เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 11 จูเก๋อหนีผู้ทำลายสถิติสูงสุด

ตอนที่ 11 จูเก๋อหนีผู้ทำลายสถิติสูงสุด

ตอนที่ 11 จูเก๋อหนีผู้ทำลายสถิติสูงสุด


ตอนที่ 11 จูเก๋อหนีผู้ทำลายสถิติสูงสุด

เวลา... ก็เหมือนเด็กหนุ่มที่เพิ่งเคยไปแช่เท้าเป็นครั้งแรก ช่วงวัยใสไร้เดียงสา มักจะผ่านไปเร็วเสมอ

แค่กระพริบตา เวลาก็ผ่านไปแล้ว 7 วัน

วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการเข้า ‘ดันเจี้ยนมือใหม่’ กฎของดันเจี้ยนนี้คือ ทุกคนมีสิทธิ์เข้าได้แค่ครั้งเดียว และอยู่ข้างในได้เพียง 7 วันเท่านั้น ครบกำหนดเมื่อไหร่ ระบบจะส่งตัวออกมาอัตโนมัติ

หน้าเขตทางออกของดันเจี้ยน เต็มไปด้วยเหล่าผู้อำนวยการและอาจารย์จากโรงเรียนมัธยมต่างๆ พ่อแม่ผู้ปกครองบางส่วนก็มารออยู่ตรงนี้ด้วย หวังจะได้เห็นหน้าลูกหลานตัวเองตอนออกมา

“เฮ้ย! พี่น้องทั้งหลาย! สวัสดียามเช้าครับ! ไม่เจอกันตั้งนาน คิดถึงจะแย่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”

เสียงมาก่อนตัว คนยังไม่โผล่มา แต่เสียงหัวเราะร่าเริงก็ดังมาแต่ไกลแล้ว  พอได้ยินเสียงปุ๊บ เหล่าบรรดาผู้อำนวยการจากโรงเรียนอื่นๆ ต่างพากันมีสีหน้ามืดดำเหมือนก้นหม้อ

ช่วง 7 วันที่ผ่านมา ผู้อำนวยการโรงเรียนชิงเฉิงเล่นลากพวกเขาไปกินข้าว ดื่มน้ำชาเกือบทุกวัน แล้วก็พล่ามโม้เรื่องโรงเรียนตัวเองมีเด็กได้อาชีพระดับ SSS สองคนติด หูพวกเขาแทบด้านกันหมดแล้ว

หนีออกจากบ้านก็ไม่รอด เพราะถึงไม่เจอกันตัวเป็นๆ ไอ้ผู้อำนวยการโรงเรียนชิงเฉิงก็ยังตามไปอวดในกลุ่มแชทอยู่ดี รำคาญจนอยากจะบ้าตาย

ตอนนี้แค่เห็นหน้าก็อยากเดินหนีแล้ว

“อย่ามาทำสนิทสนม ขนาดเมื่อวานเพิ่งเจอ จะมาพูดว่าไม่ได้เจอกันนานได้ไง?” ผู้อำนวยการโรงเรียนหนึ่งทนไม่ไหว ขอตอกกลับสักที

“โถ่! ท่านพี่พูดจาอะไรแบบนั้น” ผู้อำนวยกาโรงเรียนรชิงเฉิงยิ้มแป้น “โบราณว่าไว้ หนึ่งวันไม่เจอ เหมือนห่างกันสามปี ถ้าคิดตามนั้น เรานี่เหมือนไม่ได้เจอกันเป็นสิบๆ ปีเลยนะ!”

พูดยังไม่ทันขาดคำ เจ้าตัวก็ถูมือพลางหัวเราะแบบมีลับลมคมใน แล้วกระซิบเสียงดังพอให้ทุกคนได้ยิน

“ว่าแต่... พวกคุณรู้กันได้ยังไงว่าโรงเรียนมัธยมชิงเฉิงของฉันมีเด็กได้อาชีพระดับ SSS สองคน?”

ผู้อำนวยการโรงเรียนอื่นๆ : “.....”

“ก็แค่มี SSS สองคนแล้วไง? อย่าลืมนะ ระดับเลเวลก็สำคัญไม่แพ้กัน ถ้าเลเวลนำห่างสัก 3 เลเวลต่อให้เป็นแค่อาชีพระดับ A ก็มีโอกาสโค่นระดับ SSS ได้เหมือนกัน!”

ผู้อำนวยการโรงเรียนหนึ่งพูดเสียงสูง เรียกเสียงเห็นด้วยจากทุกคน

“ใช่! ถ้าจะดูแค่ระดับอาชีพอย่างเดียว พวกที่ไม่ได้ระดับ SSS ก็มีหวังไปชนกำแพงตายหมดแล้วสิ?”

“ที่ผ่านมา ก็เคยมีระดับ SSS ออกจากดันเจี้ยนมาแล้วโดนคนอื่นที่เลเวลสูงกว่าข่มจนมิดก็มีถมไป”

“ใช่แล้ว สถิติสูงสุดของโรงเรียนมัธยมคือเลเวล 11 ซึ่งเป็นฝีมือของนักเรียนที่มีอาชีพระดับ S และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครทำลายสถิตินั้นได้”

“อ้อ ว่าไปแล้ว เด็กคนนั้นก็เด็กโรงเรียนมัธยมหยู่ไคของผู้อำนวยการซูนี่เองใช่ไหม?”

ทุกสายตาหันไปมอง ผู้อำนวยการซู ที่ยืนหน้าเข้มขรึมอยู่

“ถูกต้อง” ผู้อำนวยการซูยิ้มบาง “พรสวรรค์ก็สำคัญ แต่ความพยายามทีหลังต่างหากที่ชี้ขาด เด็กคนนั้น ตอนนี้เป็นนักผจญภัยเลเวล 65 แล้ว”

เมื่อได้ยินแบบนั้น เหล่าผู้อำนวยการก็พยักหน้าเห็นด้วยกันเป็นแถว สายตาแอบมีความอิจฉาเล็กๆ

เลเวล 65 เนี่ยนะ ระดับนี้คือโหดจัดระดับตำนานในเมืองชิงเฉิง ต่อให้รวมยอดฝีมือทั้งเมือง คนที่จะเอาชนะได้ยังนับนิ้วได้เลย

เมื่อปั้นเด็กแบบนี้ขึ้นมาได้ จะตายตอนนี้ก็ไม่มีอะไรติดค้างแล้วล่ะ!

“ว่าแต่ปีนี้ จะมีใครทำลายสถิติได้ไหมนะ? ปีที่แล้วก็เกือบทำได้อยู่แล้ว แต่สุดท้ายก็แค่เสมอ”

“ฉันเชื่อว่าเด็กของฉันทำได้แน่!” ผู้อำนวยการโรงเรียนชิงเฉิงตาเป็นประกายขึ้นมา

“เหอะ โรงเรียนอื่นก็มีระดับ SSS เหมือนกันนะ จะบอกให้” ผู้อำนวยการซูยักคิ้วใส่

“คอยดูแล้วกัน!” ผู้อำนวยการเกายืดอกและยิ้มออกมาทันที คนอย่างเขาน่ะ หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ยอมแพ้ใครง่ายๆ หรอก

แต่ทันใดนั้นเอง...

ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาเงียบๆ ข้างกลุ่มผู้อำนวยการ

“ท่านผู้อำนวยการทั้งหลาย ดูสนุกสนานกันดีนะ ไม่ทราบว่าผมขอร่วมวงด้วยคนได้ไหม?”

“ใคร?!”

บรรดาผู้อำนวยการที่ยืนจับกลุ่มอยู่ พอได้ยินเสียงก็พากันหันขวับไปดูด้วยความตกใจ คนที่มาใหม่สามารถเดินมาถึงตรงนี้ได้โดยที่ไม่มีใครรู้ตัวสักนิด ราวกับเงาล่องหน นี่มันเหนือความคาดหมายสุดๆ

ชายคนนั้นสวมเสื้อคลุมยาวลู่ลม ดูสง่างามแบบผู้ดีเก่า ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นไร้พิษภัย มีแว่นกรอบทองเพิ่มความน่าเชื่อถือ

“โอ้! ที่แท้ก็คือคุณชายจูเก๋อ! เชิญๆ เชิญนั่งเลยครับ!”

เหล่าผู้อำนวยการรีบขยับตัวหลบ เปิดทางให้จูเก๋อเซียนเข้ามานั่งด้วย แววตาแฝงความเคารพอย่างไม่ปิดบัง

แม้เมืองชิงเฉิงจะเป็นเมืองเล็กๆ ไม่มีคนใหญ่คนโตอะไรมากมาย แต่จูเก๋อเซียนถือเป็นข้อยกเว้น เพราะอาชีพของเขา คือ ‘นักพยากรณ์ดวงดาว’ ระดับ SSS!

ว่ากันว่า แค่มองท้องฟ้าก็ล่วงรู้เรื่องราวทั่วหล้าได้แล้ว และถ้าลงมือจริงจัง เขาถึงขั้นคำนวณเหตุการณ์สำคัญที่จะเกิดในร้อยปีข้างหน้าได้เลยทีเดียว

ผู้มีอิทธิพลมากมายจากต่างเมือง ต่างดั้นด้นมาขอให้จูเก๋อเซียนทำนายโชคชะตาให้ จนไม่ต้องสงสัยเลยว่า ถ้าพูดถึง ‘บุคคลที่มีอิทธิพลที่สุดในชิงเฉิง’ ตำแหน่งนี้หนีไม่พ้นเขาแน่นอน

“ทุกท่านอย่าเกรงใจ ผมแค่มารอดูลูกสาวผมน่ะครับ” จูเก๋อเซียนยิ้มสุภาพ

“สมควรๆ! เป็นพ่อก็ต้องห่วงลูกเป็นธรรมดา คุณชายจูเก๋อนี่รักลูกจริงๆ” ผู้อำนวยการเกาพูดพลางหัวเราะ

“ท่านเกาพูดเกินไป ลูกสาวผมไม่สร้างความลำบากให้โรงเรียนใช่ไหมครับ?” จูเก๋อเซียนถามขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

“ไม่มีๆ! คุณหนูจูเก๋อหนีนี่แหละคือ ความภาคภูมิใจของโรงเรียนเราเลย!” ผู้อำนวยการเกาพูดไปหน้ายิ้มแป้นไปด้วยความปลื้มปริ่ม

ตอนแรกใครๆ ก็นึกว่า ด้วยคะแนนและความสามารถของจูเก๋อหนี เธอต้องเลือกโรงเรียนหยู่ไคแน่นอน แต่จู่ๆ     จูเก๋อเซียนกลับยืนยันให้ลูกสาวเข้าเรียนที่ชิงเฉิงแทน หลายคนเดากันว่านี่อาจเป็นเพราะเขาเห็นบางอย่างจากการทำนาย

แต่เรื่องนั้นช่างมันก่อน ประเด็นสำคัญคือ จูเก๋อหนีคือนักเรียนของเขา ผู้อำนวยการเกา!

“มีคนออกมาแล้ว!”

จู่ๆ ประตูมิติสีขาวที่เป็นทางออกจากดันเจี้ยนก็เปล่งแสงขึ้น นั่นหมายถึงมีนักเรียนคนหนึ่งเดินออกมา

“เฮ้ย ไม่ใช่นี่นา! ต่อให้เป็นคนแรกที่เข้าไป ก็ต้องออกมาตอนเที่ยงๆ นี่เพิ่งเช้าเอง จะมีใครออกมาได้ยังไง...หรือว่าได้รับบาดเจ็บ?”

ทุกปีจะมีเด็กบางคนบาดเจ็บแล้วโดนส่งตัวออกมาก่อนก็จริง บางคนซวยหนักถึงขั้นพลาดท่าให้มอนสเตอร์กินไปเลยก็มี มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

แต่ในแสงขาวนั้น ปรากฏร่างหนึ่งที่สูงเพรียว จูเก๋อหนีเดินออกมาอย่างสง่างาม สีหน้าแจ่มใสราวกับไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย

“พ่อคะ!”

พอเห็นจูเก๋อเซียน เธอก็รีบวิ่งเข้าไปกอดเขาอย่างดีใจ  จูเก๋อเซียนลูบหัวลูกสาวอย่างเอ็นดู “ทำไมลูกออกมาเร็วขนาดนี้? ยังไม่หมดเวลาเลยนี่”

“ก็ข้างในมันน่าเบื่อนี่นา ลูกเลยออกมาก่อนซะเลย” จูเก๋อหนีพูดอ้อนๆ

“ออกมาเพราะเบื่อ?”

คำพูดนี้ทำเอาทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น ชะงักไปทั้งแถบ

ดันเจี้ยนมือใหม่ที่เป็นโอกาสทองครั้งเดียวในชีวิต แต่เธอกลับบอกว่าเบื่อจนต้องรีบออกมา?

“แล้วตอนนี้หนูเลเวลเท่าไหร่?” จูเก๋อเซียนดันแว่นขึ้นเล็กน้อย

“12 จ้า~”

จูเก๋อหนียิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะโชว์หน้าต่างสถานะออกมา

[จูเก๋อหนี - นักเวทธาตุไฟ - เลเวล 12]

บรรดาผู้อำนวยการพากันสูดหายใจเฮือกใหญ่ ตกตะลึงกันเป็นแถว

สถิติสูงสุดของเมืองชิงเฉิงคือเลเวล 11 แต่จูเก๋อหนีกระโดดไป 12 แถมยังเป็นการออกก่อนกำหนดอีก

นี่มันเหลือเชื่อสุดๆ!

ผู้อำนวยการหลายคนหันไปมองผู้อำนวยการเกาด้วยสายตาอิจฉาริษยา เจ้านี่มันโชคดีเกินไปแล้ว!

“ดี ดี ดี คุณหนูจูเก๋อ ทำได้ดีมาก!” ผู้อำนวยการเกายิ้มจนแก้มปริ

แต่พอเห็นสีหน้าเรียบนิ่งของจูเก๋อเซียน เขาก็รีบปิดปากเงียบแทบไม่ทัน

“นี่ นี่ ถ้าอยู่จนครบเวลา ลูกอาจจะไปถึงเลเวล 13 ได้เลยนะ ทำไมถึงออกมาก่อน?” จูเก๋อเซียนถามเสียงเบา

“ก็หนูบอกแล้วไง ว่าเบื่อ” จูเก๋อหนีเสียงอ่อย

“จริงเหรอ?”

จูเก๋อเซียนยิ้มออกมาเล็กน้อย แต่จูเก๋อหนีกลับขนลุกวาบ

“โอ๊ย พ่อ หนูจะโกหกพ่อได้ไงล่ะคะ”

เธอรีบกอดแขนพ่ออ้อนเสียงหวาน แต่ในใจนั้นลอบคิด  แน่นอนว่าเธอไม่มีทางบอกเหตุผลจริงๆ หรอก เพราะเหตุผลที่เธอรีบออกมา ก็เพื่อรอเจอ ‘เขา’ คนนั้น

ผู้ชายที่ฆ่ามังกรเลือดด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว

ถึงวันนั้นเขาจะปิดหน้าปิดตา แต่จูเก๋อหนีเชื่อว่า ถ้าได้เจอกันอีกครั้ง เธอต้องจำเขาได้แน่!

จบบทที่ ตอนที่ 11 จูเก๋อหนีผู้ทำลายสถิติสูงสุด

คัดลอกลิงก์แล้ว