เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 159 วันพักผ่อนของผู้เล่น [4]

บทที่ 159 วันพักผ่อนของผู้เล่น [4]

บทที่ 159 วันพักผ่อนของผู้เล่น [4]


โรงแรมของเมืองไร้ชื่อสร้างขึ้นโดยแองโกร่าเพื่อรองรับผู้ลี้ภัยที่มาร์นี่พามา

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ผู้เล่นส่วนใหญ่ร่ำรวยพอที่จะซื้อบ้านตามจุดต่าง ๆ ของเมือง (แม้ว่าส่วนใหญ่จะสิ้นเนื้อประดาตัวอีกครั้งหลังจากมีระบบเสริมแกร่งไอเทมเข้ามาก็ตาม) แต่ธุรกิจโรงแรมก็ได้รับความนิยมลดลงมาก

เมืองไร้ชื่อไม่ได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงหรือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมมากนัก

มูฟาซาจึงวางใจให้เด็ก ๆ อยู่ที่นั่นชั่วคราว

แม้ว่าเด็ก ๆ จะตกลงเข้าร่วมกับศาสนจักรแห่งเกมและกลายเป็นผู้ศรัทธาของเทพเจ้าแห่งเกม แต่การอุทิศศรัทธาให้กับเทพที่ไม่คุ้นเคย ก็ไม่ใช่สิ่งที่สามารถทำได้ด้วยวาจา

อย่างน้อย แม้ซิมบ้าจะอ้างว่าเขาศรัทธาในเทพเจ้าแห่งเกมอย่างไรตอนนี้ มูฟาซาก็สามารถบอกได้ทันทีว่าเขาโกหก...

นาล่านอนหลับสนิทไปแล้วหลังจากดื่มยาของนักเล่นแร่แปรธาตุเข้าไป

มูฟาซาเองก็มีเรื่องต้องทำ หลังจากเขาพานาล่ามาส่งที่โรงแรม เขาก็เตือนเด็ก ๆ ว่าอย่าทำอะไรแปลก ๆ ก่อนออกไป

ซาซูตัดสินใจจะอยู่ที่โรงแรมเพื่อดูแลนาล่า แม้ซิมบ้าจะกังวลเรื่องของเธอเช่นกัน แต่เขาก็ตัดสินใจออกไปเดินเล่นรอบ ๆ และทำความคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้

มันเป็นนิสัยที่เขาพัฒนาขึ้นเมื่อเขาถูกบีบคั้นให้ขโมยของเพื่อเอาชีวิตรอดในแลงคาสเตอร์ อันที่จริงมันก็คล้ายกับการเตรียมพร้อมของหัวขโมยที่จะตรวจสอบสภาพแวดล้อมเอาไว้ เผื่อเวลามีปัญหาเกิดขึ้นจะได้หลบหนีได้ทัน

ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากวิ่งวุ่นเรื่องที่นาล่าป่วยมาตั้งแต่เช้า ซาซูและซิมบ้าก็ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยจนถึงตอนนี้ นอกจากอาหารมื้อค่ำแสนอร่อยของเมื่อวาน แต่จะให้อดอาหารต่อไปคงไม่ดีแน่ ซิมบ้าจึงตัดสินใจออกไปซื้ออาหารกลับโรงแรมในขณะที่เขาเดินสำรวจเมือง

มูฟาซาได้ทิ้ง 'เหรียญเกม' ไว้ที่โรงแรม และตามที่เขาพูด นั่นคือสกุลเงินที่ชาวเมืองส่วนใหญ่ใช้ซื้อขายกัน สิ่งปลูกสร้างและสิ่งอำนวยความสะดวกแปลก ๆ หลายแห่งในเมืองนี้ยอมรับเฉพาะเหรียญเกมเท่านั้น ในขณะที่เหรียญริออนและเหรียญทองแดงจะต้องแลกก่อนถึงจะสามารถใช้ในเมืองนี้ได้

แม้ซิมบ้าจะคิดว่ามันไม่ดีที่จะให้มูฟาซาช่วยเหลือเสมอไป แต่เห็นได้ชัดว่าเขาไม่สามารถซื้ออาหารได้ด้วยมือเปล่า ซิมบ้าจึงยอมรับเงินของมูฟาซา และนำเหรียญบางส่วนติดตัวไปก่อนที่เขาจะออกจากโรงแรม

เด็ก ๆ เคยหิว เหนื่อย และกังวลมาก เมื่อมาถึงเมืองผ่านไลฟ์สโตนครั้งแรก พวกเขาจึงไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับเมืองนี้นัก

ตอนนี้ซิมบ้าสบายใจแล้ว สิ่งต่าง ๆ ก็ดูแตกต่างไปจากเมื่อวาน

อย่างแรก ความสะอาดและความสวยงามของที่นี่ไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก แต่ต่างจากเมื่อวานนี้ ผู้คนบนท้องถนนต่างเดินกันเป็นกลุ่ม 5-6 คนและคุยกันอย่างกระตือรือร้นในสิ่งที่ซิมบ้าไม่เข้าใจ ขณะเดียวกันจากลักษณะการเดิน พวกเขาต่างก็มีเป้าหมายอย่างชัดเจน แตกต่างจากเด็กขุนนางชาวแลงคาสเตอร์ที่มักจะเดินเล่นไปรอบ ๆ พร้อมกับสมุนของพวกเขา

แน่นอนว่ามีหลายอย่างที่ซิมบ้าพบว่ามันยากที่จะเข้าใจ นอกเหนือจากความปกติเหล่านั้น

ตัวอย่างเช่น เขาเพิ่งเห็นคนรูปร่างผอมเพรียวพุ่งผ่านหน้าเขาไปราวกับสายลม ขณะที่คนร่างกำยำกล้ามแน่นกำลังถือดาบใหญ่เรืองแสงสีส้มวิ่งไล่...

ขณะที่ซิมบ้าตกตะลึงกับความรุนแรงในเวลากลางวันแสก ๆ และรู้สึกสับสนว่าทำไมไม่มีทหารหรือเจ้าหน้าที่ใด ๆ ออกมาจัดการเรื่องนี้ เขาก็ตระหนักว่าคนอื่น ๆ บนถนนทำราวกับไม่เห็น 2 คนนั้น

ความจริงบางคนกำลังหัวเราะเบา ๆ และพูดว่า 'ดูเหมือนโกวต้านจะยั่วโมโหโจอีกแล้ว...'

'เขาสมควรโดนแล้ว เขาเป็นคนปล่อยภาพที่ทำให้คนตาบอด'

'ใจเย็น ๆ ทุกคนดันโพสต์นั้นจนติดท็อปเพื่อให้ผู้มาใหม่ได้รับบัฟกันถ้วนหน้า!'

มันเหมือนว่าพวกเขาไม่ได้กำลังเห็นคนวิ่งไล่ฆ่ากัน แต่กำลังเมินเฉยเหมือนเห็นพี่น้องทะเลาะกันแทน

“เอ่อคือว่า…พวกเขาจะไม่เป็นอะไรเหรอ” ซิมบ้าถามคนที่เดินผ่านมา

“ไม่เป็นไร โจจะสงบลงหลังจากที่โกวต้านตาย” คนที่เดินผ่านมาตอบอย่างสบาย ๆ

นี่มันเรื่องไร้สาระอะไรกัน? เขาจะต้องการอะไรอีกหลังจากที่เหยื่อตาย หรือเขาจะตามเหยื่อลงไปในยมโลกเพื่อฆ่าเขาอีกครั้ง?

สมองของชาวเมืองพวกนี้เพี้ยนรึเปล่า? ทำไมพวกเขาดูไม่สนใจเรื่องความเป็นความตายเลยล่ะ? แม้แต่คนเถื่อนในที่ราบสูงอันแห้งแล้งในตำนาน ที่ให้ความสำคัญกับเกียรติยศและการต่อสู้มากกว่าชีวิต ก็ยังไม่เพิกเฉยต่อความตายถึงขนาดนี้!

จากนั้นซิมบ้าก็เริ่มเชื่อมโยงมันเข้ากับทักษะการต่อสู้อันโดดเด่นของมูฟาซา และความเฉียบขาดในการกำจัดศัตรูของเขา

เขาเริ่มมีลางสังหรณ์อันหนาวสั่นว่า เป็นไปได้ไหมที่มูฟาซาแข็งแกร่งมากเพราะเขาอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้?

'อันตราย! ศาสนานี้อันตรายเกินไป!'

กระนั้นซิมบ้าก็ส่ายหัวเพื่อสลัดความคิดเหล่านั้นทิ้งไป ไม่ เขาไม่สามารถคิดไปเองว่าจริง ๆ แล้วศาสนจักรแห่งเกมเป็นอย่างไรจากสิ่งต่าง ๆ ที่เขาได้เห็นในวันนี้ เขาต้องรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม

ในขณะเดียวกัน คนที่เดินผ่านไปมาก็รู้สึกสงสัยเล็กน้อย ว่าทำไมซิมบ้าถึงถามแบบนั้น แต่หลังจากเหลือบไปเห็นว่าซิมบ้าไม่ใช่ผู้เล่น เขาก็ส่งเสียงพึมพำเบา ๆ ที่พอฟังออกว่า 'ชื่อเหลือง ไม่มีแถบ HP' แล้วก็จากไปด้วยความผิดหวัง

หลังจากนั้นซิมบ้าก็เดินเล่นไปตามถนนเรื่อย ๆ เพื่อพบเจอสิ่งแปลก ๆ มากขึ้น

ตัวอย่างเช่น มีคนต่อคิวยาวเหยียดหน้าร้านตีเหล็ก เพื่อรอให้ช่างตีเหล็กคนแคระทุบอาวุธ

เป็นอีกครั้งที่ซิมบ้ารู้สึกงงงวย มันก็จริงที่คนแคระภูเขาหายาก (จริง ๆ ช่างตีเหล็กในเมืองเป็นคนแคระเทา ที่ไม่เคยปรากฏตัวบนผิวดินมากนัก ไม่ใช่คนแคระภูเขา) แต่ไม่ใช่ว่าคนที่นี่หลงใหลเขาเกินไปหน่อยเหรอ?

“ฮิฮิฮิ ข้าได้ทำตามที่โพสต์เรื่องโชคลางบอกแล้ว ล้างหน้าให้สะอาด เปลือยกาย และเต้นรำรอบแสงเทียนตอนเที่ยงคืนโดยไม่ให้เทียนดับ การเสริมแกร่งวันนี้จะต้องได้ผล!”

“ไอเทมของเจ้าหายไปแล้ว”

“ม่ายยยย!”

ซิมบ้าเฝ้าดูผู้ศรัทธาคนนั้นกรีดร้อง และเอื้อมมือไปที่ชิ้นส่วนแตกหักบนทั่ง ในขณะที่ผู้เล่นที่อยู่ข้างหลังเขาลากเขาออกไป

'อาวุธไม่ได้ถูกทำให้ร้อนด้วยไฟ และไม่ได้ถูกโรยด้วยผงที่ใช้เล่นแร่แปรธาตุ...ทุบมันบนทั่ง? คงจะแปลกถ้ามันไม่พัง!” เด็กชายพึมพำอย่างช่วยไม่ได้

นอกเหนือจากคนพวกนี้แล้ว ซิมบ้ายังได้พบกับคนประหลาดที่สวมหัวปลาแองเกลอร์ (หัวปลาที่มีหลอดไฟ) หัวปลาโลมา และพวกคนประหลาดที่ถืออุปกรณ์แปลก ๆ ขณะที่พวกเขาตะโกนว่า “เยส! ข้าทำได้แล้ว!” ก่อนจะหลับตาลงอย่างมีความสุข และคุกเข่าต่อหน้าบ้านที่สร้างเสร็จไปครึ่งหนึ่ง แล้วภาวนาให้บ้านสร้างตัวเองต่อไป...

ในที่สุด เขาก็รู้สึกว่าเขาเข้าใจแก่นแท้ของเรื่องทั้งหมดนี้แล้ว 'เป็นไปได้ไหม ที่ผู้ศรัทธาในเทพเจ้าแห่งเกมทุกคนนั้นเป็นไอ้โง่!'

---------------------------------------------------

เพจ FC-Translate

จบบทที่ บทที่ 159 วันพักผ่อนของผู้เล่น [4]

คัดลอกลิงก์แล้ว