เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 183 เผชิญหน้าในงานเลี้ยง (1) (ฟรี)

บทที่ 183 เผชิญหน้าในงานเลี้ยง (1) (ฟรี)

บทที่ 183 เผชิญหน้าในงานเลี้ยง (1) (ฟรี)


พอเสียงของเสิ่นเสวี่ยจวินจบลง

วินาทีถัดมา แสงไฟอีกดวงก็ส่องไปยังบันไดในห้องจัดเลี้ยง

ท่ามกลางสายตาของคนใหญ่คนโตทั้งเมืองหลวง

หนี่เวยจับมือเสิ่นหลินไว้แน่น แล้วค่อย ๆ เดินขึ้นบันไดไปด้วยกัน

ทันทีที่ทุกคนเห็นสองคนนั้น ก็เริ่มกระซิบกระซาบกันทันที

“นั่นใช่ทายาทคนต่อไปของตระกูลเสิ่นรึเปล่า?”

“ใช่ ดูหล่อมากเลย แถมดูมีพลังสุด ๆ!”

“โอ้โห คนอะไรหล่อชะมัด!”

“หน้าเหมือนกันเลยอ่ะ”

……

ในขณะที่ทุกคนกำลังซุบซิบกันอยู่นั้น

มุมหนึ่งของห้อง สาวคนที่ทำแก้วหล่นก่อนหน้านี้กำลังเอามือปิดปาก ดวงตาเบิกกว้าง มองไปที่ผู้ชายคนนั้นที่กำลังเป็นจุดสนใจอยู่บนบันได

ร่างนั้นคุ้นเคยมาก

ใบหน้านั้นเธอฝันถึงมันอยู่บ่อย ๆ

“เสิ่นหลิน เป็นนายจริง ๆ เหรอ?”

หลิวชูยาแทบพูดไม่ออก

แล้วในตอนนั้นเอง ก็มีมือหนึ่งแตะลงบนไหล่ของเธอเบา ๆ

“คุณหลิวเราเจอกันอีกแล้วนะครับ”

หลิวชูยาหันขวับไปมอง ก่อนจะเห็นใบหน้าที่มีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่ เธอก้าวถอยหลังไปโดยอัตโนมัติ

“สวัสดีค่ะ คุณหลี่”

ผู้ชายตรงหน้าหลิวชูยา ก็คือ หลี่มู่เฟิง

หลี่มู่เฟิงล้วงมือไว้ในกระเป๋ากางเกง มองหลิวชูยาด้วยสายตาเจ้าเล่ห์

“คุณหลิว อนุญาตให้ผมชวนคุณเต้นรำได้ไหมครับ?”

“ขอโทษนะคะ คุณหลี่ตอนนี้ฉันไม่ค่อยสบาย ขอตัวก่อนค่ะ!”

พูดจบหลิวชูยาก็รีบเดินไปทางห้องน้ำทันที

หลี่มู่เฟิงก้มหน้าเล็กน้อยก่อนจะหันกลับ พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ล้วงกระเป๋าไว้เหมือนเดิม สายตาจ้องตามหลิวชูยาที่เดินหายไปทางห้องน้ำ

“น่าสนใจดีแฮะ”

…..

และตอนนี้ทุกสายตาก็ยังคงจับจ้องอยู่ที่เสิ่นหลินกับหนี่เวย

ราวกั้นตรงชั้นสอง

ตอนที่จ้าวหยวนเจิ้นเห็นเสิ่นหลินครั้งแรก เขาขมวดคิ้วนิด ๆ แววตาดูจริงจังขึ้นมาทันที

เพราะเขาสัมผัสได้ถึงพลังบางอย่างในตัวเสิ่นหลิน ความมั่นใจแรงกล้าที่แผ่ออกมาโดยไม่ต้องพยายาม

แม้ว่าเสิ่นหลินจะดูอายุน้อย แต่รัศมีรอบตัวเขาทำให้คนลืมไปเลยว่าเขายังเด็ก

คนคนนี้ไม่ธรรมดาแน่ ๆ

นั่นคือความประทับใจแรกของจ้าวหยวนเจิ้นที่มีต่อเสิ่นหลิน

พอเขาหันไปมองซางกวนไคกับเซวี่ยหนิงชิง แล้วเห็นทั้งคู่ทำตัวเหมือนทุกอย่างปกติไม่มีอะไรเกิดขึ้น จ้าวหยวนเจิ้นก็รู้ทันที

สองคนนั้นยังมองไม่ออกว่าเสิ่นหลินไม่ใช่คนธรรมดา

จ้าวหยวนเจิ้นยิ้มมุมปากแบบเจ้าเล่ห์ดูท่าว่าจะมีอะไรสนุก ๆ ให้ดูแล้วสิ

คิดได้แบบนั้น เขาก็ก้มมองมือตัวเองที่เต็มไปด้วยรอยแผล

นี่แหละคือเหตุผลหลักที่เขามองคนออก

จ้าวหยวนเจิ้นไม่ใช่คนที่ใช้แต่สมองอย่างที่คนอื่นลือกันหรอก เอาเข้าจริง เขาแค่โชว์ด้านวางแผนให้คนนอกเห็น ส่วนอีกด้านด้านที่เขาใช้กำลังเขาไม่เคยเปิดเผยให้ใครรู้เลย

…..

กลางงานเลี้ยง หนี่เวยพาเสิ่นหลินเดินตรงมาหาเสิ่นเสวี่ยจวิน

เสิ่นเสวี่ยจวินยิ้ม แล้วจับมือเสิ่นหลินเอาไว้ จากนั้นก็หันไปมองคนทั้งห้องแล้วพูดขึ้นว่า

“ทุกคน นี่คือลูกชายของฉัน ฝากดูแลเขาด้วยนะครับ”

จากจุดนี้แหละเสิ่นหลินจึงนับว่ากลับเข้าบ้านตระกูลเสิ่นอย่างเป็นทางการ

งานเลี้ยงต้อนรับกลับบ้าน เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ!

หนี่เวยพาเสิ่นหลินเดินวนไปรอบ ๆ งาน ทักทายเหล่าผู้มีอิทธิพล

เสิ่นหลินดูจะเข้ากับพวกผู้ใหญ่เหล่านี้ได้สบาย ๆ พูดจาก็คล่องแคล่ว จนทำให้ผู้ใหญ่หลายคนรู้สึกถูกชะตากับเขาเข้าอย่างจัง

และไม่ใช่แค่ผู้ใหญ่กลุ่มหนุ่มสาวที่ยืนข้างพ่อแม่ ร่วมทักทายเสิ่นหลินกับหนี่เวย ก็มองเสิ่นหลินด้วยแววตาเป็นประกาย

ก็นะ คนคนนี้น่ะ เจ้าชายตัวจริงเสียงจริง เลยล่ะ

ที่สำคัญคือเป็นเจ้าชายที่ยังไม่มีฝ่ายของตัวเองด้วย

ไม่แปลกเลยที่บางคนเริ่มมีแผนในใจอยากจะเข้าหาเสิ่นหลินไว้ก่อน

อีกด้านหนึ่ง หลี่มู่เจี๋ยยืนอยู่กลางงาน จิบแชมเปญไป สายตาจับจ้องมาที่เสิ่นหลิน

ได้ยินคนรอบตัวพากันชมไม่ขาดปาก หลี่มู่เจี๋ยก็แค่นหัวเราะเบา ๆ อย่างดูถูก

แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะลงมือ

ไม่นานนัก หนี่เวยพาเสิ่นหลินแนะนำให้รู้จักกับทุกคน แล้วจึงพากลับมายังจุดศูนย์กลางของงาน

ตอนนั้นเอง เสิ่นหลินก็เห็นเสิ่นฮุ่ย เสิ่นชู่ เสิ่นเหมิน และญาติคนอื่น ๆ จากตระกูลเสิ่นทยอยออกมา

ทุกคนมายืนอยู่ด้านหน้า ยิ้มให้เขา แล้วโบกมือเรียก

จากนั้นครอบครัวก็มาถ่ายรูปรวมกันตรงหน้าทุกคน

เสิ่นเสวี่ยจวินยกมือขึ้น ก่อนประกาศเสียงดัง

“ฉันขอประกาศว่างานเลี้ยงเริ่มอย่างเป็นทางการแล้ว!”

ทันทีที่พูดจบ บุฟเฟ่ต์ก็เริ่มเสิร์ฟ เพลงเปิดก็เริ่มขึ้น

ทุกคนสามารถเดินเล่น พูดคุย หรือเต้นรำได้ตามสบาย

แต่เสิ่นหลินเขาไม่ชอบงานแบบนี้เลยสักนิด ต้องแกล้งยิ้ม แกล้งคุยไปหมด

“พี่ ไปสูบบุหรี่ข้างนอกกันมั้ย?”

