เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 แจก! (อ่านฟรี)

บทที่ 31 แจก! (อ่านฟรี)

บทที่ 31 แจก! (อ่านฟรี)


แม้ว่าผู้เล่นจะไม่คุ้นเคยกับความผิดปกตินี้ในตอนแรก แต่หลังจากที่พวกเขาทำความคุ้นเคยกับทักษะแล้ว การต่อสู้กับสัตว์ประหลาดก็ง่ายขึ้น

ท้ายที่สุด หากไม่มีพลังเหนือธรรมชาติ สิ่งที่พวกเขาสามารถทำได้กับสัตว์ประหลาดก็คือการฟัน ตีลังกา ม้วนหน้าม้วนหลัง ไม่ต้องพูดถึงว่าการต่อสู้นั้นซ้ำซากจำเจและน่าเบื่อแค่ไหน หากขาดวิธีรุกที่มีประสิทธิภาพและการหลบหลีกที่ดี มันก็อันตรายมากเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาด

ยิ่งไปกว่านั้น สัตว์ประหลาดในโลกแห่งความเป็นจริงก็ไม่ได้โหดเท่า AI ใน Monster Hunter*…แถมใน Monster Hunter ก็ยังมีพวกม็อบ*อยู่ด้วย

(Monster Hunter เป็นซีรีส์วิดีโอเกมแนวแอ็คชั่นแนวแฟนตาซี พัฒนาโดยบริษัท Capcom)

(ม็อบ ลูกกระจ๊อก /สมุน)

หลังจากเสียความได้เปรียบจากการลอบโจมตีในไมแอชม่า ในที่สุดราชาแมงมุมกะโหลกก็ถูกรุมโจมตีโดยทักษะของผู้เล่น มันถูกฆ่าอย่างง่ายดายแม้ว่ามันจะมีเลเวลสูงกว่าพวกเขา

ภายใต้คอมโบทักษะการโจมตีอันต่อเนื่องของผู้เล่น ประสบการณ์ต่อสู้ที่แทบจะกลายเป็นสัญชาตญาณของราชาแมงมุมกะโหลก ไม่เพียงแต่ไร้ความหมาย มันยังกลายเป็นอุปสรรคในการต่อสู้อีกด้วย

ไม่ต้องพูดถึงว่าผู้เล่นกลุ่มนี้เป็นเด็กจากหมู่บ้านเคนนิงตัน พวกเขาต่อสู้ด้วยกันมานานแล้ว พวกเขาเข้าขากันมาก พูดได้ว่าพวกเขาเป็นผู้เล่นที่เก่งที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยการต่อสู้อย่างระมัดระวังและพยายามหลีกเลี่ยงขากรรไกรล่างของราชาแมงมุมกะโหลก พวกเขาจึงฆ่ามันได้ไม่ยาก แม้ว่ามันจะมีเลเวลสูงกว่าพวกเขามากก็ตาม

ความจริงพวกเขาอาจจบการต่อสู้ได้เร็วกว่านี้ หากแต่ละคนไม่ต้องถือคบเพลิงไว้ในมือ

เมื่อผู้เล่นทั้ง 4 ออกเดินทางต่อหลังจากที่ราชาแมงมุมกะโหลกถูกฆ่าตาย ไม่นานพวกเขาก็สังเกตเห็นปัญหาร้ายแรงในการสำรวจครั้งนี้

การเดินทางในหมอกม่วงนั้นยากกว่าที่พวกเขาคิด ถึงพวกเขาจะมองเห็นได้ไกลหลายสิบเมตร แต่มองไปทางไหนก็เห็นแต่หมอกทุกทิศทาง มันไม่มีอะไรให้พวกเขาใช้แยกแยะทิศทางได้เลย

เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะจำเส้นทางในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ได้

ดังนั้นหลังจากเดินไปได้สักพัก ทั้ง 4 คนก็ตระหนักว่าพวกเขากำลังหลงทาง

หากไม่ใช่เพราะรอยเลือดสีเขียวที่กระเซ็นอยู่เต็มพื้นของราชาแมงมุมกะโหลก พวกเขาคงไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าพวกเขาเดินวนกลับมาที่เดิม

“ไม่ได้การ” โกวต้านทำสีหน้าเคร่งขรึม “ถ้าเรายังตาบอดกันอยู่แบบนี้ เราอาจได้เดินกลับออกไปทางเดิมที่เราเข้ามา!”

คนอื่น ๆ ก็จริงจังไม่แพ้กัน

พูดตามตรง ตั้งแต่ที่ทั้งกลุ่มตกลงจะมาสำรวจหุบเขาแห่งความตายเป็นกลุ่มแรก พวกเขาก็ได้เตรียมตัวมาเป็นวีรบุรุษผู้อุทิศชีวิตเพื่อการสำรวจแล้ว

แต่การที่ต้องวิ่งวนเป็นวงกลมไปเรื่อย ๆ และเดินออกจากดันเจี้ยนไปอย่างงง ๆ จากทางเดิมที่เข้ามา แบบนั้นคงจะน่าอายอยู่ไม่น้อย...

“แล้วจะให้เราทำยังไง” โจถอนหายใจออกมาอย่างอ่อนแรง เขาทิ้งน้ำหนักตัวไปที่ดาบที่ปักอยู่บนพื้น “เรามองไม่เห็นดวงอาทิตย์หรือดวงดาวเลย ที่นี่ถูกสาป มันไม่มีแม้แต่ต้นไม้สักต้น ถึงจะเป็นพรานที่เก่งกาจก็หาทิศทางในที่แบบนี้ไม่ได้หรอก”

“เราทำเครื่องหมายลูกศรบนพื้นดีไหม” เอลีน่าเสนอความคิด

“ไม่ได้ผลหรอก” เอ็ดเวิร์ดส่ายหัว “ดินนุ่มเกินไป มีพวกเรเวแนนท์เดินผ่านไปมาตลอด สัญลักษณ์จะถูกลบหายไปอย่างรวดเร็ว ถ้าไม่ใช่เพราะรอยเลือดของแมงมุมตัวใหญ่ที่เราฆ่ากระเซ็นไปทั่วพื้น เราคงไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเรากำลังเดินเป็นวงกลม!”

“แล้วข้าจะทำยังไงดี?” โกวต้านเริ่มฟุ้งซ่าน

เอ็ดเวิร์ดลูบคางขณะใช้ความคิด จู่ ๆ ดวงตาของเขาก็เปล่งประกายขึ้น “อันที่จริงข้าก็สงสัยมาตลอด ว่าทำไมเทพเจ้าแห่งเกมต้องกำหนดให้มีผู้เล่น 3-6 คนในปาร์ตี้ ถึงจะรับเควส 'สำรวจหุบเขาแห่งความตาย' ได้ แถมพอได้เข้ามาในหมอก ข้าก็สังเกตเห็นว่าแสงจากคบเพลิงเพียงอันเดียว ก็เพียงพอที่จะครอบคลุมระยะการมองเห็นของคน 6 คนได้แล้ว! เงื่อนไขที่ทุกคนต้องมีคบเพลิงเป็นของตัวเองนั้นไม่มีความหมายอะไรเลย มันเหมือนเป็นบัตรผ่านมากกว่า”

“ข้อกำหนดในการเข้าร่วมเควสที่บอกว่า 'หนึ่งคบเพลิงต่อหนึ่งคน' ไม่ได้สร้างขึ้นมาเพราะต้องการให้พวกเราต้องเสียเวลาและพลังงานไปเปล่า ๆ หรอก เทพเจ้าแห่งเกมนั้นฉลาดและทรงพลังมาก เขาจะไม่คิดกลอุบายที่น่าเบื่อและไร้ค่าแบบนี้แน่นอน ถ้าข้าเดาไม่ผิด ข้อกำหนดนั้นต้องเกี่ยวข้องกับการเคลียร์ดันเจี้ยนแห่งนี้!”

เอ็ดเวิร์ดอธิบายสมมติฐานของเขาออกมาให้เพื่อนในปาร์ตี้ฟัง "พวกเจ้าลองคิดดูสิ ตั้งแต่เราเข้ามาที่นี่ ข้าพบก็ว่าพวกเรเวแนนท์ระดับต่ำที่หลงอยู่ในหุบเขาแห่งความตาย ดูเหมือนจะกลัวพลังของคบเพลิง และพวกมันจะไม่เข้ามาโจมตีพวกเรา ทำให้การเดินทางของเราราบรื่นมาก”

“เอ็ดเวิร์ด เจ้ากำลังจะบอกอะไรกันแน่” โจที่ยืนเอามือเท้าด้ามดาบอยู่รู้สึกสับสนมาก ในขณะที่เอลีน่าและโกวต้านดูเหมือนจะเริ่มเข้าใจขึ้นมานิดหน่อยแล้ว

“ที่ข้าจะพูดก็คือ” เอ็ดเวิร์ดทำท่าทางราวกับว่าเขาได้สะดุดเข้ากับความลับที่จะทำให้โลกต้องตะลึง “ถ้าเราปักคบเพลิงลงไปที่พื้น มันจะช่วยให้เราจำทางได้!”

คบเพลิงจะส่องสว่างให้พวกเขาเห็นได้แม้จะอยู่ห่างออกไปนับ 100 เมตรในหมอกม่วง และพวกเรเวแนนท์ส่วนใหญ่ก็จะไม่โจมตีมัน ทำให้มั่นใจได้ว่าคบเพลิงจะไม่สูญหายไปอย่างง่ายดาย แถมมันยังทำหน้าที่เป็นสัญญาณเตือนภัยให้พวกเขาได้ในระดับหนึ่ง เมื่อมันหายไป พวกเขาก็จะรู้ทันทีว่ามีศัตรูที่ทรงพลังอยู่ข้างหลัง!

นอกจากนี้เงื่อนไขการเคลียร์เควส 'สำรวจรอบนอกหุบเขาแห่งความตาย' แต่ละครั้ง คือระดับการสำรวจต้องถึง 1% ไม่มีข้อกำหนดในเรื่องของการต่อสู้ ตราบใดที่พวกเขาสามารถเดินไปได้ในระยะทางที่ไกลพอ แค่นั้นก็ผ่านแล้ว

"ข้าเข้าใจแล้ว! หัวเจ้าดีจริง ๆ เลยเอ็ดเวิร์ด!” ในที่สุดโจก็เข้าใจ

“ใช่แล้ว! เจ้าฉลาดมากเอ็ดเวิร์ด” โกวต้านเสริม

“พี่เอ็ดเวิร์ดสุดยอดมาก!” เอลีน่าพูดชมเอ็ดเวิร์ด

เอ็ดเวิร์ดเกาหลังหัว เขาเขินนิดหน่อย “ไม่หรอกน่า เพราะเทพเจ้าของเรายอดเยี่ยมมากต่างหาก เขาซ่อนเงื่อนงำนี้ไว้อย่างรอบคอบทั้งในคำใบ้เควสและการสำรวจ”

***

ขณะเดียวกัน ซีเว่ยก็ถอนหายใจเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์

ให้ตายเถอะ เขาไม่ได้คิดมากขนาดนั้น…

ที่เขาต้องการให้ทุกคนนำคบเพลิงของตัวเองเข้าไปในหุบเขา เขาก็ทำเพื่อถ่วงเวลาไม่ให้ผู้เล่นเข้าดันเจี้ยนไวเกินไป ไม่มีความหมายอื่นแอบแฝงเลย อันที่จริงซีเว่ยลืมคิดไปเลยด้วยซ้ำว่าผู้เล่นจะหลงทางในหมอกม่วง เนื่องจากเขามีมินิแมพทุกครั้งที่เขาเล่นเกม

ในเมื่อมันเป็นแบบนี้ไปแล้ว ซีเว่ยก็ไม่อาจอวตารลงมาต่อหน้าพวกเขาเพื่อบอกว่าพวกเขาคิดผิด และพระเจ้าของพวกเขาไม่ได้คิดไปไกลขนาดนั้น

ดังนั้นเขาจึงทำได้แค่เฝ้าดู ในขณะที่เด็กทั้ง 4 คนจากหมู่บ้านเคนนิงตัน ปักคบเพลิงลงดินและก้าวต่อไปข้างหน้า

น่าเสียดายที่เมื่อคบเพลิงอันสุดท้ายถูกใช้จนหมด และระดับการสำรวจสูงถึง 0.95% แล้ว จู่ ๆ พวกเด็ก ๆ ก็โดนสัตว์ประหลาดที่ซ่อนตัวอยู่ในไมแอชม่าซุ่มโจมตีจนตาย

แม้แต่เอลีน่าที่แข็งแกร่งที่สุดก็ไม่สามารถหลบหนีได้ เด็กทั้ง 4 คนเสียชีวิตไปทีละคน จากนั้นทีมสำรวจหุบเขาแห่งความตายทีมแรกก็ถูกทำลายลง

3 วันต่อมา เมื่อพวกเขาฟื้นคืนชีพขึ้นมาข้างไลฟ์สโตน พวกเขาก็เห็นมาร์นี่ที่ฟื้นขึ้นมาก่อนกำลังคุยโวกับผู้เล่นที่ไม่กล้าเข้าไปในหุบเขา

“ข้าจะบอกให้ว่าแมงมุมตัวนั้นน่ะ ดวงตาของมันกลมโตและใหญ่มาก” เขาเริ่มวาดภาพในอากาศเมื่อเขานึกไปถึงตอนที่เขาตาย “ข้านี่ช็อกมาก ตอนที่ถูกมันซุ่มโจมตี!”

“แล้วทำไมเจ้าไม่โจมตีมันคืนล่ะ” ใครบางคนถาม

“ข้ากะจะทำอยู่แล้ว แต่ข้ากลับถูกฆ่าตายทันที แล้วข้าจะไปทำอะไรได้?!” มาร์นี่คร่ำครวญขณะที่เขาตบต้นขาตัวเอง

“ไอ้บ้า ไปแจกมันง่าย ๆ ซะงั้น!” ผู้เล่นคนอื่นหัวเราะ

“การแจกเป็นเรื่องปกติเมื่อเราต้องอยู่แนวหน้า” มาร์นี่พึมพำ

ผู้เล่นพากันหัวเราะและเติมเต็มพื้นที่รอบ ๆ ไลฟ์สโตนด้วยบรรยากาศแห่งความสุข

---------------------------------------------------------------------------------------

แจก เป็นศัพท์เกมหมายถึง ตายฟรี ให้ฆ่าฟรี แต้มฟรี

จบบทที่ บทที่ 31 แจก! (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว