เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 ขาดกำลังคน

บทที่ 29 ขาดกำลังคน

บทที่ 29 ขาดกำลังคน


เนื่องจากการเดินทางที่ยาวนานเมื่อวานนี้และความจริงที่ว่าเขาพลิกตัวไปมาในตอนดึกเพราะเรื่องของสเตลล่าทำให้ซูยี่ตื่นสายในวันรุ่งขึ้น

เมื่อเขาลืมตาขึ้นแสงแดดก็ส่องเข้ามาทางหน้าต่างของเขาและดูเหมือนว่ามันจะเป็นเวลาประมาณเที่ยงวัน

“อาจารย์ท่านตื่นแล้ว” เสียงขี้อายของวิเวียนดังขึ้นที่ข้างหูของเขา“ใกล้เที่ยงแล้วท่านจะทานอาหารเลยหรือไม่”

ซูยี่ลุกขึ้นนั่งและมองไปรอบ ๆ ก็ไม่พวกับสเตลล่าเลย

“พี่สาวสเตลล่ากลับไปแล้ว เธอบอกว่าถ้าวันนี้อาจารย์เข้าไปที่หอคอยเวทมนตร์ เธอบอกว่าให้ไปหาเธอด้วย เธอมีเรื่องจะคุยกับท่าน”

“ หืม มีอะไรจะคุยกับข้ากัน? ทำไมไม่พูดตั้งแต่เมื่อคืนกัน” ซูยี่มองออกไปนอกหน้าต่างก่อนจะถามวิเวียน“วันนี้ไม่ต้องทำอาหารหรอก ออกไปทานข้างนอกดีกว่าจะได้ประหยัดเวลา”

“อาจารย์ข้าไม่เป็นไร” วิเวียนพูดด้วยน้ำเสียงประหลาดใจว่า“ท่านไปทานข้าวเถอะ ข้าจะหาอไรง่ายๆกินที่บ้านเอง”

“ไม่ต้องพูดแล้วนี่คือคำสั่ง” ซูยี่กล่าวโดยไม่มีความสุภาพใด ๆ

หลังจากอยู่กับวิเวียนมาระยะหนึ่งซูยี่รู้ว่าเพราะเด็กหญิงคนนี้เป็นทาสมานานเกินไปเธอจึงคุ้นเคยกับการวางตัวในตำแหน่งที่ต่ำกว่า หากเขาต้องการเปลี่ยนมุมมองของเธอก็ต้องใช้เวลานานเช่นกัน

“อ อืม” ตามที่คาดไว้เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่หนักแน่นในน้ำเสียงของซูยี่วิเวียนก็เห็นด้วยอย่างเชื่อฟัง

หลังจากพาวิเวียนออกมาซูยี่ก็พาเธอไปที่ร้านเสื้อผ้าเพื่อซื้อเสื้อผ้าสองชุดก่อนที่จะมองหาร้านอาหารเพื่อรับประทานอาหารกลางวัน

ขณะที่รับประทานอาหารซูยี่กำลังจัดระเบียบความคิดของเขาในใจ

มีหลายสิ่งที่เขาต้องคิดดังนั้นเขาจึงต้องเรียบเรียงความคิดของตัวเองให้เรียบร้อย

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเรื่องการผลิตและจำหน่ายของพัดลมเวทมนตร์ มิฉะนั้นถ้าเขาขาดเงินเขาก็ทำอะไรไม่ได้เลย

แม้ว่ายอดขายของพัดลมเวทมนตร์จะมีมากมาย แต่ซูยี่ก็รู้ว่าตลาดของเมืองบันต้า และพื้นที่โดยรอบจะอิ่มตัวในไม่ช้า ยอดขายของพวกเขาในอนาคตจะลดลงอย่างรวดเร็วเป็นแนวดิ่งพวกเขาจะไม่สามารถทำยอดขายได้มากมายเหมือนเมื่อก่อน

ซูยี่คิดวิธีแก้ปัญหานี้ได้สองวิธี วิธีที่หนึ่งคือการพัฒนาพัดลมเวทมนตร์โดยออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง

เขาเชื่อว่าหลังจากผลิตพัดลมเวทมนตร์รุ่นปรับความเร็วได้เป็นรุ่นที่สองแล้วมันจะทำให้เกิดอาการบวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นี่เป็นเพราะผู้คนชอบสิ่งใหม่ ๆ

วิธีที่สองคือการขยายตลาด

นอกจากเมืองคาร์มาแล้วยังมีพ่อค้าจากเมืองอื่น ๆ ใกล้ๆเมืองบันต้าที่สั่งซื้อจำนวนมาก

ตามข้อมูลที่ได้มาเมื่อพัดลมเวทมนต์ถูกขายในเมืองของพวกเขามันสร้างความฮือฮาในทันที พัดลมเวทมนตร์ที่ถูกขายไปเป็นการทดสอบตลาดของพ่อค้าเหล่านี้ได้ถูกซื้อไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเมื่อพ่อค้าเหล่านี้มาเป็นครั้งที่สองพวกเขาจึงเสนอคำสั่งซื้อที่ใหญ่กว่าครั้งที่แล้วหลายเท่า

แต่เนื่องจากปัญหาเรื่องไม่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตพัดลมเวทมนตร์ได้ในตอนนี้ ไฮนซ์จึงยอมรับคำสั่งซื้อพัดลมได้เพียงห้าพันตัวเท่านั้น

เพราะเหตุนี้ไฮนซ์จึงรู้สึกรำคาญมาก หากเขารู้เรื่องนี้ก่อนหน้านี้เขาจะยิ่งกล้าขึ้นและสร้างโรงงานที่ใหญ่ขึ้นหลายเท่าเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตอีกหลายเท่าเพื่อให้พวกเขารับคำสั่งซื้อทั้งหมดนั้นได้

กลับกันูซูยี่ไม่ได้กังวลกับเรื่องนี้เลย เขาได้ตัดสินใจเกี่ยวกับพัดลมเวทมนตร์รุ่นปรับความเร็วได้แล้ว

ตราบใดที่ทุกอย่างราบรื่นตราบเท่าที่พัดลมเวทมนตร์รุ่นปรับความเร็วได้รุ่นที่สองเข้าสู่สายการผลิตผลผลิตของพวกเขาจะเพิ่มขึ้นหลายเท่า เมื่อถึงเวลาไม่ต้องพูดถึงพัดลมหมื่นตัวแม้ว่าจะเป็นสองหมื่นสามหมื่นตัวหรือมากกว่านั้นพวกเขาก็สามารถจัดการได้อย่างง่ายดาย

แน่นอนว่าในการทำให้สายการผลิตนี้เป็นจริงมีหลายสิ่งที่ต้องเตรียม

นี่คือสิ่งที่ซูยี่ให้ความสำคัญมากที่สุดในตอนนี้

แม้ว่าปรมจารย์ลานัสจะสร้างเครื่องรีดเกลัยวเวทมนตร์และเครื่องขันระบบบิดเวทมนตร์(Magic Capping Machineไม่รู้ว่าแปลถูกหรือเปล่านะอันนี้ผมไม่แนใจ) ไว้แล้วทำให้สามารถผลิตสลักเกลียวและอนุญาตให้มีสายการผลิตพัดลมเวทมนตร์รุ่นปรับความเร็วได้ได้ แต่แค่นี้มันก็ยังไม่เพียงพอ

เพื่อที่จะพัฒนาพัดลมเวทมนตร์รุ่นแรกเขาจำเป็นต้องสร้างมาตรฐานทุกส่วนของการผลิตพัดลมเวทมนตร์

แต่ในการสร้างมาตรฐานนั้นยากมากไม่ใช่อะไรที่แค่เพียงอาศัยกำลังคนจะทำได้

แม้ว่าสมาชิกจาดเผ่าของปรมจารย์ลานัส จะมีทักษะการตีเหล็กในระดับเดียวกับ ปรมจารย์ลานัส แต่มันก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของเขา

เพื่อให้บรรลุสิ่งนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเครื่องตีเหล็ก

ยกตัวอย่างปลอกของพัดลมเวทมนตร์ หากต้องอาศัยการตีด้วยมือร้านช่างตีเหล็กในเมืองบันตาไม่สามารถผลิตได้มากกว่าสามสิบชุด

เพื่อรองรับกับการผลิตพัดลมเวทมนตร์ ซูยี่ได้ทำการสั่งซื้อจากร้านช่างตีเหล็กทุกแห่งในเมืองบันต้า

แม้ว่านี่จะหมายความว่ามีงานทำอยู่เสมอและมันทำให้ช่างตีเหล็กมีความสุขมาก แต่สิ่งนี้ส่งผลต่อคำสั่งซื้อในเมืองบันตาดังนั้นจึงไม่ใช่แผนระยะยาว

แม้ว่าจะเป็นเช่นนี้ แต่ผลลัพธ์ของปลอกพัดลมเวทมนตร์ ก็แทบจะไม่เพียงพอกับการผลิตของโรงงาน ถ้าเขาอยากจะเพิ่มผลการผลิตมันก็แทบจะเป็นไปไม่ได้

ไม่ต้องพูดถึงว่าซูยี่ไม่พอใจกับฝีมือของช่างตีเหล็กมาโดยตลอดปลอกพัดลมเวทมนตร์ส่วนใหญ่ที่พวกเขาทำนั้นไม่เหมือนกันเลย หากเป็นที่โลกเดิมของเขาตามหลักเกณฑ์ของโรงงานที่เข้มงวดส่วนใหญ่จะถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีตำหนิ

ถ้าเขาต้องการให้พัดลมเวทมนตร์รุ่นปรับความเร็วได้วางในสายการผลิตจำนวนมากปลอกด้านนอกเหล่านี้ยังใช้ไม่ได้

“ในท้ายที่สุดฐานรากอุตสาหกรรมยังขาดแคลนอย่างมาก” เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ ซูยี่ก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ

การจัดตั้งระบบอุตสาหกรรมไม่สามารถละทิ้งการพัฒนาอุปกรณ์อุตสาหกรรมหนักได้ แต่ในทวีปไซนส์ไม่ต้องพูดถึงเครื่องมืออุตสาหกรรมหนักแม้แต่อุปกรณ์อุตสาหกรรมเบาก็หายาก รากฐานของพวกเขาขาดเกินไป

“ข้าหวังว่าหลังจากที่คนแคระเหล่านั้นมาพวกเขาจะสามารถปรับปรุงด้านนี้ได้”

ซูยี่หยิบหนังสือเล่มเล็ก ๆ ออกมาและเริ่มวางแผนเบื้องต้นเกี่ยวกับเรื่องนี้

ตามข้อตกลงของเขากับหัวหน้าเผ่าซิลูก้าในสามวันจะมีคนแคระร้อยคนที่มีทักษะในระดับยอดเยี่ยมมาที่เมืองบันต้า เพื่อเป็นพนักงานของซูยี่

เพื่อปกป้องคนแคระเหล่านี้ซูยี่จะสร้างพื้นที่ที่อยู่อาศัยใกล้กับโรงงานและยังสร้างโรงงานอีกสองแห่ง

โรงหนึ่งจะเป็นโรงหล่อโลหะที่คนแคระใช้เป็นหลักในขณะที่อีกโรงหนึ่งจะเป็นโรงประกอบสำหรับพัดลมเวทมนตร์รุ่นปรับความเร็วได้

เนื่องจากเหลือฤดูร้อนเพียงเดือนเดียวเวลาจึงสั้นมาก แผนการทั้งสองนี้จึงทำได้เพียงหยาบๆเหมือนกับโรงงานพัดลมเวทมนตร์ก่อนหน้านี้

แต่เขาไม่สามารถสร้างบริเวณที่อยู่อาศัยได้ทัน เขาจึงให้หัวหน้าเผ่าซิลูก้าไปอยู่กับปรมจารย์ลานัสก่อน

ไม่ต้องพูดถึงว่าคนแคระเหล่านี้เป็นปรมาจารย์การตีเหล็กที่สำคัญที่สุดในหัวใจของซูยี่ ไม่ใช่เรื่องเกินจริงที่จะกล่าวว่าฐานของระบบอุตสาหกรรมสำหรับทวีปไซน์ถูกวางไว้ในมือของคนแคระเหล่านี้ หากเขาไม่ปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างถูกต้องนั่นคงไม่ดีแน่

“มีหลายอย่างที่ต้องทำตอนนี้ข้ายังมีคนไม่พอ” ซูยี่ขมวดคิ้วขณะที่เขามองดูสิ่งทุ่เขียนอยู่ในหนังสือเล่มเล็ก ๆ ของเขา“ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่นเลยเพียงแค่ห้องวิจัยและหอพักของพนักงานก็ต้องการคนจำนวนมาก ข้าสงสัยว่าไฮนซ์จะดูแลเรื่องนี้อย่างไร”

ในขณะที่คิดถึงเรื่องนี้ซูยี่ก็มองไปที่วิเวียนที่กำลังจดจ่ออยู่กับการกินและดวงตาของเขาก็สว่างขึ้น

"ข้ารู้แล้ว!"

###

“เจ้าต้องการซื้อทาสสองสามคนจากข้าหรือ” วิสเคานท์เลสลี่มองไปที่ซูยี่ด้วยความงุนงง เขาไม่เคยคิดเลยว่าเพื่อนคนนี้จะวิ่งมาที่นี่ตอนเที่ยงและถามแบบนี้ “จะซื้อไปทำไม”

“เพราะตอนนี้ข้าต้องการคนจำนวนมาก” ซูยี่กล่าวต่อว่า“ข้ากำลังขยายสายการผลิตของโรงงานและต้องการคนงานจำนวนมาก ข้าไม่สามารถจ้างคนจำนวนมากได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ ข้าจึมาขอความช่วยเหลือจากท่าน”

การแสดงออกของวิสเคานท์เลสลี่ดูน่าเกลียดเล็กน้อย“จากน้ำเสียงของเจ้าข้าเกรงว่าเจ้าจะต้องการคนไม่ใช่จำนวนน้อยๆ บอกข้ามาว่าเจ้าต้องการกี่คน”

ซูยี่ยกนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้วและพูดด้วยรอยยิ้มจาง ๆ “ตอนนี้ข้าต้องการหนึ่งร้อยคน”

"หนึ่งร้อย?" วิสเคานท์เลสลี่หรี่ตาเล็กน้อยและตำหนิเขาโดยไม่ยับยั้งชั่งใจ“เจ้าคิดว่าพวกมันเป็นวัชพืชหรือไง? เจ้าคิดว่าถ้าต้องการหนึ่งร้อยเจ้าก็จะได้หนึ่งร้อย? ข้าขอบอกเจ้าว่าข้ามีทาสทั้งหมดสามร้อยคนภายใต้ชื่อของข้าและถ้าข้าให้เจ้าหนึ่งร้อยข้าจะทำอย่างไร? ถ้าข้าให้ทาสกับเจ้าแล้วข้าล่ะ? เจ้าไม่เห็นหรือว่ายังมีที่ดินที่ยังไม่พัฒนาภายใต้ชื่อของข้า? ถ้าข้ามีคนมากพอที่ดินผืนนั้นจะไม่ว่างเปล่าเลยและจะไม่มีที่ดินให้กับเจ้าด้วยซ้ำ”

ซูยี่ไม่ได้หวั่นไหวอะไรเลยในขณะที่เขาถามด้วยรอยยิ้ม“แล้วถ้าข้าจะบอกว่าข้าจะใช้คนพวกนี้พัฒนาที่ดินผืนนั้นล่ะ”

“ไร้สาระคนพวกนี้ใช้ประโยชน์อะไรได้? พวกมันก็เป็นแค่ทาสจำนวนหนึ่ง” วิสเคานท์เลสลี่กล่าวถ้อยคำอันเฉียบคมเหล่านี้ก่อนที่จะหันไปมองวิเวียนที่เดินตามหลังซูยี่ตลอดเวลา“ใช่แล้วเด็กผู้หญิงคนนี้น่าจะเป็นทาสที่เจ้าโขมยมาจากบรูไนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากข้าครั้งที่แล้วใช่ไหม อะไร? หลังจากได้สัมผัสความหวานจากเธอแล้วเจ้าต้องการซื้อทาสเพิ่มอีกสองสามคนหรือไม่?”

วิสเคานท์เลสลี่จ้องไปที่เธอ วิเวียนก็ก้มหน้าลงทันทีด้วยความกลัว

จากมุมมองของเธอวิสเคานท์เลสลี่เจ้านายคนก่อนของเธออยู่ในตำแหน่งที่ห่างไกลซึ่งทาสตัวเล็กอย่างเธอไม่สามารถจ้องมองได้

ซูยี่ขมวดคิ้วและพูดอย่างจริงจังว่า“ท่านวิสเคานท์ก่อนอื่นข้าไม่ได้ขโมยเธอ แต่ข้าได้คุยเงื่อนไขกับพ่อบ้านบรูไนแล้ว วิเวียนถูกซื้อโดยมีข้อตกลงจากทั้งสองฝ่ายและท่านก็ได้ลงนามในสัญญาสำหรับเรื่องนี้ ประการที่สองวิเวียนคือคนของข้าดังนั้นข้าขอให้ท่านระวังคำพูดและไม่พูดแบบนั้นอีก”

เมื่อได้ยินซูยี่ขัดแย้งกับวิสเคานท์เลสลี่โดยตรงวิเวียนก็รู้สึกหวาดกลัว เธออดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือเล็ก ๆ ของเธอไปดึงเสื้อผ้าของซูยี่ด้วยใบหน้าที่ปกคลุมไปด้วยความหวาดกลัว

วิสเคานท์เลสลี่ประหลาดใจเล็กน้อย จริงๆแล้วเขาไม่ได้โกรธอะไรจากการขัดแย้ง แต่เขามองไปที่ซูยี่และวิเวียนก่อนจะเผยรอยยิ้ม

“ ซูยี่เจ้าเป็นคนที่แปลกจริงๆ เพราะทาสเจ้าถึงกับกล้าเผชิญหน้ากับข้าจริงๆ เจ้าบอกว่าเด็กผู้หญิงคนนี้เป็นของเจ้า… .. แต่ข้ายังเห็นว่าเธอยังบริสุทธิ์อยู่ใช่มั้ย? เธออาจจะยังคงเป็นสาวพรหมจรรย์อยู่ได้หลังจากอยู่กับเจ้ามานานขนาดนี้เจ้าเป็นคนดีที่คาดไม่ถึงจริงๆ”

พวกเขาไม่เคยคิดว่าวิสเคานท์เลสลี่จะพูดอะไรที่เก่ยวกับพรหมจีรรย์ทำให้ซูยี่และวิเวียนหน้าแดง

“ เเคะๆ… ... ท่านวิสเคานท์ข้าไม่ได้หมายความอย่างนั้นเพียง แต่… ... ลืมไปเถอะเรื่อ้นี้ไม่ได้มีความหมาดอะไร ข้าแค่ต้องการเตือนท่านวิสเคานท์ว่าท่านประเมินทาสต่ำเกินไป แม้ว่าพวกเขาจะเป็นทาสตราบใดที่มือเท้าและศีรษะของพวกเขายังทำงานได้อย่างถูกต้อง ก็มีค่าเป็นกำลังคนมีเพียงท่านเท่านั้นที่ไม่ได้ใช้มันอย่างมีประสิทธิภาพ ข้าจะพูดอะไรบางอย่างที่ท่านไม่อยากได้ยิน ถ้าท่านทั้งสามร้อยคนยังอยู่ในมือท่านมันจะไม่เกิดประโยชน์อะไร”

วิสเคานท์เลสลี่เต็มไปด้วยความสุขทันที

“ดี นี่คือสิ่งที่ข้าอยากได้ยิน ใหนเจ้าลองบอกข้าสิว่าเจ้าจะทำให้พวกเขาแสดงคุณค่าของตัวเองได้อย่างไร”

จบบทที่ บทที่ 29 ขาดกำลังคน

คัดลอกลิงก์แล้ว