เสิ่นหลินหันไปพูดกับเสิ่นฮุ่ย

“ตอนนี้ไปไม่ได้ว่ะ” เสิ่นฮุ่ยตอบทันที

เสิ่นฮุ่ยหันมายิ้มให้เสิ่นหลิน ส่วนเสิ่นชู่ก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็น ๆ ว่า

“หมามันมาแล้ว”

พอได้ยินแบบนั้น เสิ่นหลินก็เงยหน้าขึ้น แล้วก็เห็นชายหนุ่มร่างใหญ่ หัวเกรียน เดินตรงเข้ามาช้า ๆ

“นั่นหลี่มู่เจี๋ย จากตระกูลหลี่”

ตอนนั้นเอง เสิ่นเหมินก็เดินเข้ามาใกล้แล้วกระซิบเตือนเบา ๆ

เสิ่นหลินพยักหน้าเบา ๆ

เขาหันไปมองอีกฝ่าย แต่พอเห็นชัด ๆ เขาก็ชะงักไปเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะหน้าตาของหลี่มู่เจี๋ยหรอกแต่เพราะเสิ่นหลินสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง

ในกลุ่มคนที่เดินตามหลี่มู่เจี๋ยมา มีชายบางคนที่ดูมีออร่าแบบทหาร เดินปะปนมากับแขกในงานสายตาเฉียบคม ท่าทางไม่น่าไว้ใจ

เสิ่นหลินหรี่ตาลงอย่างระแวดระวังทันที

เพราะเขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมาแบบมิตรหรือศัตรู ที่สำคัญคือ คนพวกนั้นดูไม่เหมือนจะอยู่ฝั่งเดียวกับหลี่มู่เจี๋ยด้วยซ้ำ

เสิ่นหลินเริ่มระวังตัวในใจเขารู้แล้วว่าวันนี้อาจจะไม่ใช่งานสบาย ๆ อย่างที่คิด

เขากำลังจะเตือนพี่ชายสองคนของเขา แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร หลี่มู่เจี๋ยก็เดินมาถึงตรงหน้าพวกเขาแล้ว

สายตาหลี่มู่เจี๋ยจับจ้องเสิ่นหลินด้วยความสนใจ

ทั้งงานนี้ เสิ่นหลินคือจุดเด่นก็จริง แต่คนอย่างหลี่มู่เจี๋ยที่มาจากหนึ่งในเจ็ดตระกูลใหญ่ก็เป็นพระเอก"ของงานเหมือนกัน

แน่นอนว่าสายตาหลายคู่จับจ้องอยู่

ทันทีที่หลี่มู่เจี๋ยเดินเข้าหาเสิ่นหลิน ผู้คนในงานก็ต่างเริ่มมองมาทางนี้

“คุณชายหลินเพิ่งกลับมาเองตระกูลหลี่นี่รีบจังเลยนะ มาหาเรื่องเขาเลยเหรอ?”

“นั่นมันหลี่มู่เจี๋ยนี่แบบนี้คุณชายหลินน่าจะเจองานเข้าแล้วล่ะ”

“เขาจะกล้าเหรอ? บนเวทีท่านเสิ่นก็ยังอยู่เลยนะ”

“นายไม่เข้าใจหรอก ปกติพวกผู้ใหญ่จะไม่เข้ามายุ่งกับเรื่องระหว่างรุ่นหลานตรง ๆ หรอก รุ่นหลานเขาต้องเคลียร์กันเอง”

“อ๋อ เข้าใจละ!”

ทุกคนเริ่มเข้าใจสถานการณ์ทันที ตอนแรกยังแปลกใจอยู่ว่าใครกันนะ กล้าหาเรื่องตระกูลเสิ่นต่อหน้าผู้อาวุโสขนาดนั้น

ไม่นึกว่าจะเป็นหลี่มู่เจี๋ยจากตระกูลหลี่จริง ๆ

พอเห็นว่าทั้งสองฝ่ายเริ่มมีบทสนทนา คนรอบ ๆ ก็พากันมองมาทางนี้ แต่ไม่มีใครกล้าแสดงออกอะไรมากนัก

เพราะตอนนี้มันชัดเจนแล้วว่า ศึกระหว่างตระกูลเสิ่นกับตระกูลหลี่ กำลังถูกปล่อยให้รุ่นสามจัดการกันเอง

ถ้าใครพูดผิดแม้แต่นิดเดียว แล้วทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่พอใจขึ้นมา

ผลลัพธ์ที่ตามมาคงไม่ใช่อะไรที่พวกเขารับไหวแน่

หลี่มู่เจี๋ยมองหน้าเสิ่นหลิน ก่อนจะหันไปส่งยิ้มกวน ๆ ให้เสิ่นฮุ่ยกับเสิ่นชู่

“พี่ชู่ พี่ฮุ่ย ไม่เจอกันนานเลยนะ!”

“มู่เจี๋ย ไม่เจอกันนาน ขอบคุณที่แวะมาร่วมแสดงความยินดีกับน้องชายฉันด้วยนะ” เสิ่นฮุ่ยตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่ดูไม่ค่อยจะจริงใจนัก

จบบทที่ บทที่ 183 เผชิญหน้าในงานเลี้ยง (1) (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว