เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 เลเวลอัพ (อ่านฟรี)

บทที่ 13 เลเวลอัพ (อ่านฟรี)

บทที่ 13 เลเวลอัพ (อ่านฟรี)


มาร์นี่•วิลฟ์รู้สึกเสียใจกับทุกสิ่งอย่างมาก

ในฐานะที่เขาเป็นพ่อค้า ซึ่งเป็นสมาชิกของหอการค้ากระดิ่งลมสีเงิน เขาได้เลือกเส้นทางที่อันตรายโดยการข้ามป่าเดรย์เพื่อลดระยะเวลาในการเดินทาง

ก่อนหน้านี้ที่นี่ไม่เคยมีสัตว์ประหลาดอันตรายอะไรอาศัยอยู่ และแม้จะมีผู้พบเห็นก็อบลินเมื่อเร็ว ๆ นี้ พวกเขาก็ไม่ได้ถูกพวกมันคุกคาม นอกจากนี้ป่าเดรย์ยังมีขนาดกว้างใหญ่มาก เขาไม่เชื่อว่าตัวเองจะโชคร้ายถึงขนาดต้องเจอก็อบลินทั้งเผ่า...แต่เขาก็เจอ

ความจริงคือขบวนของเขาวิ่งตรงเข้าหากลุ่มก็อบลินที่กำลังอพยพเนื่องจากขาดอาหาร

ด้วยความหิวโหย ก็อบลินเหล่านี้จึงร้ายกาจขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า นอกจากพวกฮัมส์บีสที่ตายแล้ว ทหารรับจ้างชั้นยอดหลายนายก็ยังได้รับบาดเจ็บ

ขอบคุณเทพีแห่งความมั่งคั่งที่สงสารพวกเขา ในตอนที่พวกเขากำลังจะตาย เด็ก ๆ จากหมู่บ้านชนบท 5 คน ก็ได้โผล่ออกมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ พวกเขาสามารถหยุดการบุกของก็อบลินทั้งเผ่าได้ชั่วขณะ ด้วยความสามารถลึกลับของพวกเขาที่อาจเป็นพรจากเทพเจ้าหรือพลังเวทย์มนตร์บางอย่าง

แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อความได้เปรียบที่เกิดจากความสับสนในพลังแปลก ๆ ของเด็กทั้ง 5 หมดไป พวกเขาก็เริ่มติดอยู่ท่ามกลางฝูงก็อบลินที่มีจำนวนมากกว่าหลายเท่าตัว

นักรบร่างกำยำที่มาร์นี่คิดว่าโตที่สุดในกลุ่ม ตอนนี้ได้ถูกก็อบลินปราบลงไปแล้ว เขาถูกก็อบลินจำนวนมากกระโดดทับกองสูงเป็นภูเขาขนาดย่อม

นักธนูเด็กถูกบังคับให้วิ่งไปรอบ ๆ ขณะที่มีฝูงก๊อบลินไล่ตามมาในระยะประชิด และนาน ๆ ทีเขาจะหันกลับมาส่งธนูปักหัวก็อบลินจนหน้าทิ่มพื้น ก่อนจะวิ่งหนีต่อไป...

เด็กผู้หญิงคนโตไม่ได้ร่ายเวทเสริมพลังให้คนอื่นอีกต่อไป เธอกำลังปกป้องเด็กผู้หญิงตัวเล็กผมสีเงิน และทุบก็อบลินที่เข้ามาใกล้หน้าหงายด้วยไม้กางเขนขนาดใหญ่ของเธอ ที่ใหญ่กว่าตัวเธอเองอีก

ส่วนเด็กผู้หญิงตัวเล็ก เธอกำลังร่ายเวทย์รักษา แม้ว่ามาร์นี่จะไม่สามารถบอกได้ว่าเธอเป็นนักบวชของวิหารแห่งชีวิต หรือศาสนจักรสีขาวอันสว่างไสว แต่ความช่วยเหลือของเธอคือเหตุผลที่เด็ก ๆ เหล่านั้นยังสามารอยู่รอดได้จนถึงตอนนี้

หัวหน้ากลุ่มของพวกเขา (เอ็ดเวิร์ด) ก็ไม่สามารถร่ายเวทได้อีกต่อไป เขากำลังตะเกียกตะกายวิ่งหนีไปรอบ ๆ และร่ายเวทโจมตีอีกครั้งหลังจากทิ้งระยะห่างไปยาวนาน ในขณะที่เขาตะโกนไปรอบ ๆ ว่า ‘แถบฟ้าของข้าว่างเปล่าแล้ว’ ‘ขยับหนีสิโจ ทำไมเจ้าไม่ขยับ?’ หรือ ‘รักษาโกวต้าน เอลีน่า เขาเกือบตายแล้ว'

สุดท้ายเขาก็ถูกก๊อบลิน 4 ตัวต้อนเข้ามุม และโดนแทงเข้าที่ท้องด้วยดาบเหล็กขึ้นสนิม แม้ว่านักเวทน้อยจะทุบก็อบลินที่อยู่ตรงหน้าเขาลงไปนอนวัดพื้น และดึงดาบออกมาจากท้องตัวเองแทงก็อบลินตัวนั้นจนตาย แต่ก็ดูเหมือนเขาจะไม่รอดแล้ว

ทุกอย่างใกล้จบลงแล้ว

แม้ว่าข้าจะเสียใจ แต่ดูเหมือนว่าเด็กคนอื่น ๆ เองก็ไม่อาจรอดพ้นชะตากรรมที่ต้องถูกฆ่าโดยเหล่าก็อบลิน

มาร์นี่เริ่มคิดว่าเขาควรจะทำยังไงต่อดี จะอยู่สนับสนุนทหารรับจ้างและสู้จนตัวตาย หรือหาโอกาสวิ่งหนี?

แต่ในขณะนั้น จู่ ๆ เขาก็สังเกตเห็นรอยยิ้มแปลก ๆ บนใบหน้าของเจ้าเด็กเปรตที่เป็นนักเวท

"โว้ววว! ก็อบลินให้ EXP สูงมาก ข้าเลเวลอัพแล้ว!”

หลังจากที่เขาพ่นคำพูดที่มาร์นี่ไม่อาจเข้าใจได้ เด็กผู้ชายที่พึ่งถูกดาบจ้วงไส้และถูกไล่ล่ามานาน เขาก็เริ่มปลดปล่อยพลังเวทของเขาอีกครั้ง ก็อบลินที่ประมาทด้วยความได้เปรียบมานาน ได้ถูกเขาเป่าลงไปจมดิน

เขาดูมีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยพลัง มันดูไม่เหมือนว่าเขาพึ่งถูกแทงโดยก็อบลินไปเมื่อกี้

จากนั้นมาร์นี่ก็สังเกตเห็นว่า แม้เสื้อผ้าบนหน้าท้องของนักเวทน้อยจะขาด แต่ใต้รอยขาดนั้นกลับไม่มีบาดแผลใด ๆ บนร่างกายของเขาเลย!

นี่ไม่ถูกสิ เขาเห็นชัด ๆ ว่าเด็กนั่นถูกดาบเหล็กขึ้นสนิมแทงทะลุท้อง แถมยังเห็นตอนที่ผิวหนังของเขาฉีกขาดและเลือดไหลทะลักออกมาจากบาดแผล จริง ๆ เขายังเห็นคราบเลือดติดอยู่บนเสื้อของเด็กอยู่เลย แล้วแผลหายไปไหนล่ะ? แผลเหวอะหายไปไหน?

จากนั้นสามัญสำนึกของมาร์นี่ก็ถูกทำลายมากขึ้นไปอีก

นักรบหนุ่มที่เกือบถูกทับกลายเป็นเนื้อบดใต้ภูเขาก็อบลิน ถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อเวทรักษาของเด็กหญิงผมทวินเทลสีเงินถูกส่งมาที่เขา

ก็อบลินทุกตัวที่กองซ้อนกันบนตัวเขา ถูกระเบิดกระจายออกไปอย่างลึกลับ เช่นเดียวกับรอยฟกช้ำบนร่างกายของเขาที่หายไป แม้กระทั่งอาการหอบเนื่องจากการต่อสู้ที่ดุเดือดเมื่อกี้ก็ไม่มีเหลือ เขาดูมีชีวิตชีวาราวกับว่าการต่อสู้ก่อนหน้านี้เป็นของปลอม

"ใช่! ข้าก็เลเวลอัพแล้วด้วย!”

เขาจ้องมองไปยังอากาศบาง ๆ ตรงหน้าตัวเองด้วยความดีใจ ก่อนจะหยิบอาวุธของก็อบลินขึ้นมาและตะโกนว่า “บ้าไปแล้ว แม้แต่ดาบขึ้นสนิมจากเผ่าก็อบลิน ก็ยังมีค่าพลังโจมตีสูงกว่าดาบที่ดีที่สุดของหมู่บ้านเรา!”

จากนั้นเขาก็พุ่งเข้าหาก็อบลินที่ยังตั้งสติไม่ได้

แม้แต่ทักษะการใช้ดาบของเขาก็ดูดีขึ้น เมื่อเทียบกับความสามารถในการโยนก็อบลินขึ้นฟ้าก่อนหน้านี้ ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะได้เรียนรู้ทักษะการแทงสองครั้งซ้อน ซึ่งไม่เพียงแต่จะสร้างความเสียหายให้กับก็อบลินเป็นสองเท่า แต่ยังทำให้ก็อบลินที่ไม่ได้ตายทันทีกระเด็นออกไปอีกด้วย

แต่ดูเหมือนเขาจะยังไม่เชี่ยวชาญวิชานี้ เขาต้องวิ่งหนีสักพักก่อนจะใช้มันได้อีกครั้ง และเมื่อเขาสามารถใช้มันได้ เขาก็จะวิ่งย้อนกลับไปแทงก็อบลินที่วิ่งตามหลังมา...

ไม่ใช่แค่สองคนนี้เท่านั้น เด็กที่ใช้ธนูก็ดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน หลังจากวิ่งหนีไปทั่ว ตอนนี้เขา...ก็ยังคงวิ่งหนีไปรอบ ๆ แต่เมื่อเทียบกับการหนีอย่างหัวซุกหัวซุนก่อนหน้านี้ ตอนนี้เขาสามารถหันกลับมายิงธนูด้วยความเร็วสูงทีเดียวได้หลายนัด ก็อบลินที่ตามหลังมาต่างถูกเขาจัดการไปทีละตัวสองตัวทุกครั้ง

สรุป เด็กนี่มีลูกธนูกี่ดอกกันแน่?

ในขณะที่มาร์นี่กำลังแอบนับจำนวนลูกธนูของเด็กชายอย่างเงียบ ๆ เขาก็อดสงสัยไม่ได้ว่าลูกธนูพวกนี้มาจากไหน

“ข้าก็เลเวลอัพแล้ว” เด็กผู้หญิงที่โตกว่าหยุดโบกไม้กางเขนด้วยความประหลาดใจ เธอบ่นพึมพำว่า “การสู้กับก็อบลินนี่มีประโยชน์จริงเหรอเนี่ย…”

“เยี่ยมมาก! พี่เจสสิก้าพี่รีบเรียนรู้ทักษะ ‘รักษา’ เลย ข้าจะเป็นอิสระซะที!” เด็กหญิงที่ถูกปกป้องอยู่ตะโกนอย่างมีความสุข จากนั้นก็วิ่งเข้าหาก็อบลินโดยไม่สนใจว่าใครจะพยายามหยุดเธอ

มันเป็นการเคลื่อนไหวที่บ้าบิ่นมาก มาร์นี่ขมวดคิ้ว สัญญาณเตือนภัยของเขาดังขึ้นมาทันที

เหตุผลที่พวกเด็ก ๆ สามารถอยู่รอดได้ท่ามกลางฝูงก็อบลิน ต้องขอบคุณการใช้เวทย์รักษาอย่างต่อเนื่องของเด็กผู้หญิงคนนี้ และไม่ใช่แค่พวกเด็ก ๆ เท่านั้น แม้แต่ทหารรับจ้างของเขาเองก็ได้รับความช่วยเหลือจากเธอเช่นกัน ทหารรับจ้างกว่าครึ่งอาจจะตายไปแล้วถ้าไม่ได้รับการรักษาจากเธอ!

แต่ตอนนี้เธอกำลังวิ่งเข้าไปให้พวกก็อบลินฆ่าตาย!

มาร์นี่ไม่สามารถทนดูได้อีกต่อไป เขาพยายามสั่งให้ทหารรับจ้างปกป้องเธอ หรืออย่างน้อยก็หยุดเธอไม่ให้ถูกฆ่า

นั่นเป็นช่วงเวลาที่เขาได้เห็นฉากที่น่าตกใจที่สุด

อากาศดูเหมือนจะหยุดนิ่งลง และปรากฏรัศมีสีทองเจิดจ้ารวมอยู่บนฝ่ามือของเด็กผู้หญิง ตอนนั้นเองโลกทั้งใบก็ดูเหมือนจะสูญเสียสีสันทั้งหมดไป แม้แต่การเคลื่อนไหวของก็อบลินก็ดูเชื่องช้าลง

ต่อมา รัศมีสีทองเจิดจ้าซึ่งรวมกันอยู่ในมือของเด็กหญิง ทำให้แม้กระทั่งเขาที่มองจากข้างสนาม ก็สามารถสัมผัสได้ถึงพลังศักดิ์สิทธิ์ที่รวมตัวกันกลายเป็นหอกสีทองขนาดยักษ์

แม้ว่ามันจะเป็นเพียงการควบแน่นจากแสงที่เปล่งประกาย แต่หอกก็ดูสูงส่งและงดงาม เป็นความงามที่ไม่มีใครสามารถละสายตาจากมันได้

ทันใดนั้นหอกก็ถูกปลดปล่อยออกมา มันพุ่งออกไปด้วยพลังที่ราวกับจะแทงทะลุสวรรค์และโลก มันทะลุก็อบลินทุกตัวที่อยู่ด้านหน้าเด็กสาวและตรึงพวกมันไว้กับพื้น!

-------------------------------------

จบบทที่ บทที่ 13 เลเวลอัพ (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว