- หน้าแรก
- เศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก เริ่มต้นจากการเช็คอิน
- ตอนที่ 27 ร้านทาโกะยากิ
ตอนที่ 27 ร้านทาโกะยากิ
ตอนที่ 27 ร้านทาโกะยากิ
“เป็นยังไงบ้าง? ตอนนี้ยังมีอะไรจะพูดอีกไหม?” เซี่ยหราน มองคู่รักคู่นั้นแล้วยิ้มอย่างมีเลศนัย
“ที่รัก! อันนี้ฉันก็จะซื้อ!”
“ที่รัก อันนี้เราซื้อไม่ได้จริงๆ นะ! ถ้าซื้ออีกเราคงล้มละลายแล้ว!” ชายหนุ่มพูดด้วยสีหน้าจนปัญญา
“งั้นก็เลิกกันเลย! แค่ของขวัญชิ้นเดียวก็ยังไม่ยอมซื้อให้ฉัน ฉันจะมีแฟนแบบคุณไปทำไม?!”
ทว่าครั้งนี้ชายหนุ่มกลับไม่ได้ตามใจเธอ เขาลบสีหน้าจนปัญญาออกไป ในที่สุดก็พูดอย่างเย็นชาว่า: “แล้วแต่เธอเลย!”
พูดจบประโยคนี้ ชายหนุ่มก็โยนตุ๊กตาผ้ากับพัดลมไฟฟ้าขนาดเล็กที่ยังอุ้มอยู่ในมือทิ้งลงบนพื้น แล้วก็เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
“ฮ่าๆๆๆ คู่รักเมื่อกี้นี้ทำเอาฉันแทบจะขำตายเลย!” เซี่ยหราน อุ้มฟิกเกอร์สวยๆ สองตัวไว้ในมือ หัวเราะจนตัวงอ
“ผู้หญิงคนนั้นก็เหมือนกัน รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองมีรายได้ระดับไหน ยังจะให้แฟนซื้อของแพงๆ แบบนั้นให้อีก!”
“จริงสิ พี่เทียนอวี่ ตอนนั้นทำไมพี่ถึงไปเตือนผู้ชายคนนั้นล่ะคะ เขาทำแบบนั้นมันก็สมควรแล้วไม่ใช่เหรอ?!” เซี่ยหราน ถามอย่างสงสัย
หลิน เทียนอวี่ ชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ยิ้มอย่างจนใจ แล้วหวนนึกถึงอดีตอันขมขื่น: “เพราะผู้ชายคนนั้นมันเหมือนกับฉันในอดีตเลยน่ะสิ พวกคลั่งรัก คลั่งจนสุดท้ายก็ไม่เหลืออะไรเลย ตอนนั้นฉันกับ ซ่ง อวี่เยี่ยน ก็ไม่ต่างอะไรกันเลยไม่ใช่เหรอ?”
หลินซี กับเซี่ยหราน รู้ดีถึงความสัมพันธ์ระหว่าง หลิน เทียนอวี่ กับซ่ง อวี่เยี่ยน ครั้งที่แล้วที่ไปกินข้าวด้วยกัน ซ่ง อวี่เยี่ยน ก็อยู่ที่นั่นด้วย และหลังจากที่ เซี่ยหราน ‘เตือนสติด้วยความหวังดี’ ไปแล้ว เศรษฐีคนนั้นก็ทิ้งเธอไปในที่สุด
“เอาล่ะ อย่าพูดถึงเรื่องนี้เลยค่ะ” หลินซี ยิ้มอย่างเข้าใจ ยื่น iPhone XS Max ในมือให้ หลิน เทียนอวี่ “พี่เทียนอวี่ อันนี้ให้พี่ค่ะ”
หลิน เทียนอวี่ อึ้งไป พูดอย่างไม่เข้าใจว่า: “ทำไมล่ะ? นี่ไม่ใช่ของขวัญที่ฉันเปิดให้พวกเธอเหรอ?”
“พวกเราฟิกเกอร์คนละตัวก็พอแล้วค่ะ โทรศัพท์เครื่องนี้ให้พี่ดีกว่า พอดีเครื่องที่พี่ใช้อยู่ก็น่าจะถึงเวลาเปลี่ยนแล้วนะคะ” หลินซี ยิ้มแล้วพูด
แน่นอนว่า โทรศัพท์ของ หลิน เทียนอวี่ ไม่ได้เปลี่ยนมานานมากแล้ว ยังคงเป็นรุ่นเมื่อปีสองปีก่อน โทรศัพท์ก็มักจะค้างอยู่บ่อยๆ
มอง หลินซี ที่ดูสงบเสงี่ยมน่ารัก หลิน เทียนอวี่ ก็อดที่จะรู้สึกซาบซึ้งไม่ได้ ในตัวเธอ เขารู้สึกได้ถึงความห่วงใย
เดินตามสองสาวไปตามถนน หลิน เทียนอวี่ ก็ถือโอกาสให้พวกเธอสองคนช่วยเลือกซื้อเสื้อผ้าดีๆ ให้เขาสองสามชุด
ตามคำพูดของ เซี่ยหราน ก็คือ: “อยู่บ้านหรู ขับรถหรู จะยังใส่รองเท้าแตะกับกางเกงขาสั้นอยู่ได้ยังไงล่ะคะ?”
“เดินมาตั้งนานแล้ว เริ่มหิวแล้วล่ะค่ะ หรือว่าพี่เทียนอวี่ พวกเราไปหาอะไรกินกันดีไหมคะ?!” เซี่ยหราน ยิ้มแล้วเสนอ
“อืม พอดีข้างหน้านั่นก็เป็นร้านทาโกะยากิร้านนั้นแล้ว พี่เทียนอวี่ยังไม่เคยกิน เดี๋ยวพวกเราพาไปกินนะคะ” หลินซี ชี้ไปที่ซอยเล็กๆ บนถนนคนเดิน แล้วพูดขึ้น
ตามการนำทางของสองสาว หลิน เทียนอวี่ เดินผ่านซอยเล็กๆ ซอยหนึ่ง แล้วก็มาถึงหน้าร้านขายทาโกะยากิแห่งหนึ่ง
ร้านนี้ตั้งอยู่ในที่ที่ค่อนข้างลับตาคน คนทั่วไปคงไม่คิดว่าในซอยแบบนี้จะมีร้านขายทาโกะยากิอยู่ด้วย
แต่เพราะทำเลที่ตั้งค่อนข้างลับตาคน คนที่หน้าร้านจึงไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่
“พวกเธอก็เก่งกันจริงๆ นะ ร้านซ่อนลึกขนาดนี้ยังหาเจอได้” หลิน เทียนอวี่ รู้สึกทึ่งเล็กน้อย
“สุภาษิตว่าไว้ เหล้าหอมไม่ต้องกลัวซอยลึกนี่คะ(1) พวกเราก็บังเอิญเจอร้านนี้เหมือนกันค่ะ อย่าเห็นว่าร้านตกแต่งไม่ค่อยสวยนะคะ แต่ทาโกะยากิที่ทำอร่อยมากเลยนะคะ เป็นทาโกะยากิที่อร่อยที่สุดที่ฉันเคยกินมาเลย!”
เมื่อฟัง เซี่ยหราน โปรโมทร้านอย่างเต็มที่ หลิน เทียนอวี่ ก็พยักหน้าในที่สุด สั่งทาโกะยากิที่ดูน่ากินมาสองสามชุด
เจ้าของร้านก็อัธยาศัยดีมาก เซี่ยหราน กับหลินซี เคยกินที่นี่หลายครั้งแล้วจนสนิทกับเขา พอได้ยินว่า หลิน เทียนอวี่ มาที่นี่เป็นครั้งแรก ก็ยังแถมให้อีกชุดหนึ่งด้วย
“ในเมื่อทาโกะยากิของเขาอร่อยขนาดนี้ ทำไมไม่ไปเช่าร้านดีๆ ล่ะครับ? แบบนั้นธุรกิจน่าจะดีกว่านี้ไม่ใช่เหรอ?” หลิน เทียนอวี่ รู้สึกไม่เข้าใจ
“พี่เทียนอวี่ พี่ไม่รู้หรอกค่ะ ภรรยาของเจ้าของร้านคนนี้เป็นโรคเบาหวาน ทุกครั้งที่ต้องฟอกไตก็ต้องใช้เงินจำนวนมาก”
“เขาก็รู้ดีอยู่แล้วว่าถ้าเปลี่ยนไปอยู่ที่ที่ดีกว่า ธุรกิจก็จะดีขึ้น แต่ที่ที่ดีกว่าค่าเช่ามันแพงเกินไป เขาไม่มีปัญญาจะย้ายไปหรอกค่ะ” หลินซี เอ่ยขึ้น
หลิน เทียนอวี่ อึ้งไป ไม่คิดว่าเจ้าของร้านที่ดูร่าเริงคนนี้จะมีเรื่องลำบากใจแบบนี้อยู่ด้วย
สิ่งนี้ทำให้ หลิน เทียนอวี่ นึกถึงคำพูดหนึ่งขึ้นมา: คนที่ภายนอกดูยิ้มแย้มมีความสุขมากเท่าไหร่ ภายในใจก็ยิ่งเศร้าหมองมากเท่านั้น คนที่ภายนอกดูเหมือนไม่ใส่ใจอะไร จริงๆ แล้วในใจกลับใส่ใจมากกว่าใครทั้งหมด
ขณะที่ หลิน เทียนอวี่ กับเซี่ยหราน และหลินซี กำลังรอทาโกะยากิทำเสร็จ โทรศัพท์ในกระเป๋าของเขาก็ดังขึ้น
มองดูเบอร์ที่โทรเข้ามา หลิน เทียนอวี่ ก็พูดว่า: “ฉันขอไปรับโทรศัพท์ก่อนนะ”
เดินออกไปจนถึงนอกร้านทาโกะยากิ หลิน เทียนอวี่ ถึงได้กดรับสาย
“ใช่ คุณหลิน หรือเปล่าครับ? สวัสดีครับผมคือ หวังเหล่ย ผู้รับผิดชอบถนนคนเดินย่านการค้ากว่างผิงลู่นะครับ ผมจะมาจ่ายค่าเช่าที่เก็บได้ในไตรมาสนี้ ไม่ทราบว่าตอนนี้คุณพอจะมีเวลาไหมครับ?”
หลิน เทียนอวี่ อึ้งไป ที่แท้ก็คือผู้ดูแลของถนนคนเดินสายนี้นี่เอง เขากำลังคิดว่าจะเดินเล่นแถวนี้สักพักแล้วค่อยโทรหาอีกฝ่ายอยู่พอดี ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะโทรมาก่อน
“ตอนนี้ผมอยู่ที่ถนนคนเดินนี่แหละครับ คุณมาที่ร้านทาโกะยากิตรงนี้ได้เลย”
หลังจากวางสายแล้ว หลิน เทียนอวี่ ก็บันทึกเบอร์ติดต่อของคนคนนี้ไว้ แล้วถึงได้เดินกลับเข้าไปในร้านทาโกะยากิ
หวังคุน สองวันนี้อารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ พอนึกถึงว่าเมื่อวานตัวเองโดนไอ้บ้านนอกที่ขับรถ Mitsubishi ซ้อมเอาซะน่วม เขาก็รู้สึกโมโหขึ้นมาทันที
“ให้ตายสิ! ถ้ากูจับไอ้ระยำนั่นได้นะ กูจะซ้อมแมร่งมันจนแม่มันยังจำหน้าไม่ได้เลย!”
“พี่คุน ใจเย็นๆ ก่อนครับ ไอ้เด็กนั่นมันก็แค่ตอนนั้นห้าวไปหน่อย ตอนนี้ไม่รู้ไปมุดหัวอยู่ที่ไหนแล้ว ไม่กล้าออกมาเจอพี่หรอกครับ!” อาเฟย ที่อยู่ข้างๆ หยิบไฟแช็กขึ้นมาจุดบุหรี่ให้ หวังคุน พลางพูดประจบ
“แล้วเมื่อวานแกมัวทำซากอะไรอยู่วะ ถึงได้นอนแกล้งตายอยู่บนพื้น? ไอ้ห่าเอ๊ยแค่ไอ้บ้านนอกคนเดียวยังเอาไม่อยู่ ฉันจะมีพวกแกไว้ทำเตี่ยไรวะ?!” หวังคุน ด่าอย่างโมโห “ซี๊ด... อย่ามาโดนตัวกู เอวกูยังเจ็บอยู่เลย!”
อาเฟย รีบเข้าไปช่วยนวดให้ แต่ก็ถูก หวังคุน สะบัดมือออก
“เอาล่ะ ช่วงนี้เงินค่าขนมไม่ค่อยพอใช้ ตามมาไปเก็บค่าเช่ากัน”
“พอดีข้างหน้ามีร้านทาโกะยากิอยู่ร้านหนึ่ง เจ้าของร้านมันยังติดค่าเช่าฉันอยู่เดือนหนึ่ง ตอนนี้ไปทวงมันสักหน่อยดีกว่า หึหึ!”
หลิน เทียนอวี่ นั่งอยู่บนเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ ทาโกะยากิร้อนๆ ถูก หลินซี ยกมาเสิร์ฟ ลูกกลมๆ แต่ละลูกผิวสีเหลืองทอง ข้างในนุ่ม ดูน่ากินเป็นอย่างยิ่ง
หลิน เทียนอวี่ หยิบขึ้นมาลูกหนึ่งดู กำลังจะลองชิม แต่ประตูเหล็กหน้าร้านก็ถูกใครบางคนถีบอย่างแรง เกิดเสียงดัง ‘โครม’ ขึ้นมาทันที ทำเอาทาโกะยากิของเขาตกหล่นลงบนพื้นเลยทีเดียว
............
(1)[เหล้าหอมไม่ต้องกลัวซอยลึก (酒香不怕巷子深) – หมายถึงของดีจริงอยู่ที่ไหนคนก็ไปหา)]