เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 44 คนรู้จัก (ฟรี)

บทที่ 44 คนรู้จัก (ฟรี)

บทที่ 44 คนรู้จัก (ฟรี)


เสิ่นหลินรู้สึกสงสัยจริง ๆ ว่าคนรู้จักที่เซี่ยเหร่าพูดถึง ว่าหน้าคล้ายเขานักหนา จะมีหน้าตาแบบไหนกันแน่

แต่ยังไม่ทันที่เซี่ยเหร่าจะตอบ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

“คุณเสิ่นใช่ไหมคะ?”

ได้ยินดังนั้น เสิ่นหลินกับเซี่ยเหร่าก็หันไปมองพร้อมกัน

เสิ่นหลินก็เห็นใบหน้าที่คุ้นตาใบหนึ่ง

เขาหันไปขอโทษเซี่ยเหร่าเล็กน้อย

“พี่ครับ ผมขอตัวสักครู่”

เซี่ยเหร่ายิ้มพยักหน้าอย่างอ่อนโยน

จากนั้นเสิ่นหลินก็ลุกขึ้น เดินเข้าไปทักทาย

“บังเอิญจริง ๆ ไม่คิดว่าจะเจอคุณที่นี่!”

“ใช่ค่ะ บังเอิญมาก ไม่คิดว่าแค่มาร่วมงานเปิดร้านใหม่ของเพื่อน จะได้เจอคุณเสิ่นด้วย”

คนที่มาไม่ใช่ใครอื่น แต่คือเสี่ยวรั่วเว่ยจากธนาคารก่อสร้างแห่งประเทศจีน

วันนี้เธอสวมเดรสเปิดหน้าสีดำ ผมยาวสลวยปล่อยลงมาบนบ่าอย่างเป็นธรรมชาติ

เรียวขาที่งดงามสวมรองเท้าส้นสูงวาเลนติโน่ เพิ่มความสง่างามที่แฝงไว้ด้วยเสน่ห์เย้ายวน

ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอย่างสุภาพ ติงรุ่ยก็เดินเข้ามาพร้อมกลุ่มสาวสวยรุ่นราวคราวเดียวกัน

เมื่อพวกเธอเห็นเสี่ยวรั่วเว่ยกำลังคุยอยู่กับเสิ่นหลิน ก็หันมามองหน้ากัน แล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเดินตรงเข้ามา

“โอ้โห น้องเว่ย นี่ใครกันเนี่ย? หนุ่มหล่อแบบนี้ไม่คิดจะแนะนำให้พวกพี่รู้จักหน่อยเหรอ?”

หญิงสาวข้างหลังติงรุ่ยพากันหัวเราะคิกคัก เมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาและท่าทีอบอุ่นของเสิ่นหลิน

“สวัสดีพี่สาวทุกคนครับ”

เสี่ยวรั่วเว่ยยังไม่ทันพูดอะไร เสิ่นหลินก็ยิ้มหวานทักทายอย่างเป็นธรรมชาติ

คำทักทายแสนหวานนั้น ทำให้กลุ่มสาวสวยถึงกับหัวเราะเสียงใสออกมาอย่างเอ็นดู

“ในบรรดาเด็ก ๆ กลุ่มติงซิน ฉันว่านายคนนี้ปากหวานที่สุดเลยล่ะ!”

ติงรุ่ยหัวเราะหันมาพูดกับเสิ่นหลิน

“หวานจริง เสียดายที่โผล่มาช้าไปหน่อย ไม่งั้นพี่คงตามจีบนายแล้วล่ะ!”

หญิงสาวคนหนึ่งที่ยืนข้างติงรุ่ยกวาดสายตาไล่จากหัวจรดเท้า ก่อนจะกล่าวต่อด้วยรอยยิ้ม

“แต่ก็ไม่แย่นะ เพราะรั่วเว่ยของเรายังไม่มีแฟนนี่นา!”

เสิ่นหลินได้ยินเข้าก็รู้สึกเก้อเขินนิดหน่อย

นี่มันเริ่มจับคู่กันแล้วเหรอ?

เสี่ยวรั่วเว่ยเองก็รีบพูดแทรกขึ้นเพื่อช่วยออกหน้า

“พูดอะไรกันคะ คุณเสิ่นเป็นลูกค้าของฉันต่างหาก”

“ลูกค้าจะกลายเป็นเพื่อนไม่ได้หรือไง?”

ยังไม่ทันที่หญิงสาวคนนั้นจะพูดอะไร ติงรุ่ยก็แทรกขึ้นพลางมองเสี่ยวรั่วเว่ยกับเสิ่นหลิน ยิ่งมองก็ยิ่งพอใจ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังปนหยอกล้อ

“ติงรุ่ย พูดอะไรของเธอเนี่ย!”

เสี่ยวรั่วเว่ยส่ายหัว แล้วหันมาทางเสิ่นหลิน

“คุณเสิ่น นี่คือคุณติง”

“ไม่ต้องแนะนำหรอก ฉันรู้จักน้องหลินอยู่แล้ว ตอนนี้ยังเป็นพี่สาวของน้องหลินด้วยนะ!”

ติงรุ่ยแทรกขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหัวเราะคิกคักเบา ๆ

“ไม่ต้องยืนอยู่ตรงนี้แล้ว ไปนั่งกันเถอะ กว่าอาหารมื้อหลักจะเริ่มยังมีเวลาอยู่ สั่งอะไรมารองท้องกันหน่อย”

ติงรุ่ยรีบเชิญสาว ๆ ทั้งหมดหาที่นั่ง

จากนั้นเธอก็หันมาทางเซี่ยเหร่าที่ยังอยู่ไม่ไกล

“พี่เหร่า ไปดูข้างบนกับฉันหน่อยไหม?”

“ได้ ไปเป็นเพื่อนสักหน่อย”

เซี่ยเหร่ายิ้มรับ ก่อนจะเดินไปพร้อมติงรุ่ย

ติงรุ่ยกับเซี่ยเหร่าสบตากันแล้วยิ้มอย่างรู้กัน ก่อนที่ติงรุ่ยจะส่งสายตาให้อีกสองสามสาวที่อยู่ด้วยกัน

“ฉันไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะ”

“ฉันเห็นเพื่อนอยู่ทางนั้น ขอตัวไปทักทายหน่อย”

“ฉันไปด้วย!”

ฝั่งถังเฟิงกับพวกก็สบตากันแล้วลุกขึ้นบ้าง

“ขอไปสูบบุหรี่แป๊บ”

“ฉันไปช่วยพี่สาวต้อนรับแขกก่อน พวกนายตามสบาย”

“ฉันลืมที่ชาร์จไว้ในรถ ขอตัวไปเอาหน่อย”

ในชั่วพริบตา โต๊ะที่เมื่อครู่ยังครึกครื้น ตอนนี้กลับเหลือเพียงแค่เสิ่นหลินกับเสี่ยวรั่วเว่ยสองคน

เสี่ยวรั่วเว่ยมองตามเพื่อนสาวที่พากันลุกออกไป พลางส่ายหัวทั้งขำทั้งหมั่นไส้ ก่อนจะหันมายิ้มให้เสิ่นหลินอย่างเป็นธรรมชาติ

“ขอโทษด้วยนะคะ”

“ไม่เป็นไรครับ…ว่าแต่ ตอนนี้ผมควรจะลุกไปทำอะไรสักอย่างด้วยดีไหม?”

เสิ่นหลินพูดติดตลก

เสี่ยวรั่วเว่ยหัวเราะเบา ๆ พลางมองเขา

“ไม่ต้องหรอก พวกนั้นก็แค่พวกนักแสดงธรรมชาติ บทเยอะไปหน่อย แล้วอีกอย่าง คุณเสิ่นไม่คิดจะอยู่คุยกับฉันหน่อยเหรอ?”

“คุยได้สิครับ ผมถือว่าโชคดีด้วยซ้ำ นั่งตรงนี้ได้ทั้งพูดคุยแล้วยังสบายตาอีก”

เสี่ยวรั่วเว่ยถึงกับยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะ

“แต่วงการนี้มันก็แคบจริง ๆ คุณกับพี่ติง”

เสิ่นหลินเอ่ยถาม

“แคบจริงค่ะ คุณหมายถึงพี่รุ่ยใช่ไหม? เธอเป็นรุ่นพี่ฉันตอนเรียน แล้วตอนนี้ก็เป็นเพื่อนสนิทด้วย”

เสี่ยวรั่วเว่ยอธิบายอย่างไม่ปิดบัง

“ว่าแต่ คุณเสิ่น เรื่องที่คุยกันคราวก่อน พิจารณาไปถึงไหนแล้วคะ?”

เสิ่นหลินชะงักไปเล็กน้อย คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ

“งี้ดีกว่า กลับจากเซี่ยงไฮ้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน พรุ่งนี้ผมต้องไปเซี่ยงไฮ้สักหน่อย”

“อืม ได้ค่ะ”

ทั้งสองนั่งคุยกันอย่างเป็นกันเองและผ่อนคลาย

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็ถึงพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ โจวจือและบรรดาผู้ถือหุ้นขึ้นกล่าวเปิดงานอยู่หน้าเวที

ส่วนติงรุ่ยกับกลุ่มสาว ๆ ที่หายตัวไปก่อนหน้านี้ก็ทยอยกลับมาครบ

เสิ่นหลินจึงขอตัวจากเสี่ยวรั่วเว่ย แล้วย้ายไปนั่งโต๊ะข้าง ๆ กับกลุ่มคนของคลับ พูดคุยกันอย่างออกรส

แต่ทางฝั่งเสี่ยวรั่วเว่ย กลุ่มเพื่อนสาวของเธอกลับมองเธอด้วยรอยยิ้มล้อเลียน สลับกับส่งสายตาไปทางเสิ่นหลินที่กำลังคุยกับถังเฟิง

ความหมายชัดเจนจนไม่ต้องพูด

“พวกเธอนี่มันยังไงกัน? ถ้าชอบก็ไปจีบเองสิ ทีละคนเลย!”

เสี่ยวรั่วเว่ยบ่นกับเพื่อนสาวเสียงเบา

“เมื่อกี้ดูน้องเว่ยคุยกับน้องหลินสนุกใหญ่ คุยอะไรกันเหรอ?”

ติงรุ่ยถามเสียงเบาอย่างอยากรู้อยากเห็น

“ก็เรื่องงานน่ะแหละ เขาเป็นลูกค้าฉันนะ”

เสี่ยวรั่วเว่ยตอบอย่างไม่ใส่ใจ

“โอ๊ยตายแล้ว แม่สาวโสดแต่เกิดอย่างเธอนี่นะ ลูกค้าก็เป็นคน เป็นผู้ชายแท้ ๆ แถมยังฟิตปั๋งไม่ใช่เหรอ ไม่กลัวไฟลุกเหรอ!”

“ไฟลุกบ้านเธอน่ะสิ!”

เสี่ยวรั่วเว่ยทั้งเขินทั้งโมโห จิกแขนติงรุ่ยไปที

“โห เด็กมันกัดกลับด้วยเหรอเนี่ย?”

ติงรุ่ยทำเป็นงอน แล้วทั้งคู่ก็แกล้งหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน

ทางฝั่งเสิ่นหลินกับกลุ่มคลับก็กำลังล้อเลียนเฟิงถิงกันอยู่

“พูดมากจริง ผู้หญิงเขาก็ต้องมีฟอร์มกันหน่อยสิ นายไปพูดแบบนั้น ใครจะไม่ตกใจล่ะ?”

“ฉันนี่ถ้าเป็นผู้หญิงคนนั้นนะ แจ้งตำรวจไปแล้ว!”

“แค่แจ้งเหรอ? ฉันนี่จะเตะให้สลบเลย!”

ทุกคนพากันหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง เมื่อเฟิงถิงเล่าเรื่องตอนสมัยมหาลัยที่ไปจีบสาวคนหนึ่ง

พี่แกเล่นขับรถไปจอดตรงหน้าแล้วพูดว่า

“เฮ้ เป็นแฟนเรามั้ย?”

ใครจะไปกล้าตอบตกลงวะเนี่ย!

เสิ่นหลินก็นั่งคุยเล่นหัวกับทุกคนอย่างสนุกสนานจนถึงประมาณห้าทุ่ม

โชคดีที่วันนี้ทุกคนต่างก็ขับรถกันมาเอง และอีกอย่างนี่ก็เป็นงานเปิดร้านของคนรู้จัก ไม่มีใครเมามาย ต่างก็รู้จักกาลเทศะกันดี

หลังจากจบงาน เสิ่นหลินก็แจ้งทุกคนอีกครั้งว่า พรุ่งนี้ต้องไปเซี่ยงไฮ้ ใครจะไปด้วยให้ไปเจอกันที่คลับเลย แล้วจะขับรถออกเดินทางพร้อมกัน

จากนั้นแต่ละคนก็แยกย้ายกลับบ้านใครบ้านมัน ไม่มีใครพูดถึง รอบสอง ต่อเหมือนอย่างเคย

เพราะทุกคนก็รู้กันดีว่า พรุ่งนี้เสิ่นหลินต้องไปเซี่ยงไฮ้ไปรับรถ

หลังจากลุกขึ้น เสิ่นหลินก็เดินไปเข้าห้องน้ำก่อน

พอออกมาอีกที แขกแทบจะกลับกันหมดแล้ว

เขากำลังจะเดินออกจากร้าน ก็เห็นเสี่ยวรั่วเว่ยที่โต๊ะข้าง ๆ กำลังจัดแจงกระเป๋ากับเสื้อคลุมของตัวเอง

“พี่เว่ย กลับแล้วเหรอครับ?”

“อืม กำลังจะเรียกรถกลับบ้าน”

“ดื่มไปหรือเปล่าครับ?”

เสิ่นหลินคิดอยู่สักพัก ก่อนจะพูดต่อ

“งั้นให้ผมไปส่งไหมครับ? ดึก ๆ แบบนี้เรียกรถไม่ง่ายนะ”

ยังไม่ทันที่เสี่ยวรั่วเว่ยจะตอบ เสียงของติงรุ่ยก็ดังมาจากด้านหลัง

“ใช่แล้ว เรียกรถตอนนี้ยากนะเว่ยเว่ย กลับกับน้องหลินเถอะ พี่ก็สบายใจขึ้นหน่อย”

จบบทที่ บทที่ 44 คนรู้จัก (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว