เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 20 ตัดสินใจเข้าสู่ความสันโดษอีกครั้ง

ตอนที่ 20 ตัดสินใจเข้าสู่ความสันโดษอีกครั้ง

ตอนที่ 20 ตัดสินใจเข้าสู่ความสันโดษอีกครั้ง


หลู่หมิงจ้าวหยุดที่ด้านหลังของภูเขาและมองไปที่ผู้ฝึกยุทธสองคนของตระกูลที่ยืนเฝ้าตำหนักบรรพบุรุษ เธอไม่เปิดเผยตัวเอง

เธออยากจะมาตั้งแต่เมื่อพี่ชายของเธอบอกเธอว่าพ่อตื่นขึ้นเมื่อหลายวันก่อน

อย่างไรก็ตาม เธอควบคุมตัวเองไว้

พ่อยังคงพักฟื้น และเธอได้ยินว่าอาการบาดเจ็บของท่านไม่ดีขึ้น

พ่อเพิ่งตื่นจากการหลับไหลและต้องอยู่ในห้องบ่มเพาะ

ดังนั้นเธอจึงรู้สึกว่าเธอไม่ควรมารบกวนเขาถ้าเธอไม่มีอะไรจะปรึกษา

เพียงแค่การเปลี่ยนแปลงของร่างกายของเธอในตอนนี้ทำให้เธอมีแรงกระตุ้นที่จะมาที่นี่

.....

ตอนนี้เธอเริ่มลังเลเล็กน้อยเมื่อมาถึง

เธอเดินไปรอบ ๆ สักครู่และในที่สุดก็ตัดสินใจได้

หลังจากทักทายรุ่นน้องสองคนของเธอที่เฝ้าตำหนักแล้ว

เธอก็เข้าไปในประตูตำหนักและผ่านเส้นทางลึกและมืด

หมิงจ้าวหยุดอยู่หน้าประตูเหล็กขนาดใหญ่หน้าห้องพ่อของเธอ

เธอไม่ได้เอ่ยอะไรเมื่อเสียงของพ่อดังขึ้น

“หมิงจ้าวรึ?”

"ท่านพ่อ!" เสียงของหลู่หมิงจ้าวถือว่าสงบ

แต่เธอก็ระงับอารมณ์ไว้อย่างชัดเจน

เธอไม่ใช่เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ อีกต่อไปและไม่สามารถทำอะไรได้ตามต้องการ

เธอไม่สามารถกระโดดเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อเพียงเพราะเธอต้องการ

“มันยากลำบากสำหรับเจ้าตลอดหลายปีที่ผ่านมา”

เสียงของหลู่ชิงดังขึ้นอีกครั้ง

“ข้าอดทนต่อมันได้ท่านพ่อ” หลู่หมิงจ้าวพยายามกลั้นน้ำตาของเธอ

“ท่านพ่อ ข้ารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติเมื่อข้าฝึกฝนในวันนี้… ความรู้สึกที่ได้รับจากการปรับแต่งพลังวิญญาณนั้นบริสุทธิ์และราบรื่นกว่ามาก”

“ความรู้สึกของเจ้าถูกต้อง ตอนนี้เจ้าเป็นผู้บ่มเพาะที่มีรากจิตวิญญาณคู่ธาตุน้ำกับทอง”

หลู่หมิงจ้าวตัวแข็ง ขิตใจของเธอเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ เธอได้ยินผิดไหม?

แม้ว่าเธอจะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกินจริง

แต่เธอก็ไม่กล้าคิดว่ามันมีบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับรากจิตวิญญาณของเธอ

เธอไม่ใช่เด็ก เธอเดินบนเส้นทางแห่งการบ่มเพาะมากว่าเจ็บสิบปี

เธอไม่เคยได้ยินวิธีการใด ๆ ที่สามารถเสริมรากจิตวิญญาณของบุคคลใด ๆ

“ท่านพ่อ นี่…”

“แม้ว่ามันไม่น่าเชื่อเลยสักนิด แต่ข้าจะไม่บอกเหตุผลให้เจ้าฟัง เจ้าไม่ต้องสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ อย่าเล่าเรื่องนี้ให้สมาชิกนอกตระกูลรู้ แต่พี่น้องทั้งสองของเจ้าเพิ่งรู้ว่ารากจิตวิญญาณได้รับการปรับปรุงแล้ว”

หลู่หมิงจ้าวคุกเข่าหน้าประตูเหล็กยักษ์และหมอบลง

“ขอบคุณท่านพ่อ!”

“หมั่นฝึกฝนให้ดี เจ้าอายุยังน้อย สามารถผ่านเข้าสู่ขอบเขตสร้างรากฐานได้แม้ว่าจะไม่มีโอสถสร้างรากฐาน”

“ลูกจะมีอนาคตที่สดใสเมื่อรากจิตวิญญาณได้รับการปรับปรุงแล้ว การบรรลุขอบเขตรู้แจ้งขั้นต้นหรือขอบเขตแก่นทองคำจะเป็นผลประโยชน์ที่สุดแก่ตระกูล”

“ลูกจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง!”

“นอกจากนี้ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง มีทะเลสาบอยู่ห่างออกไปสี่ร้อยลี้ทางตะวันตกของเขตผิงเหยาซึ่งมีฝูงผีดิบวารีซ่อนอยู่ข้างใน พวกเจ้ารู้เรื่องนี้ไหม?”

“ทราบท่านพ่อ” หลู่หมิงจ้าวกล่าว

“เราสังเกตว่ามีบางอย่างผิดปกติกับทะเลสาบเมื่อสิบปีก่อน และส่งคนไปตรวจสอบ หลังจากนั้นเราก็รู้ว่ามีผีดิบวารีจำนวนที่ทรงพลังเกินไป”

“การกวาดล้างพวกมันให้หมดคงเป็นเรื่องยากมาก เราจะต้องเสียสละอย่างมากหากเราจะโจมตีผีดิบวารีอย่างรุนแรง”

“ยิ่งไปกว่านั้น รอบๆ บริเวณนั้นไม่มีผลประโยชน์มากมาย และเราคงไม่สามารถรับรางวัลใดๆ ได้ ผีดิบวารีไม่เคยออกจากทะเลสาบและจะไม่ทำอันตรายใครในโลกภายนอก”

“ดังนั้นเราจึงเลิกสนใจทะเลสาบนั่น และตระกูลจ้าวก็ตัดสินใจเหมือนกับพวกเรา”

หากหลู่ชิงไม่พบหยกวารีหยินแก้นแท้ใต้ทะเลสาบการยึดครองพื้นที่ก็ไม่มีความหมาย

ก็จะเป็นเรื่องปกติ มันดูเหมือนทะเลสาบธรรมดา

ภายใต้สถานการณ์ที่เขตผิงเหยาไม่ตกอยู่ในอันตรายและไม่มีผลประโยชน์ที่จะได้รับ

ไม่มีใครมีกล้ามากพอที่จะสังเวยผู้ฝึกยุทธจำนวนมากเพื่อโจมตีทะเลสาบผีดิบวารี

“ตระกูลต้องพิชิตทะเลสาบแห่งนั้นให้ได้” หลู่ชิงกล่าว

“เราต้องฆ่าผีดิบวารีทั้งหมด”

“แต่… ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันของตระกูล สมาชิกจำนวนมากจะต้องตายถ้าเราโจมตีทะเลสาบ”

“เราจึงต้องเตรียมการบางอย่าง” หลู่ชิงกล่าว

“ตระกูลจะไม่โจมตีมันตอนนี้ แต่พวกเจ้าต้องทำให้เป้าหมายของเราสำเร็จ อย่าถามถึงเหตุผล”

"ค่ะ ท่านพ่อ"

“ไปแจ้งต่อพี่ชายทั้งสองของเจ้า ข้าต้องเข้าสู่ความสันโดษ ห้ามมารบกวนข้าอีกห้าปีข้างหน้า”

“ท่านพ่อ…”

"ไม่ต้องกังวล เป็นเรื่องปกติ”

หลู่ชิงต้องเตรียมจิตใจให้ลูกสาวของเขา

“ข้าจะตื่นขึ้นมาเป็นครั้งคราวในอนาคต อย่างไรก็ตาม ข้าน่าจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการหลับไหล”

"ลูกเข้าใจ ข้าจะบอกพี่ใหญ่และพี่เจ็ด”

"ไปเถอะ ข้าหวังว่าเมื่อข้าลืมตาขึ้นมาจากการหลับไหลในอีกห้าปีต่อมา พวกเจ้าจะได้เตรียมพร้อมสิ่งที่จำเป็นเพื่อจัดการกับผีดิบวารี”

…..

หลู่ชิงไม่ได้ต้องการกดดันมากเกินไปหลังจากที่หลู่หมิงจ้าวจากไป

เขาแลกเปลี่ยนกับรายการอื่นแทน

[ประเภทจิตใจ เพิ่มขวัญกำลังใจ ระดับหนึ่ง]

[หลังจากแลกเปลี่ยนกับไอเทมนี้ พลังนี้จะถูกนำไปใช้ทันที ขวัญกำลังใจของสมาชิกในตระกูลจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก พวกเขาจะมีแรงจูงใจมากขึ้น]

[ระยะเวลา: 10 ปี]

หลู่ชิงเคยวางแผนที่จะใช้ตัวเลือกนี้มาก่อน

จากสามตัวเลือกที่เขาทิ้งไว้ในหน้าต่างการแลกเปลี่ยน

"จิตวิญญาณแห่งการป้องกันตนเอง"

"การอัปเกรดทรัพยากร" นั้นแพงเกินไป

ตอนนี้เขาไม่สามารถแลกเปลี่ยนมันได้ สิ่งที่เขาแลกเปลี่ยนได้คือ

"ขวัญกำลังใจ"

ไม่เหมือนกับสองตัวเลือกก่อนหน้านี้ “การเพิ่มขวัญกำลังใจ”

ไม่ใช่สิ่งที่จับต้องได้ หลู่ชิงรู้สึกว่าเขาจำเป็นต้องแลกเปลี่ยนมัน

ก่อนหน้านี้ เมื่อหลู่ชิงล่องลอยอยู่ในภูเขาหยูหยาน

เขาสังเกตเห็นสถานะของสมาชิกของตระกูล

สมาชิกส่วนใหญ่ดูหดหู่และมีออร่าที่น่าไร้ชีวิตชีวาอย่างสุดจะพรรณนา

นั่นไม่ใช่สภาพจิตใจที่ตระกูลที่ต้องมุ่งเน้นสู่ความก้าวหน้าควรจะมี

หลู่ชิงรู้ว่าเขาสามารถฝื้นคืนจิตใจสมาชิกได้ทันทีหากข่าวการตื่นขึ้นและออกไปพบสมาชิกตระกูล

ผลลัพธ์ที่ได้อาจดีกว่าตัวเลือกประเภทจิตใจระดับหนึ่งด้วยซ้ำ

เพื่อความปลอดภัย จึงไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมในการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว

ดังนั้น เพื่อปรับปรุงสภาพจิตใจของสมาชิกตระกูลหลู่

ทำให้พวกเขามีแรงจูงใจมากขึ้นที่จะทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อตระกูล

และทำให้พวกเขามองโลกในแง่ดีมากขึ้น หลู่ชิงรู้สึกว่าการแลกเปลี่ยนนั้นคุ้มค่า

เขายังหมายความตามนั้นเมื่อเขาบอกหมิงจ้าวว่าเขากำลังจะเข้าสู่ความสันโดษ

ระบบการพัฒนาตระกูลนั้นทรงพลัง

มันสามารถประสบความสำเร็จได้อย่างไม่น่าเชื่อ อย่าง การเสริมรากจิตวิญญาณ

แต่เขาต้องการแต้มโชคเพื่อเปิดใช้งานพลังลึกลับที่น่าอัศจรรย์เหล่านี้

เขาไม่มีทางเลือกมากมายให้แลกอีกต่อไป

หลู่ชิงอาจรอสิบปีเพื่อให้ระบบรีเฟรชตัวเองหรือใช้แต้มโชคเพื่อรีเฟรชตัวเลือกของเขา

แต่เขาใช้แต้มโชคในปัจจุบันไปหมดแล้ว

หลู่ชิงไม่สามารถพัฒนาตระกูลต่อไปได้แม้ว่าเขาจะมีระบบก็ตาม

ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ หลู่ชิงไม่มีประโยชน์ที่จะเฝ้าดูตระกูลต่อไป

เขาไม่สามารถทำอะไรได้เลยแม้ว่าจะมีบางอย่างเกิดขึ้นก็ตาม

นอกจากนี้ เขาได้ใช้แต้มโชคและทำสิ่งต่างๆมากมายในช่วงเวลานี้

เขาได้เปลี่ยนตระกูลในระดับหนึ่ง ทุกสิ่งที่เขาทำต้องใช้เวลาจึงจะบรรลุผลลัพธ์

อย่างการเลี้ยงดูม้าวารี ใช้เส้นทางการค้าหลังจากกลุ่มจิ้งจอกเงินถูกกวาดล้าง

และการเตรียมการที่จำเป็นเพื่อโจมตีกับทะเลสาบผีดิบ...

เมื่อเป็นเช่นนั้นหลู่ชิงทำได้เพียงเข้าสู่ความสันโดษถึงจะได้ผลประโยชน์สูงสุด

หลังจากครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วนแล้ว เขาก็ตัดสินใจเป็นระยะเวลาห้าปี

มันคือระยะเวลาที่เหมาะสม ห้าปีไม่เพียงพอสำหรับจะมีเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้น

แต่เป็นเวลาเพียงพอสำหรับตัวเลือกมากมายของเขาในการพัฒนาและรับผลลัพธ์

เมื่อถึงเวลานั้น หลู่ชิงจะมีห้าสิบแต้มโชคที่จะใช้เมื่อเขาลืมตา

นั่นเป็นแผนการที่สมบูรณ์

จบบทที่ ตอนที่ 20 ตัดสินใจเข้าสู่ความสันโดษอีกครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว