เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 62 บ้านนักล่า

ตอนที่ 62 บ้านนักล่า

ตอนที่ 62 บ้านนักล่า 


ราวกับฝูงช้างเเมมมอธเหยียบย่ำหัวใจของเขา ไม่มีคำใดจะมอบให้กับสิ่งที่เขาเห็นตรงหน้า ชายเเก่นั่นคือพ่อค้าขายปืนไม่ใช่หรือ ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่บ้านนนักล่าเเห่งนี้?

เขาเพิ่งถูกพ่อค้าเเก่นั้นโกงการค้าปืน ไม่มีเหตุผลใดที่เขาจะก้าวเข้าไปยังบ้านนักล่า หากการดักทำร้ายชายเเก่นี่มันจะสามารถช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้นก็คุ้มค่ากับการถูกโกงเงินไปห้าสิบเหรียญจักรวรรดิ

เเต่เเล้วเพียงเเค่เฉียนยี่หันกลับมา ชายเเก่ที่เคาน์เตอร์เงยหน้าเเละจ้องมองมายังเขาทันที

เฉียนยี่ตัวสั่นเทาในขณะที่เท้าข้างหนึ่งกำลังจะก้าวไปข้างหน้า เเต่ไม่สามารถก้าวต่อไปได้อีก!

เเละใช่ว่าเขาไม่ได้อยากจะออกไปจากที่นี่ เเต่เขาลืมนำอาวุธติดตัวมาด้วยจึงไม่กล้าที่จะเคลื่อนไหวเเม้เเต่ปลายเท้า เเละใช่ดาบที่จี้ด้านหลังของเขานั่นทำให้ยากที่จะเคลื่อนไหว ซึ่งหากเขาฝืนเดินออกจากบ้านนักล่าไปคงไม่พ้นกับการต่อสู้ราวกับพายุ

เฉียนยี่พยามสงบสติอารมณ์เเละดูชั้นเชิงการต่อสู้ หากโอกาสที่เขาจะรอดชีวิตมีอยู่น้อยเขาจะไม่ฝืน เเละสิ่งนี้คือสัญชาตญาณที่ติดตัวมาตั้งเเต่อายุเจ็ดปี

เฉียนยี่หยุดการเคลื่อนไหวเเละค่อยๆหันกลับมาอย่างช้าๆ

ชายร่างใหญ่ทั้งสามในห้องโถงมองมายังเฉยนยี่ด้วยสายตาที่ชื่นชม

เเละไม่นาน ชายเเก่ที่ยืนอยู่ก็พูดขึ้น “เจ้าหนู ถ้าให้ข้าเดาท่าทางของเจ้า เคยไปร้านอาวุธปืน A1 มาก่อนเเล้วสิ่นะ”

เฉียนยี่จ้องชายเเก่ เเละสังเกตเห็นถึงสิ่งที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย

ชายเเก่ที่ร้านปืนดูเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องอาวุธ เเต่ทว่ามีริ้วรอยมากกว่าชายชราที่ร้านปืนเล็กน้อย ทั้งยังมีความเจ้าเล่ห์ในดวงตา เเตกต่างจากชายเเก่คนนี้ที่มีรอยเเผลเล็กๆบนใบหน้า ความต่างเพียงเล็กน้อยที่เเถบจะมองไม่ออก เเต่สามารถทำให้เฉียนยี่สะดุดตา นั่นก็เพราะเขาเองได้รับการฝึกฝนให้จดจำใบหน้าผู้คน

ชายเเก่ผู้นั้นจึงรีบพูดราวกับเขารู้ความคิดเฉียนยี่ “เจ้านายที่ร้านอาวุธนั่นมันพี่ชายฝาเเฝดของข้า ใครๆต่างเรียกข้าว่า A2 ส่วนคนที่นี่จะเรียกข้าว่าตาเเก่ที่สอง”

เฉียนยี่คิดว่าใบหน้าของเขาตอนนี้คงมีสีสันขึ้นมาบ้าง เเต่ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรตอบกลับไป

“อยากเป็นนักล่างั้นหรือ?” ตาเเก่ที่สองถาม

“...ครับบ” เฉียนยี่ตอบกลับ ทั้งยังรู้สึกว่าตาเเก่ที่สองคงไม่เจ้าเล่ห์เท่าพ่อค้าที่ร้านปืน เเต่ไม่ว่าจะยังไง ภาพที่ร้านปืนยังกลับวนเข้ามาในหัวของเขา

ไม่มีคนขี้โกงคนไหนที่จะเเสดงตัวออกว่าเขาเป็นเช่นนั้นหรอกว่าไหมล่ะ?

ตาเเก่ที่สองก้มศรีษะลงเเละเดินไปบริเวรเคาน์เตอร์ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบเหรียญทองสัมฤทธิ์หกเหลี่ยมขึ้นมาเเละโยนให้เขา “เจ้าผ่านบททดสอบเเรกเเล้ว ตอนนี้เจ้าคือนักล่าหนึ่งดาว”

เฉียนยี่รับเหรียญมาโดยไม่รู้ตัว “ทดสอบ?”

“ใช่ ข้าเพิ่งมองเจ้าเมื่อครู่ รู้ว่าเจ้ามีฝีมือพอตัว ต่อนี้ไปเจ้าคือสมาชิกที่บ้านนักล่านี้ เก็บสิ่งนั้นให้ดีเสียล่ะ เหรียญนั่นคือของเเสดงตัวสมาชิกบ้านนักล่า” ตาเเก่ที่สองพูดด้วยความเฉยเมย

เฉียนยี่มองไปยังเหรียญทองสัมฤทธิ์ในมือ มันเป็นเหรียญที่ถูกขัดจนเงาเป็นประกาย เเต่เห็นได้ชักว่ามันมีมาอยู่เเล้วระยะหนึ่ง ฝีมือของการทำเหรียญนี้ไม่ต่างจากเด็กเล็กทำ ดาวตรงกลางที่มีขนาดสูงต่ำไม่เท่ากัน รูปร่างคดเคี้ยวบิดเบี้ยว

“ในฐานะนักล่าหนึ่งดาว ข้าสามารถทำอะไรได้บ้าง” หากไม่ต้องส่งค่าหัวให้ที่นี่ เฉียนยี่เองคงไม่ลำบากใจที่จะเป็นในสมาชิกของบ้านนักล่านี้

“ค่าประสบการณ์ในช่วงเเรก หนึ่งเหรียญเงินจักรวรรดิ ในทุกๆเดือน” ตาเเก่ที่สองกล่าว

ตาเเก่ที่สองกล่าวอย่างไม่เเยเเส เเต่ในใจเฉียนยี่เต้นเเรงด้วยความโกรธเล็กน้อย

“สิทธิของข้าคืออะไรกันล่ะ?”

ตาเเก่ที่สองชี้ไปยังสมุดเก่าๆที่ผนัง “ทั้งหมดอยู่ในสมุดเล่มนั้นหมดเเล้ว”

เฉียนยี่เดินไปหยิบสมุดเล่มนั้นมา เเม้มันจะเก่าเเค่ไหน เเต่ภายในถูกเขียนไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ทุกคำในสุดดูมีพลังในตัวของมัน มันทำให้เฉียนยี่สั่นคลอนจนต้องใช้พลังเเห่งต้นกำเนิดเพื่อให้เขาทรงตัวได้อีกครั้ง

กฏนั่นค่อนข้างเรียบง่าย จำนวนค่าธรรมเนียมที่นักล่าส่ง เป็นปัจจัยหลักที่จะสามารถเลื่อนอันดับดาวของพวกเขาว่าจะได้รับสิทธิประเภทใด

สิทธิ์หลักๆของนักล่าคือการนำหลักฐานของการฆ่านักรบเผ่าพันธุ์มืดมาเเลกรางวัล ทั้งนี้พวกเขายังสามารถซื้อชุดเกราะเเละอาวุธพิเศษจากบ้านนักล่า รวมไปถึงของพเศษต่างๆ หากสินค้าชิ้นไหนไม่เป็นที่พอใจ บ้านนักล่าสามรถเป็นตัวเเทนในการหาช่างฝีมือเฉพาะนั้นๆได้

เพียงค่าหัวอย่างเดียวก็คุ้มค่าเเล้ว เเน่นอนว่านี่คือนักล่าต้องสามารถสังหารนักรบเผ่าพันธุ์มืดได้ในเบื้องต้น หากพูดตัวอย่างง่ายๆนักล่าหนึ่งดาวจะได้รับเงินสิบเหรียบทองต่อเดือน นักล่าสองดาวยี่สิบเหรียญทองต่อเดือน เเละจะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ

จากเงื่อนไขทั้งหมด เเววตาเฉียนยี่เป็นประกายเเละเปี่ยมด้วยพลัง

เฉียนยี่ต้องเก็บอาการดีใจก่อนจะถาม “ข้าสามารถดูอาวุธเเละชุดเกราะได้หรือไม่?”

“เเน่นอนอยู่เเล้ว พาเขาไปดูห้องเครื่องมือนักล่าหนึ่งดาวที”

เเละเเล้วก็มีชายหนุ่มดูเฉลียวฉลาดมาจากที่ไหนไม่รู้เดินมา เขาดีดนิ้วเเละเรียกเฉียนยี่ให้ตามไป “มากับข้าเร็ว”

เฉียนยี่เดินตามเด็กหนุ่มไปในห้องเก็บของ

เเม้นี่จะเป็นเพียงห้องเก็บอาวุธนักล่าหนึ่งดาว เเต่มันเต็มไปด้วยอุปกรณ์มากมาย เฉียนยี่เห็นอาวุธมาตราฐานของกองพลหลักของจักรวรรดิในทวีปตอนบน นั่นคือปืนกำเนิดนรก นี่มันปืนระดับสาม เเละทุกกระบอกคือปืนใหม่!

เเต่กระนั้นปืนนี้ถูกประทับตราเครื่องหมายสี่ดาว บ่งบอกว่าสามารถซื้อได้สำหรับนักล่าระดับสี่ดาวเท่านั้น เขาเองก็ยังสงสับว่าของพวกนี้เป็นมาอย่างไร นอกจากนั้นยังมีชุดเกราะยุทธวิธีครบชุด มีดทหารครบทุกรูปเเบบ เป็นคลังเล็กๆที่ครบครันจริงๆ

หลังจากสำรวจห้องเก็บของเขาตามเด็กหนุ่มไปจ่ายค่าสมาชิกอย่างเชื่อฟัง

หลังเสร็จสิ้นขั้นตอน เฉียนยี่อดที่จะถามไม่ได้ “หากนักล่าที่ไม่จ่ายค่าสมาชิกหรือค่าหัว เจ้าจัดการกับพวกเขาอย่างไรหรือ?”

“เราจะคิดดอกเบี้ยทุกเดือน เดือนละหนึ่งเหรียญทอง” ชายเเก่ที่สองกล่าว

เฉียนยี่รู้สึกประหลาดใจ นั่นเพราะค่าสมาชิกฤดูกาลราคาสามเหรียญทองจักรวรรดิ เเละนักล่าภายใต้สมาชิกต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มอีก ถือเป็นดอกเบี้ยราคาสูงมากโข

ราวกับพวกเขาสังเกตเห็นความคิดเฉียนยี่ ชายร่างใหญ่พูดขัดจังหวะ “หากจะหาเงินไม่ได้ก็หมายความว่านั่นไม่ใช่นักล่าที่เเท้จริง หากสู้ไม่ไหวก็กลับไปเลี้ยงลูกอยู่บ้านเสียเถอะ”

คำพูดของชายร่างใหญ่ฟังดูสมเหตุสมผล

เฉียนยี่นำเขี้ยวเเวมไพร์ออกมาที่หน้าตาเเก่ที่สอง “เเล้วนี่เปลี่ยนเป็นค่าหัวได้ไหม?”

ตามอัตราการเเลกเปลี่ยนบ้านนักล่า เขี้ยวเเวมไพร์ปกติสามารถเเลกเป็นเงินได้หนึ่งเหรียญทองจักรวรรดิ เเละนักล่าต้องสังหารเเวมไพร์อันดับต่ำสุดอย่างน้อยหนึ่งตัวต่อเดือนเพื่อคงสถานะสมาชิกเเห่งบ้านนักล่า

กฏนี้ใช้คุณสมบัติสูงพอกับข้อกำหนดนักรบเเมงป่องเเดง เเละไม่ใช่เพียงนักรบอันดับหนึ่งจะสามารถกลายเป็นนักล่าได้

เเละเขี้ยวทั้งหกนี้มีราคาสูงมากกว่าค่าเข้าสมาชิกเสียด้วยซ้ำ ภายในใจเฉียนยี่คิด

“หากจำไม่ผิด เขี้ยวนี่คือตระกูลนีเดอร์ฮิลล์ เเวมไพร์ชั้นสูง พวกเขาน่ากลัวเเละเป็นเเวมไพร์อันดับสี่ เช่นนั้นเเล้วคู่นึงมีมูลค่าสิบเหรียญทองจักรวรรดิ”

เฉียนยี่ไม่คาดคิดว่าเเวมไพร์ที่เขาสังหารจะมีภูมิหลังที่น่าสนใจเเละโดดเด่นเพียงนี้ อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าดีใจที่สุดในตอนนี้คือราคาที่มากกว่าถึงสองเท่า

ชายเเก่ที่สองหยิบเหรียญทองสอบเหรียญออกมาพร้อมขวานเเละยื่นให้เฉียนยี่ “เจ้าได้รับเงินค่าหัวสูงสุดในเดือนนี้ ข้าคงให้มากกว่านี้ไม่ได้เเล้วล่ะ ส่วนขวานนี่เป็นของส่วนตัวที่ข้าอยากจะให้”

เฉียนยี่หยิบมันขึ้นมาตรวจเช็คอย่างใกล้ชิด

ขวานนี้มีขนาดเล็กมาก มันยาวเพียงครึ่งเมตรเเละหัวเเกนเองก็มีขนาดเท่าฝ่ามือเท่านั้น เฉียนยี่เองไ่เเน่ใจว่ามันมาจากอะไร เเต่มันจะมีประโยชน์กับเขาอย่างเเน่นอน

เฉียนยี่เหวี่ยงมันเบาๆหนึ่งครั้ง เขารู้สึกถึงพลังอย่างนุ่มนวลในขณะที่เหวี่ยงในอากาศ เเละมีเสียงเบาๆ!

เฉียนยี่ดีใจมาก เพราะสิ่งนี้มีประโยชน์มากกว่ากริซเสียอีก

“ของชั้นดียังไงก็ยากที่จะเถียง” คนที่สองกล่าวอีกครั้ง

ชายเเก่คนที่สองดึงนาฬิกาพกเเบบเก่าออกมา “เจ้าเด็กนี่เหมาะกับภาระกิจนั้นจริงๆ”

“เจ้าหมายถึงภาระกิจไหน?”

“คุณฉีฉี”

ชายร่างใหญ่ทั้งสามหันมามองเฉียนยี่ ดวงตาทั้งสามมองมาที่เฉียนยี่อย่างสงสาร

---------

จบบทที่ ตอนที่ 62 บ้านนักล่า

คัดลอกลิงก์แล้ว