เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 216 ต้องลงโทษอย่างหนัก(ฟรี)

ตอนที่ 216 ต้องลงโทษอย่างหนัก(ฟรี)

ตอนที่ 216 ต้องลงโทษอย่างหนัก(ฟรี)


“เทพลู่ ตอนนี้พวกเราออกไปดูได้หรือยัง?” ทุกคนเข็ดหลาบจากเหตุการณ์ก่อนหน้า พวกเขาเหาะขึ้นไปบนฟ้าและถามลู่เฉินก่อน

ลู่เฉินมองท้องฟ้า จากนั้นก็มองไปยังเกาเซิ่งจื่อและคนอื่น ๆ ที่กำลังตื่นเต้น ก่อนจะยิ้ม “ข้าเองก็อยากออกไปดูเหมือนกัน! ไปด้วยกันเถอะ!”

“พี่ลู่จงเจริญ!” เกาเซิ่งจื่อตะโกนด้วยความดีใจ

จี้อู๋ซวงมองลู่เฉินด้วยความชื่นชม ลู่เฉินช่างน่าทึ่งจริง ๆ การเปิดประตูสวรรค์โดยพลการและการควบคุมเจดีย์ปราบมารล้วนเป็นสิ่งที่นางไม่กล้าแม้แต่จะคิด

ไม่ใช่แค่นางเท่านั้น แม้แต่จี้จิ่วเกอและผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ก็มองลู่เฉินราวกับเทพเจ้า

“ตามข้ามา!” ลู่เฉินในชุดขาวเหาะขึ้นไปบนฟ้า พร้อมเซียนมากมายที่ติดตามไปด้านหลัง

ทุกคนบินเข้าไปในเสาแสงขนาดใหญ่ บินสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็ข้ามประตูสวรรค์และไปถึงโลกเบื้องบน

เมื่อออกมา พวกเขาก็พบว่าตัวเองกำลังอยู่ในตำหนักโบราณอันงดงาม ที่นี่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ มันคือที่พำนักของผู้คุมกฎที่ลู่เฉินเพิ่งจัดการไป

ทุกคนเต็มไปด้วยความสงสัย

จี้จิ่วเกอกล่าว “พากเราสามารถออกไปสำรวจดูข้างนอกได้หรือไม่?”

ลู่เฉินกล่าว “ออกไปได้ แต่อย่าออกไปไกลนัก ที่นี่คือแดนสวรรค์ หากถูกพบเห็นเข้า ก็อาจถูกจับกุมได้”

“แน่นอน ๆ” ถึงแม้ว่าทุกคนจะตอบตกลง แต่ในใจกลับร้อนรน

ในที่สุดก็ได้มายังโลกเบื้องบนที่ใฝ่ฝัน แล้วจะไม่ให้ออกไปดูได้อย่างไร? บางคนถึงขั้นคิดจะแอบหนีไปและไม่กลับลงโลกใบเล็กนี้อีกเลย

จากนั้นทุกคนก็พากันบินออกไป

เกาเซิ่งจื่อและจี้อู๋ซวงไม่ได้ไปไหน พวกเขามองดูลู่เฉินด้วยความสงสัย “สหายเต๋าลู่ไม่อยากออกไปดูข้างนอกบ้างหรือ?”

ลู่เฉินยิ้ม “ข้าจะยืนดูอยู่หน้าตำหนักนี้ พวกเจ้าออกไปเดินเล่นเถอะ แต่ข้าขอแนะนำให้พวกเจ้ากลับมา ผู้คุมกฎไม่ยอมให้พวกเจ้าอยู่ในโลกเบื้องบนนี้แน่”

“เข้าใจแล้ว” เกาเซิ่งจื่ออยากกลับบ้านเกิด ส่วนจี้อู๋ซวงอยากจะสำรวจโลกเบื้องบน

ทั้งสองคนเดินออกไปด้วยความตื่นเต้น

เมื่อเห็นทุกคนเดินออกไป ลู่เฉินก็เดินสำรวจตำหนักของผู้คุมกฎ

เขาพบว่าภายในตำหนักแห่งนี้ ระบบไม่มีการแจ้งเตือนใด ๆ แต่หากเขาออกไปข้างนอก ระบบจะเตือน [คำเตือน: เจ้าของเช็คอินต่อเนื่อง 9975 วัน หากออกจากบ้าน การเช็คอินต่อเนื่องจะถูกยกเลิก]

ลู่เฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยังไม่ออกไป

โชคดีที่ท้องฟ้าเหนือตำหนักนี้เปิดโล่ง ลู่เฉินจึงสามารถเหาะขึ้นไปดูได้

ทันทีที่ออกไป เขาก็เห็นโลกภายนอกกว้างใหญ่ มีหม้อศิลาขนาดใหญ่สีขาวอมเทาตั้งตระหง่านอยู่เบื้องล่าง หม้อศิลานี้เกิดจากพลังของสวรรค์และโลก ไร้ร่องรอยการสร้างจากฝีมือมนุษย์

ใต้หม้อศิลานี้มีภูเขาสูงตระหง่าน ไร้ซึ่งต้นไม้ใบหญ้าใด ๆ ปรากฏ

รอบ ๆ ภูเขาลูกนี้มีภูเขามากมายรายล้อม มองเห็นต้นไม้ใบหญ้าเขียวขจี ช่างดูอุดมสมบูรณ์ มีตำหนักมากมายตั้งอยู่ระหว่างภูเขาน้อยใหญ่นั่น

ที่นี่มีพลังปราณมากมายมหาศาล พลังปราณบางส่วนยังรวมตัวกันกลายเป็นหมอกสีขาว ราวกับผ้าโปร่งบาง ๆ ที่ปกคลุมภูเขาน้อยใหญ่ นับว่าเป็นสถานที่บ่มเพาะชั้นเลิศ

“ช่างเป็นสถานที่ดีจริง ๆ!” ลู่เฉินพอใจมาก

หลังจากชมวิวทิวทัศน์ของโลกเบื้องบนแล้ว ลู่เฉินก็กลับเข้าไปยังตำหนักของผู้คุมกฎ เพราะเขามีเรื่องที่สำคัญกว่า นั่นคือการรับรางวัลจากการเอาชนะผู้คุมกฎ

ในขณะเดียวกัน ณ ตำหนักฝ่ายลงทัณฑ์ หม้อศิลา

การลาดตระเวนภายในสำนักหม้อศิลามักจะเป็นหน้าที่ของฝ่ายลงทัณฑ์ เนื่องจากศิษย์ภายในมักจะรู้จักกฎเป็นอย่างดี การลาดตระเวนเช่นนี้จึงไม่ค่อยสำคัญเท่าไหร่นัก

แต่วันนี้กลับแตกต่างออกไป

ยันต์สื่อสารสีทองมากมายราวกับหิ่งห้อยสีทอง บินเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง พวกมันรายงานเรื่องเดียวกัน นั่นคือการปรากฏตัวของ “บุคคลไม่ทราบชื่อ” จำนวนมากที่ประตูชั้นในของสำนักหม้อศิลา

“เกิดอะไรขึ้น? หรือมีเซียนนอกรีตแอบเข้ามาในสำนักของพวกเรา?” รองผู้นำตำหนักลงทัณฑ์รีบสั่งให้เหล่าศิษย์ออกไปตรวจสอบและจับกุมคนแปลกหน้าพวกนั้น

ทันใดนั้น ร่างมากมายก็พุ่งทะยานออกไป

บนเส้นทางภูเขา เซียนหนุ่มคนหนึ่งหันมองไปรอบ ๆ ด้วยความสงสัย เขาสนใจทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็น เซียนชายหญิงที่เดินผ่านมองดูเขาด้วยความสงสัย ก่อนจะเดินจากไป

“สหายเต๋า ไม่ทราบว่าตระกูลเกาอยู่ที่ใดหรือ?” เกาเซิ่งจื่อถามเซียนระดับก่อตั้งรากฐาน

“ผู้อาวุโส ตระกูลเกาไหนหรือขอรับ?”

“ตระกูลเกาแห่งสำนักหม้อศิลาไง!”

“อ้อ ๆ ๆ พวกเขาไม่ได้อาศัยอยู่บนภูเขาลูกนี้ เซียนตระกูลเกามักจะอยู่ในถ้ำที่ยอดเขาชิงเฟิง”

“ขอบใจ”

เกาเซิ่งจื่อเหาะขึ้นไปจนมาถึงยอดเขาชิงเฟิง ที่นี่มีตำหนักหลังใหญ่พร้อมหลังคาสีเหลืองและกำแพงสีแดงตั้งอยู่ท่ามกลางต้นสนโบราณ ช่างงดงามตา

เกาเซิ่งจื่อเดินเข้าไปและพบว่ามีเซียนหนุ่มสองคนยืนเฝ้าอยู่ที่ประตู เขาเดินเข้าไปและกล่าวว่า “รีบไปรายงานว่าคุณชายเกาจิ่นจากตระกูลสามกลับมาแล้ว!”

“คุณชายตระกูลสาม? คุณชายคนไหนหรือขอรับ?” เซียนหนุ่มทั้งสองตกตะลึง “ผู้อาวุโส ป้าย…”

“ป้ายอะไรกัน? ข้าไม่มีป้ายใด ๆ ทั้งนั้น ข้าจะไปพบท่านเกาติ้งเซิง”

“ท่านจะไปพบผู้นำตระกูลเกาหรือ? ท่านต้องติดต่อเขาก่อน…”

“ไร้สาระ! ข้าคือคนของตระกูลเกา หลีกไป!”

ไม่นาน เกาเซิ่งจื่อก็ได้พบกับผู้นำตระกูลเกา ผู้นำตระกูลเกาประหลาดใจมาก “เจ้าทะลวงภพสำเร็จงั้นหรือ? ทำไมข้าถึงไม่ได้รับข่าวใด ๆ? แล้วทำไมพลังบ่มเพาะของเจ้ายังเป็นระดับวิญญาณแรกก่อตั้งขั้นสูงสุดอยู่?”

เกาเซิ่งจื่อกล่าวอย่างเขินอาย “เรื่องมันค่อนข้างซับซ้อน…เอ่อ ข้าแอบหนีออกมาจากโลกเบื้องล่าง”

“อะไรนะ!”

ภายในสำนักหม้อศิลา ทุกอย่างวุ่นวายไปหมด บางคนบุกเข้าไปในหอตำราโดยไม่ได้รับอนุญาต บางคนขโมยโอสถในสวน บางคนวิ่งไปที่ประตูชั้นนอก หมายจะแอบหนีออกจากสำนักหม้อศิลา

ตำหนักลงทัณฑ์ทั้งภายในและภายนอกจับกุมคนได้เป็นจำนวนมาก คนเหล่านั้นอ้างว่าพวกเขามาจากโลกเบื้องล่าง และยังบอกอีกว่าผู้คุมกฎถูกพวกเขาจับตัวไปแล้ว

ณ หุบเขาเล็ก ๆ ที่เงียบสงบแห่งหนึ่งในสำนักหม้อศิลา

ศาลาเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ริมน้ำตก เดิมทีที่นี่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ แต่ทันใดนั้นก็มีแสงวาบ ชายชราผมขาวคนหนึ่งปรากฏขึ้น จากนั้นก็มีแสงวาบอีกครั้ง หญิงชราผมเงินก็ปรากฏขึ้นตามเช่นกัน

ไม่นานนัก ชายหญิงทั้งห้าคนก็นั่งลงในศาลานี้

“ประมุขหมิน ท่านเรียกพวกเรามาที่นี่ทำไม? ข้ายังหลอมโอสถอยู่เลย!” หญิงชราถามด้วยความร้อนใจ

ชายชราผมขาวที่ปรากฏตัวคนแรกยิ้มแห้ง ๆ “ผู้อาวุโส ตอนนี้เรากำลังมีปัญหา โลกหม้อศิลาถูกเปิดออกจากข้างใน ตอนนี้เซียนจากโลกเบื้องล่างพากันหนีออกมา พวกเราจับได้แล้วสามร้อยคน และยังมีอีกมากมายที่ยังจับไม่ได้”

“อะไรนะ!” ทุกคนต่างตกใจ ชายชราอีกคนกล่าวอย่างเยือกเย็น “ผู้คุมกฎตี้ห่าวมัวแต่ทำอะไรอยู่? แค่โลกใบเล็กก็ยังดูแลไม่ได้ แล้วจะให้เขาไปทำอะไรได้!”

“ข้าได้ยินจากเซียนที่ถูกจับได้ว่าผู้คุมกฎถูกเซียนจากโลกเบื้องล่างที่ชื่อลู่เฉินปราบไว้”

“สารเลว! มดปลวกโลกเบื้องล่างพวกนี้คิดจะก่อกบฏงั้นหรือ? ตี้ห่าวก็ไร้ประโยชน์ เซียนระดับนิพพานอย่างเขาจะถูกมดปลวกจากโลกเบื้องล่างปราบได้อย่างไร?”

“ร่างจริงของตี้ห่าวไปสำรวจอาณาจักรลับโบราณ ส่วนคนที่ดูแลหม้อศิลาเป็นเพียงแค่ร่างแยกของเขาเท่านั้น”

“ข้าคิดว่าพวกเราควรจะฆ่าลู่เฉินผู้นั้นเสีย ส่วนเซียนคนอื่น ๆ ก็ส่งกลับไปยังโลกเบื้องล่างซะ…” หญิงชราผมเงินกล่าว

ตอนนั้นเอง ก็มีแสงวาบ บัณฑิตวัยกลางคนปรากฏตัวขึ้น

“ประมุขเกาท่านก็มาด้วยเช่นกันหรือ มีเกิดเรื่องขึ้นกับหม้อศิลา…”

ยังไม่ทันที่ประมุขหมินจะพูดจบ ประมุขเกาก็พยักหน้าและกล่าว “ข้ารู้เรื่องนี้แล้ว บุตรแห่งมังกรที่ตระกูลข้าส่งไปยังโลกเบื้องล่างกลับมาแล้ว เขาแอบหนีออกมา และได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ข้าฟัง ข้าคิดว่าเรื่องทั้งหมดไม่ใช่ความผิดของเซียนโลกเบื้องล่างทั้งหมดหรอก”

“หือ?” ทุกคนมองไปที่เขา

ผู้นำตระกูลเกากล่าว “ลู่เฉินฝ่าทัณฑ์สวรรค์สำเร็จ แต่ตี้ห่าวกลับแอบโจมตีเขา หลังจากถูกทำร้าย เขาก็ผูกใจเจ็บและไม่ยอมเปิดประตูสวรรค์ให้ จึงทำให้เซียนจากโลกเบื้องล่างต้องเปิดประตูสวรรค์โดยพลการ…”

หญิงชราขัดจังหวะ “มดปลวกโลกเบื้องล่างพวกนั้นหาที่ตาย! พวกมันคิดก่อกบฏ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ข้าก็ยังยืนยันให้ฆ่าหัวหน้าและลงโทษผู้ติดตาม! ต้องลงโทษพวกมันอย่างหนัก!”

จบบทที่ ตอนที่ 216 ต้องลงโทษอย่างหนัก(ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว