เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 5 เย่หลินบ้าไปแล้ว

ตอนที่ 5 เย่หลินบ้าไปแล้ว

ตอนที่ 5 เย่หลินบ้าไปแล้ว


ตอนที่ 5 เย่หลินบ้าไปแล้ว

จี๋หลิงอวี่หันกลับมา ดวงตาเบิกโพลง ความหวาดกลัวพุ่งทะลักจนเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นบีบคอเขาแน่น        ราวกับเสียงทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ

คนบ้า!

ในหัวของเขาตอนนี้มีอยู่แค่ความคิดเดียวเท่านั้น เย่หลินมันบ้าไปแล้ว!

ไอ้เวรนี่แค่โดนด่าไปสองสามคำ ดันสวนกลับด้วยการร่าย ‘คำสาปต้องห้าม’ ไปสามบทติดๆ นี่มันบ้าบออะไรขนาดนี้!

จี๋หลิงอวี่แทบอยากจะตบปากตัวเองแรงๆ ว่าทำไมถึงหาเรื่องผิดคน ถ้าย้อนเวลาได้ ต่อให้มีใครเอาปืนจ่อหัว เขาก็จะวิ่งหนีเย่หลินให้ไกลไป 800 เมตรทันที

การเจอ ‘นักเวทย์คำสาปต้องห้าม’ ว่าน่ากลัวแล้ว แต่การเจอ ‘นักเวทย์คำสาปต้องห้ามที่ไม่กลัวตาย’ นั่นมันยิ่งน่ากลัวกว่าเจอปิศาจ!

“เย่หลิน หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เสียงตะโกนลั่นดังขึ้นจากด้านหลัง อาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนวิ่งพรวดออกมาจากห้องทำงานอย่างกับไฟลนก้น

เย่หลินชะงัก หางตาเหลือบเห็นอาจารย์ใหญ่ เขาถึงได้ถอนเวทที่กำลังจะระเบิดทิ้ง  เขาไม่ได้โง่ขนาดจะฆ่าลูกชายตระกูลจี๋ต่อหน้าคนทั้งโรงเรียนหรอก

“อาจารย์ใหญ่...ผม…” เย่หลินกำมือแน่น สีหน้าดูเหมือนคนที่แบกรับความอยุติธรรมสุดชีวิต

ใบหน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นน้อยๆ นั่นเป็นผลกระทบจากการใช้คำสาปต้องห้ามต่อเนื่องกันสามบทติด

“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ครูจะจัดการให้เธอเอง!”

อาจารย์ใหญ่หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ เรื่องจี๋หลิงอวี่ตามจีบจูเก๋อหนี เขาก็ได้ยินมาบ้าง แถมชอบรังแกเพื่อนร่วมชั้นเป็นประจำ แต่ปกติก็หยวนๆ ให้เพราะเกรงใจพ่อมัน

แต่คราวนี้มันเกินไป! เล่นแรงจนถึงขั้นทำให้นักเวทย์คำสาปต้องห้ามบ้าคลั่งได้ขนาดนี้ หมายความว่าเย่หลินโดนกดขี่ข่มเหงขนาดไหนกัน!?

อาจารย์ใหญ่หันไปตวาดลั่น “จี๋หลิงอวี่! ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้! แล้วไปขอโทษเย่หลินซะ!”

เขาคาดว่าด้วยนิสัยคุณชายใหญ่ของจี๋หลิงอวี่ การขอโทษน่ะเหรอ? ยากยิ่งกว่างมหาเข็มในมหาสมุทร และเขาก็เตรียมด่าต่อแล้ว

แต่ไม่ทันไร จี๋หลิงอวี่ทรุดฮวบลงคุกเข่า!

“เย่หลิน! ฉันผิดไปแล้ว! ขอโทษ! ต่อไปนี้จูเก๋อหนีเป็นของนายเลย ฉันจะไม่ยุ่งอีกแล้ว!”

เมื่อชีวิตอยู่บนเส้นด้าย คุณชายจี๋ก็ไม่เกี่ยงศักดิ์ศรีอีกต่อไป เขาเป็นลูกชายคนเดียวของบ้าน ยังมีอนาคตอีกไกล ใครมันจะไปกล้าหาเรื่องตายพร้อมคนบ้าอย่างเย่หลินกันล่ะ!

ความเร็วในการขอโทษและความจริงใจนั้นทำเอาอาจารย์ใหญ่ยืนอึ้งไปเลย ถึงกับแอบคิดว่านี่ใช่จี๋หลิงอวี่ตัวจริงหรือเปล่า? ก็ปกติรายนี้มันแสบจนเรียกพ่อ

“เอ่อ...เย่หลิน ว่ายังไงล่ะ...” อาจารย์ใหญ่ถามเสียงอ้อมๆ

เย่หลินเม้มปากแน่น ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“ได้ ผมยอมรับคำขอโทษ! จี๋หลิงอวี่ จำเอาไว้นะ  คนอย่างฉัน ฆ่าได้ แต่หยามไม่ได้!”

“ได้ๆ ๆ ฉันจำขึ้นใจเลย ต่อไปจะไม่กล้าดูถูกใครอีกแล้ว!” จี๋หลิงอวี่ยกมือขึ้นมาไหว้ ใจยังเสียวไม่หาย กลัวเย่หลินเปลี่ยนใจจนปล่อยคาถาต้องห้ามออกมาอีกหนึ่งบท

“ถ้าอย่างนั้นผมขอกลับก่อนนะครับ” เย่หลินพูดอย่างสุภาพ เดินจากไปพร้อมรอยยิ้มจางๆ

หลังจากวันนี้ เชื่อว่าชื่อเสียงของเขาคงกระฉ่อนไปทั้งโรงเรียน ไม่มีใครกล้าหาเรื่องอีกนานแน่นอน  ใครมันจะไปกล้ายุ่งกับ “นักเวทย์คำสาปต้องห้ามขาโหดพร้อมระเบิดตัวเอง” กันล่ะ!

จูเก๋อหนียืนมองแผ่นหลังเย่หลินด้วยสายตาซับซ้อน ก่อนจะส่ายหัวเบาๆ แล้วพึมพำกับตัวเอง

“โง่จริงๆ โดนด่านิดหน่อยถึงกับจะเอาชีวิตเข้าแลก เป็นแค่คนบ้าคนหนึ่ง ชีวิตแบบนี้ไปไม่ไกลแน่”                  ในโลกของยอดฝีมือ ไม่มีใครยืนอยู่จุดสูงสุดด้วยแค่พลัง แต่ต้องมีสมองด้วย!

สำหรับจูเก๋อหนี เย่หลินตายไปจากใจแล้ว คนที่บ้าดีเดือดแบบนี้ แม้จะมีอาชีพ SSS ระดับตำนาน แต่สุดท้ายก็เป็นได้แค่ดาวตกที่ร่วงโรยเท่านั้น

อีกห้าปีจากนี้ เธอเชื่อว่าเธอจะกลายเป็นยอดหญิงแห่งยุค ส่วนเย่หลิน? ไม่แน่ว่าอาจเหลือแค่ซากกระดูกที่ไม่มีใครจดจำด้วยซ้ำ

เมื่อกลับถึงบ้าน เย่หลินเดินเข้ามาในห้องเล็กๆในสลัม

ที่นี่คือมุมเสื่อมโทรมที่สุดในเมือง น้ำเสียไหลผ่านเต็มถนน คนต่ำชั้นอาศัยกันแออัด แต่สำหรับเย่หลิน นี่คือที่ซ่อนที่ดีที่สุด

“สังเวยลำไส้เล็กส่วนต้นหนึ่งท่อน เรียกสายฟ้าธรรมดา สังเวยกระเพาะปัสสาวะ เรียกสายฟ้าหยิน สังเวยหัวใจหนึ่งดวง เรียกสายฟ้าม่วงทำลายล้าง…”

เย่หลินนั่งพึมพำ คำนวณค่าใช้จ่ายในการร่ายคำสาปต้องห้ามแต่ละระดับ  ทั้งหมดนี้คือข้อมูลสดๆ ที่ได้จากการทดลองกับจี๋หลิงอวี่

เพื่อปิดบังความลับ เขาเลือกสังเวยเฉพาะอวัยวะภายในที่มองไม่เห็นจากภายนอก

“ถ้าอยากเรียกสายฟ้าระดับเทพเจ้า คงต้องสังเวยร่างทั้งร่างเลยสินะ…ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงเรียกว่า        ‘คำสาปต้องห้าม’”

เย่หลินยกมือเกาหัว หัวเราะแห้งๆ กับตัวเอง

ก็มีแต่เขานี่แหละ ที่กล้าเล่นอะไรบ้าๆ แบบนี้ได้ ถ้าเป็นคนอื่นที่มีชีวิตเดียวมาใช้คำสาปต้องห้ามนี่ล่ะก็ ไม่ได้ร่ายครบสามที คงได้กลายเป็นคนพิการไปแล้วแน่ๆ

แต่ถึงจะเสี่ยงขนาดนั้น เย่หลินก็พอใจกับพลังของมันสุดๆ ต่อให้ตอนนี้เขาเพิ่งจะเลเวล 1 แต่ถ้าทุ่มสุดตัวปล่อยสายฟ้าทำลายล้างออกไปล่ะก็ ต่อให้พวกเปลี่ยนอาชีพเลเวล 5 ก็ไม่มีใครรอดได้สักคน

คิดแค่เพียงแวบเดียว อวัยวะที่เสียไปตอนใช้คำสาปก็ฟื้นกลับมาเหมือนไม่เคยเป็นอะไร ใบหน้าซีดเซียวเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นเปล่งปลั่ง จากนั้นเย่หลินก็ล้มตัวลงนอน หลับสนิทอย่างสงบ เหมือนศพในโลงไม่มีผิด

แต่ในขณะที่เย่หลินหลับสบาย อีกฝากหนึ่งของเมือง ฤทธิ์ของสายฟ้าทำลายล้างยังหลอกหลอนให้ใครบางคนนอนไม่หลับ

“พ่อ! พ่อต้องล้างแค้นให้ผมนะ! พ่อต้องจัดการมันให้ได้! มันทำให้ผมขายหน้ากลางโรงเรียน แถมยังต้องคุกเข่าขอโทษมันอีก ผมทนเรื่องนี้ไม่ได้จริงๆ!”

จี๋หลิงอวี่นั่งฟูมฟายอยู่ตรงข้ามผู้เป็นพ่อ ทั้งน้ำตา ทั้งน้ำมูก ไหลรวมกันมั่วไปหมด

ตอนก้มหัวขอโทษตอนบ่าย เขายอมแบบจริงใจ แต่พอตกเย็น ความแค้นก็กลับมาสุมอกจริงๆ เหมือนเดิม

ถึงยังไงตระกูลจี๋ก็มีผู้เปลี่ยนอาชีพฝีมือดีอยู่ไม่น้อย จะฆ่าเย่หลินที่มีแค่เลเวล 1 น่ะ ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วย

พ่อของจี๋หลิงอวี่คาบบุหรี่ไว้ในปาก ควันสีเทาลอยคลุ้งบดบังใบหน้าอันเยือกเย็น

ฟังเสียงร้องไห้ฟูมฟายของลูกชายจบ ก็ยังไม่มีปฏิกิริยาใดๆ

“หลิงอวี่ ลูกเป็นลูกชายคนเดียวของพ่อนะ พ่อสอนลูกมาตลอด ว่าคนทำธุรกิจ ต้องคิดถึงผลได้ผลเสียก่อนเสมอ”

“งั้นพ่อถามหน่อย ถ้าพ่อทำตามที่ลูกขอ ส่งคนไปฆ่ามันสำเร็จ เราจะได้อะไร?”

จี๋หลิงอวี่ชะงัก ฆ่าเย่หลินไปแล้ว...เราได้อะไร? คิดไปคิดมา มันก็แค่ได้ระบายความแค้น ไม่มีอะไรติดมือกลับมาเลย

พ่อของจี๋หลิงอวี่เคาะบุหรี่เบาๆ เถ้าของบุหรี่ร่วงลงบนโต๊ะ

“แล้วถ้าฆ่าไม่สำเร็จล่ะ? นั่นเท่ากับเราหาเรื่องใส่ตัวเองไปตลอดชีวิต เพราะเราไปมีเรื่องกับนักเวทย์คำสาปต้องห้ามระดับ SSS ที่กำลังจะโตเป็นมังกรในอนาคต”

หัวใจของจี๋หลิงอวี่เต้นผิดจังหวะขึ้นมา

“เพราะงั้น แค่ระบายอารมณ์ชั่ววูบ แต่ต้องแลกกับการเอาชีวิตทั้งตระกูลไปเสี่ยง มันคุ้มเหรอ?”

“แต่ก่อน คนที่ลูกเคยมีเรื่องด้วย มันก็แค่เด็กทั่วไป ฆ่าแล้วก็จบ แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ เข้าใจไหม?”

จี๋หลิงอวี่พยักหน้าหงึกๆ ในที่สุดก็เข้าใจแล้วว่าอะไรคือสิ่งที่ควรกลัวจริงๆ

“พ่อ ผมสัญญา ต่อไปนี้จะไม่เข้าไปยุ่งกับเย่หลินอีกแล้ว!”

“ไม่!”

พ่อของจี๋หลิงอวี่ส่ายหัว ก่อนแววตาจะเปล่งประกายเจ้าเล่ห์ออกมา

“ไม่ใช่แค่ไม่ยุ่ง แต่ลูกต้องไปสนิทกับมันให้สุดๆ ต่างหาก! ต้องตามติดมันไปทุกที่ ให้มันเป็นนาย ลูกเป็นบ่าวเลยยิ่งดี”

“หา? ทำไมล่ะพ่อ?” จี๋หลิงอวี่รู้สึกงงเล็กน้อย

“เพราะคนประเภทนี้ไง โดนด่าสองสามคำก็สติแตกแล้วปล่อยคำสาปฆ่าคน คนแบบนี้มันไม่ฉลาดหรอก แต่โคตรรักศักดิ์ศรีเลย”

พ่อของจี๋หลิงอวี่ยิ้มมุมปาก ด้วยความมั่นใจแบบสุดๆ

“แล้วลองคิดดูสิ ถ้าลูกชายตระกูลจี๋ ไปยอมเป็นลูกน้องให้มัน แบบนี้มันจะไม่รู้สึกหน้าบานเป็นกระด้งเหรอ?     คนที่รักศักดิ์ศรีสุดๆ เจอแบบนี้ ต่อให้มีใครคิดจะหาเรื่องลูกในอนาคต มันก็พร้อมระเบิดคำสาปใส่แทนทันที”

“ยอมเสียแค่ศักดิ์ศรีนิดๆ หน่อยๆ แลกกับได้ระดับ SSS  ฟรีๆ มันมีอะไรจะคุ้มกว่านี้อีกไหม?”

ใช่...ทุกคนรู้ว่า ‘นักเวทย์คำสาป’ มีอายุสั้น แต่ไม่มีใครเถียงว่าพวกมันโหดสุดๆ  จี๋หลิงอวี่ฟังแล้ว ดวงตาเริ่มเป็นประกาย รู้สึกเหมือนเจอทางสว่าง

“พ่อ! ผมเข้าใจแล้ว!”

พ่อของจี๋หลิงอวี่พยักหน้า พูดเสริมขึ้นมาอีกนิด

“จำไว้ สองจุดอ่อนสำคัญของมัน หนึ่ง มันรักศักดิ์ศรี สอง มันจนโคตรๆ ถ้าลูกจับสองจุดนี้มาใช้ให้ดี ต่อไปมันจะเป็นแค่หมาเชื่องๆ ที่รอรับเศษเงินจากลูกเท่านั้น”

“แล้วอย่าลืมล่ะ ตระกูลจี๋เรา ไม่เคยขาดแคลนเงินอยู่แล้ว”

จบบทที่ ตอนที่ 5 เย่หลินบ้าไปแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว