกำลังถูกชายร่างใหญ่ลวนลามอยู่ คิ้วของเขาก็ถึงกับขมวดเข้าหากันแน่นทันที!

แม้เขาจะไม่ได้เป็นอะไรกับเจียงเหวินเหวิน แต่เธอก็เป็นเพื่อนนักเรียนที่นั่งโต๊ะข้างเขา อีกทั้งยังคอยเป็นห่วงเป็นใยเขาอยู่เสมอ เขาจึงไม่อาจนิ่งเฉยต่อไปได้

ซูอานหันหลังกลับมาและต้องการที่จะเดินเข้าไปในห้องนั้น แต่กลับถูกชายร่างใหญ่กลุ่มเดิมขัดขวางไว้

“น้องชาย.. เข้าไปไม่ได้!”

“หลีกไป! ข้างในมีคนที่ข้ารู้จัก!”

ซูอานไม่ต้องการมีเรื่องกับคนพวกนี้ เขาจึงพยายามพูดด้วยอย่างใจเย็น แต่สีหน้านั้นเย็นชายิ่งนัก

สีหน้าของบรรดชายร่างใหญ่เหล่านั้นต่างก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาทันทีเช่นกัน พวกเขาได้รับคำสั่งมาให้คอยเฝ้าหน้าประตูไว้ไม่ให้ใครเข้าไปรบกวน และถ้าใครบังอาจเข้ามาหาเรื่อง ก็ให้ถลกหนังของมันได้เลย

“เจ้าหนู ฉันขอเตือนเธอ เธอเองก็มีแค่ชีวิตเดียว ใช้มันให้มีความสุขจะดีกว่า อย่าได้เที่ยวแส่ยุ่งเรื่องของคนอื่น!”

“ถูกต้อง! คนเราล้วนมีชีวิตเดียว พวกเจ้าเองก็มีชีวิตเดียวเช่นกัน!”

คำตอบกลับของซูอานทำให้บรรดาชายร่างใหญ่ ถึงกับโมโหขึ้นมาทันที หนึ่งในนั้นจึงร้องตะโกนออกไปว่า

“ถ้างั้นแกก็เตรียมตัวตายได้เลย!”

ชายร่างใหญ่ต่างเดินเข้าไปล้อมร่างของซูอานไว้ และหนึ่งในนั้นก็ได้ชิงลงมือด้วยการชกหมัดเข้าใส่ร่างของซูอานอย่างสุดกำลัง

แต่ซูอานไหวตัวได้เร็ว จึงรีบคว้าข้อมือของชายคนนั้นไว้ได้อย่างง่ายดาย แล้วจัดการบิดอย่างแรง ในขณะเดียวกันก็ได้รวบรวมพลังชีวิตในจุดตันเถียนมารวมไว้ที่ฝ่ามืออย่างรวดเร็ว พร้อมกับออกแรงบีบให้รุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม

ชายร่างใหญ่ผู้นั้นถึงกับหน้าเปลี่ยนสีในทันที เวลานี้เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นกลางหน้าผากของเขาอยู่เต็มไปหมด บ่งบอกว่าชายผู้นี้กำลังรู้สึกเจ็บปวดอย่างที่สุด!

ซูอานออกแรงกระชากสุดกำลัง จากนั้นร่างใหญ่ของชายผู้นั้นก็ถูกจับกระแทกกับพื้นจนสั่นสะเทือน เวลานี้มันนอนขดจนตัวงอเป็นกุ้ง และไม่สามารถลุกขึ้นมาได้อีกเลย พร้อมกับร้องครวญครางอยู่กับพื้นด้วยความเจ็บปวด

ชายร่างใหญ่คนอื่นๆที่ได้เห็นเหตุการณ์ ต่างก็พากันยืนนิ่งด้วยความตกใจ ซูอานที่มีรูปร่างบอบบาง แต่กลับแข็งแรงอย่างไม่น่าเชื่อ ทุกคนต่างก็พากันยืนมองด้วยความอิจฉาไม่น้อย

“ลูกพี่ทำไงดี? เจ้าเด็กนี่ไม่ธรรมดาเลย พวกเราเข้าไปพร้อมๆกันดีกว่า!”

เพื่อจัดการกับซูอานให้ได้ เหล่าชายฉกรรจ์ร่างใหญ่ไม่คิดถึงหน้าของตัวเองอีก ทั้งหมดกรูเข้ากลุ้มรุมทำร้ายซูอานพร้อมกันในคราวเดียว

ซูอานได้แต่นึกขัน รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา และได้แต่คิดว่ามดปลวกพวกนี้หรือจะทำอะไรเขาได้!

ซูอานถูกชายฉกรรจ์สามสี่คนล้อมไว้ พร้อมกับตรงเข้าทั้งเตะและต่อยซูอานพร้อมๆกัน มือห้าหกมือ ตีนอีกห้าหกตีน ต่างก็พุ่งเข้าใส่ร่างของซูอานอย่างพร้อมเพรียงกัน สีหน้าของแต่ละคนล้วนบ่งบอกถึงความโหดเหี้ยมดุร้าย

ในเมื่อทั้งหมดตัดสินใจรุมทำร้ายซูอานเพียงคนเดียวเช่นนี้ พวกมันจึงไม่รู้สึกหวาดกลัวซูอานอีก และคิดว่าครั้งนี้ซูอานต้องถูกกระทืบอานแน่

ซูอานรวบรวมพลังปราณไว้ที่ฝ่ามือ เขาต้องการให้ชายฉกรรจ์ทั้งหมดนี้ได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดอย่างที่สุดบ้าง

กำปั้นของเหล่าชายฉกรรจ์ร่างใหญ่ได้กระแทกเข้ากับฝ่ามือของซูอาน แต่ทันทีที่หมัดของพวกมันสัมผัสเข้ากับฝ่ามือของซูอานนั้น พวกมันก็รับรู้ได้ถึงความผิดปกติทันที ไม่เพียงหมัดของพวกมันไม่สามารถทำอันตรายอะไรซูอานได้แม้แต่น้อย แต่พวกมันยังรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันกับกำปั้นของตนเอง

ชายร่างใหญ่ทั้งหมดต่างก็จ้องมองไปที่กำปั้นของตัวเอง เวลานี้ทุกคนต่างก็รู้สึกราวกับว่าที่มือของตนนั้นกำลังถูกเข็มแหลมหลายเล่มปักอยู่ และเมื่อพลังปราณจากฝ่ามือของซูอานไหลเข้าสู่ฝ่ามือของพวกมัน พวกมันต่างก็รู้สึกเจ็บปวดราวกับว่าฝ่ามือของตัวเองกำลังถูกกรีดด้วยใบมีดที่แหลมคม

ซูอานปัดฝ่ามือทั้งสองข้างไปมาด้วยสีหน้าท่าทางที่สงบนิ่ง ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปในห้อง..

ชายฉกรรจ์กลุ่มนี้ไม่อาจต้านทานซูอานได้อีก เพราะเวลานี้ฝ่ามือของพวกมันเริ่มบวมเปล่งราวกับลูกโป่ง คล้ายเกิดจากการอักเสบของแผลติดเชื้อ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจเกิดอันตรายจนถึงขั้นต้องตัดอวัยวะส่วนนั้นทิ้งก็เป็นได้

ซูอานเดินเข้าไปภายในห้อง เขาพบว่าภายในห้องนี้ตกแต่งไว้อย่างหรูหราและสวยงามกว่าห้องอื่นๆมาก และดูเหมือนจะเป็นห้องที่พิเศษที่สุดในซิงยู๋ KTV ทีเดียว!

และที่สำคัญวีไอพีนี้ไม่เปิดให้คนทั่วไปเข้ามาใช้บริการ เพราะเป็นห้องที่ใช้สำหรับเลี้ยงรับรองแขกสำคัญของแก๊งพยัคฆ์เท่านั้น

ทันทีที่ซูอานเดินเข้าไปด้านใน ทุกคนต่างก็จ้องมองด้วยความสนอกสนใจ!

ชายร่างสูงผอมเดินตรงเข้ามาซูอานพร้อมกับจ้องมองด้วยแววตาดุดัน ก่อนจะถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“แกเป็นใคร? เข้ามาในห้องนี้ได้ยังไง? แล้วไอ้พวกที่เฝ้าอยู่หน้าห้องมันปล่อยให้แกเข้ามาได้ยังไงกัน?”

“ข้าเข้ามาหาคน!”

ซูอานตอบกลับด้วยสีหน้าที่สงบนิ่งเช่นเคย เขาไม่สนใจที่หันไปมองคนอื่นๆที่นั่งคุกเข่าอยู่เลยแม้แต่น้อย แต่กลับจ้องมองไปทางร่างของเจียงเหวินเหวินที่ตอนนี้นั่งหันหลังให้เขาอยู่ เธอจึงไม่รู้ว่าซูอานอยู่ในห้องนี้แล้ว

“หาคน? หาพ่อแกหรือยังไง? เจ้าหนู.. ฉันเป็นคนมีความอดทนต่ำมากนะจะบอกให้!”

ชายร่างสูงผอมที่เป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาซูอานนั้นร้องตะโกนตอบไปด้วยความโมโห พร้อมกับยกขาขวาที่สวมรองเท้าบู้ทเตะเข้าใส่ร่างของซูอานทันที

สายตาของซูอานจับจ้องอยู่ที่ขาขวาของชายสูงผอมที่เตะเข้ามาอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันนั้นซูอานก็ยกขาขวาของตนเองเตะประสานกับขาขวาของชายผู้นั้นเช่นกัน!

ร่างของซูอานยังคงนิ่งราวกับภูผาที่แข็งแกร่ง แต่ร่างของชายสูงผอมนั้นกลับเซถอยหลังไปไกล และเวลานี้ขาขวาของเขาก็มีรูปร่างผิดปกติขึ้นทันที

น่าขัน! แม้ซูอานจะอยู่เพียงแค่ระดับเริ่มต้นขั้นปรับพื้นฐานลมปราณ แต่นั่นก็นับว่าแข็งแกร่งมากพอที่จะจัดการกับสวะเหล่านี้ ยิ่งไปกว่านั้นชายร่างสูงผอมผู้นี้ยังอ่อนแอกว่าชายร่างยักษ์ด้านนอกหลายเท่านัก

“นี่แก.. แก.. โอ๊ย!!!”

ชายร่างสูงผอมร้องโหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวดจากอาการกระดูกขาหัก และเหงื่อเม็ดโตก็เริ่มผุดขึ้นเต็มใบหน้า เขาจ้องมองซูอานด้วยแววตาเคียดแค้นราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

เมื่อรู้ว่าตนเองไม่สามารถรับมือซูอานได้อีกต่อไปแล้ว ชายร่างสูงจึงรีบร้องตะโกนขอความช่วยเหลือผู้ที่อยู่ด้านหลังของเขาทันที

“ลูกพี่! มีคนเข้ามาหาเรื่อง!”

จบบทที่ ย้อนชีวิตพิชิตเซียน - บทที่ 23 : แก๊งพยัคฆ์

คัดลอกลิงก์แล้ว