เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 105 วันธรรมดาแสนธรรมดา (ฟรี)

บทที่ 105 วันธรรมดาแสนธรรมดา (ฟรี)

บทที่ 105 วันธรรมดาแสนธรรมดา (ฟรี)


เสิ่นหลินขับเบนท์ลี่ย์ คอนติเนนตัล จีที นำหน้าคณะของถงจิ่งเฉิง มุ่งหน้าไปยังร้านอาหารส่วนตัวริมแม่น้ำ

ทันทีที่จอดรถ เสิ่นหลินก็เห็นเซี่ยเหร่า ยืนรออยู่ที่หน้าประตูแล้ว

เขาพาถงจิ่งเฉิงกับคนอื่น ๆ เดินตามกันมาจนถึงทางเข้า

เซี่ยเหร่ายิ้มออกมาต้อนรับทันที

“เสิ่นหลิน ไม่เจอกันตั้งนานเลยนะ นึกว่าจะลืมพี่ไปแล้วซะอีก”

เสิ่นหลินยิ้มตอบอย่างสนิทสนม

“ใครจะกล้าลืมพี่ได้ล่ะครับ พี่ยังสวยเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนเลย วันนี้พาเพื่อน ๆ มาทานข้าวด้วยกันนิดหน่อยครับ”

ทั้งสองต่างพูดคุยกันด้วยท่าทีเป็นกันเอง โดยไม่มีใครเอ่ยถึงเรื่องของฟางหยวนแม้แต่น้อย

“พี่จัดห้องไว้ให้เรียบร้อยแล้วนะ พอดีวันนี้มีเมนูใหม่ด้วย วัตถุดิบสด ๆ ส่งตรงจากนิวซีแลนด์เลย นายต้องลองชิมแล้วบอกพี่หน่อยว่าเป็นยังไงบ้าง”

เซี่ยเหร่าเชิญเสิ่นหลินกับเพื่อน ๆ เข้าไปในห้องส่วนตัว เสิ่นหลินพยักหน้าแล้วยิ้มตอบ

“มาถูกวันจริง ๆ ด้วยสิครับ”

เซี่ยเหร่ายิ้มขำก่อนพูดต่อ

“พี่ก็ว่างั้น ตอนเดินออกจากบ้านเช้านี้ได้ยินเสียงนกกางเขนร้อง พี่ก็รู้เลยว่าวันนี้ต้องเจอคนสำคัญแน่ ๆ”

เมื่อทั้งหมดเข้ามาในห้องส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว เซี่ยเหร่าหันมาบอกเสิ่นหลินด้วยน้ำเสียงอบอุ่น

“โอเค งั้นตามสบายเลยนะ คุยเล่นกันให้สนุก”

เสิ่นหลินยิ้มรับ

“ขอบคุณครับพี่ นี่แค่มาทานข้าวชิล ๆ”

“งั้นพี่ไม่รบกวนแล้วนะ เชิญตามสบายเลย”

พูดจบ เซี่ยเหร่าก็ยิ้มพลางเดินออกจากห้อง ปล่อยให้น้องชายและแขกพูดคุยกันตามอัธยาศัย

ตอนนั้นเอง เคอหย่งก็หัวเราะแล้วพูดขึ้นว่า

“วันนี้ต้องขอบคุณคุณชายหลินจริง ๆ ปกติผมนัดที่นี่ไม่ได้เลยนะ”

“พี่หย่ง ที่นี่ดีขนาดนั้นเชียวเหรอ?”

ถงจิ่งเฉิงถามขึ้นด้วยความสงสัย

เคอหย่งหันไปมองเขาแล้วยิ้มตอบ

“อย่ามองข้ามร้านพี่สาวเหร่านะ ทั้งเมืองหางโจว คนใหญ่คนโตจองกันทุกวัน แม้แต่นายกเทศมนตรีหรือคนจากคณะกรรมการพรรคยังอาจไม่ได้คิวเลย”

พอได้ยินแบบนั้น หลี่อี้โก่วกับถงจิ่งเฉิงก็หันไปมองหน้ากัน

ขนาดนั้นเลย?

แต่ทุกคนก็เริ่มรู้สึกอยากรู้มากขึ้นว่าเสิ่นหลินเป็นใครกันแน่ ทว่าไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา

เพราะต่างก็รู้กาลเทศะดี

เสิ่นหลินโบกมือเบา ๆ

“กลางวันแบบนี้ ดื่มกันสักหน่อยดีไหม?”

เสิ่นหลินมองพวกเขาแล้วยิ้มถาม

“ทุกอย่างให้คุณชายหลินจัดการเลยครับ!”

หลี่อี้โก่วตอบพร้อมรอยยิ้ม เมื่อเห็นแบบนั้น เสิ่นหลินก็เรียกพนักงานทันที

“ขอ   แกรนด์ ครู มงราชเช่”

“ได้เลยค่ะ คุณชายหลิน!”

พนักงานรับคำแล้วเดินออกไป หลี่อี้โก่วถึงกับตะลึง รีบพูดขึ้นว่า

“คุณชายหลิน แบบนี้ไม่ได้หรอกครับ ดื่มอะไรธรรมดาก็พอ อันนี้มันแพงเกินไปแล้ว!”

เขารู้สึกตะลึงกับความเอื้อเฟื้อของเสิ่นหลินอย่างแท้จริง แม้ตัวเขาเองจะไม่ใช่คนจน แต่การจะดื่มไวน์คุณภาพขนาดนี้ตั้งแต่พบกันครั้งแรกก็ยังรู้สึกเกรงใจอยู่ดี

ถงจิ่งเฉิงก็ทำท่าจะพูด แต่เคอหย่งก็เอ่ยขึ้นก่อนว่า

“พอแล้วน่า อี้โก่ว เรื่องแค่นี้สำหรับคุณชายหลินมันธรรมดา เมื่อคราวก่อนเราไปที่ คาราโอเกะ คุณชายหลินหมดไปสองล้านกว่าภายในคืนเดียว”

ถ้าเป็นครั้งแรกที่เจอเสิ่นหลิน เขาเองก็คงจะรู้สึกเกรงใจเหมือนกัน

แต่พอเจอกันบ่อยเข้าก็รู้ว่าความใจป้ำระดับนี้คือ มาตรฐาน ของเสิ่นหลินจริง ๆ

พอฟังดังนั้น หลี่อี้โก่วกับถงจิ่งเฉิงก็มองหน้ากัน ก่อนจะยิ้มแหย ๆ แล้วพยักหน้าอย่างจนคำจะพูด

ไม่นาน อาหารก็ถูกนำมาเสิร์ฟ ทุกจานล้วนหน้าตาน่ากินและรสชาติเยี่ยม

เสิ่นหลินให้พนักงานรินไวน์ที่แช่ไว้จนได้ที่ แล้วหยิบแก้วขึ้น

“ดีใจที่ได้รู้จักพวกนายนะ ต่อไปก็มาเที่ยวด้วยกันบ่อย ๆ ฉันไม่ใช่คนใหญ่คนโตอะไร ถ้าเที่ยวด้วยกันได้ก็เที่ยว ถ้าไม่ก็แยกย้าย ไม่มีปัญหา”

“คุณชายหลินพูดได้ดีจริง ๆ!”

“ใช่เลย ๆ!”

ถงจิ่งเฉิงกับหลี่อี้โก่วยิ้มตอบ ก่อนจะยกแก้วชนกันแล้วดื่ม

จากนั้นเสิ่นหลินก็หันไปมองถงจิ่งเฉิง พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“คราวหน้า ฉันจะแวะไปที่บาร์นาย หาเด็กสักสองสามคน”

“ฮ่า ๆ ๆ ดูท่าว่าคุณชายหลินก็สายเดียวกันเลยนะครับ! แค่บอกคำเดียว ผมไปอยู่เป็นเพื่อนถึงที่แน่นอน!”

ถงจิ่งเฉิงหัวเราะตอบ

“ว่าแต่ อี้โก่ว คราวหน้าถ้าฉันไปหรงเฉิง จะไปหานายนะ”

เสิ่นหลินพูดพลางยกแก้ว มองหลี่อี้โก่วแล้วยิ้ม

“แน่นอนครับ ขอแค่คุณชายหลินไป ผมยินดีต้อนรับเต็มที่”

ทั้งสองคนยกแก้วชนกันในอากาศ

หลังจากคุยกันสักพัก ทุกคนก็เริ่มสนิทกันมากขึ้น บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความเป็นกันเอง

หลังมื้ออาหาร เสิ่นหลินดูเวลาแล้วพูดขึ้น

“บ่ายนี้ฉันมีธุระ ไม่อย่างนั้นคงได้ไปต่อคืนนี้ เอาไว้คราวหน้านะ”

“ไม่เป็นไรเลยครับ คุณชายหลิน งานมาก่อนอยู่แล้ว ติดต่อมาเมื่อไหร่ก็ได้!”

“พวกเราก็อยู่หางโจวเหมือนกัน โทรมาเมื่อไหร่ก็พร้อมไปทันที!”

ถงจิ่งเฉิงเองก็เริ่มรู้สึกชื่นชอบเสิ่นหลินอยู่ไม่น้อย อย่างน้อยจากที่เขาเคยเจอพวกทายาทรุ่นสอง เสิ่นหลินนับว่าเป็นคนที่ไม่เย่อหยิ่งเลยแม้แต่นิดเดียว กลับดูเป็นกันเองอย่างมาก

เสิ่นหลินยิ้มพยักหน้า

หลังจากส่งทั้งสามคนขึ้นรถกลับไป เสิ่นหลินกำลังจะเดินออกจากร้าน ทันใดนั้นเซี่ยเหร่าก็เดินเข้ามาพร้อมถือกล่องของขวัญสองกล่องในมือ

“เสิ่นหลิน รอก่อน”

“หืม?”

เสิ่นหลินหันมามองเธอด้วยความแปลกใจ

เซี่ยเหร่ายิ้ม แล้วเรียกให้ลูกน้องช่วยเอากล่องของขวัญสองกล่องไปใส่ไว้ในรถของเสิ่นหลิน ก่อนจะพูดขึ้น

“ขอบคุณเรื่องที่ช่วยจัดการเรื่องของฟางหยวนคราวที่แล้วนะ นี่เป็นของเล็ก ๆ น้อย ๆ จากพวกเรา ไม่ใช่ของมีราคาหรอก แค่ไวน์ดี ๆ ไม่กี่ขวด รู้ว่านายชอบดื่มก็เลยเลือกมาให้”

“พี่สาว พวกเราเป็นคนกันเอง จะว่าไปแล้ว ผมต่างหากที่ควรขอบคุณ ถ้าไม่ใช่เพราะพี่ ตอนนี้ผมก็คงยังเป็นเด็กกำพร้าอยู่เลย”

พอได้ยินแบบนั้น เซี่ยเหร่าก็ยกมือปิดปากหัวเราะ ก่อนจะตบไหล่เขาเบา ๆ

“ดูพูดเข้า พวกเราก็คนกันเอง อย่าทำให้ลำบากใจกันเลย”

“พี่สาว นี่พี่ให้ผมเยอะไปแล้วนะ เดี๋ยวคราวหน้าผมไม่กล้ามากินข้าวอีกแน่เลย”

“พูดอะไรแบบนั้นล่ะ ถือว่าเป็นความห่วงใยจากผู้ใหญ่ก็แล้วกัน อีกอย่าง ฉันรู้ว่านายอยู่หางโจวคนเดียว ถ้าวันไหนไม่ได้ทำอาหารเองก็ส่งข้อความมาบอกเลยนะ มากินที่ร้านได้ตลอด ฉันจะเก็บห้องส่วนตัวไว้ให้เสมอ”

ได้ยินอย่างนั้น เสิ่นหลินก็รีบประสานมือคารวะทันที

“พี่สาว ขอบคุณมากครับ แต่ต่อไปผมคงไม่กล้ารบกวนอีกแล้ว”

“มารบกวนอะไรกัน มาได้เรื่อย ๆ เลย แล้วนี่จะไปไหนต่อเหรอ? ดื่มมาแล้วไม่ใช่เหรอ อย่าขับรถเลย เดี๋ยวฉันให้คนขับไปส่ง”

เซี่ยเหร่าดูแลเสิ่นหลินเหมือนน้องชายแท้ ๆ ไม่ต่างจากคนในครอบครัว

“ผมว่าจะไปคลับหน่อยครับ ไม่ได้แวะไปนานแล้ว”

“งั้นดีเลย เดี๋ยวฉันให้คนขับพาไป”

“ขอบคุณครับ พี่สาว”

“ก็บอกแล้วว่าเราเป็นครอบครัวเดียวกัน จะขอบคุณอะไรอีกล่ะ? เรื่องแค่นี้เอง ธรรมดาจะตายไป วันหลังแวะมากินข้าวบ่อย ๆ ก็แล้วกัน”

เซี่ยเหร่าตบไหล่เขาเบา ๆ ส่วนเสิ่นหลินก็พยักหน้ารับ

หลังจากพูดคุยกันอีกเล็กน้อย เสิ่นหลินก็นั่งประจำที่เบาะข้างคนขับในเบนท์ลี่ย์ แล้วให้คนขับของเซี่ยเหร่าพาไปที่คลับทันที

……

วันนี้ในคลับมีคนไม่น้อยเลยทีเดียว และเมื่อเสิ่นหลินมาถึง เขาก็เห็นติงรุ่ยยืนอยู่ด้วย

“พี่รุ่ย วันนี้ร้านคนเยอะเหรอ?”

เสิ่นหลินเดินเข้าไปทักพร้อมรอยยิ้ม

“ช่วงพีคมันผ่านไปแล้ว ตอนนี้เริ่มโล่งละ แล้ววันนี้นายมาทำไม? จะมาซ้อมขับรถเหรอ?”

ติงรุ่ยมองเสิ่นหลินแล้วยิ้มถาม

“ก็พอดีช่วงบ่ายว่าง ๆ เบื่อ ๆ น่ะครับ เลยแวะมา แล้วติงซินล่ะ?”

“หมอนั่นเหรอ กำลังยุ่งกับนัดบอดอยู่”

พรวด!

เสิ่นหลินถึงกับหลุดหัวเราะทันที พอจินตนาการถึงภาพติงซินนัดบอดก็แทบจะกลั้นไม่อยู่

“รถนายอยู่ไหน?”

ติงรุ่ยถามขึ้น พลางเหลือบมองเบนท์ลี่ย์คันใหม่ของเสิ่นหลิน

เคอหย่งได้ให้รถยกไปรับเฟอร์รารีของเสิ่นหลินไว้เรียบร้อยแล้ว เขาจึงตอบว่า

“ใกล้มาถึงแล้ว พอดีเพิ่งไปกินข้าวกับเพื่อน ๆ มา เดี๋ยวรถมาถึงแล้วจะลงไปขับเล่นในสนามหน่อย”

จบบทที่ บทที่ 105 วันธรรมดาแสนธรรมดา (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว