เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 65 การตรวจดีเอ็นเอ (ฟรี)

บทที่ 65 การตรวจดีเอ็นเอ (ฟรี)

บทที่ 65 การตรวจดีเอ็นเอ (ฟรี)


เสิ่นหลินกับพรรคพวกไม่ได้ใส่ใจเฉินจิ่งสักเท่าไร

เวลานั้น เสิ่นหลิน หวังเว่ย และกลุ่มคนจากคลับกำลังสนุกอยู่กับสาว ๆ ของพวกเขา

ยิ่งกว่านั้น ยังมีการแข่งขันเล็ก ๆ เกิดขึ้น

ใครขับเจ็ตสกีไปถึงที่หมายได้ก่อน จะได้รับรางวัลเป็นจูบหนึ่งที

ความสนุกครื้นเครงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

หลังจากเลยเวลามานานกว่าชั่วโมง เสิ่นหลินก็เริ่มเบื่อ เลยกลับขึ้นไปที่ดาดฟ้า พาคนของเขากลับมาเล่นเกมทายนิ้วดื่มเหล้ากับทุกคน โดยมีโรรัวอยู่เคียงข้าง

ทุกครั้งที่เสิ่นหลินแพ้ โรรัวจะดื่มแทนเขา

ส่วนหวังเว่ยน่ะหรือ หมอนั่นเอาแต่หยอกล้อกับหญิงสาวในอ้อมแขน กระทั่งต่อมา เด็กสาวคนนั้นก็ขึ้นไปนั่งบนตักของหวังเว่ย ก่อนที่ทั้งสองจะกอดจูบกันอย่างดูดดื่ม ราวกับโลกรอบตัวไม่มีอยู่จริง

แน่นอนว่าเสิ่นหลินจะปล่อยให้หวังเว่ยลอยนวลได้อย่างไร ขณะที่ทั้งคู่กำลังจูบกันอย่างถึงพริกถึงขิง เขาก็หยิบขวดวิสกี้ที่มีมูลค่ากว่า 300,000 หยวน เดินตรงเข้าไปหาทั้งสอง แล้วขึ้นไปยืนตรงหน้า

ก่อนจะเทเหล้าจากด้านบนราดลงมา

ทั้งสองยังคงจูบกันต่อไป ขณะเดียวกันก็ปล่อยให้เหล้าที่เสิ่นหลินเทไหลผ่านใบหน้าลงมาสู่ริมฝีปาก

นั่นแหละคือชีวิต

ทุกคนสนุกกันจนกระทั่งประมาณเที่ยงคืน จากนั้นจึงพากันกลับขึ้นฝั่ง

สองพี่น้องหูหลงกับหูเส้าจัดแจงเรียกรถอัลพาร์ดมากกว่า 30 คัน เพื่อพาเสิ่นหลินและพรรคพวกไปส่งยังโรงแรมริทซ์-คาร์ลตันที่เซี่ยงไฮ้ แบ่งขึ้นรถกันเป็นคู่ ๆ

ไม่มีใครสังเกตเห็นว่า ตอนที่หูเส้าพาตัวเสิ่นหลินที่เมาไม่ได้สติขึ้นรถ เขาได้ใช้กรรไกรตัดเส้นผมของเสิ่นหลินออกมาปอยหนึ่งอย่างรวดเร็ว

……

ภายในห้องชุดของเสิ่นหลิน ณ โรงแรมริทซ์-คาร์ลตัน

ทันทีที่ก้าวเข้าห้อง เสิ่นหลินก็อุ้มโรรัวตรงดิ่งเข้าไปยังห้องนอน

เสื้อผ้าถูกถอดทิ้งไว้เกลื่อนกลาด

ขณะเดียวกันกับที่เสิ่นหลินกับโรรัวกำลังพลอดรักกันอย่างเร่าร้อน ที่สนามบินทหารแห่งหนึ่งในมหานครเซี่ยงไฮ้

