เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 41 ความน่ากลัวของหวงหลี่เทียน

ตอนที่ 41 ความน่ากลัวของหวงหลี่เทียน

ตอนที่ 41 ความน่ากลัวของหวงหลี่เทียน


ตอนที่ 41 ความน่ากลัวของหวงหลี่เทียน

“ผมถามว่า... รถคันนี้มันวิ่งได้ไหม?” หวงหลี่เทียนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงปวดหัว

“วิ่งได้ครับ ถึงสะพานเอ๋อร์เซียน” เย่หลินพยักหน้าอย่างจริงจัง

“ไม่ใช่เรื่องนั้นเว้ย! ฉันหมายถึง...”

หวงหลี่เทียนรู้ตัวว่าโดนเย่หลินพาออกทะเลไปเรียบร้อยแล้ว

“เย่หลิน!”

“ครับ!”

“ผมจะถามคุณแค่ไม่กี่คำถาม ตอบแค่ที่ถามก็พอ ไม่ต้องพูดอะไรนอกเรื่อง เข้าใจไหม?” หวงหลี่เทียนพูด

“เข้าใจแล้วครับท่านสารวัตร ขอโทษนะครับ แค่เห็นว่าคุณเครียดไปหน่อย เลยอยากเล่นมุกให้บรรยากาศมันผ่อนคลายขึ้น” เย่หลินเกาหัวแบบเก้อๆ

“ขอบใจมาก!” หวงหลี่เทียนกัดฟันตอบ ก่อนจะถามต่อ “คุณรู้จัก ซู่จือหู ไหม?”

“ไม่รู้จักครับ ไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลย” เย่หลินตอบตามตรง เพราะเขาไม่รู้จริงๆ ว่าไอ้เจ้าของแก๊งค้าอวัยวะที่เคยจะซื้อของจากเขามันชื่อ ซู่จือหู

แม้หวงหลี่เทียนจะมั่นใจว่าเย่หลินไม่ได้โกหก แต่ก็ยังไม่วางใจ จึงถามต่อ

“งั้นคุณเคยไปที่ฟาร์มนั่นไหม?”

“เคยครับ” ทันทีที่พูดถึงเรื่องนี้ สีหน้าของเย่หลินก็เปลี่ยนไปด้วยความหวาดกลัว

“ข้างในฟาร์มนั่นมีอะไร?”

หวงหลี่เทียนจ้องตาเย่หลินแน่น นี่อาจเป็นเบาะแสสำคัญ!

“ข้างในน่ะเหรอครับ? มีไก่!”

หวงหลี่เทียนแทบจะอยากต่อยเย่หลินให้รู้แล้วรู้รอด “พูดอะไรไร้สาระ! ฟาร์มมันก็ต้องมีไก่อยู่แล้ว!”

“ไม่ใช่แบบนั้นครับท่านสารวัตร!” เย่หลินทำหน้าจริงจัง “ไก่พวกนั้นไม่ใช่ไก่ธรรมดา แต่เป็นไก่ที่หนักร้อยกว่ากิโล!”

ทันทีที่เขาพูดจบ ทุกคนรอบข้างที่เริ่มจะง่วงก็สะดุ้งตื่นแทบจะทันที ต่างพากันเงี่ยหูฟังว่าเย่หลินจะพูดอะไรต่อ

“ไก่ตัวนั้นมันยังพูดกับฉันด้วยนะ! มันถามฉันว่าจะเล่นด้วยกันไหม บอกว่าฉันเป็นลูกค้าชั้นดี ไม่คิดเงินด้วยซ้ำ!” เย่หลินกระพริบตาปริบๆ เล่าด้วยน้ำเสียงหวาดๆ “ฉันกลัวมาก เลยวิ่งหนีออกมาเลย!”

ตอนพูดถึงตรงนี้ เย่หลินยังรู้สึกขนลุกไม่หาย ตอนที่เขาอยู่ในสลัม พวกหญิงแก่ที่คิดไม่ซื่อก็ชอบมาหลอกล่อเด็กหนุ่มให้ติดกับอยู่บ่อยๆ

หวงหลี่เทียน : “......”

เขานิ่งไป... เพราะจากการประเมินแล้ว เย่หลินไม่ได้โกหกเลยสักคำเดียว!

ตอนนี้มีความเป็นไปได้อยู่สองอย่าง

หนึ่ง เย่หลินอาจจะเป็นจิ้งจอกเฒ่าที่เจ้าเล่ห์ยิ่งกว่าพ่อของจี้หลิงอวี๋ กำลังแสร้งทำเป็นบ้าบอ

สอง เย่หลินไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของซู่จือหูจริงๆ

หวงหลี่เทียนเอนเอียงไปทางข้อสองมากกว่า ดังนั้นเขาจึงหยุดถามเรื่องฟาร์ม และเปลี่ยนไปถามว่าเย่หลินอยู่ที่ไหนในคืนนี้แทน

แต่การถามเรื่องนี้ก็ไม่ได้ผลอะไรอยู่ดี เพราะเย่หลินใช้เวลาทั้งคืนฝึกดาบอยู่ที่สมาคมผู้เปลี่ยนอาชีพกับจี้             หลิงอวี๋ ซึ่งที่นั่นมีการบันทึกข้อมูลทุกอย่างและสามารถตรวจสอบได้ทันที

ไม่นาน หวงหลี่เทียนก็เปิดดูการบันทึกเหล่านั้น และสิ่งที่สะดุดตาเขาก็คือ เย่หลินสามารถทำลายหุ่นฝึกที่สามารถทนรับการโจมตีของผู้เปลี่ยนอาชีพเลเวลต่ำกว่า 40 ได้!

หวงหลี่เทียนหรี่ตาลง ก่อนจะพูดถามด้วยรอยยิ้มบางๆ

“เย่หลิน คุณอธิบายหน่อยสิว่าทำไมคุณที่มีแค่เลเวล 16 ถึงสามารถทำลายหุ่นฝึกที่ทนรับการโจมตีของผู้เปลี่ยนอาชีพเลเวลต่ำกว่า 40 ได้?”

“ก็เพราะฉันเกิดมาพร้อมพลังมหาศาลไงครับ” เย่หลินตอบแบบหน้าตาย ไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย

“พลังมหาศาลโดยกำเนิด? ผมแนะนำให้พูดความจริงดีกว่านะ ไม่อย่างนั้น คุณอาจจะต้องค้างที่นี่สักคืน” หวงหลี่เทียนเคาะโต๊ะเบาๆ ด้วยปลายนิ้ว

เย่หลินสบถในใจ บัดซบ! คนทั่วไปไม่มีทางเข้าถึงการบันทึกของสมาคมผู้เปลี่ยนอาชีพได้ แต่สำนักงานการสอบสวนกลับมีสิทธิ์อย่างเต็มที่

ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าคืนนี้ต้องไปฆ่าเคนเซน เขาคงไม่โชว์พาวมากเกินไปแบบนี้

“เพราะลุงจีซื้ออุปกรณ์ดีๆ ให้ฉันครับ บวกกับพลังระเบิดของอาชีพนักเวทย์คำสาปต้องห้าม พอปล่อยออกมาเต็มที่ก็ได้ผลแบบนั้นแหละ อีกอย่าง หุ่นฝึกมันไม่สามารถหลบได้ด้วย” เย่หลินตอบตามความจริง

หวงหลี่เทียนหรี่ตาลง พลางเคาะโต๊ะเบาๆ

ถ้าคิดในแง่นี้ มันก็ไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้ เพราะเวทย์คำสาปต้องห้ามทรงพลังมากอยู่แล้ว บวกกับอุปกรณ์ดีๆ ต่อให้เป็นแค่ผู้เปลี่ยนอาชีพเลเวล 16 ก็อาจจะทำลายหุ่นฝึกเลเวล 40 ได้

แต่ถึงอย่างนั้น...

“คุณยอมแลกสุขภาพร่างกายเพื่อใช้เวทย์คำสาปต้องห้าม เพียงแค่ทดสอบพลังของตัวเองกับหุ่นฝึกเนี่ยนะ? ทำไม?” หวงหลี่เทียนขมวดคิ้ว

“ก็แค่ไม่ค่อยอยากมีชีวิตอยู่แล้ว ผิดกฎหมายรึเปล่าครับ?” เย่หลินกระพริบตาถาม

“ไม่ผิด”

หวงหลี่เทียนไม่ได้ซักไซ้เรื่องนี้ต่อ แต่กลับเปลี่ยนหัวข้อกะทันหัน

“แล้วคุณรู้จักเคนเซนไหม?”

“รู้จักครับ เขาเป็นหนึ่งในสิบมหาเศรษฐีใจบุญของเมืองนี้ แต่ฉันไม่ค่อยเห็นเขาในทีวีเท่าไหร่”

“โอ้? ทำไมถึงพูดแบบนั้น?” หวงหลี่เทียนหรี่ตาลง

“ก็...บ้านฉันจน ไม่มีเงินซื้อทีวีไงครับ”

หวงหลี่เทียน “......”

“เย่หลิน ดูเหมือนว่าคุณจะรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับการตายของเคนเซนนะ”

แววตาของหวงหลี่เทียนเป็นประกาย เขามองเย่หลินอย่างจับผิด

“ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ คุณเอาแต่เบี่ยงประเด็น พยายามทำให้ผมเสียสมาธิ เห็นได้ชัดว่าคุณไม่อยากให้         ผมถามต่อ”

ในขณะเดียวกัน ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในใจของหวงหลี่เทียน ความคิดที่บ้าบิ่นและน่าตกใจ

นักเวทย์คำสาปต้องห้าม! คนที่สามารถทำลายหุ่นฝึกของผู้เปลี่ยนอาชีพเลเวล 40 ได้!

เย่หลินที่อยู่ตรงหน้าของเขา... หรืออาจจะเป็น ‘หลิงเย่’ บุคคลลึกลับที่เป็นข่าวลือกัน?

และหลิงเย่ อาจจะไม่ใช่แค่คนคนเดียว แต่เป็นองค์กรลับที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี!

ยิ่งคิดก็ยิ่งสมเหตุสมผล...

หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่ฟาร์มของซู่จือหู เย่หลินถูกพาตัวไปอยู่ที่ตระกูลจี้ ทันทีหลังจากนั้น ตระกูลจี้ก็โดนเคนเซนเล่นงาน และหลังจากนั้นไม่นาน... เคนเซนก็ถูกเก็บไปอย่างเงียบเชียบ!

“คุณมีบางอย่างที่ทำให้เคนเซนและตระกูลจี้สนใจ... และซู่จือหูเป็นคนแรกที่ค้นพบมัน... ดังนั้น คุณเลยฆ่าปิดปากเขา พร้อมกับเผาทั้งฟาร์มและคนทั้งหมดในนั้นให้วอดวาย!”

“หลังจากนั้น เคนเซนพยายามปกปิดเรื่องนี้ และเริ่มวางแผนแก้แค้นตระกูลจี้ ฆ่าทุกคนในคฤหาสน์ของตระกูล และตัดแขนจี๋จ๋ง... แล้วคุณ หรือไม่ก็องค์กรที่อยู่เบื้องหลังคุณ ลงมือฆ่าล้างบางเคนเซน!”

“ผมพูดถูกใช่ไหม... หลิงเย่?”

หวงหลี่เทียนจ้องเข้าไปในดวงตาของเย่หลิน หวังจะจับพิรุธ ความตื่นตระหนก หรือความหวาดกลัว

แต่เขาก็ต้องผิดหวัง...

แม้ว่าในใจเย่หลินจะโคตรระส่ำระสาย แต่ใบหน้ายังคงไร้เดียงสาเหมือนเดิม แถมยังขยิบตาให้เขาอีกต่างหาก

“ท่านสารวัตรสืบกำลังพูดเรื่องอะไรครับ? ไม่มีหลักฐานก็อย่าพูดอะไรที่บั่นทอนความสามัคคีสิ”

แค่ประโยคเดียว หวงหลี่เทียนก็หมดแรงเหมือนลูกโป่งที่ถูกปล่อยลมออก

ใช่สิ...

ไม่มีหลักฐาน!

ไม่ว่าจะเป็นฟาร์มหรือว่าตลาดมืดใต้ดิน ทุกอย่างถูกเผาจนหมดสิ้น ไม่มีอะไรเหลือให้ตรวจสอบ  ต่อให้เขาจะเดาถูกต้องเป๊ะทุกอย่าง แต่ถ้าไม่มีหลักฐาน เขาก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี!

หวงหลี่เทียนสูดหายใจลึก เขาเชื่อว่าที่เขาคิดไว้อาจไม่ใช่ความจริงทั้งหมด แต่ก็คงใกล้เคียงมากที่สุด เพราะมีเพียงเหตุผลนี้เท่านั้นที่สามารถอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ได้

แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่เขายังคิดไม่ออก...

เหตุการณ์ฆ่าล้างตระกูลจี้เกิดขึ้นตอนสี่ทุ่มกว่า ส่วนตลาดมืดใต้ดินเกิดไฟไหม้ตอนตีสาม... ระหว่างห้าชั่วโมงนี้ เกิดอะไรขึ้นกันแน่?

ถ้าในตลาดมืดมีการต่อสู้กันระหว่างผู้เปลี่ยนอาชีพระดับสูง สำนักงานการสอบสวนต้องได้รับรายงานแน่นอน

แต่ในช่วงเวลาห้าชั่วโมงนั้น มันเงียบสนิท ไม่มีแม้แต่เสียงกระซิบ...

และหลังจากนั้น ไฟก็ปะทุขึ้น เผาผลาญทุกอย่างจนไม่เหลือแม้แต่เศษซาก  หวงหลี่เทียนมองเย่หลินลึกๆ            เขารู้ว่า ต่อให้ถามไปตอนนี้ก็ไม่มีทางได้คำตอบอะไรอีกแล้ว

เขาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือก่อนจะพูดขึ้น

“เย่หลิน ตอนนี้ตีห้า อีก 27 ชั่วโมง ก็จะถึงการทดสอบเข้ามหาวิทยาลัยของคุณแล้ว...”

“หวังว่าคุณในช่วง 27 ชั่วโมงนี้ ผมยังคงหาหลักฐานไม่เจอ”

จบบทที่ ตอนที่ 41 ความน่ากลัวของหวงหลี่เทียน

คัดลอกลิงก์แล้ว