เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 39 สาวกใหม่ (อ่านฟรี)

บทที่ 39 สาวกใหม่ (อ่านฟรี)

บทที่ 39 สาวกใหม่ (อ่านฟรี)


หลังจากที่เขามอบหมายเควสให้ผู้เล่นทั้งสองตรวจสอบชุมนุมลับดวงตา และส่งพวกเขาออกไป แองโกร่าก็เริ่มใช้ความคิด

ก่อนอื่นเขาไม่ควรหวังว่าพวกตัวตลกสองตัวนี่จะทำเควสสำเร็จ การที่พวกเขาวิ่งไปเจอหน่วยสอดแนมมันก็เป็นเพียงความบังเอิญล้วน ๆ และการที่พวกเขาจับหน่วยสอดแนมได้มันก็เพราะมีผู้เล่นคนอื่น ๆ คอยช่วยอยู่ หากมีคนบอกว่าพวกเขาสามารถแทรกซึมเข้าไปในชุมนุมลับดวงตาได้สำเร็จ แองโกร่าจะเป็นคนแรกที่ไม่เชื่อ

มันก็ดีพอแล้วหากพวกเขาไม่ลากศัตรูมาที่นี่

ไม่ว่ายังไง เขาจะต้องมอบหมายเควสนี้ให้กับผู้เล่นคนอื่น

“ข้ามีเหรียญเกม แต่คะแนนประสิทธิภาพมีปัญหานิดหน่อย” แองโกร่าเกาหัวด้วยความทุกข์ใจ

หลังจากผู้เล่นมาถึงเมือง การเพาะปลูกของเมืองก็รวดเร็วมากขึ้น อาหารส่วนเกินเขาก็สามารถแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินเกมได้มากมาย ซึ่งนั่นทำให้แองโกร่าร่ำรวยขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาเลยกำลังวางแผนที่จะปลูกพืชระดับที่สูงขึ้น

100 เหรียญเกมมันเป็นเพียงจำนวนเล็กน้อยสำหรับเขาในตอนนี้ แต่คะแนนประสิทธิภาพนั้นไม่ง่ายที่จะได้รับ

คะแนนประสิทธิภาพเชื่อมโยงกับความเจริญรุ่งเรืองของเมือง และการที่จะเพิ่มค่าความเจริญรุ่งเรืองของเมือง ก็จำเป็นจะต้องมีการก่อสร้างบ้านเรือนและอาคารให้มากขึ้น เมื่อคุณภาพชีวิตของประชากรมีเสถียรภาพ และมีบ้านว่าง ความเจริญรุ่งเรืองของเมืองก็แทบจะหยุดชะงัก

นั่นคือเหตุผลที่คะแนนประสิทธิภาพนั้นมีค่ามากและต้องใช้จ่ายอย่างรอบคอบ

แองโกร่าแตะคางระหว่างใช้ความคิด ตอหนวดของเขาเริ่มขึ้นเมื่อเขาเกือบจะเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ มันให้ความรู้สึกหยาบเล็กน้อยเวลาสัมผัส

“ข้าต้องเลือกผู้เล่นที่น่าเชื่อถือสักคนมาทำเควสนี้…”

ในขณะนี้ผู้เล่นที่แองโกร่าคิดว่าน่าเชื่อถือนอกจากมาร์นี่ที่กำลังจะจากไป ก็คือเอ็ดเวิร์ดและสมาชิกในปาร์ตี้ของเขา แม้ว่ามาร์นี่จะดูโง่เป็นครั้งคราวและเขามักจะสรรหาวิธีฆ่าตัวตายแบบแปลก ๆ อยู่บ่อย ๆ แต่เขาก็มีมารยาทดีที่สุดในหมู่ผู้เล่น เขาเป็นอดีตหัวหน้ากองคาราวานพ่อค้า ความจริงเขาเหมาะกับการทำงานเป็นหมู่คณะและยังมีความสามารถในการแสดงอีกด้วย

สำหรับปาร์ตี้ของเอ็ดเวิร์ด พวกเขาไม่ได้เป็นเพียงกลุ่มคนกลุ่มแรกที่ศรัทธาในเทพเจ้าแห่งเกมเท่านั้น แต่พวกเขายังเป็นผู้เล่นอันดับต้น ๆ อีกด้วย ทั้งในแง่ของเลเวลและความสามารถในการต่อสู้ ไม่ต้องพูดถึงว่าพวกเขายังมีเครลิคที่มีทักษะชุบชีวิตอยู่ในปาร์ตี้ด้วย

ที่สำคัญ แม้ว่าเอ็ดเวิร์ดจะอายุน้อยกว่าแองโกร่านิดหน่อย แต่เขาก็มีความเป็นหัวหน้า เขาสงบและมีสมอง มันเป็นคุณสมบัติที่ผู้เล่นส่วนใหญ่ได้โยนทิ้งหลังจากที่พวกเขาได้รับระบบมา และนั่นก็ทำให้พวกเขากลายเป็นพวกบ้าเหมือนในตอนนี้...

“วีลา เจ้าช่วยไปเรียกเอ็ดเวิร์ดและ…”

แองโกร่าหันไปหาวีลา เขาตั้งใจจะให้เธอไปพาปาร์ตี้ของเอ็ดเวิร์ดมา แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเขามองขึ้นไปบนหัวเธอ “บนหัวเจ้า…”

มันมีชื่อของเธอเขียนด้วยตัวอักษรสีขาวลอยอยู่ตรงนั้น

“ดูเหมือนว่าข้าจะมีมันหลังจากกลายเป็นผู้ศรัทธาที่แท้จริงของเทพเจ้าแห่งเกม” เธอยิ้มหวานให้กับท่าทางอึ้ง ๆ ของแองโกร่า

เมื่อเขาได้สติ แองโกร่าก็ยิ้มออกมาเช่นกัน

“จะรออะไรล่ะ? มาฉลองกันเถอะ!”

“เอ๊ะท่านลอร์ด ท่านไม่มีงานทำเหรอ” เธอเอียงคอถาม

“เอาไว้ก่อน การฉลองให้เจ้าสำคัญกว่า!” แองโกร่าพูดอย่างจริงจัง

“อือ…” ใบหน้าของเด็กสาวขึ้นสีแดง เธอดูเขินอายเล็กน้อย

"ใช่แล้ว! หากเจ้าสามารถเป็นผู้เล่นได้ นั่นหมายความว่าไม่มีอะไรที่จะหยุดยั้งไม่ให้ชาวเมืองคนอื่น ๆ กลายเป็นผู้ศรัทธาที่แท้จริงได้! พวกเขาทั้งหมดสามารถเป็นผู้เล่นได้! ด้วยสิ่งนี้ เมืองของเราก็จะปลอดภัยและมีพลังมากขึ้น!“แองโกร่าพูดออกมาอย่างตื่นเต้นโดยไม่ได้สังเกตเห็นสีหน้าของวีลา”เพราะงั้นเราถึงต้องฉลอง!”

“โอ้ แสดงว่าเรากำลังฉลองเรื่องนั้นสินะ…”

“หืม? อะไรเหรอวีลา? ทำไมสีหน้าเจ้าดูไม่มีความสุขเลยล่ะ”

“ไม่มีอะไรท่านลอร์ด วันนี้เราจะไปฉลองในโรงแรมกันใช่ไหม”

"แน่นอน มีที่ไหนให้ฉลองได้ในเมืองนี้อีกเล่า”

“ดี” หญิงสาวแสยะยิ้มร้าย “บังเอิญว่ามีหลายอย่างในนั้นที่ข้ายังไม่ได้ลองกิน”

“…”

ด้วยเหตุผลบางอย่าง แองโกร่าเริ่มกังวลเรื่องกระเป๋าเงินของเขาเมื่อเห็นรอยยิ้มหวาน ๆ ของวีลา

ในที่สุด มาร์นี่ก็ออกจากเมือง

“หอการค้าเพิ่งสร้างสาขาย่อยในเมืองวิคกิดอร์…” เขาอ่านแผนที่เพื่อวางแผนการเดินทางขณะที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งคนขับรถม้า “แม้จะมีรถม้าแต่ก็ต้องใช้เวลาเดินทางไปกลับ 2 วัน…ไม่สิ ถ้าข้ารีบ ข้าอาจกลับไปได้ในหนึ่งวัน”

มาร์นี่ถอนหายใจขณะที่เขาเก็บแผนที่

แม้กระทั่งตอนนี้ เมื่อเขาคิดถึงเรื่องเทพเจ้าแห่งเกมและระบบ มาร์นี่ก็ยังรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง

เขาไม่เหมือนกับสาวกคนอื่นที่มีความรู้จำกัด พวกเขาไม่รู้ถึงความมหัศจรรย์ของระบบ แต่มาร์นี่ซึ่งอายุเกือบจะ 30 ได้เดินทางจากเหนือจรดใต้และเดินทางข้ามผ่านพื้นที่ส่วนใหญ่ของจักรวรรดิมาแล้ว

แม้ว่าเขาจะไม่ได้คิดว่าเทพเจ้าแห่งเกมเป็นเทพเจ้าที่ชั่วร้ายในทีแรก แต่เขาก็เชื่อว่ามันไร้ประโยชน์ที่จะศรัทธาเทพเจ้าเช่นนั้น ความสามารถที่พวกเขาแสดงออกมาก็เป็นเพียงกลอุบายที่ผู้ศรัทธาในเทพเจ้าแห่งเกมใช้เพื่อหลอกลวงให้ผู้อื่นเข้าร่วมศาสนา แต่แล้ว มุมมองของมาร์นี่ก็ต้องเปลี่ยนไปหลังจากที่เขาได้สัมผัสกับมันด้วยตัวเอง

ระบบสามารถช่วยให้ผู้คนสามารถเรียนรู้ทักษะดาบ เวทมนตร์ และศาสตร์ศักดิ์สิทธิ์ได้ในทันที หากบอกเขาว่านี่เป็นพรศักดิ์สิทธิ์ที่เทพเจ้าประทานให้กับมนุษย์ เขาก็เชื่อ

ต้องบอกว่ามีความแตกต่างระหว่างระบบและพรศักดิ์สิทธิ์ พรศักดิ์สิทธิ์มีหลายรูปแบบแตกต่างกันออกไป แต่ระบบของผู้เล่นมีเพียงสำเนาเดียว ทุกคนเริ่มต้นเท่าเทียมกัน (มาร์นี่ไม่รู้ว่าระบบนักบุญหญิงฝึกหัดของเอลีน่าไม่เหมือนกัน)

“แม้แต่เทพบิดรบนสวรรค์ทั้งเจ็ดก็ไม่อาจให้พรศักดิ์สิทธิ์ได้มากมายเช่นนี้…ข้านึกไม่ออกจริง ๆ ว่าเทพเจ้าแห่งเกมนั้นทรงพลังเพียงใด…” มาร์นี่รู้สึกกระปรี้กระเปร่าเมื่อเขานึกถึงเทพเจ้าทรงพลังที่อยู่เบื้องหลังเขา “ดูเหมือนว่าข้าจะต้องทำเควสที่เทพเจ้ามอบให้ให้สำเร็จ!”

[รับผู้ลี้ภัยเข้าร่วมกับศาสนจักรของเทพเจ้าแห่งเกม]

นั่นคือเควสลับที่เทพเจ้าแห่งเกมได้มอบให้กับเขา

บอกตามตรง มาร์นี่ไม่ได้จริงจังกับเควสนี้เท่าไหร่นัก ผู้ลี้ภัยโดยพื้นฐานแล้วเป็นคนไม่เรื่องมาก ตราบใดที่เขาให้ขนมปังพวกเขาสักชิ้น ด้วยเงื่อนไขที่ว่าพวกเขาต้องหันมาศรัทธาในเทพเจ้าแห่งเกม พวกเขาก็จะทำโดยที่คิ้วของพวกเขาไม่ขมวดเลยสักนิด

“ไม่สิ…” แม้มาร์นี่จะมีความสุขเมื่อเขาจินตนาการไปถึงตอนที่เขาอวดรางวัลเควสให้กับผู้เล่นคนอื่นดูเมื่อกลับไป แต่ในไม่ช้ามาร์นี่ก็สงบลง “มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่พวกเขาจะกลายเป็นผู้เล่น…ชาวเมืองทั้งหมดก็เป็นสาวกเช่นกัน แต่ไม่มีใครที่เทพเจ้าแห่งเกมยอมรับ ผู้ศรัทธาที่ตื้นเขินไม่สามารถเป็นผู้เล่นได้ ดังนั้นเควสนี้จะต้องทำให้พวกเขากลายเป็นผู้ศรัทธาที่แท้จริงงั้นสินะ”

“ดูเหมือนว่าเวลาครึ่งวันจะไม่พอ ข้าคงต้องอยู่ห่างจากเมืองเริ่มต้นสักพัก”

-------------------------------------------------------------------------

จบบทที่ บทที่ 39 สาวกใหม่ (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว