เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 67 นักบุญหญิงฝึกหัด (อ่านฟรี)

บทที่ 67 นักบุญหญิงฝึกหัด (อ่านฟรี)

บทที่ 67 นักบุญหญิงฝึกหัด (อ่านฟรี)


ขณะเดียวกัน ซีเว่ยก็กำลังดูโชว์พร้อมกับกินป๊อปคอร์นอยู่ในอ่าง

เทียบกับลัทธิกระดูกเน่าแล้ว เขาไม่กังวลเรื่องชุมนุมลับดวงตาเลยสักนิด

เหตุผลนั้นง่ายมาก ลัทธิกระดูกเน่าศรัทธาในเทพเจ้า และได้รับการสนับสนุนจากเทพกระดูกเน่า

นั่นหมายความว่าที่ตั้งของลัทธิกระดูกเน่านั้น ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยพลังงานของเทพกระดูกเน่า และถึงซีเว่ยจะมีระดับสูงกว่าเขา 2-3 ขั้น เขาก็ไม่อาจมองเห็นผ่านม่านบาเรีย และสังเกตสิ่งที่ศัตรูกำลังทำอยู่ได้

ชุมนุมลับดวงตานั้นต่างกัน

ชุมนุมลับเป็นองค์กรค้าของเถื่อนที่มีสมาชิกจากทั่วทวีป แต่นั่นก็หมายความว่าพวกเขาส่วนใหญ่ศรัทธาในเทพเจ้าที่แตกต่างกัน สิ่งนี้ทำให้พวกเขาไม่มีบาเรียศักดิ์สิทธิ์ที่เข้มข้นพอที่จะป้องกันการสังเกตจากซีเว่ย

แม้ว่าพวกเขาจะทำตัวลึกลับ และมีมาตรการป้องกันที่ดีเพียงใด มันก็ไร้ประโยชน์ในสายตาของซีเว่ย ตราบใดที่มันเป็นสถานที่ที่ผู้ศรัทธาของซีเว่ยพิชิตได้ ซีเว่ยก็จะสามารถมองเห็นทุกรายละเอียดได้อย่างชัดเจน!

สำหรับซีเว่ย องค์กรนี้ก็เป็นเพียงเค้กชิ้นหนึ่งเท่านั้น

ครั้งนี้เขาได้ส่งผู้เล่นไปยังหมู่บ้านมนุษย์กบและออกเควสเตือนพวกเขา เมื่อเห็นว่าศัตรูออกจากฐานและกำลังจะมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านมนุษย์กบ

สำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นภายหลัง เขาไม่กังวลเลย ยังไงผู้เล่นก็จะฟื้นขึ้นมาที่เมืองไร้ชื่อได้อยู่แล้วหากพวกเขาล้มเหลว

ด้วยการที่ผู้เล่นมีฐานที่มั่นลับใต้ดินของแลงคาสเตอร์เป็นอาณาเขตสำรอง หมู่บ้านเริ่มต้นในปัจจุบันจึงสามารถป้องกันชุมนุมลับดวงตาได้โดยไม่มีปัญหา และถึงแม้พวกเขาจะสูญเสียอย่างร้ายแรง ซีเว่ยก็ยังสามารถลงไปที่โลกมนุษย์และกวาดล้างพวกมันได้ในทันที เพราะชุมนุมลับดวงตาไม่ใช่องค์กรที่ได้รับการสนับสนุนจากเทพเจ้า ดังนั้นจึงไม่มีเทพเจ้าอื่นมาหาเรื่องเขา

ความจริงหลังจากที่เขาอัปเดตระบบและสร้างดันเจี้ยนขึ้นมา เขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับผู้เล่นมากนัก

เพราะเขายังมีเรื่องเร่งด่วนอีกมากมายให้ทำ

ความสัมพันธ์ระหว่างเทพเจ้าในวิหารเดียวกันนั้นใกล้ชิดกว่าที่ซีเว่ยคิด แม้ว่าคุณสมบัติของเทพกระดูกเน่าจะยังไม่ถูกทำลายอย่างสมบูรณ์ ทำให้วิหารใต้พิภพไม่รู้ว่าลูกสมุนของพวกเขาถูกฆ่าโดยซีเว่ย แต่มันก็เป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น

ซีเว่ยกำลังมองหาวิธีตัดการเชื่อมต่อระหว่างเทพกระดูกเน่าและวิหารใต้พิภพ หรืออย่างน้อยก็เตรียมความพร้อมให้เพียงพอที่จะรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น หากเทพองค์ใด ๆ จากวิหารใต้พิภพต้องการมาหาเรื่องเขา และเขาก็เดาได้เลยว่าเทพที่มาในครั้งนี้คงไม่ง่ายที่จะจัดการเหมือนเทพกระดูกเน่าแน่ ๆ

ดังนั้นเขาจึงต้องเก็บเกี่ยวกระเทียม…แค่ก เก็บเกี่ยวพลังงานศักดิ์สิทธิ์ให้มากขึ้น

สรุปสั้น ๆ ก็คือ เขาจะดูแลผู้เล่นเป็นครั้งคราว และเขาจะไม่เสียพลังงานเทพเจ้าไปเพื่อช่วยเด็กน้อยในแดนมรรตัย

หมู่บ้านมนุษย์กบ ห้องรับแขก (บ้านหอยสังข์)

การโจมตีจากชุมนุมลับดวงตามาช้ากว่าที่พวกเขาคาดการณ์ไว้เล็กน้อย ตอนนี้สถานการณ์ค่อนข้างเงียบสงบ

ระบบผิดพลาดรึเปล่า? หรือมันเลิกนิสัยเสียที่ชอบรังแกพวกเขายามคับขันแล้ว?

เรื่องนี้แม้แต่เอ็ดเวิร์ดก็ยังสงสัย

โชคดีที่พวกเขาทุกคนเชื่อมั่นในเทพเจ้าแห่งเกม พวกเขาส่วนใหญ่มาถึงระดับของผู้ศรัทธาที่เคร่งศาสนา และเกือบจะกลายเป็นพวกคลั่งศาสนา นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขาจึงขจัดความหวั่นไหวของตัวเองออกไปได้อย่างรวดเร็ว และมีกำลังใจเข้มแข็ง

พวกเขายังคงนอนรอการโจมตีที่กำลังจะมาถึง

“ข้าคิดว่า เรามีปัญหา…” โกวต้านลากโจที่เกือบจมน้ำตายไปวางตรงหินรูปไข่ขนาดใหญ่ที่มนุษย์กบใช้เป็นเตียงนอน

ในขณะที่เขาพยายามตากโจให้แห้ง โกวต้านก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ถ้าชุมนุมลับดวงตาต้องการโจมตีหมู่บ้านมนุษย์กบ พวกเขาจะทำยังไง?”

“พวกเขาจะทำยังไงน่ะเหรอ? ก็แค่เข้ามาในหมู่บ้าน เผาแล้วก็ปล้นสะดม…” พูดได้แค่นั้นวีลาก็หยุดชะงักไป

เธอตระหนักว่าพวกเขาทั้งหมดดูเหมือนจะคิดผิด เมื่อได้รับการแจ้งเตือนว่าชุมนุมลับดวงตากำลังจะโจมตีหมู่บ้านมนุษย์กบ พวกเขาก็คิดพวกชุมนุมลับเป็นโจรธรรมดาโดยไม่รู้ตัว

พูดตามตรง ถ้าเป็นกลุ่มโจรปกติแม้ว่าจะมีคน 70-80 คน คนเหล่านั้นก็ไม่สามารถสู้กับผู้เล่น 6 คนในปาร์ตี้นี้ได้ เพราะนอกจากวีลาแล้ว อีก 5 คนในปาร์ตี้ก็เป็นผู้เล่นที่มีประสบการณ์และแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาผู้เล่นทั้งหมด

แต่ศัตรูกลับปรากฏในเควสของระบบ นั่นหมายความว่า ศัตรูไม่ใช่โจรธรรมดา!

และก็หมายความว่า ประสบการณ์ใด ๆ ที่พวกเขาเคยใช้จัดการกับศัตรูประเภทนี้ จะต้องถูกโล๊ะทิ้ง

“ให้ข้านึกก่อน…” ในฐานะที่เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่น 3 คนที่เคยบุกเข้าไปในที่ซ่อนของชุมนุมลับดวงตา สีหน้าของเอ็ดเวิร์ดมืดลงจนต้องขมวดคิ้ว

“ข้าคิดว่ามีผู้วิเศษอยู่ในชุมนุมลับดวงตา…”

ผู้วิเศษที่มีเวทมนตร์ระยะไกลที่แข็งแกร่งและทรงพลังนั้น เหมาะที่สุดในการบุกโจมตีหมู่บ้านอย่างไม่ต้องสงสัย

ราวกับจะพิสูจน์ว่าคำพูดของเขาถูกต้อง พื้นดินเริ่มสั่นสะเทือนราวกับมีแผ่นดินไหว แม้แต่น้ำทะเลตื้น ๆ ก็สั่นเป็นระลอกคลื่นจากแรงสั่นสะเทือน

ผู้เล่นทั้งหมดรีบออกไปด้านนอกทันที

บางทีอาจเป็นเพราะต้องการความเป็นส่วนตัว มนุษย์กบจึงสร้างหมู่บ้านในมุมที่เงียบสงบมุมหนึ่งของชายฝั่งทะเล หมู่บ้านหันหน้าไปทางทะเลในขณะที่อีกด้านหนึ่งติดกับหน้าผาสูงชัน และอีกด้านหนึ่งของหน้าผาก็เป็นพื้นที่โล่งไม่มีที่สิ้นสุด

ตอนนี้สิ่งที่เอ็ดเวิร์ดและปาร์ตี้เห็นก็คือโคลนที่ไหลลงมาจากหน้าผาด้วยความเร็วที่น่ากลัว!

โคลนที่ถล่มลงมามีขนาดใหญ่มาก จนมนุษย์กบต่างพากันตกตะลึงเมื่อได้เห็นมัน จิตใจของพวกเขาว่างเปล่าโดยสมบูรณ์

“อะไรกัน…เอ็ดเวิร์ด เจ้าไม่เห็นเคยบอกเราเลยว่าผู้วิเศษจากชุมนุมลับดวงตามีพลังมากขนาดนี้!” โกวต้านมองไปที่โคลนถล่มด้วยสีหน้าว่างเปล่า

“ไม่ เป็นไปไม่ได้ ข้าไม่เคยพบผู้วิเศษระดับนี้มาก่อน…มันอาจเกิดจากผู้วิเศษหลายคน!”

เอ็ดเวิร์ดปฏิเสธทันที เขาไม่คิดว่าผู้วิเศษที่แข็งแกร่งขนาดนี้จะอยู่ในชุมนุมลับดวงตา

เขานึกย้อนกลับไปตอนที่เขาแอบเข้าไปในค่ายของชุมนุมลับ นอกจากคนที่โดดเด่นไม่กี่คน คนอื่น ๆ ก็ไม่ได้แข็งแกร่งอะไรเลย

“นี่! เราควรวิ่งก่อนไม่ใช่เหรอ!” วีลาเหงื่อตก เธอตะโกนออกมา

แม้ว่าพวกเขาจะกลายเป็นผู้เล่นที่แทบจะฆ่าไม่ตายง่าย ๆ และยังสามารถสละชีวิตตัวเองเพื่อสร้างโอกาสให้พันธมิตรของพวกเขาได้ แต่สามัญสำนึกและสัญชาตญาณของมนุษย์ ก็ยังคงร้องเตือนให้พวกเขาหนีเมื่อพบกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ

“ไม่ มันถล่มเร็วเกินไป!”

เอ็ดเวิร์ดใจหายกับเหตุการณ์ที่พลิกผันนี้

ถ้าเขาเลเวลสูงสุด (เลเวล 45) และได้เรียนรู้ทักษะที่แข็งแกร่งที่สุดในสายทักษะของเมจ บางทีมันอาจจะช่วยได้ แต่ถึงแม้ว่าเขาจะมีเลเวลสูงสุดในหมู่ผู้เล่นตอนนี้ เขาก็มีเลเวลแค่ 28 เท่านั้น

เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับการโจมตีระดับนี้ เขาก็ยังไร้พลังเกินไป

“นี่ ช่วยข้าถือหน่อย”

เมื่อเรื่องมาถึงจุดนี้ เอลีน่าที่กินอมยิ้มเงียบ ๆ ก็เก็บอมยิ้มของเธอใส่ห่อ แล้วยัดมันลงในมือวีลา

"ฮะ?" วีลามองไปที่เด็กสาวผมเงินด้วยความสงสัย เธอคิดว่าเด็กคนนี้แปลกนิดหน่อย พวกเขากำลังจะถูกฝังอยู่ในดิน นี่ใช่เวลาที่ต้องห่วงเรื่องขนมไหม?

เอลีน่าไม่รู้ว่าวีลากำลังคิดอะไรอยู่ เธอหยิบอาวุธของตัวเองออกมา

ในฐานะผู้เล่นเลเวลสูง เอลีน่าที่เป็นนักบุญฝึกหัดก็ควรจะมีอาวุธประจำตัวของนักบุญ ไม่ว่าจะเป็นค้อน โล่ หรือแม้กระทั่งไม้กางเขน

แต่เนื่องจากเอลีน่ามุ่งเน้นไปที่การรักษาหรือการร่ายหอกแห่งชัยชนะเป็นครั้งคราว เธอจึงไม่เคยถืออาวุธในมือมาก่อน ดังนั้นวีลาจึงเดาว่าเด็กสาวยังไม่พบอาวุธที่เหมาะกับเธอ

แต่ความจริงแล้วเอลีน่ามีอาวุธของเธอ

มันคือหนังสือปกแข็งที่ห้อยอยู่ที่สะโพกของเธอด้วยโซ่สีเงิน ที่ดูเหมือนจะเป็นเครื่องประดับเสื้อคลุมนักบวช และมันก็ถูกล็อคไว้อย่างแน่นหนาด้วยตัวล็อคโลหะ หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า 'เกมไบเบิล' และมีโลหะแหลมสีขาวติดอยู่ที่มุมแต่ละด้านของหนังสือ โดยรวมแล้วมันก็คืออุปกรณ์ร่ายเวททรงสี่เหลี่ยมที่มีหนามแหลม 8 อัน...

ถึงแม้ว่ามันจะสร้างความเสียหายได้มากมายในการต่อสู้ แต่มันก็ดูไม่ได้ช่วยอะไรในสถานการณ์ปัจจุบัน…

“บาเรียศักดิ์สิทธิ์!”

เด็กสาวถือโซ่และใช้มันเหวี่ยงหนังสือเล่มใหญ่ออกไปในระยะไกล

ทันใดนั้นบาเรียสีฟ้าซีดขนาดใหญ่ ที่สร้างขึ้นจากหนังสือก็ได้ทิ้งตัวลงบนพื้น!

ตรงกลางของบาเรียนั้นมีสัญลักษณ์ไม้กางเขนสีขาว และปลายแขนทั้ง 4 ด้านกางเขน ก็มีสัญลักษณ์ที่คล้ายกับดาบ ไม้คทา คันธนู และสุดท้ายคือหนังสือ ตรงกลางไม้กางเขนมีสัญลักษณ์ของเทพเจ้าแห่งเกม

บาเรียนี้มีขนาดใหญ่มากจนครอบคลุมทั้งหมู่บ้านมนุษย์กบ และยังขยายออกไปอีกไกล มันสูงเกือบถึงสวรรค์ โคลนที่ไหลลงมาจากหน้าผา กระทบบาเรียในทันที แต่มันก็ไม่แม้แต่จะทำให้บาเรียสั่นสะเทือน!

“ทะ ท่านต้องล้อข้าเล่นแน่…” วีลาตกตะลึง

เธอรู้จักทักษะบาเรียศักดิ์สิทธิ์ดี เพราะมันเป็นทักษะการป้องกันที่เครลิคสามารถเรียนรู้ได้เมื่อเลเวลถึง 15 ซึ่งสามารถเรียกบาเรียแสงออกมาได้ บาเรียที่เครลิคทั่วไปสามารถทำได้คือขนาดเท่าความสูงของมนุษย์ และมีความกว้างประมาณ 2 เมตร นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอตกใจกับบาเรียแสงขนาดใหญ่ตรงหน้าเธอแบบสุด ๆ!

ตอนนั้นเองเธอก็จำสิ่งที่เอ็ดเวิร์ดเคยพูดก่อนหน้านี้ได้ว่า “อย่าตัดสินหนังสือจากหน้าปก ท่านวีลา หากนับเพียงพลังต่อสู้ เธออาจจะแข็งแกร่งที่สุดในหมู่พวกเรา”

ทีแรกเธอคิดว่ามันเป็นเพียงเรื่องตลก แต่พวกเขาไม่ได้ล้อเล่น!!

วีลาไม่ใช่คนเดียวที่สั่นเพราะบาเรียแสงขนาดใหญ่ เมื่อเหล่ามนุษย์กบเห็นเด็กสาวผมสีเงินทวินเทล ปิดกั้นการโจมตีที่สามารถทำให้พวกเขาตายอย่างที่ไม่อาจโต้แย้งได้ พวกเขาทั้งหมดก็คุกเข่าลงกับพื้นและเริ่มพึมพำเป็นภาษามนุษย์กบที่ผู้เล่นไม่เข้าใจ ก่อนจะหมอบกราบและคำนับลงไปที่พื้น ราวกับว่าพวกเขากำลังเข้าใจเด็กสาวผิด ว่าเธอคือสิ่งมีชีวิตชั้นสูง…

---------------------------

เพจ FC-Translate

จบบทที่ บทที่ 67 นักบุญหญิงฝึกหัด (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว