- หน้าแรก
- เพียงอยู่บ้านสิบปี ข้าก็ไร้เทียมทานในโลก
- ตอนที่ 254 ในที่สุดก็จะมีคนมาท้า(ฟรี)
ตอนที่ 254 ในที่สุดก็จะมีคนมาท้า(ฟรี)
ตอนที่ 254 ในที่สุดก็จะมีคนมาท้า(ฟรี)
“สหายเต๋าลู่ ข้ากลับมาแล้ว”
ครึ่งเดือนต่อมา กัวเสี่ยวไห่ก็กลับจากทะเล เขาล่าสัตว์อสูรดุร้ายมากมายมาให้มังกรเขียวเป็นอาหาร ส่วนสัตว์อสูรเพศเมียที่เหมาะสม เขายังหาไม่พบ
เขาคิดจะแสดงความสามารถให้ลู่เฉินเห็นด้วยตา แต่เมื่อกลับมา ก็พบว่าลู่เฉินไม่อยู่
“อาจารย์เก็บตัวบ่มเพาะอยู่ที่ลานประลองลอยฟ้ามาครึ่งเดือนแล้วขอรับ” จ้าวเหลยตอบ
เมื่อกัวเสี่ยวไห่ได้ยินดังนั้น ก็ได้แต่ให้อาหารและฝึกมังกรเขียวด้วยตัวเองไปพลางๆระหว่างรอ
ทุกคนในเมืองหลวงหนานตูรู้ว่าลู่เฉินกำลังเก็บตัวบ่มเพาะอยู่ที่ลานประลองลอยฟ้า เมื่อค่ายกลทำงาน จะไม่มีใครสามารถขึ้นไปได้ และไม่มีใครรู้ว่าข้างในเกิดอะไรขึ้น
บางคนแอบคาดเดา “เซียนลู่คงกำลังฝึกวิชาลับขั้นสูงอยู่แน่ ๆ!”
“ข้าว่าไม่ใช่ เขาคงกำลังทะลวงสู่ระดับรวมเต๋ามากกว่า! เมื่อถึงเวลาที่เขาออกจากการบ่มเพาะ พลังของเขาอาจไปถึงระดับรวมเต๋าสมบูรณ์ก็ได้!”
“พวกเจ้าประเมินเซียนลู่ต่ำไปแล้ว! ข้าว่าหลังจากการบ่มเพาะครั้งนี้ เขาคงทะลวงสู่ระดับมหายานและเตรียมตัวขึ้นสู่โลกเทพเซียน!”
“บ้าจริง! หากเซียนลู่ไปยังโลกเทพเซียน โลกเบื้องล่างของเราคงจะถูกปิดผนึกอีกครั้ง!”
“ใช่ ๆ ข้าหวังว่าเซียนลู่จะยังไม่ขึ้นไปเร็ว ๆ นี้”
ไม่นาน ข่าวนี้ก็ไปแพร่ถึงสำนักหม้อศิลา เจ้าสำนักหมินที่รู้สึกเป็นกังวล จึงได้ลงมาตรวจสอบหลายครั้ง
ความเร็วในการบ่มเพาะของลู่เฉินรวดเร็วอย่างมาก เขากลัวว่าหลังจากการบ่มเพาะครั้งนี้ พลังของลู่เฉินจะทะลวงไปถึงระดับมหายาน
โชคดีที่อีกครึ่งเดือนต่อมา ค่ายกลบนลานประลองลอยฟ้าก็ถูกปิด ลู่เฉินเดินออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส
หลังจากที่บ่มเพาะพลังมากว่าหนึ่งเดือน ในที่สุดลู่เฉินก็มีความก้าวหน้า กระบี่เซียนในเขตแดนเทพเชื่อฟังเขามากขึ้น หลังจากฝึกฝนอยู่หลายครั้ง เขาก็สามารถควบคุมกระบี่นี้เพื่อสังหารศัตรูได้สำเร็จ!
เจ้าสำนักหมินเข้ามาหาลู่เฉินและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “สหายเต๋าลู่ ข้าได้ยินมาว่าท่านกำลังเก็บตัวบ่มเพาะอยู่ จึงได้ลงมายังโลกเบื้องล่างเพื่อคุ้มกันและช่วยเหลือท่าน”
อยากจะสอดแนมข้างั้นสิ? ลู่เฉินแค่นเสียงเย็นชาอยู่ในใจ แต่ไม่แสดงออกทางสีหน้า เขาเพียงกล่าวว่า “เจ้าสำนักหมินช่างมีน้ำใจ ข้าเพียงแค่ฝึกฝนวิชาเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น ไม่ต้องเป็นห่วง”
“เช่นนั้นก็ดี ดีแล้ว…” เจ้าสำนักหมินโล่งใจ
ตอนนั้นเองกัวเสี่ยวไห่ก็เดินเข้ามาหา “สหายเต๋าลู่ ในที่สุดท่านก็ออกจากการบ่มเพาะเสียที! มังกรเขียวของท่านเป็นสายพันธุ์ที่ดีมาก ในอนาคตมันจะต้องวิวัฒนาการเป็นมังกรแท้จริงได้สำเร็จอย่างแน่นอน! ไม่กี่วันที่ผ่านมา ข้าคอยแต่ให้อาหารมันด้วยเลือด พลังของมันแข็งแกร่งขึ้นมาก!”
“จริงหรือ? ไปดูกัน” ลู่เฉินดีใจมาก
เมื่อมาถึงทะเลสาบ มังกรเขียวสัมผัสได้ว่าเป็นลู่เฉินเลยรีบว่ายน้ำเข้ามาหา ลู่เฉินพบว่าไม่เพียงแต่มันจะตัวใหญ่กว่าเดิมเท่านั้น แต่ยังมีกลิ่นคาวเลือดจาง ๆ อีกด้วย
เขาพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “สหายเต๋ากัว ขอบคุณมาก! เมื่อมันกลายเป็นมังกรแท้จริงได้ ข้าจะตอบแทนเจ้าอย่างงาม!”
กัวเสี่ยวไห่ดีใจมาก แม้เขาจะไม่ใช่เซียนฝึกมังกร แต่ก็เป็นเซียนจากแดนสวรรค์ไห่หลง ย่อมผูกพันธ์กับมังกรมานาน
โดยเฉพาะเมื่อเขาได้พบมังกรที่มีคุณสมบัติพิเศษ เขาจะหลงรักมันอย่างสุดซึ้ง “เพียงแต่มันหาสัตว์อสูรเพศเมียที่เข้ากันได้ยากนัก ข้าจะกลับไปยังแดนสวรรค์ไห่หลงสักครั้ง เพื่อหามังกรเพศเมียมาให้”
“มังกรเพศเมียหรือ?” ลู่เฉินคิดในใจ เจ้าคิดจะหลอกเอาลูกมังกรของข้าไปหรืออย่างไร? นี่เป็นมังกรทองคำที่ระบบมอบให้ ลูกหลานของมันย่อมไม่ธรรมดา
กัวเสี่ยวไห่เห็นแววตาที่เคลือบแคลงสงสัยของลู่เฉิน จึงรีบอธิบาย “สหายเต๋าลู่ไม่ต้องเป็นห่วง มังกรเป็นสัตว์หายาก เพราะมันให้กำเนิดลูกได้ยาก ถึงแม้ว่ามันจะให้กำเนิดลูกหลาน ข้าก็จะให้มันอยู่ที่นี่ ไม่นำมันไปไหน”
เมื่อเห็นอีกฝ่ายพูดเช่นนั้น ลู่เฉินก็รู้ว่าตนเองคงจะเข้าใจผิด เขาจึงยิ้มและกล่าวว่า “เช่นนั้นก็รบกวนเจ้าแล้ว หากมันให้กำเนิดลูกหลานที่มีคุณภาพได้จริง ๆ ข้าจะมอบให้ตัวหนึ่ง”
“ไม่ต้องห่วง ข้าจะตั้งใจทำอย่างเต็มที่!” กัวเสี่ยวไห่ตื่นเต้นมาก ที่เขาไม่ได้เป็นเซียนฝึกมังกรนั้นเป็นเพราะไม่เคยมีโอกาส
หากลูกหลานของเสี่ยวชิงมีคุณภาพดีจริง ๆ และลู่เฉินมอบให้เขาตัวหนึ่ง เขาก็อยากจะลองเป็นเซียนฝึกมังกรดูเหมือนกัน
ไม่กี่วันต่อมา กัวเสี่ยวไห่ก็รีบออกเดินทาง เขาสอนวิธีการให้อาหารด้วยเลือดแก่จ้าวเหลย โดยจ้าวเหลยจะรับผิดชอบเรื่องนี้ในช่วงที่เขาไม่อยู่
แดนสวรรค์ไห่หลงอยู่ไกลมาก แม้ว่าจะมีค่ายกลเคลื่อนย้าย ก็ยังคงต้องใช้เวลาหลายเดือนในการเดินทางไปกลับ ยิ่งไปกว่านั้น กัวเสี่ยวไห่ยังอยากจะจับมังกรเพศเมียที่มีคุณภาพดีให้ได้ คงต้องใช้เวลาอีกสักพัก
เมื่อเขากลับมายังโลกเบื้องล่าง ก็เข้าสู่ปีที่ 41 แห่งรัชศกหง ปีนี้มีงานใหญ่ นั่นคือวันเกิดครบร้อยปีของจ้าวอี้จั๋ว ปู่ของจ้าวเหิง สหายเก่าของลู่เฉิน และเป็นถึงราชาเพลงเตะแดนเหนือ
สำหรับคนทั่วไปในโลกใบนี้ อายุหนึ่งร้อยปีถือว่าถึงขีดจำกัดมากแล้ว ไม่ต้องพูดถึงคนที่เสียชีวิตในสงคราม แค่ความหิวโหย ความเหนื่อยล้า และการบาดเจ็บ ก็ทำให้อายุสั้นลงได้ หากคนธรรมดาคนไหนมีอายุยืนถึงแปดสิบปี ก็ถือว่าเป็นบุญมากแล้ว
จ้าวอี้จั๋วเคยได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการฝึกวรยุทธตอนที่ยังหนุ่ม
ตามหลักการแล้ว อายุขัยของเขาน่าจะอยู่ที่ประมาณแปดสิบปีเท่านั้น แต่เนื่องจากเขาได้ใช้ชีวิตอยู่กับลู่เฉิน ได้ดื่มน้ำวิญญาณและกินผลท้อยืดอายุขัย ทำให้อายุขัยของเขาเพิ่มขึ้นเป็น 120 ปี
จ้าวอี้จั๋วที่อายุครบหนึ่งร้อยปีในวันนี้ยังดูแข็งแรง
ลู่โฉ่วอี๋มาร่วมงานวันเกิดเช่นกัน และกล่าวอย่างสะท้อนใจ “สหายจ้าว อีกสิบปี ข้าก็จะอายุครบร้อยปีเช่นกัน! ช่างแก่ตัวลงเร็วจริง ๆ อีกไม่นานก็คงจะตาย”
จ้าวอี้จั๋วรีบกล่าว “ฝ่าบาท ท่านไม่เหมือนข้าหรอกขอรับ ข้าเคยบาดเจ็บสาหัสมาก่อน ส่วนท่านต้องมีอายุถึง 150 ปีเป็นแน่!”
ลู่โฉ่วอี๋ยิ้มแห้ง ๆ “ข้าเองก็เคยบาดเจ็บจากสงครามมาก่อน…ไม่ต่างจากเจ้าเท่าไหร่หรอก”
ลู่เฉินยิ้ม “ไม่ต้องห่วง ในโลกนี้มีสมบัติล้ำค่าที่ช่วยเพิ่มอายุขัยอยู่มากมาย นอกจากผลท้อยืดอายุขัยแล้ว ก็ยังมีอย่างอื่นอีก เดี๋ยวข้าจะหาสมบัติล้ำค่ามาหลอมโอสถเพิ่มอายุขัยให้ ท่านทั้งสองจะมีชีวิตอยู่อีกหลายสิบปีอย่างแน่นอน!”
“ดีมาก!” ทั้งสองหัวเราะ
ตอนนั้นเองกัวเสี่ยวไห่ก็กลับมาพอดี “สหายเต๋าลู่ การจัดอันดับล่าสุดของสำนักมารตลาดมืดออกมาแล้ว!”
“จริงหรือ!” ลู่เฉินรีบเดินเข้ามาหา
“ข้าซื้อมาตอนที่ผ่านเมืองหยุนเทียน” กัวเสี่ยวไห่ยื่นรายชื่อให้ลู่เฉิน “ข้าติดอันดับอีกแล้ว ฮ่า ๆ ส่วนอันดับของท่านก็สูงขึ้นมาก!”
ลู่เฉินรับมาดู พบว่ากัวเสี่ยวไห่ยังคงอยู่ในอันดับสุดท้าย ส่วนชื่อของเขา…
เขามองจากล่างขึ้นบน เพราะเดิมทีเขาเคยติดอันดับที่ 89 แต่มองขึ้นไปจนถึงอันดับที่ 50 ก็ยังไม่พบชื่อตัวเอง
และเมื่อมองขึ้นไปยังอันดับที่ 33 ก็เห็นคำว่า “ลู่เฉินแห่งสำนักหม้อศิลา”
ประมุขเกาเดินเข้ามาและกล่าวด้วยความตกใจ “อันดับของท่านพุ่งสูงขึ้นมาก! โอ้สวรรค์! รวมเต๋าขั้น 9 แต่อยู่ในอันดับที่ 33! ตี้เหล่ายังอยู่แค่ 21 เอง!”
ตี้เหล่าอยู่ในอันดับที่ 21 แสดงว่าเขาคงจะทะลวงสู่ระดับรวมเต๋าขั้นสูงสุดสำเร็จแล้ว แต่ตอนนี้ลู่เฉินมีพลังบ่มเพาะเพียงแค่รวมเต๋าขั้น 9 การที่เขาได้อันดับสูงขนาดนี้นับว่าน่าตกใจอย่างมาก
คนที่อยู่ใต้ชื่อเขาล้วนเป็นเซียนระดับรวมเต๋าขั้นสูงสุด การที่เขาได้อันดับสูงกว่าพวกเขานั้นช่างเหลือเชื่อ
เจ้าสำนักหมินรีบเดินมาหา เขาไม่อยากให้ใครมาท้าทายลู่เฉิน หากลู่เฉินถูกฆ่าตาย แผนการของหยินหลี่ก็คงจะล้มเหลว
เมื่อเห็นรายชื่อ เขาก็สบถ “ยุ่งยากแล้ว! นี่จะยั่วยุกันหรืออย่างไร! สำนักมารตลาดมืดกำลังยั่วยุท่าน! ท่านได้เบียดเซียนมากมายหลายคน เกรงว่าจะมีคนมาท้าทายท่านมากขึ้น”
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ลู่เฉินฝึกฝนแดนกระบี่เซียนสำเร็จ เมื่อได้ยินว่ามีคนอยากท้าทาย เขาดีใจอย่างมาก “ดีมาก! ในที่สุดก็มีคนมาท้าทายข้าสักที!”
เจ้าสำนักหมินแทบจะกระอักเลือด เจ้าโง่เง่า!