เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 232 ชีวิตก็ช่างรื่นรมย์เช่นนี้ (ฟรี)

บทที่ 232 ชีวิตก็ช่างรื่นรมย์เช่นนี้ (ฟรี)

บทที่ 232 ชีวิตก็ช่างรื่นรมย์เช่นนี้ (ฟรี)


เสิ่นหลินกลับมาที่แกรนด์ลิสบัวอีกครั้ง

เขาหันไปมองรถ ออดี้  A6L ที่กำลังแล่นจากไปอย่างเงียบงัน ส่ายศีรษะเบา ๆ ด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่ายแต่ยอมรับความจริงในใจ

เมื่อครู่ในรถ เสิ่นหลินได้ถามคำถามหนึ่งขึ้นมาอย่างตรงไปตรงมา

“ถ้าคนจากรัฐยิวไม่ยอมร่วมมือล่ะ?”

คำตอบของหนี่อวี่ ทำให้เสิ่นหลินตระหนักอีกครั้งว่าโลกใบนี้น้ำลึกเพียงใด หรือบางที อาจจะต้องพูดให้ตรงกว่านั้นว่าความโลภของมนุษย์นั้นไร้ก้นบึ้งเพียงใด

“ไม่มีใครต้านทานเงินได้หรอก ถ้ามีเงิน ทุกอย่างก็ง่าย ฆ่ายิวสักสองสามคน จ้างคนกลุ่มหนึ่ง ใช้อาวุธจากประเทศญี่ปุ่นโจมตีซาอุแล้วก่อนจะถอนตัว ก็ทิ้งศพยิวไว้ให้เห็นอย่างจงใจ”

“แม้แต่ศพก็ยังมีประโยชน์!”

ได้ยินคำพูดของคุณอา เสิ่นหลินพลันนึกถึงประโยคหนึ่งที่เหมือนจะหลุดมาจากตำราทางการค้า

“สงครามทางธุรกิจที่แท้จริง มักเรียบง่ายไร้สีสัน”

และ“แผนการทางการเมืองที่แท้จริง ก็ไม่ซับซ้อนแต่อย่างใด”

บางที สำหรับคนนอก เรื่องทั้งหมดนี้อาจดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ถ้าในบรรดาทหารที่เข้าร่วมป้องกันประเทศซาอุมีทหารจากประเทศจีนรวมอยู่ด้วยล่ะ?

ถ้าเช่นนั้น ในเวทีสหประชาชาติ คนที่พูดอะไรแล้วมีน้ำหนักที่สุด ก็คือประเทศจีน

แล้วถ้ามีคนถามว่าแบบนี้มันไม่ใช่การเป็นอันธพาลเหรอ?

คำตอบก็คือมันธรรมดามาก ใครใช้ให้คุณไม่ใช่หนึ่งในห้าชาติสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงล่ะ?

อย่างไรก็ตาม เสิ่นหลินไม่ได้ขบคิดเรื่องนี้ต่อมากนัก สำหรับหวังเหมา เขาเชื่อว่าอีกฝ่ายต้องยอมตกลงแน่นอน และที่สำคัญ เสิ่นหลินยังมีวิธีขนส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ดีกว่าเดิมเสียอีก แค่ต้องทำหลายรอบก็เท่านั้น

เขาไม่ปล่อยให้ความคิดฟุ้งซ่านถ่วงเวลา รีบมุ่งหน้ากลับไปยังโรงแรมมทันที ขณะนั้นลีจีแจก็ถูกพาตัวออกไปเรียบร้อยแล้ว

เรื่องราวทั้งหมดถือว่าปิดฉากลง

ในเวลานั้น หนี่เส้าฝงหันมามองเสิ่นหลินแล้วถามว่า

“พี่ชาย แล้วเราจะไปไหนกันต่อ?”

เสิ่นหลินเตะเขาเข้าให้หนึ่งทีอย่างแรงก่อนจะตอบเสียงห้วน

“ลงนรกไปเลย! พาคนของนายไปช่วยพี่นายจัดการเรื่องให้เสร็จไป!”

เขายกเท้าสะบัดใส่อีกฝ่ายอย่างเอือมระอา จากนั้นก็พูดเสริมต่อ

“ส่วนฉันจะไปหาความสนุกสักหน่อย คืนนี้พวกนายก็หาความสุขกันเอาเองไปก่อนนะ แล้วถ้าเจอฉินเฟิงกับพวกบอกพวกเขาว่าพรุ่งนี้เราจะไปประเทศญี่ปุ่น!”

“โอเค!”

หนี่เส้าฝงตอบรับทันที จากนั้นก็พาเฉินเทาและคนอื่นออกไป

ในจังหวะนั้นเปาซื่อจวินก็เดินเข้ามาหาเสิ่นหลิน ยกมือทักทายด้วยรอยยิ้ม

“เสิ่นหลิน ครั้งหน้าถ้ามีเวลา สอนฉันเล่นพนันหน่อยนะ วันนี้แค่มาดูสนุก ๆ ก็พอแล้ว ฉันจะกลับละ เอ้อว่าแต่อยากได้เรือยอชต์ไหม?”

เขาพูดพลางเหลือบตามองหยางมี่ที่ยืนเกาะแขนเสิ่นหลินอยู่ สีหน้าของเปาซื่อจวินดูมีความนัยชัดเจน

เสิ่นหลินไม่ได้ตอบในทันที แต่หันไปมองผู้ช่วยของเขา ซานซืออวี่

“ซืออวี่ ตอนนี้เรือยอชต์ที่แม่ซื้อให้ฉันอยู่ที่ไหนแล้ว?”

หญิงสาวพยักหน้ารับเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแฝงความเคารพ

“คุณเสิ่นคะ ขณะนี้เรือยอชต์จอดอยู่ที่ท่าเรือเซียะเหมินค่ะ”

ได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของเสิ่นหลินก็เปล่งประกายขึ้นทันที จากนั้นก็หันไปหาเปาซื่อจวิน

“ขอบใจนะพี่เปาแต่ฉันว่าไปดูเรือยอชต์ของตัวเองดีกว่า!”

“ฮ่าฮ่าฮ่า ดีเลย โอกาสดีพอดีจะได้ลองดูว่าเหมาะไหม ถ้าไม่เหมาะก็ว่ามาเลย อยากเพิ่มอุปกรณ์อะไรก็บอก ฉันลากกลับฮ่องกงไปติดตั้งให้หมด!”

“อืม ไว้ติดต่อกันอีกทีละกัน!”

“ตกลง ติดต่อกันเมื่อมีเวลา!”

ทั้งสองจับมือกันแน่น ก่อนที่เปาซื่อจวินจะจากไป

เสิ่นหลินหันไปหาหยางมี่ แล้วพูดด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“ไปเล่นบนเรือยอชต์ของฉันกัน!”

หยางมี่พอได้ยินก็หน้าแดงจัด รู้ดีว่า เล่น ที่เขาพูดหมายถึงอะไร แต่ก็พยักหน้ารับเบา ๆ อย่างประหม่า

เสิ่นหลินโอบเอวเธอไว้แน่น ก่อนจะพาเธอออกจากห้องวีไอพีของคาสิโน

ในตอนนั้นเอง เหอเชาเหลียนก็เดินเข้ามาด้วยท่าทางสง่างาม มือถือเอกสารชุดหนึ่งไว้พร้อมรอยยิ้ม

“คุณเสิ่น นี่คือข้อตกลงที่เราเคยพูดกันไว้ค่ะ”

เธอยื่นเอกสารการโอนหุ้น 35% ที่เคยตกลงไว้กับเสิ่นหลินให้

เสิ่นหลินเพียงแค่กวาดตามองเอกสารนั้น แล้วก็ส่งต่อให้กับซานซืออวี่ทันที

“จัดการให้ฉันด้วย!”

“รับทราบค่ะ คุณเสิ่น!”

“คุณเหอ หากมีคำถามหรือต้องการติดต่อในภายหลัง ก็สามารถติดต่อผู้ช่วยของผมได้เลย”

เสิ่นหลินกล่าวพร้อมกับแนะนำผู้ช่วยของตนให้รู้จักกับเหอเชาเหลียน ทั้งสองพยักหน้าให้กันอย่างสุภาพ

และในขณะนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นหลังจากเสิ่นหลินพูดจบ

“คุณเสิ่น พอจะสะดวกไปรับประทานอาหารด้วยกันสักมื้อไหมคะ?”

เมื่อเสิ่นหลินหันไปมอง ก็เห็นว่าคนที่พูดไม่ใช่ใครอื่น นอกจากเหอเชาซิน

เสิ่นหลินโอบเอวบางของหยางมี่ไว้แน่น หันไปมองเหอเชาซินพร้อมกับรอยยิ้มบางบนใบหน้า

“คุณหนูเหอ วันนี้ผมนัดไว้แล้ว ถ้าคุณไม่รังเกียจ จะลองนัดผมพรุ่งนี้ก็ได้แต่ว่าพรุ่งนี้ผมก็อาจจะไม่ว่าง งั้นไว้เจอกันวันหลังนะครับ”

เขาพูดด้วยท่าทีรื่นเริงไร้ความกังวลแม้แต่น้อย ไม่สนใจเลยว่าเหอเชาซินจะคิดอย่างไร จากนั้นก็โอบหยางมี่เดินออกจากห้องรับรองทันที

เหอเชาซินยืนมองแผ่นหลังของเสิ่นหลินที่กำลังเดินห่างไป ดวงตาแฝงไว้ด้วยความไม่ยินยอมและหงุดหงิด

ในตอนนั้นเอง เหอเชาเหลียนก็เดินเข้ามาใกล้พร้อมรอยยิ้มบาง มองน้องสาวด้วยแววตาแปลกใจปนล้อเลียน

“เป็นอะไรไปล่ะ? ทำไมอารมณ์เป็นแบบนี้?”

“ใครกันจะไปหวั่นไหวกับผู้ชายแบบนั้น! ก็แค่ทายาทเศรษฐีบ้านรวยคนหนึ่ง เป็นเพลย์บอยน่ารังเกียจคนหนึ่ง ฉันแค่ชวนเขาทานข้าวเพื่อขอโทษเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้เท่านั้น อย่าคิดมาก!”

เหอเชาซินแสดงสีหน้าหงุดหงิดอย่างชัดเจน แต่เหอเชาเหลียนกลับหัวเราะเบา ๆ เอามือปิดปากแล้วพูดว่า

“ขอโทษก็ขอโทษ แต่เธอก็ต้องขอโทษคุณเสิ่นจริง ๆ นั่นแหละ พี่รู้เรื่องทั้งหมดในคาสิโนวันนี้แล้วนะ!”

เธอพูดพลางจ้องตาน้องสาวอย่างมีนัย

“พรุ่งนี้ไปทานอาหารเช้ากับคุณเสิ่นด้วยกันสิ จะพูดอะไรก็พูด พี่ว่าเขาไม่ใช่คนใจแคบหรอกนะ!”

เหอเชาเหลียนพูดพลางส่งสายตาให้กำลังใจ เธอหวังให้น้องสาวตนได้มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเสิ่นหลิน ส่วนหยางมี่น่ะหรือ?

เธอไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย

เพราะในแวดวงชั้นสูงอย่างพวกเธอ ผู้หญิงที่ชายมีได้มากกว่าหนึ่งคนมันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ทุกคนเกิดมาในตระกูลร่ำรวย พ่อของพวกเธอหลายคนก็ไม่ได้มีแค่ภรรยาเดียวเสียหน่อย

สิ่งที่สำคัญในระดับชั้นนี้คือฐานะทางครอบครัวที่เหมาะสมต่างหาก

บางทีตระกูลเหออาจจะช่วยอะไรเสิ่นหลินในทางการเมืองไม่ได้ แต่ในวงการธุรกิจนั้นยังพอมีน้ำหนักอยู่มาก

นั่นแหละคือข้อดีของการมี พื้นเพที่ดี

เหอเชาซินฟังแล้วก็ไม่พูดอะไร เพียงแค่จ้องพี่สาวของตนสักพัก ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปอย่างเงียบงัน

อีกด้านหนึ่ง เสิ่นหลินเดินออกจากแกรนด์ลิสบัวโดยมีหยางมี่ซบไหล่อยู่เคียงข้าง ขณะนั้น รถแม็คลาเรน 720S  ซึ่งซานซืออวี่เตรียมไว้ให้ ก็มาจอดรออยู่หน้าทางเข้า

เสิ่นหลินพาหยางมี่ขึ้นรถอย่างไม่รีรอ

หลังจากขึ้นรถได้ เขาก็เปิดหลังคารถเปิดประทุนของ 720S เสียงเครื่องคำรามดังก้อง เขาเหยียบคันเร่งมุ่งหน้าสู่ชายหาด

หยางมี่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับอย่างรู้หน้าที่ เธอค่อย ๆ ขยับต้นขาเบียดเข้าใกล้เสิ่นหลินอย่างแนบแน่น

เสิ่นหลินยิ้มมุมปาก ก่อนจะลูบต้นขาเธอเบา ๆ อย่างไม่ลังเล

ใคร ๆ ก็ว่าขับเฟอร์รารี่ด้วยมือเดียวได้ แต่แม็คลาเรนก็ไม่ต่างกัน

ไม่นาน รถก็แล่นมาถึงริมชายหาด ข้างหน้าเขาคือเรือยอชต์ลำมหึมา ใหญ่เกินจินตนาการของใครก็ตามที่เคยเห็นมาก่อน

เรือลำนี้มีถึงห้าชั้น และบนดาดฟ้าหลังยังมีเฮลิคอปเตอร์จอดอยู่

ชื่อของเรือลำนี้คือ ซื่อเอ๋อร์

เสิ่นหลินรู้ทันทีว่านี่คือชื่อที่แม่ของเขาเป็นคนตั้งให้ และมีความหมายเฉพาะในความทรงจำของเขา

ด้วยการจัดการของทีมผู้ช่วย เสิ่นหลินพาหยางมี่ขึ้นเรือยอชต์สุดหรูของเขา

หยางมี่เคยขึ้นเรือยอชต์มาก่อนก็จริงแต่ไม่เคยเจอเรือที่มีขนาดมหึมาและหรูหราเช่นนี้

มันใหญ่มาก ใหญ่จนเกินความคาดหมาย และมันทำให้เธอเข้าใจได้ทันทีว่าชายตรงหน้าเธอนั้นแข็งแกร่งเพียงใด

เสียงเรือดังขึ้น และเรือค่อย ๆ แล่นออกจากฝั่ง มุ่งหน้าสู่ทะเลอย่างเงียบงัน

บนเรือยอชต์นี้ มีเพียงเสิ่นหลินและหยางมี่เท่านั้น และคนขับเรือก็คือเสิ่นหลินเอง

คืนนี้ เขาตั้งใจจะเล่นสนุกกับหยางมี่ให้เต็มที่

เรือแล่นสู่เขตน่านน้ำไร้ผู้คน ไม่มีสิ่งใดขวางกั้น

เสิ่นหลินหันมามองหยางมี่ซึ่งหน้าแดงระเรื่ออยู่ตรงหน้า เธอพยักหน้าอย่างเขินอาย จากนั้นก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดบิกินีทันทีต่อหน้าเขา

ลวดลายลายเสือ มีประดับไข่มุกแวววาว

เสิ่นหลินถึงกับตาค้าง เขาพึ่งรู้ว่าเธอใหญ่ขนาดไหน

จากนั้น เขาอุ้มหยางมี่ไว้ในอ้อมแขน เดินพาเธอไปยังสระน้ำพุร้อนที่อยู่หน้าดาดฟ้าเรือ

ขวดแชมเปญถูกเปิดออก พร้อมเสียงดัง “ป็อก!”

เขาดื่มพลางกอดหยางมี่ไว้แน่น ขณะที่ทั้งสองแช่น้ำพุร้อนชมวิวทะเลกว้าง

เสียงคลื่นซัดกระทบดาดฟ้าเรือเป็นจังหวะ น้ำพัดขึ้นลงอย่างช้า ๆ เคล้าคลึงอารมณ์

หลังจากแช่น้ำพุร้อนได้สักพัก เสิ่นหลินก็อุ้มหยางมี่ขึ้นมาอีกครั้ง หยางมี่หน้าแดงระเรื่อ กอดคอเขาแน่นอย่างวางใจ

เขาอุ้มเธอเดินตรงไปยังห้องนอนของเรือยอชต์

แล้วโยนร่างเธอลงบนเตียงทันที

หยางมี่มองเขาด้วยสายตาเปล่งประกาย พูดเสียงเบาด้วยน้ำเสียงแฝงความเสน่หา

“พี่หลิน พี่นี่มันร้ายจริง ๆ นะ”

จบบทที่ บทที่ 232 ชีวิตก็ช่างรื่นรมย์เช่นนี้ (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว