เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 42 เล่ห์เหลี่ยม (อ่านฟรี)

บทที่ 42 เล่ห์เหลี่ยม (อ่านฟรี)

บทที่ 42 เล่ห์เหลี่ยม (อ่านฟรี)


ลัทธิกระดูกเน่าไม่มีฐานอยู่ในเมืองวิคกิดอร์ แต่พวกเขาก็มีข้อได้เปรียบที่เหนือกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มของลีอาที่มีกันอยู่ 6 คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่นายท่านผู้ยิ่งใหญ่ของพวกเขามาถึงวิคกิดอร์

หลังจากได้รับสัญญาณจากเทพเจ้าชั่วร้ายที่เรียกว่าเทพกระดูกเน่า พวกเขาก็เดินหน้าตั้งจุดซุ่มโจมตีอยู่ที่ประตูทุกแห่งของเมืองวิคกิดอร์

ลีอาไม่ได้คาดคิดมาก่อนเลยว่า คุณค่าของเธอที่มีต่อลัทธิกระดูกเน่า จะกลายเป็นเรื่องสำคัญอย่างกะทันหัน ขณะที่เธอวางแผนจะออกจากวิคกิดอร์จากตรอกทางตะวันออก เธอก็ได้วิ่งเข้าหาพวกลัทธิที่ซุ่มรออยู่

แม้ว่าทหารองครักษ์จะสามารถระเบิดพลังขับไล่พวกลัทธิไปได้ด้วยระบบที่พวกเขามี แต่พวกเขาก็ไม่รู้ว่าพวกลัทธิเหล่านั้นกำลังซื้อเวลาอยู่ ทันทีที่พวกมันเห็นลีอา พวกมันก็ได้ปล่อยแมลงวันซากศพออกไปนำคนของลัทธิกระดูกเน่าคนอื่น ๆ มาที่นี่!

ทันทีที่พวกลัทธิคนอื่น ๆ และมุขนายกผู้ชั่วร้ายมาถึง ลีอาและคนของเธอก็เสียเปรียบอย่างหนัก

มันไม่เหมือนคาร์โล พวกลัทธิคนอื่น ๆ มีพรจากเทพกระดูกเน่าที่สามารถเรียกฝูงอันเดธมาช่วยต่อสู้ได้ พวกเขาสามารถสร้างออร่าชั่วร้ายและเรียกโครงกระดูกขึ้นมาได้ พวกเขาร่ายเวทย์อย่างรวดเร็วและโจมตีอย่างโหดเหี้ยม แม้ว่าลีอาและองครักษ์จะมีเลเวลถึงเลขสองหลักแล้ว แต่พวกเธอก็ไม่สามารถยืนหยัดต่อสู้กับพวกลัทธิได้

ในขณะที่องครักษ์ของเธอถูกฆ่าตายทีละคน ลีอาก็โกรธแค้น (แต่ไม่เสียใจเพราะเธอรู้ว่าพวกเขาจะฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้) เธอถึงกับสาบานว่าเธอจะล้างแค้นให้พวกเขา แม้ว่าเธอจะต้องตายที่นี่ก็ตาม

แต่ก่อนที่เธอจะได้ต่อสู้แลกชีวิต ทันใดนั้นเธอก็ได้รับเควสจากเทพเจ้าแห่งเกม

<ติ้ง! เริ่มเควสหลัก: รุ่งอรุณแห่งการล้างแค้น>

เควสนี้ทำให้เธอไม่หุนหันพลันแล่นและคิดที่จะเอาชีวิตไปทิ้งง่าย ๆ เธอถอยออกจากการต่อสู้ทันที และรีบหลบหนีไปยังเมืองเล็ก ๆ นอกหุบเขาแห่งความตาย

ในรายละเอียดเควสได้ระบุไว้ว่า องครักษ์ที่ตายเพื่อเธอจะฟื้นขึ้นมาทันทีเมื่อเธอทำเควสสำเร็จ โดยที่พวกเขาจะมีโทษตายน้อยกว่าปกติ จากนั้นเมื่อเธอไปถึงเมืองเริ่มต้น เธอก็จะสามารถเริ่มเควสลูกโซ่เพื่อแก้แค้นลัทธิกระดูกเน่าได้!

ดังนั้นในขณะที่พวกลัทธิกำลังจับตามองลีอาที่โกรธจัด และกัดฟันเหมือนว่าเธอต้องการต่อสู้แลกชีวิตกับพวกเขาอย่างสิ้นหวัง ตัวเธอที่จ้องพวกเขาตาเขม็ง จู่ ๆ ก็มองเหม่อออกไปในอากาศที่ว่างเปล่า จากนั้นเธอก็สงบลงและหันหลังวิ่งหนีทันที

แม้แต่คนในลัทธิเองก็ยังเย้ยหยันเธออยู่ในใจว่า 'ว้าว ผู้หญิงที่เจ้านายของเราบอกให้จับเป็น ละทิ้งองครักษ์ที่ปกป้องเธอด้วยชีวิตเพื่อให้ตัวเองรอด เธอชั่วร้ายมากจริง ๆ ไม่แปลกใจเลยที่เทพเจ้าของเราจะเลือกเธอเป็นเครื่องสังเวย...'

ขณะเดียวกันเหล่าองครักษ์ที่ถูกทอดทิ้ง ก็ไม่ได้โกรธหรือผิดหวังที่พวกเขาถูกทิ้งไว้ข้างหลังเลยสักนิด พวกเขาทั้งหมดต้องการสละชีพเพื่อเปิดทางให้เธอได้มีโอกาสหลบหนี!

แม้แต่เพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์อย่างคนในลัทธิกระดูกเน่า ที่แทบจะไม่หลงเหลือความเป็นมนุษย์ใด ๆ ในตัว ก็ยังร้องเพลงสดุดีแห่งความภักดีเพื่อเป็นเกียรติแก่เหล่าองครักษ์

พวกเขาไม่รู้เลยว่า ทหารองครักษ์ได้รับเควสที่เกี่ยวข้องกับเควสของลีอา ยิ่งพวกเขาสามารถถ่วงเวลาพวกลัทธิได้นานเท่าไหร่ พวกเขาก็จะได้รับรางวัลมากขึ้นหลังจากที่พวกเขาฟื้นขึ้นมา แม้ทหารองครักษ์จะไม่ได้รับผลกระทบจากการตายเหมือนผู้เล่นคนอื่น ๆ แต่การตายของพวกเขายังคงเป็นชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

แต่เมื่อมีรางวัลเป็นเดิมพัน พวกเขาก็ต่อสู้สุดชีวิตซื้อเวลาให้นานขึ้น เพื่อรางวัลที่มากขึ้น

ต่อมาลีอาก็ได้พบกับมาร์นี่ที่เป็นผู้ศรัทธาในเทพเจ้าแห่งเกมเช่นกัน หน้าสำนักงานสาขาของห้อการค้ากระดิ่งลมสีเงิน

“นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น ข้าจะตอบแทนเจ้าอย่างงาม หากเจ้าสามารถพาข้าไปที่นั่นได้!” ลีอากระซิบกับมาร์นี่จากในรถม้า

“ช่างเป็นเรื่องบังเอิญ ข้าก็กำลังจะกลับไปที่นั่นเร็ว ๆ นี้เช่นกัน…” มาร์นี่ตบอกตัวเองเมื่อรู้ว่าเด็กสาวคนนี้กำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองเริ่มต้นเช่นกัน “แต่ข้ามีอย่างอื่นที่จะต้องทำก่อนหน้านั้น”

"อะไรรึ?"

“ข้าก็มีเควสของตัวเองเช่นกัน ข้าต้องเผยแพร่ศาสนาเกมของเราในหมู่ผู้ลี้ภัย และรับพวกเขาเข้าร่วมศาสนจักร” มาร์นี่ไม่ได้ซ่อนเควสของตัวเอง เพราะลีอาได้บอกเขาทุกอย่างเกี่ยวกับตัวตนของเธอ และเธอก็ไม่อาจขโมยเควสเขาได้เพราะเควสนี้เป็นของเขา

"หืม? เจ้าเป็นมิชชันนารีหรือ” ลีอาสงสัย

มิชชันนารีของศาสนจักรอื่น ๆ มีแต่หนุ่มหล่อและสาวสวยที่สะดุดตา หรือไม่ก็เป็นคนที่ดูใจดีและซื่อสัตย์ เพื่อให้สามารถดึงดูดคนมาเข้าร่วมกับศาสนจักรของตนได้ง่าย ๆ

แต่มิชชันนารีของเทพเจ้าแห่งเกมคนนี้กลับ...?

…สมแล้วที่เป็นเทพเจ้าแห่งเกม พระองค์สามารถหาคนที่มีบุคลิกโดดเด่นเช่นนี้ได้จริง ๆ!

“มิชชันนารีหรือ ข้าก็เป็นแค่ผู้เล่นธรรมดา” มาร์นี่หัวเราะขณะที่เขาขึ้นไปนั่นบนที่นั่งคนขับ เขาค่อนข้างชอบชื่อของผู้เล่น เพราะมันทำให้เขาแตกต่างจากผู้ศรัทธาของเทพเจ้าองค์อื่น ๆ ที่ทำกับมนุษย์เหมือนกำลังฟาร์มหัวหอมที่กินทั้งต้นทั้งรากจนไม่เหลืออะไร

“จุ๊ ๆ เงียบก่อน มีบางอย่างเกิดขึ้นข้างหน้า”

เมื่อได้ยินแบบนั้นรถม้าทั้งคันก็เงียบลงทันที

ไม่นานชายหลายคนในชุดคลุมสีดำก็มาหยุดอยู่หน้ารถม้าของมาร์นี่

"หยุด! มีอะไรอยู่ข้างในรถม้าของเจ้า” หนึ่งในนั้นตะโกนขึ้นมาเสียงดัง

“ข้าเป็นพ่อค้าจากหอการค้ากระดิ่งลมสีเงิน และผู้ศรัทธาของเทพธิดาแห่งความเจริญรุ่งเรือง!” มาร์นี่ไม่ลังเลที่จะตอบกลับ “เจ้าไม่ได้เป็นทหารของเมืองวิคกิดอร์นี่ เจ้ามีสิทธิอะไรมาตรวจสอบรถม้าของข้า!”

“ไร้สาระ รีบเปิดประตูเร็วเข้า!” ชายคนเดิมยังคงตะโกนเร่ง แต่น้ำเสียงของเขาไม่ได้มีความมั่นใจเหมือนก่อน เขาแค่ดื้อรั้นและไม่อยากจะเสียหน้า

แม้ว่าเทพธิดาแห่งความเจริญรุ่งเรืองจะไม่ใช่เทพเจ้าที่ยิ่งใหญ่ แต่ผู้ศรัทธาของเธอก็มีมากมาย และผู้ศรัทธาในเทพเจ้าองค์อื่นบางคนก็เป็นผู้ศรัทธาที่ตื้นเขินของเธอเช่นกัน อิทธิพลของเธอดีที่สุดในบรรดาเทพชั้นสอง ถ้าไม่ใช่เพราะเธอไม่ได้มีพลังในการต่อสู้ อำนาจของเธอเพียงอย่างเดียวอาจทัดเทียมกับเทพบิดรทั้งเจ็ด

เพราะงั้น แม้แต่เทพกะโหลกเองหากไปยุ่มย่ามกับผู้ศรัทธาของเธอ ก็อาจจะได้รับการทุบตีอย่างหนักจากเทพธิดาแห่งความเจริญรุ่งเรือง ไม่ต้องพูดถึงเทพอ่อน ๆ เช่นเทพกระดูกเน่าซึ่งเป็นเทพลูกสมุนของเทพกะโหลกอีกทีเลย...

“ข้าสามารถเปิดประตูให้พวกเจ้าได้ก็จริง แต่มันก็เหมือนเป็นการดูหมิ่นศรัทธาของข้า ดังนั้นหากเจ้าต้องการจะเปิดประตูจริง ๆ เจ้าก็ต้องชดใช้ให้ข้า 500 ริออนต่อคน!” มาร์นี่โต้กลับ

“ดูหมิ่นเท้าข้าสิ! แพงขนาดนี้เจ้าคิดว่ารถม้าเจ้าทำจากทองคำรึไง” ชายชุดดำอีกคนบ่น

“อะไร เจ้าไม่รู้รึไงว่าพ่อค้าที่ศรัทธาต่อเทพธิดาแห่งความเจริญรุ่งเรืองมีกฎอยู่ว่า ‘ต้องวางสินค้าไว้ในรถม้าเท่านั้น’! ความสงสัยของเจ้าที่บอกว่าข้าซ่อนสิ่งอื่นอยู่นั้น ถือเป็นการดูหมิ่นศรัทธาของข้า!”

มาร์นี่วางมือบนที่จับประตูรถม้า เขาพร้อมที่จะเปิดมัน “เตรียมเหรียญของเจ้าให้พร้อม ไม่งั้นข้าจะบอกกับหัวหน้าสาขาว่าเจ้าไม่ยอมจ่าย! อ่าจริงสิ พวกเจ้ามาจากศาสนจักรไหนกัน”

กลุ่มคนชุดดำเมื่อเห็นว่ามาร์นี่ต้องการโกงเงินของพวกเขา ก็ได้โยนด่าและภาษาหยาบคายใส่มาร์นี่ ก่อนที่พวกเขาจะวิ่งหนีไปโดยไม่หันหลังกลับมามอง

ไม่ใช่ว่าพวกเขาจ่ายไม่ได้ แต่พวกเขาไม่ต้องการเสียเงินไปแบบโง่ ๆ หากมาร์นี่เรียกเก็บเงินในราคาที่เป็นไปไม่ได้ พวกเขาจะพบว่ามันน่าสงสัยทันที ดังนั้นราคาที่แพง แต่ก็ไม่เกินไป จึงเป็นอะไรที่น่ารังเกียจอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ศาสนาของพวกเขาก็ไม่ใช่ศาสนาที่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณชนได้ อุบัติเหตุใด ๆ ที่นี่อาจทำให้การดำรงอยู่ของลัทธิกระดูกเน่าเสียหาย และจากนั้นชะตากรรมของพวกเขาก็คาดเดาได้เลย

แต่ถึงพวกเขาจะสงสัยมาร์นี่ หอการค้ากระดิ่งลมสีเงินก็อยู่ใกล้ ๆ และดูเหมือนว่าเขาไม่ได้เป็นสมาชิกของศาสนจักรไร้ชื่อ เนื่องจากพ่อค้าคนอื่น ๆ ก็รู้จักเขา ยิ่งไปกว่านั้นแม้ว่าแหวนของเขาที่ระบุว่าเขาเป็นสมาชิกของหอการค้ากระดิ่งลมสีเงินจะหายไป แต่ตราสัญลักษณ์กระดิ่งลมสีเงินและเทพธิดาแห่งความเจริญรุ่งเรืองบนรถม้าก็ยังไม่จางหาย

ท้ายที่สุดเทพธิดาองค์นั้นก็ไม่ได้ขยันเหมือนซีเว่ย เธอไม่สนใจเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ มันจึงต้องใช้เวลาสักพักก่อนที่ตราสัญลักษณ์จะหายไป

ด้วยเหตุนี้มาร์นี่จึงผ่านด่านของลัทธิกระดูกเน่า และนำลีอาไปยังค่ายผู้ลี้ภัยนอกเมืองเตรียมรับกลุ่มผู้ลี้ภัยเป็นผู้เล่นใหม่...

-----------------------------

เพจ FC-Translate

จบบทที่ บทที่ 42 เล่ห์เหลี่ยม (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว