- หน้าแรก
- เพียงอยู่บ้านสิบปี ข้าก็ไร้เทียมทานในโลก
- ตอนที่ 261 ราชรถระดับกึ่งเซียน(ฟรี)
ตอนที่ 261 ราชรถระดับกึ่งเซียน(ฟรี)
ตอนที่ 261 ราชรถระดับกึ่งเซียน(ฟรี)
“ประมุขเกา ไปที่หอคัมภีร์สำนักหม้อศิลา แล้วนำคัมภีร์เกี่ยวกับค่ายกลป้องกันทั้งหมดมาให้ข้า ทุกเล่ม!”
“ได้สิ”
ลู่เฉินเดินออกจากเขาหวังฟู และรู้สึกว่าถึงคราวจำเป็นต้องใช้วิธีอื่นจัดการกับหม้อศิลา จิตวิญญาณหม้อศิลานั้นค่อนข้างจะใสซื่อเหมือนเด็กน้อย หวาดกลัวต่ออำนาจแต่ไม่ยำเกรงคุณธรรม
ต่อให้ทำดีกับมันแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์ แม้จะพูดจาไพเราะเพียงใด มันก็ไม่ยอมสยบโดยง่าย
ดังนั้นลู่เฉินจึงต้องใช้วิธีการที่ทั้งแข็งกร้าวและอ่อนโยนไปพร้อมกัน
ไม่นาน ประมุขเกาก็กลับมายังโลกเบื้องล่างพร้อมกับคัมภีร์ค่ายกลมากมาย
ในนั้นไม่เพียงแต่มีข้อมูลเกี่ยวกับค่ายกลของสำนักหม้อศิลาในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังมีวิธีการสร้างค่ายกลป้องกันแบบอื่น ๆ อีกด้วย
ลู่เฉินหยิบหยกออกมาทีละแผ่นและเริ่มศึกษาอย่างละเอียด…
เพีนงพริบตา เจ็ดวันก็ผ่านไป
หงอคงเข้ามารบกวนระหว่างการศึกษาของเขา “นายท่าน ตี้เหล่าถูกขังอยู่ในเจดีย์ปราบมารเจ็ดชั้นมาเจ็ดวันเจ็ดคืนแล้ว ไม่ส่งเสียงใด ๆ ออกมา ท่านจะ…”
“เจ้าอยากได้วิญญาณของเขางั้นสิ?” ลู่เฉินยิ้มและยืนขึ้น
วิญญาณของตี้เหล่าถูกหลอมอยู่ในเจดีย์ปราบมารเจ็ดวันเจ็ดคืน มันคงจะเชื่อฟังขึ้นบ้างแล้ว หากลู่เฉินไม่นำออกมาก่อน อีกไม่นานมันคงจะกลายเป็นเลือดและหนองไหลเยิ้มแทน
ลู่เฉินยืนอยู่บนยอดเขาหวังฟู ยื่นมือออกไปยังเจดีย์ปราบมาร เจดีย์สีรุ้งเจ็ดชั้นบินกลับเข้าจวนพลางย่อขนาดเล็กลงเรื่อย ๆ และตกลงมาในมือของลู่เฉิน
เขาปล่อยวิญญาณของตี้เหล่าที่ถูกหลอมจนอ่อนปวกเปียก พร้อมกับแยกแหวนมิติของตี้เหล่าออก
วิญญาณที่ยังพอมีสติสัมปชัญญะหลงเหลืออยู่กล่าวอ้อนวอน “สหายเต๋าลู่ การบ่มเพาะแต่ละขั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย ข้าขอเป็นเบี้ยล่างของท่านตลอดไป!”
ลู่เฉินถาม “ตี้เหล่า หากเจ้าและข้าสลับสถานะกัน วันนี้ข้าตกอยู่ในมือเจ้า เจ้าจะปล่อยข้าไปหรือไม่?”
ตี้เหล่าพูดไม่ออก หากลู่เฉินตกอยู่ในมือเขา อาจจะตายอนาถยิ่งกว่านี้เสียอีก! หนำซ้ำโลกเบื้องล่างคงจะถูกสังหารหมู่ไปด้วย!
โลกแห่งการบ่มเพาะไร้ซึ่งกฎเกณฑ์ มีเพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่เป็นดั่งกฎ ผู้ชนะคือราชา ผู้แพ้คือผู้พินาศ ก่อนที่ตี้เหล่าจะลงมือ เขาควรคิดถึงเรื่องนี้ให้ดีเสียก่อน
ตอนนี้จะมาอ้อนวอนขอความเมตตาก็สายเกินไปแล้ว
“เอาไปหลอมโอสถซะ” ลู่เฉินโบกมือและเดินกลับไปยังภูเขาด้านหลัง
“โอ้ เย้!” หงอคงดีใจอย่างมาก
โอสถที่หลอมจากวิญญาณอันทรงพลังนั้นมีประโยชน์อย่างมากต่อการบ่มเพาะของมัน ซึ่งจะดีกว่าการกลืนกินวิญญาณโดยตรง! ตอนนี้มันมีพลังบ่มเพาะระดับราชันอสูรแล้ว และหวังว่าจะทะลวงสู่ระดับจักรพรรดิอสูรได้ในสักวัน!
ลู่เฉินมาถึงภูเขาด้านหลัง หยิบวัตถุดิบมากมายออกมาเพื่อเตรียมทำการหลอมรวมกับวิญญาณของตี้เหล่า
หลังจากที่หลอมเสร็จ ลู่เฉินก็มีเวลาว่าง เขาเริ่มตรวจสอบแหวนมิติ
ในฐานะเซียนผู้แข็งแกร่งที่สุดในสำนักหม้อศิลา ตี้เหล่ามีทรัพย์สมบัติมากมายมหาศาล ในแหวนมิติของเขาเต็มไปด้วยหินปราณและสมบัติล้ำค่าจนนับไม่ถ้วน
หลายชิ้นเป็นสมบัติล้ำค่าของโลกเบื้องบน หาซื้อได้ยากแม้ว่าจะมีเงินมากเพียงใดก็ตาม แต่ลู่เฉินกลับได้มันมาอย่างง่ายดาย
ลู่เฉินยังพบโอสถโบราณยืดอายุอีกด้วย
โอสถนี้หายากมากในโลกเบื้องบน เพียงแค่เม็ดเดียวสามารถเพิ่มอายุขัยได้ถึงหนึ่งพันปี! สำหรับเซียนผู้แข็งแกร่งที่ใกล้จะหมดอายุขัย ต่อให้ใช้เงินเท่าไหร่ก็ต้องซื้อมาให้ได้!
แต่ลู่เฉินไม่ได้สนใจ เขาวางแผนที่จะมอบโอสถนี้ให้กับจ้าวอี้จั๋วหรือพ่อแม่ของเขา ทว่าพลังปราณในโอสถนี้แข็งแกร่งมาก คนธรรมดาไม่ควรกินมากเกินไป มิฉะนั้นจะไม่สามารถดูดซับได้หมด
เพียงแค่ขูดผงออกมานิดหน่อย ก็สามารถทำให้คนธรรมดามีอายุยืนยาวขึ้นได้อีกหลายสิบปี
นอกจากนี้ ตี้เหล่ายังมีอาวุธเต๋าสองชิ้น ชิ้นหนึ่งคือกระบี่สีทองที่สามารถฟาดฟันแสงกระบี่ออกมาได้ เมื่อใช้ร่วมกับเคล็ดจิตวิญญาณ มันสามารถเปลี่ยนเป็นเทียนเผิงสีทอง อีกชิ้นหนึ่งคือตราประทับอสูรมารพิชิตโลก
ในตราประทับนั้นได้มีการผนึกอสูรมารพิชิตโลกเอาไว้
ตำนานเล่าขานกันมาว่าก่อนที่โลกเบื้องบนจะถือกำเนิด ผู้ปกครองโลกใบนี้คืออสูรมารพิชิตโลก อสูรผู้มีพละกำลังแข็งแกร่งโดยธรรมชาติ
พวกมันคือลูกหลานของอสูรโบราณแห่งโลกเทพเซียนและอสูรที่แข็งแกร่งแห่งโลกมนุษย์ ไม่จำเป็นต้องบ่มเพาะพลัง แต่กลับมีพลังเทียบเท่ากับมนุษย์ระดับรวมเต๋าขั้นปลาย
แต่ตอนนี้ อสูรมารพิชิตโลกได้สูญพันธุ์ไปจากโลกเบื้องบนแล้ว ส่วนพวกที่เหลืออยู่ก็กลายเป็นของเล่นเหล่าเซียนผู้แข็งแกร่งไป
ลู่เฉินหยิบตราประทับออกมาสำรวจ และพยายามสื่อสารกับมัน แต่ก็ไม่มีสิ่งใดตอบสนองกลับ อสูรมารเกลียดมนุษย์และมีสติปัญญาต่ำ มันไม่เชื่อฟังคำสั่งใด ๆ นอกจากคำสั่งของเจ้านาย และจะฆ่าทุกคนที่พบเห็น
“มันคงจะเป็นเครื่องมือที่ดี” ลู่เฉินหัวเราะและเก็บตราประทับลง
สุดท้าย ลู่เฉินพบรูปปั้นหยกโบราณในแหวนมิติของตี้เหล่า มันมีสีเขียวมรกต เป็นประกาย และให้ความรู้สึกเย็นสบาย
“นี่มัน…รูปปั้นเซียน!”
เห็นได้ชัดว่าตระกูลตี้มีภูมิหลังที่ไม่ธรรมดา และเคยมีเซียนแท้จริงขึ้นสู่โลกเทพเซียนมาก่อน ก่อนที่เซียนผู้นั้นจะจากไป พวกเขาจะมอบรูปปั้นของตนให้แก่คนในครอบครัวหรือลูกหลานที่รัก
เมื่อคนในครอบครัวหรือลูกหลานประสบปัญหาหรือตกอยู่ในอันตราย พวกเขาสามารถสักการะรูปปั้นเซียนและขอให้เซียนช่วยเหลือ
“เหตุใดตอนที่ร่างกายของตี้เหล่าถูกทำลาย เขาถึงไม่สักการะรูปปั้นเล่า?” ลู่เฉินรู้สึกแปลกใจ
เขาเดาว่าคงเหมือนกับจักรพรรดิอสูรเฮยเผิง
จักรพรรดิอสูรเฮยเผิงเคยสักการะรูปปั้นเซียนเทียนเผิงหลายครั้ง แต่เซียนเทียนเผิงก็ไม่เคยปรากฏตัว
เซียนที่ขึ้นสู่โลกเทพเซียนไปอาจจะกำลังต่อสู้หรือตกอยู่ในอันตราย หรือแม้กระทั่งเสียชีวิตไปแล้วในโลกเทพเซียนไปแล้ว เช่นนี้รูปปั้นที่อยู่ในโลกมนุษย์ย่อมไร้ซึ่งพลัง
รูปปั้นในมือของตี้เหล่าน่าจะไม่สามารถแสดงอิทธิฤทธิ์ใด ๆ ได้ เขาจึงไม่ได้สักการะมัน
ลู่เฉินคิด เขาเก็บรูปปั้นลงในแหวนมิติตามเดิม
ในมือของตี้เหล่ามีสมบัติล้ำค่ามากมาย ลู่เฉินไม่ได้ตรวจสอบทีละชิ้น สิ่งที่เขาสนใจก็คือราชรถโบราณที่ตี้เหล่าใช้นั่ง
“มันดูน่าสนใจทีเดียว” ลู่เฉินมองดูราชรถโบราณที่เต็มไปด้วยลวดลายประณีตและดูเก่าแก่ หลังจากเวลาผ่านไป เมื่อมันได้รับพลังปราณ มันก็จะเปล่งประกายเจิดจรัส
ลู่เฉินเปิดใช้งานราชรถ ยืนขึ้นและพลันรู้สึกถึงพลังบางอย่าง “มีจิตวิญญาณอยู่ในราชรถคันนี้!”
โดยปกติแล้วสมบัติที่มีจิตวิญญาณนั้นหาได้ยากมาก ลู่เฉินไม่คิดว่าราชรถคันนี้จะมีจิตวิญญาณกับเขาด้วย เขาพยายามสื่อสาร แต่มันก็ไม่ได้ตอบสนองใด ๆ ไม่รู้ว่ามันไม่พอใจหรือกำลังหลับอยู่กันแน่
สิ่งที่ทำให้ลู่เฉินสนใจมากที่สุดคือเขาไม่อาจมองทะลุระดับของราชรถคันนี้ได้
“หรือว่ามันจะเป็น…อาวุธกึ่งเซียน?” ลู่เฉินเดา
อาวุธกึ่งเซียนคือสมบัติระดับสูงสุดในโลกเบื้องบน แต่มันหายากมาก ปกติแล้วจะมีบันทึกไว้ในตำนานเท่านั้น
มีเพียงเซียนแท้จริงเท่านั้นที่สามารถหลอมอาวุธกึ่งเซียนได้ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ อาวุธกึ่งเซียนเป็นเพียงแค่วัตถุที่บกพร่องจากการหลอมสร้างอาวุธเซียน มนุษย์ไม่สามารถหลอมมันขึ้นมาได้
ตั้งแต่ที่เซียนทั้งหมดจากไปเมื่อหลายหมื่นปีก่อน ก็ไม่มีการสร้างอาวุธกึ่งเซียนขึ้นมาอีกเลย หลังจากผ่านไปหลายปี อาวุธกึ่งเซียนที่หลงเหลืออยู่ในโลกเบื้องบนก็เริ่มเสื่อมสลายและสูญหายไปจนเกือบหมด
ลู่เฉินรู้สึกว่าราชรถโบราณคันนี้น่าจะเป็นอาวุธกึ่งเซียน จึงคิดว่าควรจะศึกษามันให้ดี
เจ้าของราชรถคันนี้ถูกหลอมเป็นโอสถไปแล้ว ลู่เฉินเรียกกัวเสี่ยวไห่มาดู และถามเซียนคนอื่น ๆ ในสำนักหม้อศิลาด้วย แต่พวกเขาก็ไม่แน่ใจ
ทางเดียวที่มีคือต้องรอให้จิตวิญญาณในราชรถตื่นขึ้นเสียก่อน