เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 201 ราชินีเอลฟ์

บทที่ 201 ราชินีเอลฟ์

บทที่ 201 ราชินีเอลฟ์


ในฐานะมนุษย์กลุ่มแรก ที่เดินทางมายังเมืองทริเนียซึ่งเป็นเมืองหลวงของเอลฟ์ป่า ปาร์ตี้ของเอ็ดเวิร์ดรู้สึกได้ถึงสายตาที่จ้องมองมาจากทุกสารทิศ ทันทีที่พวกเขาเข้ามาในเมือง

แม้ว่าพวกเขาจะไม่คุ้นเคยกับที่ถูกมองเหมือนตัวประหลาดจากเอลฟ์ แต่เอ็ดเวิร์ดและคนอื่น ๆ ก็ไม่มีทางเลือกอื่น เนื่องจากตอนนี้พวกเขาอยู่ในดินแดนของคนอื่น อย่างไรก็ตามในฐานะที่พวกเขาเป็นผู้เล่น พวกเขาก็ไม่สามารถทำร้ายผู้อื่นเพราะเหตุผลเล็กน้อยนี้ได้ ดังนั้นพวกเขาจึงติดตามผู้พิทักษ์ดวงจันทร์ไปยังปราสาทลิลลี่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองทริเนีย

ปราสาทลิลลี่แตกต่างจากปราสาทที่ได้รับการปกป้องอย่างแน่นหนาของมนุษย์ ที่นี่มีทหารเอลฟ์เพียงไม่กี่ตนเฝ้าอยู่

“ทำไมหทารเอลฟ์ถึงน้อยขนาดนี้ พวกเจ้าไม่ปกป้องปราสาทของราชินีเลยหรือ?” โจถามบรอมที่อยู่ข้าง ๆ เขาอย่างสงสัย

"นั่นเป็นเรื่องธรรมดา เรามีชีวิตยืนยาว เหตุใดเราจึงต้องทรมานกับความโง่เขลาที่ไม่อาจเข้าใจได้เช่นเดียวกับมนุษย์” บรอมพูดออกมาอย่างภาคภูมิใจ

โกวต้านรู้สึกได้ถึงความขัดแย้งในคำพูดของบรอม และกระซิบบอกโจว่า “อย่าหลงกลหมอนั่น ปราสาทลิลลี่เป็นสิ่งมีชีวิต นั่นคือเหตุผลที่ไม่มีองครักษ์! หากมีผู้บุกรุกมาจริง ๆ มันจะกระโดดออกมาตบผู้บุกรุกให้ตาย!”

“เจ้ารู้ได้ยังไง? นี่เป็นพลังพิเศษของคลาสจังเกิลวอล์คเกอร์หรือ” โจสงสัย

“เจ้าไม่เห็นตัวอักษรขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่เหนือปราสาทรึ?” โกวต้านตอบอย่างปลง ๆ

โจมองขึ้นไปและเห็นข้อความสีเขียวลอยอยู่เหนือปราสาทลิลลี่จริง ๆ

“นั่นเป็นชื่อของอาคารไม่ใช่หรือ? มันไม่มีแถบ HP ด้วย…”

โกวต้านเม้มปาก "ไอ้โง่ เจ้าเคยเห็นชื่ออาคารในเมืองไร้ชื่อกับฐานที่มั่นลับในแลงคาสเตอร์รึไง เจ้าคิดสิทำไมปราสาทนี้ถึงมีชื่อ เหตุผลที่มันไม่มีแถบ HP ก็เพราะว่ามันไม่ใช่สัตว์ประหลาดที่เราสามารถฆ่าและรับไอเทมดรอปได้! หากมันมีแถบ HP ผู้เล่นคนไหนจะอดใจไหวไม่ลองจิ้มสัตว์ประหลาดตัวมหึมาแบบนี้?”

ฟังดูเข้าท่า

โจพยักหน้าเข้าใจทันทีเมื่อโกวต้านอธิบาย แม้จะไม่มีแถบ HP แต่โจก็พบว่าตัวเองอดไม่ได้ที่จะปล่อยศาสตร์ศักดิ์สิทธิ์ดาบผ่าปฐพีออกมา หลังจากพบว่าปราสาทเป็นสิ่งมีชีวิต

แน่นอนแม้ผู้เล่นจะเป็นพวกงี่เง่า แต่พวกเขาก็ยังสามารถชั่งน้ำหนักสถานการณ์ได้ ด้วยเหตุนี้โจจึงไม่ได้พยายามตีปราสาทเพื่อดูว่าแถบ HP จะโผล่ขึ้นมาหรือไม่...

ในทางกลับกัน แม้ว่าปกติแล้วบรอมจะไม่รู้ว่าผู้เล่นกำลังคิดอะไรอยู่ แต่เขาก็รู้สึกเหยียดหยามเมื่อเห็นว่าโจและโกวต้านยังคงมองไปรอบ ๆ เหมือนเด็กบ้านนอกเข้ากรุง ขณะกระซิบกระซาบกันอยู่ตลอดเวลาหลังเข้ามาในตัวปราสาท

ไม่มีทางที่บรอมจะรู้ว่าสองคนนั้นไม่ได้ตกตะลึงกับความงดงามอันยิ่งใหญ่ของปราสาทลิลลี่ แต่กลับกำลังพูดถึงหัวข้อที่ไม่เหมาะจะให้เอลฟ์ป่าได้ยิน

“มองจากมุมหนึ่ง ตอนนี้เรากำลังอยู่ในร่างกายของศัตรู แม้จะเป็นเดรคเราก็ยังสามารถทำลายการป้องกันของมันได้จากด้านใน”

“วิญญาณคู่หูของข้าไม่สามารถผ่านกำแพงภายในปราสาทเข้ามาได้ เนื่องจากที่นี่มีสนามพลังป้องกันวิญญาณ แต่ไม่เป็นไรข้าเรียกออกมาใหม่ในนี้ได้!”

“ข้าเปิดใช้งานทักษะค้นหาจุดอ่อนได้ คริสตัลที่คล้ายคบเพลิงตรงนั้นเป็นจุดอ่อน ถ้าเราโจมตีมัน เราสามารถสร้างความเสียหายได้มากยาย”

“ข้าสามารถสั่งวิญญาณคู่หูของข้าทำเครื่องหมายโจมตีได้เช่นกัน แม้ว่าชื่อของมันจะเป็นสีเขียว แต่มันก็ไม่ได้เป็นมิตรจริง ๆ…”

“มีคริสตัลอีกอันอยู่ที่นั่น? ข้าคิดว่า…มันต้องเป็นอะไรที่คล้ายกับสมองชีวภาพ ตามวิธีการจัดเรียงของคริสตัล มันควรมีแบบนี้อีกสี่ถึงห้าอันในปราสาท!”

“ข้าเข้าใจแล้ว ยืนยันกลยุทธ์! เราแค่ต้องเดินตามเส้นทางนี้ไป และระวังอย่าตกอยู่ภายใต้กับดักชีวภาพ ขณะทำลายคริสตัลทุกชิ้นระหว่างทาง!”

ดังนั้นก่อนที่พวกเขาจะไปถึงห้องโถงของปราสาท ทั้งคู่พูดคุยกัน 2-3 คำ กลยุทธ์จัดการสัตว์ประหลาดตัวนี้ก็ได้รับการสรุปแล้ว

ทั้งผู้พิทักษ์ดวงจันทร์และบรอม•เดย์สตาร์ ไม่ได้สังเกตุเลยว่าทั้งสองกำลังวางแผยชั่วร้านทำลายปราสาทลิลลี่ แม้ว่าแผนนี้ไม่น่าจะทำได้จริงก็ตาม พวกเขายังคงพาเอ็ดเวิร์ดและคนอื่น ๆ เดินต่อไปยังห้องโถงอย่างซื่อสัตย์

ที่นี่เป็นห้องที่ใหญ่ที่สุดในปราสาทลิลลี่ และยังเป็นโถงว่าราชกาลของราชินีเอลฟ์

เมื่อพวกเขาเข้ามาในห้อง ราชินีเอลฟ์ก็นั่งอยู่บนบัลลังก์ส่วนลึกในห้องโถง มองดูพวกเขาเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม

“ขออภัยที่ทำให้ท่านต้องรอคอย ฝ่าบาท นี่คือแขกของเราจากโลกภายนอก” ผู้พิทักษ์ดวงจันทร์พูดพร้อมกับโค้งคำนับเล็กน้อย บรอมที่อยู่ข้าง ๆ ก็ทำเช่นเดียวกัน

เอ็ดเวิร์ดเหลือบมองปาร์ตี้ของเขา และเห็นว่าโจดูกระตือรือร้นที่จะก้าวออกมาพูด ด้วยความตกใจ เขาจึงรีบก้าวไปข้างหน้าและโค้งคำนับตามมารยาทแบบฉบับชนชั้นสูงของมนุษย์

นี่คือสิ่งที่เขาได้เรียนรู้มาจากเจ้าหญิงลีอา เดิมเขาตั้งใจจะใช้มันกับขุนนางมนุษย์ เขาไม่คิดเลยว่าจะได้ใช้มันครั้งแรกในที่แห่งนี้

“ข้าขอถามให้แน่ใจก่อนว่า…กลุ่มของเจ้าเป็นผู้ศรัทธาในเทพเจ้าแห่งเกมถูกต้องหรือไม่” ราชินีเอลฟ์ดูไม่แตกต่างจากเอลฟ์ป่าตนอื่น ๆ เธอดูเหมือนผู้หญิงในวัย 40 ที่งดงามเป็นพิเศษจากมุมมองด้านสุนทรียศาสตร์ของมนุษย์ แม้ว่าจะไม่โดดเด่นจากเอลฟ์สาวคนอื่น ๆ ที่เอ็ดเวิร์ดได้พบระหว่างทางมาที่นี่

ความจริงมันก็เหมือนกับที่คนเอเชียมองว่าคนผิวดำดูเหมือนกันไปหมด แม้พวกเขาจะเป็นมนุษย์เหมือนกัน เมื่อผู้เล่นมองไปที่เอลฟ์ป่า ที่มีลักษณะใบหน้าอันละเอียดอ่อนและงดงามเหมือน ๆ กัน เขาก็ไม่เห็นถึงความแตกต่างระหว่างเอลฟ์แต่ละตน

และปกติแล้ว เอลฟ์ป่าจะสามารถจดจำผู้อื่นได้ผ่านความแตกต่างของออร่าเวทเฉพาะตัว และความแตกต่างเล็กน้อยในรูปลักษณ์ แต่วิธีการแยกแยะนี้ยากเกินไปสำหรับมนุษย์

"ถูกต้อง และทางเราต้องขออภัยที่ล่วงล้ำอาณาเขตของเอลฟ์ป่าและรบกวนพวกท่านด้วย” เอ็ดเวิร์ดตอบเสียงดังโดยไม่โอ้อวดหรือถ่อมตัวเกินไป

ราชินีเอลฟ์พยักหน้าและหันไปหาเจสสิก้าที่ดูค่อนข้างอึดอัด “เจ้าคือนักรบผู้กล้าที่ทำสัญญากับเซฟาริมใช่ไหม”

“นะ นั่น…” ทันทีที่ถูกเรียก เจสสิก้าก็สะดุ้งเหมือนนักเรียนที่ถูกคุณครูเรียกชื่อในชั้นเรียน เธอไม่แน่ใจว่าจะตอบอย่างไร ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจขอโทษอย่างตรงไปตรงมา เพราะว่าเธอได้เอาสมบัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเอลฟ์ไป “ข้าขอโทษค่ะ!”

“เฮ้นีน่า เจ้าทำให้ผู้ใช้ตัวน้อยของข้ากลัว”

กลับกันเซราฟิมดูเหมือนจะมีความสุขด้วยเหตุผลบางประการ หลังจากที่ยอมรับความจริงได้แล้ว

“ข้าทราบสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วผ่านวิวรณ์ของเทพธิดา เนื่องจากเป็นการตัดสินใจของเซราฟิมเอง เจ้าไม่ผิดหรอก” เธอก็กล่าวอย่างอ่อนโยน

“โปรดยกโทษให้กับความไม่สุภาพของข้าด้วยฝ่าบาท เซฟาริมเป็นสมบัติที่เทพธิดาลูน่ามอบให้กับเผ่าพันธุ์ของเรา” บรอมอดไม่ได้ที่จะพูดแทรกขึ้นมา “ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์จะเอาไปใช้ได้ง่าย ๆ โปรดผูกมัดหญิงสาวเผ่ามนุษย์คนนี้ด้วยสัญญา เพื่อที่เธอจะไม่สามารถออกไปจากทริเนียได้ตลอดชีวิต!”

“แม้ว่าบรอมจะสุดโต่งไปหน่อย แต่สิ่งที่เขาพูดก็มีเหตุผล…” ราชินีเอลฟ์เปลี่ยนท่าทางอย่างกะทันหัน

เอ็ดเวิร์ดและคนอื่น ๆ ตื่นตัวขึ้นมาทันที

โกวต้านและโจจ้องไปที่คริสตัลด้านหลังราชินีเอลฟ์อย่างมุ่งร้าย

“แต่สบายใจได้ ข้าจะไม่กักขังเธอไว้ในทริเนีย” ราชินีเอลฟ์กล่าวเสริม “ชีวิตของมนุษย์ผ่านไปเพียงพริบตาสำหรับพวกเราเหล่าเอลฟ์ ดังนั้นข้าหวังว่าเจ้าจะให้สัญญากับข้า…เมื่อเจ้าอายุครบ 100 ปี โปรดส่งเซฟาริมกลับมายังทริเนีย”

--------------------------------------------

เพจ FC-Translate

จบบทที่ บทที่ 201 ราชินีเอลฟ์

คัดลอกลิงก์แล้ว