เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 60 การเฉลิมฉลอง (2) (อ่านฟรี)

บทที่ 60 การเฉลิมฉลอง (2) (อ่านฟรี)

บทที่ 60 การเฉลิมฉลอง (2) (อ่านฟรี)


เมื่อหนีจากฉากการเจรจาต่อรองของมาร์นี่และแองโกร่า ทั้งคู่ก็ยังคงเดินผ่านฝูงชนที่พลุกพล่าน พวกเขาเดินผ่านชาวเมืองที่กำลังเทเบียร์มอลต์ให้กับผู้เล่น

จากนั้นพวกเขาก็เจอนายทะเบียนแวนเค่อ•นอร์เรจี้ ที่กำลังพูดคุยกับเจ้าหญิงลีอาและองครักษ์ของเธออย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

“ฝ่าบาท แม้ว่าตอนนี้เราจะยึดฐานที่มั่นลับของเราในแลงคาสเตอร์กลับคืนมาได้แล้ว แต่ถ้าเราใช้สถานที่เล็ก ๆ เช่นนั้นเริ่มต้นแผนการทวงคืนดินแดนของเรา มันก็ยังยากอยู่ ดังนั้นข้าขอเสนอให้เราสะสมทรัพยากรอย่างลับ ๆ เพื่อรอเวลาที่เหมาะสม…”

ลีอาพยักหน้า “ข้าเข้าใจแล้ว ที่ท่านจะบอกคือข้าต้องบดเลเวลและแข็งแกร่งขึ้น เพื่อที่ข้าจะได้บดขยี้หัวศัตรูของข้าได้ใช่ไหม”

“ไม่ ข้าหมายความว่าความกล้าหาญของคนคนเดียวมีจำกัด ดังนั้นในฐานะเจ้าหญิง ท่านควรใช้ประโยชน์จากเวลาที่เรามี สะสมกองกำลังเพื่อยึดเทียร์ร่าคืนมา…”

“ข้าเข้าใจแล้วท่านปู่แวนเค่อ ท่านหมายความว่าข้าจะต้องหาเพื่อนร่วมปาร์ตี้ที่ดี ให้พวกเขาคอยปะทะกับพวกลูกกระจ๊อก ในขณะที่ข้าตรงเข้าไปขยี้หัวศัตรูฝ่ายตรงข้ามเพราะข้าเลเวลสูงกว่า!” ลีอาดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง สีหน้าของเธอสดใสขึ้น “อันที่จริงข้ารู้สึกว่ากิจกรรมก่อนหน้านี้ทำให้ข้าเสียเวลาอันมีค่ามากเกินไป ข้าจะไปบดเลเวลละ ข้าจะไปหาปาร์ตี้เข้าหุบเขาแห่งความตาย!”

ลีอาไม่รอให้ชายชราตอบ เธอหายตัวไปทันที

นายทะเบียนโกรธมากจนรู้สึกว่าหัวใจของเขาแทบกระดอนออกจากอก เขาร่ายคาถารักษาให้ตัวเองก่อนที่จะหันไปหาองครักษ์คนหนึ่งของลีอา “บอริส ใครสอนเจ้าหญิงตอนที่ข้าไม่อยู่”

“คาร์โลครับ” บอริสตอบชายชราอย่างเคารพ

“คาร์โลอยู่ไหน เรียกเขามาสิ!” ชายชราตัวสั่นด้วยความโกรธ ร่างกายที่อ่อนแอของเขาดูเหมือนจะเต็มไปด้วยพลังเพราะความโกรธ “สั่งสอนเจ้าหญิงได้ห่วยมากจนเธอกลายเป็นแบบนี้ เขาสมควรจะถูกลงโทษ!”

“เอิ่ม ข้าคิดว่านั่นเป็นไปไม่ได้ครับ…”

"อะไร? เจ้ากล้าช่วยเขาเหรอ พาเขาออกมา ข้าอยากจะขยี้หัวเขา!”

“แต่ท่านครับ” บอริสตอบ “หัวของคาร์โลถูกฝ่าบาทตัดไปแล้ว…”

นายทะเบียน “…”

ซีเว่ยไม่ค่อยมสนใจการสนทนาของพวกราชวงค์ ดังนั้นเขาจึงติดตามซอนหยานไปต่อ

เขาผ่านผู้เล่น 2-3 คนที่กำลังแข่งกันดื่มและพ่อค้าที่ขายอุปกรณ์เกรดต่ำให้กับผู้เล่น ท่ามกลางความโกลาหล ซีเว่ยพบอีวานที่กำลังคุยเรื่องแปลก ๆ กับลูกน้องของเขา อีวานเป็นอดีตหัวหน้าผู้คุ้มกันของมาร์นี่ และยังเป็นผู้เล่นแถวหน้าที่เอ็ดเวิร์ดพาเข้าปาร์ตี้ไปด้วยบ่อยครั้ง

“หัวหน้า ท่านคิดว่ามันแปลกไหมที่บัฟป้องกันของกิจกรรมนี้ชื่อว่า อเวนเจอร์รับการโจมตีจากธานอส?” เด็กหนุ่มที่สวมชุดไอรอนแมนถาม

"เจ้าอยากจะพูดอะไรไอ้หนุ่ม”

“ลองคิดดูสิ หลังจากกิจกรรมจบ เราทุกคนก็ได้ฉายา 'อเวนเจอร์' จากเทพเจ้าแห่งเกมไม่ใช่เหรอ” เขาชี้ไปที่ฉายาที่ส่องประกายอยู่เหนือหัวของเขา “มันความหมายว่าเราคืออเวนเจอร์ แล้วธานอสล่ะคือใคร ทำไมเขาถึงต้องการเอาชนะพวกเรา”

“หืม เขาอาจจะเป็นศัตรูกับเทพเจ้าแห่งเกมรึเปล่า ไม่สิ ชื่อบัฟนี้มันดูน่าตลกเกินไปหน่อย นอกจากศัตรูแล้วยังมีใครบางคนที่โจมตีเราได้อีกเหรอ…ธานอสเป็นคำที่เทพเจ้าแห่งเกมตั้งขึ้นมาใช้เรียกแทนตัวศัตรูรึเปล่า” อีวานพยายามใช้สมองที่มึนเมาของเขาคิดเรื่องไร้สาระนี้อย่างหนัก

“เทพเจ้าแห่งเกมคงไม่ทำอะไรอ้อมค้อมแน่ ข้าคิดว่ามันก็เหมือนคำที่เราใช้เรียกพวกเหี้ย แต่ธานอสต้องเป็นพวกที่เหี้ยกว่าปกติมาก!” เด็กหนุ่มที่ถามคำถาม เดาไปพร้อมกับอีวาน

“โอ้ คราวหน้าเวลาเราเห็นพวกเหี้ย เราก็เรียกพวกมันว่าธานอส!”

“ท่านพูดถูก เรียกพวกที่เหี้ยเป็นพิเศษว่าธานอส!”

จากนั้นอีวานและเด็กหนุ่มก็ชนแก้วอย่างมีความสุข

“เทพเจ้าแห่งเกมจงเจริญ!”

“เทพเจ้าแห่งเกมจงเจริญ!”

ปากของซีเว่ยกระตุก เขาตัดสินใจหยุดสองคนนี้ก่อนที่พวกเขาจะแพร่กระจายคำหยาบคายออกไปสู่ผู้เล่นคนอื่น

[ติ้ง! ผู้เล่นอีวานและเกลถูกปิดเสียงเป็นเวลา 30 นาที เนื่องจากใช้ภาษาหยาบคาย]

อีวานและเกล “???”

หลังจากเดินไปได้สักพัก ในที่สุดซอนหยานก็พบเอ็ดเวิร์ดและปาร์ตี้ของเขา จากนั้นเขาก็เดินออกไปต่อแถวรับอาหารเสียบไม้หลังจากที่ซีเว่ยกล่าวขอบคุณเขา

เอลีน่าที่ดูเหมือนจะคุยอะไรบางอย่างกับเอ็ดเวิร์ดอยู่เห็นซีเว่ยเป็นคนแรก เธออยากจะตะโกนเรียกเขา แต่ชายคนนั้นกลับยื่นนิ้วไปแตะที่ริมฝีปาก บอกเป็นนัยน์ให้เธออย่าทำเสียงดัง เด็กสาวจึงเอามือปิดปากตัวเองอย่างรวดเร็ว

แต่การกระทำของเธอก็ยังคงดึงดูดความสนใจของคนอื่น ๆ รอบตัว พวกเขาหันมามองซีเว่ยที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ด้วยสีหน้าตื่นเต้นและตกตะลึง

“เออ…” โชคดีที่เอ็ดเวิร์ดไม่ใช่เด็กโง่คนนั้นอีกต่อไป เขากลับมาสงบสติอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว และถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงความเคารพว่า “ตอนนี้เราควรเรียกท่านเช่นไรดี”

“เรียกข้าว่านายท่านซีเว่ยอย่างที่เจ้าเคยเรียกก็ได้”

“แต่มันไม่สุภาพเลย…นายท่านซีเว่ย ท่านเป็นเขาจริง ๆ หรือ” เอ็ดเวิร์ดถามขณะที่เขาชี้ไปที่ท้องฟ้า

“ต้องไม่ใช่อยู่แล้ว ข้าเป็นเหมือนอัครมุขนายกของศาสนจักรแห่งเกม” ซีเว่ยตอบด้วยรอยยิ้มมืออาชีพ

แม้ว่าเรื่องจะต่างจากที่พวกเขาคิด แต่หลังจากที่ได้ยินคำตอบของซีเว่ย พวกเขาก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

ท้ายที่สุด หากพวกเขาได้โต้ตอบกับเทพเจ้าจริง ๆ มันก็เครียดเกินไป

“ท่านจะอยู่นานแค่ไหนรึ?” เอ็ดเวิร์ดจ้องมองเขาอย่างมีความหวัง ก่อนจะร้องขึ้นมาว่า “ข้ามีเรื่องมากมายอยากจะเล่าให้ท่านฟัง!”

“ขอโทษ ข้าแค่มาดูว่าพวกเจ้าเป็นอย่างไรกันบ้าง ข้าอยู่ที่นี่ไม่นานนักหรอก” ซีเว่ยส่ายหัว

แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องยากที่จะลงมาสู่แดนมรรตัย แต่ในฐานะเทพเจ้า เขาก็ยังต้องรักษาระยะห่างกับผู้ศรัทธา มันก็โอเคแล้วที่จะได้สัมผัสช่วงเวลาแห่งความสุขแบบนี้นาน ๆ ครั้ง

“อา…” เด็กสาวผมสีเงินก้มหน้าลงอย่างไม่มีความสุข

“อย่างที่ท่านเห็น ตอนนี้พวกเราทุกคนมีความสุขดี ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณท่าน” เอ็ดเวิร์ดกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ

โจ เจสสิก้า และโกวต้าน…เอ่อโตวก้าน พยักหน้าเห็นด้วย

ซีเว่ยยิ้ม เขาหยิบอมยิ้มออกมาจากด้านในเสื้อคลุม แกะห่อพลาสติดแล้วส่งมันไปที่ปากของเอลีน่า

เอลีน่าที่กำลังก้มหน้าอยู่ตกใจ ก่อนที่จะหลงไปกับความหวานฉ่ำอย่างรวดเร็ว

แน่นอนว่าอมยิ้มนี้ถูกสร้างขึ้นโดยใช้พลังงานศักดิ์สิทธิ์ของซีเว่ย แต่เนื่องจากตอนนี้เขามีพลังงานศักดิ์สิทธิ์มากพอ ซีเว่ยจึงไม่คิดมากกับมัน

เมื่อเห็นเด็กสาวรู้สึกดีขึ้น ซีเว่ยจึงมอบอมยิ้มให้เธอทั้งห่อก่อนจะพูดว่า “ไม่ต้องห่วงข้า ข้าจะมาหาเจ้าเมื่อข้ามีเวลา”

เอ็ดเวิร์ดและคนอื่น ๆ มองหน้ากันโดยรู้ว่าซีเว่ยหมายถึงอะไร เขากำลังจะหายตัวไปอย่างกะทันหันเหมือนครั้งที่แล้ว

“ท่านให้เวลาเราหน่อยได้ไหม? แค่นิดหน่อยเท่านั้น” เอ็ดเวิร์ดขอร้อง

“มีอะไรรึ” ซีเว่ยนั่งลง เขากำลังคิดว่าเด็กหนุ่มคงจะมีคำขออะไรสักอย่าง

แต่ตรงข้ามกับการคาดเดาของเขา เอ็ดเวิร์ดถอยไปด้านข้างให้ซีเว่ยได้มองเห็นท้องฟ้าแบบเต็ม ๆ

วินาทีต่อมา ไฟร์บอลและระเบิดน้ำแข็ง 2-3 ลูกก็ถูกยิงขึ้นไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืน และระเบิดเป็นดอกไม้ไฟที่สวยงาม

ด้วยความเข้าใจในทักษะที่แตกต่างกันไปของแต่ละคน ดอกไม้ไฟที่สร้างโดยผู้เล่นเมจล้วนออกมาไม่เหมือนกัน มันได้เปลี่ยนท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มืดมิดให้กลายเป็นผืนผ้าใบที่สวยงาม

เมื่อดอกไม้ไฟสว่างขึ้น ทั้งเมืองต่างก็สว่างไสวจนเทียบไม่ได้กับแสงของกองไฟ

“ความหวังในอนาคต เหตุผลที่จะมีชีวิตอยู่ และชีวิตที่ยอดเยี่ยมที่เรามีอยู่ในตอนนี้ ทั้งหมดล้วนเป็นของขวัญจากเทพเจ้าแห่งเกม!”

ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่แองโกร่าปีนขึ้นไปบนหลังคาบ้านของเขา ภายใต้การคุ้มครองของวีลา เขายกแก้วเบียร์ขึ้นและตะโกนบอกชาวเมืองเบื้องล่างว่า "ในช่วงเวลานี้ และเบียร์แก้วนี้ ข้าจะขอมอบมันให้กับเทพเจ้าแห่งเกมอันเป็นที่รักของเรา! โอ้ เทพเจ้าแห่งเกม โปรดมอบชีวิตใหม่แก่เรา!”

“โอ้ เทพเจ้าแห่งเกม โปรดมอบชีวิตใหม่แก่เรา!”

ผู้เล่นทุกคนชูอาหารเสียบไม้และแก้วในมือพวกเขา ตะโกนตามแองโกร่าอย่างตื่นเต้น

เมื่อเห็นสิ่งนี้ ซีเว่ยก็อดไม่ได้ที่จะพึมพำด้วยเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน

“เหลาซือ*ประทับใจจริง ๆ…”

(เหลาซือ คำเรียกแบบอวยตัวเองนิด ๆ แปลตรง ๆ ได้ว่า อาจารย์)

---------------------------------

เพจ FC-Translate

จบบทที่ บทที่ 60 การเฉลิมฉลอง (2) (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว