เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 อัศวินล่าถอยหรือ?

บทที่ 27 อัศวินล่าถอยหรือ?

บทที่ 27 อัศวินล่าถอยหรือ?


เสิ่นหลินตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่า เขาจะมอบการ์ดใบนั้นให้กับหวังเว่ยในเวลาที่เหมาะสม

ทำไมต้องเป็นเขาน่ะหรือ?

เพราะตอนนี้หวังเว่ยดูเหมือนจะทำงานอยู่ในธนาคารเพื่อการลงทุน ซึ่งตรงกับคุณสมบัติของการ์ดนี้พอดี

อีกอย่างหวังเว่ยก็คือหนึ่งในสามสหายที่เคยช่วยเหลือเขาอย่างสุดความสามารถในช่วงชีวิตมหาวิทยาลัย

ด้วยสายสัมพันธ์ขนาดนี้หากไม่ให้หวังเว่ย แล้วจะให้ใครล่ะ?

ยิ่งไปกว่านั้น เสิ่นหลินยังวางแผนไว้แล้วว่า เงินเดือนปีแรกจากความร่วมมือกับธนาคารจำนวน 2 ล้านหยวน รวมถึงรถหรูที่ได้มาในตอนนั้น เขาจะมอบทั้งหมดให้หวังเว่ย เป็นเงินเดือนในปีนั้น

และในปีถัดไป เมื่อเขาเริ่มสร้างธุรกิจของตัวเอง เขาก็จะไม่ลืมตอบแทนพี่น้อง

ขอแค่แบ่งผลกำไรให้หวังเว่ย 5%แค่นี้ก็ทำให้เขากลายเป็นเศรษฐีได้แล้ว

มันช่างน่าพึงใจเสียจริง!

สิ่งสำคัญที่สุดคือ เสิ่นหลินจะได้มีคนที่ไว้ใจได้อยู่เป็นเพื่อนเคียงข้างในหางโจวด้วย

ที่สำคัญคือ เขาไม่ต้องกังวลว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจ เพราะหลังจากรับการ์ดนี้แล้ว หวังเว่ยจะภักดีต่อเขาอย่างไม่มีข้อแม้ในเส้นทางธุรกิจ

และการ์ดนี้ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตส่วนตัวของอีกฝ่ายเลย

เสิ่นหลินรู้สึกได้เลยว่า การเช็คอินวันนี้คือสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่เขาเคยได้รับดีกว่าการ์ดคืนเงินระดับต้นเสียอีก!

ส่วนเพื่อนสนิทอีกสองคน เสิ่นหลินก็ได้แต่บอกกับตัวเองว่า ถ้าได้การ์ดแบบนี้อีกเมื่อไรเขาจะทำให้พวกนั้นรวยไปพร้อมกัน

ในฐานะพี่น้อง เราควรออกผจญภัยด้วยกันแล้วไต่ถึงจุดสูงสุดด้วยกันเถอะ!

แต่ตอนนี้เสิ่นหลินยังไม่รีบติดต่อหวังเว่ย เขากำลังรอโอกาสที่เหมาะสม

ขอแค่เจ้านั่นบ่นเรื่องงานกับเขาอีกครั้ง

เจ้าวีอากร้า ยินดีด้วยนะ นายกำลังจะได้รับความเมตตาจากพ่อแล้วล่ะ! ฮ่า ๆ ๆ!

ขณะนั้นเอง เมื่อเสิ่นหลินออกจากระบบ เขาก็เห็นจีมู่เสวี่ยเดินออกมาจากห้องนอนในชุดชั้นในลูกไม้สีดำ ก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ เขาทันที

“พี่ หนูขอกอดหน่อยสิ ตื่นมาไม่เห็นพี่เลย คิดว่าพี่ทิ้งหนูไปแล้ว”

เสิ่นหลินชอบเหลือเกินเวลาที่ดาวมหาลัยผู้เคยหยิ่งทะนง บัดนี้มาคลอเคลียออดอ้อนอยู่ในอ้อมแขนของเขา

เขายิ้ม ยกตัวเธอขึ้นนั่งบนตักแล้วพูดว่า

“ฉันปลุกหนูเหรอ?”

“เปล่าค่ะ จริง ๆ แล้วเมื่อกี้โจวหรูถงส่งข้อความมาว่าอยากเลิกคบกับหนู แต่เธออยากพูดกับหนูต่อหน้า หนูไม่รู้จะทำยังไงดีเลย”

มู่เสวี่ยเอ่ยอย่างเศร้าสร้อย

เสิ่นหลินรู้สึกว่าไม่แปลกอะไรถ้าจำไม่ผิด โจวหรูถงเหมือนจะโดนหูหลงลากเข้าโรงแรมไป

ในเรื่องนี้ เสิ่นหลินก็ได้แต่คิดว่าเป็นเวรกรรมของอีกฝ่ายเอง

“ช่างเถอะ อย่าคิดมากนะ มีฉันอยู่ตรงนี้แล้ว อ้อ ฉันก็มีเรื่องจะบอกเหมือนกัน”

ได้ยินเช่นนั้น จีมู่เสวี่ยก็ตั้งใจฟังทันที ดวงตาฉายแววกังวลปนคาดหวัง

เสิ่นหลินยิ้ม แกล้งเอานิ้วเขี่ยจมูกเธอเบา ๆ

“รับรองว่าเป็นข่าวดีสำหรับหนูแน่นอน!”

“พี่จะบอกอะไรเหรอคะ?”

“เมื่อคืนฉันคิดดูแล้ว หนูเองก็ต้องมีอนาคตเหมือนกัน เพราะงั้น วันนี้ฉันจะให้ผู้ดูแลทรัพย์สินพาไปดูบ้าน ราคาอยู่ที่ราว ๆ ห้าล้านหยวน หนูเลือกเองได้เลย ชอบหลังไหนโทรมาบอกฉัน แล้วฉันจะโอนเงินให้และจดชื่อบ้านเป็นชื่อหนูนะเพราะถึงหนูจะสะถานะในชีวิตของฉัน แต่ฉันก็พร้อมจะให้ทุกอย่าง”

“อ้อ แล้วฉันจะให้หนูหนึ่งล้านไว้ซื้อรถนะ แล้วก็โอนให้อีกสองแสนทุกเดือน อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่ทั้งหมดนี้มีข้อแม้อย่างเดียวห้ามหักหลังฉันเด็ดขาด ถ้าทำ ฉันให้ได้ฉันก็เอาคืนได้ เข้าใจใช่ไหม?”

ที่เสิ่นหลินใจดีกับจีมู่เสวี่ยถึงเพียงนี้

เพราะเขารู้จักเธอดีเธอเป็นผู้หญิงที่มอบคุณค่าทางอารมณ์ให้เขาได้

ที่สำคัญ เธอก็สละสถานะของตัวเองเพื่อเดินตามเขา จึงสมควรได้รับสิ่งตอบแทนเหล่านี้

ในมุมมองของเขา เงินจำนวนนี้ถือว่าเล็กน้อยมาก

สุดท้ายแล้ว เขาไม่ชอบของของตัวเองที่ถูกคนอื่นแย่งไปแค่คิดก็รู้สึกไม่สบายใจ

เมื่อได้ยินดังนั้น จีมู่เสวี่ยถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะยิ้มกว้างอย่างปลื้มปีติก็สิ่งที่เธอต้องการก็คือสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่หรือ?

แม้ไม่เคยพูดออกมา แต่ไม่คิดเลยว่าเสิ่นหลินจะพูดมันก่อน

น้ำตาเธอคลอเบ้าอย่างซาบซึ้ง

เธอมองเสิ่นหลินด้วยสายตาแสนหวาน แล้วพูดเบา ๆ

“พี่ใจดีจังเลยค่ะ”

เสิ่นหลินหัวเราะเบา ๆ

“แค่หนูดีกับฉัน ฉันก็ยินดีจะซื้อทุกอย่างให้ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย”

ว่าแล้วเขาก็ยื่นมือจะหยิบบุหรี่ แต่มู่เสวี่ยกลับชิงหยิบออกมาแล้วจุดไฟให้เขาก่อนอย่างรู้งาน

จากนั้น เธอก็โอบกอดเขาแน่น

และในวินาทีนั้น เสิ่นหลินก็เข้าใจได้ทันทีว่า ทำไมกษัตริย์โบราณถึงชอบมีอำนาจไว้ในมือ และหลับใหลอยู่ในอ้อมแขนของหญิงงาม

ชีวิตแบบนี้มันช่างเหมือนอยู่ในความฝัน

“พี่ หนูหิวแล้ว”

เสิ่นหลินกำลังสูบบุหรี่อยู่ พอได้ยินเสียงของจีมู่เสวี่ยก็หันไปมองเธออย่างจนคำจะพูด

“หิวตอนนี้เนี่ยนะ?”

“ไม่รู้เลยว่าหนูหิวแบบไหนกันแน่”

“เหอ ๆ ๆ พี่คิดมากจัง หนูแค่หิวข้าวจริง ๆ นี่นา”

จีมู่เสวี่ยยิ้มหวานให้เขา เสิ่นหลินจึงดับบุหรี่แล้วว่า

“งั้นไปล้างหน้าล้างตาก่อน เดี๋ยวฉันให้คนจัดอาหารเช้าให้”

“เย้ งั้นหนูไปอาบน้ำก่อนนะคะ”

จีมู่เสวี่ยทำท่าจะลุกขึ้น แต่ดูเหมือนเธอจะประเมินความสามารถของเสิ่นหลินต่ำเกินไป

พอลุกขึ้นได้เพียงครู่เดียว ก็ต้องทรุดนั่งลงอย่างหมดแรง ขาแทบจะยืนไม่อยู่ เธอเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาเว้าวอน:

“พี่ หนูอยากให้พี่อุ้ม”

“ได้สิ ฉันอุ้มเอง”

เห็นสีหน้าทั้งอ้อนทั้งเหนื่อยของเธอ เสิ่นหลินก็ได้แต่หัวเราะกลั้ว ถอนหายใจ แล้วช้อนตัวเธอไปยังห้องน้ำ

ทั้งคู่ใช้เวลาในห้องน้ำนานกว่าหนึ่งชั่วโมง

หากไม่ใช่เพราะอาหารเช้ามาส่ง คงไม่รู้เลยว่าจะออกมากันเมื่อไหร่

……

ที่โต๊ะอาหาร จีมู่เสวี่ยนั่งตักเสิ่นหลินอย่างอารมณ์ดี มองอาหารหลากหลายชนิดตรงหน้าด้วยแววตาเป็นประกาย:

“อู้วว อยู่กับพี่แล้วหนูมีความสุขที่สุดเลย!”

“อยากโดนตีอีกหรือไง?”

เสิ่นหลินพูด มือก็หยุดการบิดตัวไปมาของเธอไว้

พอเห็นว่าเขาไม่ได้พูดเล่น จีมู่เสวี่ยก็รีบปรับตัวนั่งนิ่งแล้วเริ่มลงมือกินข้าว

ระหว่างนั้น เสิ่นหลินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา โทรหาผู้จัดการทรัพย์สินของกวานหยุนเฉียนถัง เพื่อสั่งการเรื่องที่เขาเพิ่งสัญญากับจีมู่เสวี่ยไปเมื่อเช้า

จากนั้นเขาก็เปิดแอปดูโซเชียล และเห็นข้อความแจ้งเตือนมากมายเต็มหน้าจอ

ด้วยความอยากรู้ เขาจึงเปิดเข้าไปดู สตอรี่

พอดีในตอนนั้นเอง จีมู่เสวี่ยก็ยื่นกับข้าวให้เขาพอดี แต่ไม่ทันไร เสิ่นหลินก็ทำเสียง แค่ก! ขึ้นมา

เกือบสำลัก!

“พี่! เป็นอะไรน่ะ? ดูอะไรอยู่ ทำไมขำขนาดนั้นจนจะสำลักเนี่ย!”

เสิ่นหลินหันไปมองโพสต์ของเฉียนฟางหยวนใน สตอรี่ แล้วก็หลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง

“อัศวินของเธอถอนตัวแล้ว!”

“หือ? อะไรนะคะ???”

จีมู่เสวี่ยทำหน้างุนงง เสิ่นหลินเลยยื่นโทรศัพท์ให้เธอดูโพสต์ของเฉียนฟางหยวน

พออ่านจบ จีมู่เสวี่ยถึงกับพูดไม่ออก

“พี่นี่ใจร้ายจังเลย แต่ว่าเฉียนฟางหยวนน่ะ เขาเห็นโพสต์เราจริง ๆ เหรอ? อัศวินอะไรกันล่ะ เขาน่ะพูดดีแต่ปากมากกว่า!”

จีมู่เสวี่ยมองโพสต์ของเฉียนฟางหยวนแล้วก็อดรู้สึกดีไม่ได้ที่วันนั้นเธอไม่ตอบตกลงกับเขา

คนที่โพสต์อะไรแบบนี้ได้ ถ้าไม่ได้มีพ่อแม่คอยเลี้ยงดู คงไม่มีปัญญากินอะไรดี ๆ แน่

“พี่อย่าไปสนใจเขาเลยนะ อ้าปากเร็ว”

พูดจบ จีมู่เสวี่ยก็ยื่นชิ้นเนื้ออีกชิ้นให้เสิ่นหลินด้วยรอยยิ้ม

ต้องยอมรับจริง ๆ ว่า

มีเงินมันดีแบบนี้นี่เอง!

จบบทที่ บทที่ 27 อัศวินล่าถอยหรือ?

คัดลอกลิงก์แล้ว