เฮลิคอปเตอร์หลายลำค่อย ๆ ลงจอด

หลังจากเฮลิคอปเตอร์จอดสนิท ประตูห้องโดยสารก็เปิดออก ทหารกลุ่มหนึ่งเดินลงมาเป็นชุดแรก ก่อนจะตั้งแถวรักษาการณ์อย่างเป็นระเบียบ ถัดมาไม่นาน ทหารอีกห้านายก็ก้าวลงจากเฮลิคอปเตอร์ แล้วตั้งขบวนขึ้นเช่นกัน ทุกสายตาจับจ้องไปยังเฮลิคอปเตอร์ลำกลาง

ชายคนหนึ่งที่มีเครื่องหมายข้าวสาลีประดับดาวดวงเดียวก้าวลงมาก่อน แล้วตามด้วยชายวัยกลางคนที่มีเครื่องหมายข้าวสาลีติดดาวสามดวง เดินลงมาด้วยท่าทีสง่างาม

ทันทีที่ลงจากเครื่อง ชายวัยกลางคนผู้นั้นก็เห็นรถออดี้ A6L คันหนึ่งจอดอยู่ที่สนามบิน ด้านในเบาะหลังก็คือชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาราวอายุ 27 ปี ซึ่งมีเค้าหน้าเหมือนเสิ่นหลินอยู่ไม่น้อย

เมื่อเห็นชายวัยกลางคนลงจากเครื่อง เขาก็รีบเปิดประตูรถออกแล้วเดินเข้าไปหา

“ลุงสาม มาแล้วเหรอครับ!”

ชายวัยกลางคนผู้นั้นไม่ใช่ใครอื่น เขาคือเสิ่นเสวี่ยอู่ หัวหน้าตระกูลสาขาที่สามของบ้านตระกูลเสิ่น

เสิ่นเสวี่ยอู่มองชายหนุ่มตรงหน้า ยิ้มแล้วเดินเข้ามาตบไหล่เขาเบา ๆ

“ฮ่า ๆ ไอ้หนู ไม่กลับไปหาลุงที่เมืองหลวงเลยหรือไงช่วงนี้?”

เสิ่นเสวี่ยอู่มองหลานชาย เสิ่นชู่ บุตรชายของเสิ่นเสวี่ยเหวิน พี่ชายคนที่สองของเขา ด้วยแววตาอ่อนโยนเปี่ยมด้วยความรัก

เสิ่นชู่ยิ้ม เปิดประตูรถออดี้ A6L แล้วหันกลับมากล่าวกับเสิ่นเสวี่ยอู่ว่า

“กะจะกลับไปหาอยู่หรอกครับ แต่พอกลับไปก็โดนลุงจับไปฝึกพิเศษในเขตทหารทุกที ลุงสาม ขึ้นรถเถอะครับ”

“เจ้าเด็กนี่!”

เสิ่นเสวี่ยอู่ชี้หน้าเขา พลางยิ้มอย่างจนปัญญา แล้วจึงก้าวขึ้นรถตามไป

เมื่อเห็นลุงสามขึ้นรถเรียบร้อย เสิ่นชู่ก็หันไปมองบอดี้การ์ดจากกองทัพและกลุ่มบอดี้การ์ดที่ตนพามาด้วย แล้วแสดงสีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจังทันที

“เตรียมพร้อมตลอดเวลา”

“รับทราบครับ ท่านชาย!”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสิ่นชู่จึงพยักหน้าแล้วขึ้นรถตาม

ไม่นาน รถทหารหลายคันก็เคลื่อนตัวนำขบวนไปก่อน ตามด้วยรถติดตามอีกหลายคัน โดยมีรถคันกลางที่ติดป้ายทะเบียน “A·00001” ค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากสนามบินทหาร

ภายในรถ เสิ่นชู่กับเสิ่นเสวี่ยอู่นั่งอยู่เบาะหลัง

เสิ่นเสวี่ยอู่หันมาถามว่า

“ได้ตัวอย่างดีเอ็นเอของเสิ่นหลินมาหรือยัง?”

“ได้มาแล้วครับ วันนี้เขากำลังจัดปาร์ตี้ มีลูกน้องคนหนึ่งชื่อหูเส้า ผมติดต่อไว้แล้ว ตัวอย่างถูกส่งไปที่โรงพยาบาลเรียบร้อย”

เสิ่นชู่ตอบ ก่อนจะกล่าวต่อว่า

“ถ้าเสิ่นหลินเป็นลูกของคุณลุงจริง ๆ ผมต้องสืบหาคนที่อยู่เบื้องหลังแฟ้มข้อมูลของเขาไหมครับ?”

เมื่อได้ยินดังนั้น เสิ่นเสวี่ยอู่ก็กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ไม่จำเป็น ลุงของนายจัดการเรื่องของตัวเองไว้หมดแล้ว เท่าที่เรารู้ตอนนี้ คนที่อยู่เบื้องหลังเสิ่นหลินไม่ได้มีเจตนาร้าย อีกอย่าง ในแผ่นดินจีน ไม่มีใครกล้าคิดร้ายต่อบ้านตระกูลเสิ่น หากใครกล้า...ลองดูเถอะ ว่าปืนใหญ่ของฉันร้อนพอหรือยัง!”

“ปุฟ!”

เมื่อได้ยินคำพูดของเสิ่นเสวี่ยอู่ เสิ่นชู่ก็ทำได้เพียงยิ้มอย่างจนปัญญา

ถ้าจะพูดถึงคนที่อารมณ์ร้อนที่สุดในรุ่นลูกหลานของตระกูลเสิ่น คงไม่มีใครเกินเสิ่นเสวี่ยอู่

อะไร ๆ ก็จะสู้ จะลากทหารออกมาลุยให้รู้แล้วรู้รอด

“ลุงสามครับ ใจเย็นบ้างเถอะครับ อายุปูนนี้แล้วยังโมโหง่ายเหมือนเด็ก ๆ อยู่เลย”

“ฮึ เจ้าหนู! กล้ามาว่าฉันเรอะ! เดือนหน้า กลับเมืองหลวงมาเจอฉันที่เขตทหาร ฉันจะฝึกแกกับมือ!”

“………”

เสิ่นชู่ถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่กลอกตา ก่อนจะเอ่ยต่อ

“ยังมีอีกเรื่องครับ เสิ่นหลินเหมือนจะมีปัญหากับไอ้หนุ่มตระกูลหยิน แต่ดูเหมือนว่าเด็กตระกูลหยินจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ”

“ฮ่า ๆ ๆ นี่มันยืนยันชัดเลยว่า เด็กคนนี้ต้องเป็นคนของตระกูลเราแน่ ๆ ไปที่ไหนก็ไม่เคยเสียเปรียบใคร!”

เสิ่นเสวี่ยอู่หัวเราะลั่น

เสิ่นชู่ยิ้มตามแล้วกล่าวว่า

“ครับ ถ้าเขาเป็นลูกของตุณลุงจริง ๆ เท่ากับว่าเราทำตามความปรารถนาได้สำเร็จ ผมก็รู้สึกเหมือนกันว่าเขาเป็นคนตระกูลเสิ่น เด็กคนนี้มีพรสวรรค์ด้านการเงินดีมาก ผมเคยอ่านข้อมูลของเขา รายได้ไม่ธรรมดาเลย ผมเดาว่าเขาน่าจะได้รับพรสวรรค์มาจากคุณป้าของผมนั่นแหละครับ”

ขณะพูด เสิ่นชู่ก็นึกถึงท่านป้าผู้ยิ่งใหญ่ของตนราชินีแห่งวงการการเงินของประเทศจีน และเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในเอเชีย ซึ่งในเวลานี้ก็ยังคงหายตัวไป

ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุย รถก็แล่นมาถึง วิลล่าเบอร์ 1 ในเขตพิเศษของมหานครเซี่ยงไฮ้

เมื่อก้าวลงจากรถ เสิ่นเสวี่ยอู่ก็เห็นชายวัยกลางคนคนหนึ่ง แต่งกายด้วยชุดจงซาน ท่าทางสง่างาม ยืนรออยู่หน้าบ้าน

“พี่รอง! ฉันมากินข้าวที่บ้านพี่อีกแล้ว!”

เสิ่นเสวี่ยอู่หัวเราะ เดินเข้าไปกอดชายคนนั้น ชายผู้นั้นก็คือพี่ชายคนที่สองของเขาเสิ่นเสวี่ยเหวิน หัวหน้ารุ่นที่สองของตระกูลเสิ่น และยังดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการมหานครเซี่ยงไฮ้

“โตจนป่านนี้แล้วยังทำตัวเหมือนเด็ก เข้ามาสิ ภรรยาฉันทำกับอาหารไว้ให้แล้ว คืนนี้ต้องนั่งดื่มกับฉันสักหน่อย”

“ฮ่า ๆ ๆ พี่สะใภ้ทำอาหารให้ฉันด้วยตัวเองทั้งที ฉันก็ต้องจัดเต็มแล้วล่ะ!”

หลังจากหยอกล้อกันพอประมาณ ทั้งสามก็พากันเดินเข้าไปในวิลล่า แน่นอนว่าไม่ได้เริ่มกินกันทันที แต่ตรงดิ่งขึ้นไปยังห้องหนังสือ

เวลานั้น ภายในห้องหนังสือ ทั้งเสิ่นเสวี่ยเหวิน เสิ่นเสวี่ยอู่ และเสิ่นชู่ ต่างก็สูบบุหรี่กันเงียบ ๆ ไม่มีใครเอ่ยคำใดออกมา เพราะทุกคนกำลังรอฟังข่าวจากโรงพยาบาล

กระทั่งราวตีหนึ่ง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

เสิ่นชู่หันไปมองบิดากับลุงสาม เห็นเสิ่นเสวี่ยเหวินพยักหน้า เขาจึงลุกขึ้นแล้วไปเปิดประตู

ผู้ที่มาคือชายวัยกลางคนในชุดกาวน์สีขาว หากใครได้เห็นเข้า จะต้องตกตะลึงแน่นอน เพราะเขาคือผู้อำนวยการโรงพยาบาลกลางมหานครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งลงมาด้วยตัวเอง

“ผู้อำนวยการสวี่ เชิญครับ พ่อกับลุงรอคุณอยู่ข้างใน”

หลังจากเสิ่นชู่พูดจบ ก็หลีกทางให้ ผู้อำนวยการสวี่พยักหน้าแล้วเดินเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือ

“สวัสดีครับ ท่านผู้นำทั้งสอง ผลตรวจพิสูจน์ออกมาแล้วครับ”

ผู้อำนวยการสวี่กล่าวด้วยความเคารพต่อเสิ่นเสวี่ยเหวินและเสิ่นเสวี่ยอู่

เสิ่นเสวี่ยเหวินลุกขึ้น รับแฟ้มเอกสาร แล้วเปิดอย่างรวดเร็ว ดึงใบรายงานผลการตรวจออกมา เปิดไปยังหน้าสุดท้ายทันที

ชื่อ: เสิ่นเสวี่ยจวิน

ชื่อ: เสิ่นหลิน

ผลเปรียบเทียบดีเอ็นเอ: ตรงกัน 99.9999%

ความสัมพันธ์: พ่อ-ลูก

เมื่อเสิ่นเสวี่ยเหวินเห็นผลดังกล่าว เขาก็เงยหน้าขึ้นทันที แววตาเปล่งประกายด้วยอำนาจของผู้ควบคุมเบื้องหลัง

“ข้อแรก ปิดข่าวทั้งหมดโดยทันที”

“ข้อสอง จัดเวรยามลับของตระกูลเสิ่นเฝ้าดูแลเด็กคนนั้นตลอด 24 ชั่วโมง นับจากนี้ไป ห้ามมีสิ่งใดมาทำอันตรายเขาได้อีก!”

“ข้อสาม ระดมทรัพยากรของตระกูลทั้งหมด กวาดล้างกลุ่มคนของตระกูลหลี่ในมณฑลเจียงซูเจ้อเจียง และเซี่ยงไฮ้ให้สิ้นซาก บนฐานที่มั่นของพวกเรา จะไม่มีใครจากตระกูลหลี่ได้รับรู้ข่าวเกี่ยวกับเด็กคนนี้ เด็กต้องกลับมาอย่างไร้กังวล!”

“ข้อสี่ พรุ่งนี้เช้า พวกเราจะต้อนรับการกลับมาของกิเลนแห่งตระกูลเสิ่น เด็กคนนั้นต้องทนทุกข์มามากพอแล้วตลอดหลายปีที่ผ่านมา!”

จบบทที่ บทที่ 65 การตรวจดีเอ็นเอ (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว