เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 261 ราชรถระดับกึ่งเซียน(ฟรี)

ตอนที่ 261 ราชรถระดับกึ่งเซียน(ฟรี)

ตอนที่ 261 ราชรถระดับกึ่งเซียน(ฟรี)


“ประมุขเกา ไปที่หอคัมภีร์สำนักหม้อศิลา แล้วนำคัมภีร์เกี่ยวกับค่ายกลป้องกันทั้งหมดมาให้ข้า ทุกเล่ม!”

“ได้สิ”

ลู่เฉินเดินออกจากเขาหวังฟู และรู้สึกว่าถึงคราวจำเป็นต้องใช้วิธีอื่นจัดการกับหม้อศิลา จิตวิญญาณหม้อศิลานั้นค่อนข้างจะใสซื่อเหมือนเด็กน้อย หวาดกลัวต่ออำนาจแต่ไม่ยำเกรงคุณธรรม

ต่อให้ทำดีกับมันแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์ แม้จะพูดจาไพเราะเพียงใด มันก็ไม่ยอมสยบโดยง่าย

ดังนั้นลู่เฉินจึงต้องใช้วิธีการที่ทั้งแข็งกร้าวและอ่อนโยนไปพร้อมกัน

ไม่นาน ประมุขเกาก็กลับมายังโลกเบื้องล่างพร้อมกับคัมภีร์ค่ายกลมากมาย

ในนั้นไม่เพียงแต่มีข้อมูลเกี่ยวกับค่ายกลของสำนักหม้อศิลาในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังมีวิธีการสร้างค่ายกลป้องกันแบบอื่น ๆ อีกด้วย

ลู่เฉินหยิบหยกออกมาทีละแผ่นและเริ่มศึกษาอย่างละเอียด…

เพีนงพริบตา เจ็ดวันก็ผ่านไป

หงอคงเข้ามารบกวนระหว่างการศึกษาของเขา “นายท่าน ตี้เหล่าถูกขังอยู่ในเจดีย์ปราบมารเจ็ดชั้นมาเจ็ดวันเจ็ดคืนแล้ว ไม่ส่งเสียงใด ๆ ออกมา ท่านจะ…”

“เจ้าอยากได้วิญญาณของเขางั้นสิ?” ลู่เฉินยิ้มและยืนขึ้น

วิญญาณของตี้เหล่าถูกหลอมอยู่ในเจดีย์ปราบมารเจ็ดวันเจ็ดคืน มันคงจะเชื่อฟังขึ้นบ้างแล้ว หากลู่เฉินไม่นำออกมาก่อน อีกไม่นานมันคงจะกลายเป็นเลือดและหนองไหลเยิ้มแทน

ลู่เฉินยืนอยู่บนยอดเขาหวังฟู ยื่นมือออกไปยังเจดีย์ปราบมาร เจดีย์สีรุ้งเจ็ดชั้นบินกลับเข้าจวนพลางย่อขนาดเล็กลงเรื่อย ๆ และตกลงมาในมือของลู่เฉิน

เขาปล่อยวิญญาณของตี้เหล่าที่ถูกหลอมจนอ่อนปวกเปียก พร้อมกับแยกแหวนมิติของตี้เหล่าออก

วิญญาณที่ยังพอมีสติสัมปชัญญะหลงเหลืออยู่กล่าวอ้อนวอน “สหายเต๋าลู่ การบ่มเพาะแต่ละขั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย ข้าขอเป็นเบี้ยล่างของท่านตลอดไป!”

ลู่เฉินถาม “ตี้เหล่า หากเจ้าและข้าสลับสถานะกัน วันนี้ข้าตกอยู่ในมือเจ้า เจ้าจะปล่อยข้าไปหรือไม่?”

ตี้เหล่าพูดไม่ออก หากลู่เฉินตกอยู่ในมือเขา อาจจะตายอนาถยิ่งกว่านี้เสียอีก! หนำซ้ำโลกเบื้องล่างคงจะถูกสังหารหมู่ไปด้วย!

โลกแห่งการบ่มเพาะไร้ซึ่งกฎเกณฑ์ มีเพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่เป็นดั่งกฎ ผู้ชนะคือราชา ผู้แพ้คือผู้พินาศ ก่อนที่ตี้เหล่าจะลงมือ เขาควรคิดถึงเรื่องนี้ให้ดีเสียก่อน

ตอนนี้จะมาอ้อนวอนขอความเมตตาก็สายเกินไปแล้ว

“เอาไปหลอมโอสถซะ” ลู่เฉินโบกมือและเดินกลับไปยังภูเขาด้านหลัง

“โอ้ เย้!” หงอคงดีใจอย่างมาก

โอสถที่หลอมจากวิญญาณอันทรงพลังนั้นมีประโยชน์อย่างมากต่อการบ่มเพาะของมัน ซึ่งจะดีกว่าการกลืนกินวิญญาณโดยตรง! ตอนนี้มันมีพลังบ่มเพาะระดับราชันอสูรแล้ว และหวังว่าจะทะลวงสู่ระดับจักรพรรดิอสูรได้ในสักวัน!

ลู่เฉินมาถึงภูเขาด้านหลัง หยิบวัตถุดิบมากมายออกมาเพื่อเตรียมทำการหลอมรวมกับวิญญาณของตี้เหล่า

หลังจากที่หลอมเสร็จ ลู่เฉินก็มีเวลาว่าง เขาเริ่มตรวจสอบแหวนมิติ

ในฐานะเซียนผู้แข็งแกร่งที่สุดในสำนักหม้อศิลา ตี้เหล่ามีทรัพย์สมบัติมากมายมหาศาล ในแหวนมิติของเขาเต็มไปด้วยหินปราณและสมบัติล้ำค่าจนนับไม่ถ้วน

หลายชิ้นเป็นสมบัติล้ำค่าของโลกเบื้องบน หาซื้อได้ยากแม้ว่าจะมีเงินมากเพียงใดก็ตาม แต่ลู่เฉินกลับได้มันมาอย่างง่ายดาย

ลู่เฉินยังพบโอสถโบราณยืดอายุอีกด้วย

โอสถนี้หายากมากในโลกเบื้องบน เพียงแค่เม็ดเดียวสามารถเพิ่มอายุขัยได้ถึงหนึ่งพันปี! สำหรับเซียนผู้แข็งแกร่งที่ใกล้จะหมดอายุขัย ต่อให้ใช้เงินเท่าไหร่ก็ต้องซื้อมาให้ได้!

แต่ลู่เฉินไม่ได้สนใจ เขาวางแผนที่จะมอบโอสถนี้ให้กับจ้าวอี้จั๋วหรือพ่อแม่ของเขา ทว่าพลังปราณในโอสถนี้แข็งแกร่งมาก คนธรรมดาไม่ควรกินมากเกินไป มิฉะนั้นจะไม่สามารถดูดซับได้หมด

เพียงแค่ขูดผงออกมานิดหน่อย ก็สามารถทำให้คนธรรมดามีอายุยืนยาวขึ้นได้อีกหลายสิบปี

นอกจากนี้ ตี้เหล่ายังมีอาวุธเต๋าสองชิ้น ชิ้นหนึ่งคือกระบี่สีทองที่สามารถฟาดฟันแสงกระบี่ออกมาได้ เมื่อใช้ร่วมกับเคล็ดจิตวิญญาณ มันสามารถเปลี่ยนเป็นเทียนเผิงสีทอง อีกชิ้นหนึ่งคือตราประทับอสูรมารพิชิตโลก

ในตราประทับนั้นได้มีการผนึกอสูรมารพิชิตโลกเอาไว้

ตำนานเล่าขานกันมาว่าก่อนที่โลกเบื้องบนจะถือกำเนิด ผู้ปกครองโลกใบนี้คืออสูรมารพิชิตโลก อสูรผู้มีพละกำลังแข็งแกร่งโดยธรรมชาติ

พวกมันคือลูกหลานของอสูรโบราณแห่งโลกเทพเซียนและอสูรที่แข็งแกร่งแห่งโลกมนุษย์ ไม่จำเป็นต้องบ่มเพาะพลัง แต่กลับมีพลังเทียบเท่ากับมนุษย์ระดับรวมเต๋าขั้นปลาย

แต่ตอนนี้ อสูรมารพิชิตโลกได้สูญพันธุ์ไปจากโลกเบื้องบนแล้ว ส่วนพวกที่เหลืออยู่ก็กลายเป็นของเล่นเหล่าเซียนผู้แข็งแกร่งไป

ลู่เฉินหยิบตราประทับออกมาสำรวจ และพยายามสื่อสารกับมัน แต่ก็ไม่มีสิ่งใดตอบสนองกลับ อสูรมารเกลียดมนุษย์และมีสติปัญญาต่ำ มันไม่เชื่อฟังคำสั่งใด ๆ นอกจากคำสั่งของเจ้านาย และจะฆ่าทุกคนที่พบเห็น

“มันคงจะเป็นเครื่องมือที่ดี” ลู่เฉินหัวเราะและเก็บตราประทับลง

สุดท้าย ลู่เฉินพบรูปปั้นหยกโบราณในแหวนมิติของตี้เหล่า มันมีสีเขียวมรกต เป็นประกาย และให้ความรู้สึกเย็นสบาย

“นี่มัน…รูปปั้นเซียน!”

เห็นได้ชัดว่าตระกูลตี้มีภูมิหลังที่ไม่ธรรมดา และเคยมีเซียนแท้จริงขึ้นสู่โลกเทพเซียนมาก่อน ก่อนที่เซียนผู้นั้นจะจากไป พวกเขาจะมอบรูปปั้นของตนให้แก่คนในครอบครัวหรือลูกหลานที่รัก

เมื่อคนในครอบครัวหรือลูกหลานประสบปัญหาหรือตกอยู่ในอันตราย พวกเขาสามารถสักการะรูปปั้นเซียนและขอให้เซียนช่วยเหลือ

“เหตุใดตอนที่ร่างกายของตี้เหล่าถูกทำลาย เขาถึงไม่สักการะรูปปั้นเล่า?” ลู่เฉินรู้สึกแปลกใจ

เขาเดาว่าคงเหมือนกับจักรพรรดิอสูรเฮยเผิง

จักรพรรดิอสูรเฮยเผิงเคยสักการะรูปปั้นเซียนเทียนเผิงหลายครั้ง แต่เซียนเทียนเผิงก็ไม่เคยปรากฏตัว

เซียนที่ขึ้นสู่โลกเทพเซียนไปอาจจะกำลังต่อสู้หรือตกอยู่ในอันตราย หรือแม้กระทั่งเสียชีวิตไปแล้วในโลกเทพเซียนไปแล้ว เช่นนี้รูปปั้นที่อยู่ในโลกมนุษย์ย่อมไร้ซึ่งพลัง

รูปปั้นในมือของตี้เหล่าน่าจะไม่สามารถแสดงอิทธิฤทธิ์ใด ๆ ได้ เขาจึงไม่ได้สักการะมัน

ลู่เฉินคิด เขาเก็บรูปปั้นลงในแหวนมิติตามเดิม

ในมือของตี้เหล่ามีสมบัติล้ำค่ามากมาย ลู่เฉินไม่ได้ตรวจสอบทีละชิ้น สิ่งที่เขาสนใจก็คือราชรถโบราณที่ตี้เหล่าใช้นั่ง

“มันดูน่าสนใจทีเดียว” ลู่เฉินมองดูราชรถโบราณที่เต็มไปด้วยลวดลายประณีตและดูเก่าแก่ หลังจากเวลาผ่านไป เมื่อมันได้รับพลังปราณ มันก็จะเปล่งประกายเจิดจรัส

ลู่เฉินเปิดใช้งานราชรถ ยืนขึ้นและพลันรู้สึกถึงพลังบางอย่าง “มีจิตวิญญาณอยู่ในราชรถคันนี้!”

โดยปกติแล้วสมบัติที่มีจิตวิญญาณนั้นหาได้ยากมาก ลู่เฉินไม่คิดว่าราชรถคันนี้จะมีจิตวิญญาณกับเขาด้วย เขาพยายามสื่อสาร แต่มันก็ไม่ได้ตอบสนองใด ๆ ไม่รู้ว่ามันไม่พอใจหรือกำลังหลับอยู่กันแน่

สิ่งที่ทำให้ลู่เฉินสนใจมากที่สุดคือเขาไม่อาจมองทะลุระดับของราชรถคันนี้ได้

“หรือว่ามันจะเป็น…อาวุธกึ่งเซียน?” ลู่เฉินเดา

อาวุธกึ่งเซียนคือสมบัติระดับสูงสุดในโลกเบื้องบน แต่มันหายากมาก ปกติแล้วจะมีบันทึกไว้ในตำนานเท่านั้น

มีเพียงเซียนแท้จริงเท่านั้นที่สามารถหลอมอาวุธกึ่งเซียนได้ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ อาวุธกึ่งเซียนเป็นเพียงแค่วัตถุที่บกพร่องจากการหลอมสร้างอาวุธเซียน มนุษย์ไม่สามารถหลอมมันขึ้นมาได้

ตั้งแต่ที่เซียนทั้งหมดจากไปเมื่อหลายหมื่นปีก่อน ก็ไม่มีการสร้างอาวุธกึ่งเซียนขึ้นมาอีกเลย หลังจากผ่านไปหลายปี อาวุธกึ่งเซียนที่หลงเหลืออยู่ในโลกเบื้องบนก็เริ่มเสื่อมสลายและสูญหายไปจนเกือบหมด

ลู่เฉินรู้สึกว่าราชรถโบราณคันนี้น่าจะเป็นอาวุธกึ่งเซียน จึงคิดว่าควรจะศึกษามันให้ดี

เจ้าของราชรถคันนี้ถูกหลอมเป็นโอสถไปแล้ว ลู่เฉินเรียกกัวเสี่ยวไห่มาดู และถามเซียนคนอื่น ๆ ในสำนักหม้อศิลาด้วย แต่พวกเขาก็ไม่แน่ใจ

ทางเดียวที่มีคือต้องรอให้จิตวิญญาณในราชรถตื่นขึ้นเสียก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 261 ราชรถระดับกึ่งเซียน(ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว