เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 113 ทาสขุดเหมือง(ฟรี)

ตอนที่ 113 ทาสขุดเหมือง(ฟรี)

ตอนที่ 113 ทาสขุดเหมือง(ฟรี)


“ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตาม ข้าต้องการคนงานเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากปีที่แล้ว!” แม่ทัพของลู่โฉ่วอี๋ถ่ายทอดคำสั่งนี้ไปยังทหารระดับล่าง

ไม่ต้องสนใจวิธีการ ขอเพียงแค่ผลลัพธ์น่าพึงพอใจ

แรงกดดันถูกส่งต่อลงมาเป็นทอด ๆ ทันใดนั้น กองทัพขนาดใหญ่ก็เคลื่อนพลเข้าสู่บริเวณชายแดนระหว่างไท่ห้าวและแดนเถื่อน เพื่อจับคนเรร่อน

ชนเผ่าเร่ร่อนบางส่วนถูกจับ บางส่วนหนีเข้าไปในป่าลึก ทำให้การจับกุมเป็นไปได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ

“ท่านแม่ทัพ พวกเราจับพวกคนเรร่อนไม่ได้มาสามวันแล้ว” ทหารหลายคนยืนอยู่ต่อหน้าแม่ทัพด้วยสีหน้าบึ้งตึง

แม่ทัพเกาหัวด้วยความหงุดหงิด “จับทาส จับทั้งวัน! ตอนนี้ยิ่งจับยากขึ้นทุกที สู้ไปรบกับต้าเฉียนยังสนุกกว่า!”

ทุกคนต่างบ่นพึมพำ

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม งานจากเบื้องบนก็ยังคงถูกส่งลงมาเรื่อย ๆ เป้าหมายในการจับทาสยังไม่สำเร็จ แต่กลับมีงานใหม่ถูกส่งลงมาอีก

ในที่สุดก็มีคนเสนอความคิด “ท่านแม่ทัพ ที่จริงแล้วยังมีชนเผ่าเร่ร่อนมากมายอาศัยอยู่ที่ชายแดน ถึงแม้พวกเขาจะมีอารยธรรมมากกว่าชนเผ่าเร่ร่อนทั่วไป แต่ก็ยังคงเป็นชนเผ่าเร่ร่อน…”

ตอนแรกแม่ทัพไม่เห็นด้วย

เพราะชนเผ่าเร่ร่อนที่ชายแดนเหล่านี้ถูกเรียกว่าชนเผ่าที่ผ่านการหลอมรวมแล้ว

พวกเขามาพึ่งพาอาศัยที่นี่เมื่อนานมาแล้ว

ทั้งยังแต่งงาน มีลูกหลาน ใช้ชีวิตเช่นคนธรรมดา และเป็นหนึ่งในประชาชนของไท่ห้าว

ครั้งนั้นตอนที่ลู่โฉ่วอี๋ออกต่อสู้กับชนเผ่าเร่ร่อน พวกเขายังให้ความช่วยเหลืออยู่

แต่เมื่อภารกิจตอนนี้ยากที่จะสำเร็จ

ในที่สุดก็มีคนเริ่มจับชนเผ่าเรร่อนที่ชายแดนของไท่ห้าว ชาวบ้านทั้งหมดถูกจับกลายเป็นทาสขุดเหมือง และถูกส่งไปยังเหมืองลึกในแดนเถื่อน

เหล่าแม่ทัพเริ่มจับชนเผ่าเร่ร่อนที่พวกเขารู้จัก แม้แต่ชนเผ่าอื่น ๆ ที่อาศัยอยู่กับชนเผ่าที่พวกเขารู้จักก็ถูกจับไปด้วย

“ปล่อยพวกเรานะ! พวกเราเป็นประชาชนของไท่ห้าว!” ชาวบ้านต่างต่อสู้ขัดขืน แต่ก็ไร้ประโยชน์ หมู่บ้านตามชายแดนถูกกวาดล้าง ครอบครัวมากมายพลัดพรากจากกัน นี่คือหายนะอย่างแท้จริง

หายนะจากการจับทาสขุดเหมืองที่ชายแดนไม่ได้รับความสนใจ ลู่โฉ่วอี๋ไม่รู้เลยว่าคนงานที่ส่งไปให้สำนักไห่เหรินนั้นเพียงพอแล้ว

ตอนนี้เป็นช่วงกลางเดือนมีนาคม ปีที่ 5 แห่งรัชศกหง ฤดูใบไม้ผลิอันแสนอบอุ่น ดอกไม้ผลิบาน ธารน้ำแข็งละลาย เป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับการยกทัพขึ้นเหนือ

ลู่โฉ่วอี๋นำกองทัพมุ่งหน้าไปทางเหนืออีกครั้ง

ครั้งนี้กองทัพแข็งแกร่งกว่าที่ผ่านมา ลู่โฉ่วอี๋มั่นใจว่าเขาจะสามารถยึดแคว้นต้าเฉียนและรวมแผ่นดินให้เป็นหนึ่งได้

ที่จวนอ๋องหนาน หุบเขาด้านหลัง

ลู่เฉินเดินเล่นรอบสวนสมุนไพร รู้สึกพึงพอใจกับมัน

บ่อน้ำวิญญาณใต้ต้นโพธิ์มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ

ต้นท้อยืดอายุได้เติบโตเป็นต้นไม้เล็ก ๆ มีดอกท้อสีชมพูผลิบาน แสดงว่าเขาปลูกมันได้สำเร็จ แต่ยังคงอีกนานกว่าจะได้ลูกท้อวิญญาณ

ต้นผลทองคำก็เจริญเติบโตตามปกติ เดิมทีต้นผลทองคำจะมีเพียงที่ขึ้นเองตามธรรมชาติเท่านั้น แต่ตอนนี้เขาสามารถเพาะปลูกมันได้เองแล้ว

สิ่งที่ทำให้ลู่เฉินมีความสุขคือเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ภูเขาหมางซานได้เมล็ดพันธุ์ต้นพุทรามาจำนวนหนึ่ง ต้นพุทราเป็นของดี ปลูกง่าย และมีผลผลิตมาก

ตอนนี้ ต้นพุทราจะถูกปลูกไว้ตามที่ว่าง

หลังจากรอคอยอีกสองสามวัน เวลาฝึกฝนของลู่เฉินก็มากถึง 400 ปี

“400 ปี น่าจะเพียงพอสำหรับเคล็ดวิญญาณหมื่นพฤกษาแล้ว!” ลู่เฉินนั่งอยู่ในห้องเงียบ ๆ คนเดียว มองดูแผงควบคุมระบบด้วยความคาดหวัง

เขารอคอยวันนี้มานานกว่าหนึ่งปี สายตาของเขามองไปยังแถวสุดท้ายของแผงควบคุม มีข้อความปรากฏขึ้น

[ใช้ประสบการณ์บ่มเพาะกับ…]

“เคล็ดวิญญาณหมื่นพฤกษา”

[ระยะเวลาฝึกฝน…]

“400 ปี” ลู่เฉินไม่ลังเลที่จะใช้เวลาทั้งหมดที่มี

[ท่านเริ่มฝึกฝน “เคล็ดวิญญาณหมื่นพฤกษา” อีกครั้ง]

[ปีแรก ท่านได้ไปที่สำนักพืชวิญญาณ หวังว่าจะซื้อเมล็ดพันธุ์โสมวิญญาณเก้าภพ

บรรพชนหยางเหมยพบกับท่านและหวังว่าท่านจะเข้าร่วมสำนักพืชวิญญาณ แต่ท่านปฏิเสธ

บรรพชนหยางเหมยขายเมล็ดพันธุ์โสมวิญญาณเก้าภพให้ท่านหนึ่งร้อยเมล็ด แต่หากอัตราการรอดของต้นโสมไม่ถึง 80% ท่านต้องเข้าร่วมสำนัก นี่คือการเดิมพัน ท่านตอบตกลงด้วยความยินดี]

[ปีที่ห้า โสมวิญญาณเก้าภพที่ท่านปลูกทั้งหมดรอดชีวิต อัตราการรอดชีวิต 100%

คุณภาพของโสมก็ยอดเยี่ยม

บรรพชนหยางเหมยมาหาท่าน กล่าวชื่นชมท่านอย่างมากและหวังว่าท่านจะเข้าร่วมสำนักพืชวิญญาณ

ท่านปฏิเสธอีกครั้ง]

[ปีที่หก ท่านขายโสมวิญญาณเก้าภพทั้งหมดและต้องการซื้อต้นอ่อนผลเก้าภพ แต่บรรพชนหยางเหมยปฏิเสธและบังคับให้ท่านเข้าร่วมสำนัก]

[ปีที่เจ็ด ท่านปฏิเสธที่จะเข้าร่วมสำนักพืชวิญญาณ ท่านจึงไม่ได้ต้นอ่อนผลเก้าภพ ท่านไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากกลับบ้านและปลูกโสมวิญญาณเก้าภพอีกครั้ง]

[ปีที่สิบสอง โสมวิญญาณเก้าภพชุดใหม่ของท่านเติบโตขึ้น สำนักพืชวิญญาณที่กำลังโกรธท่าน จึงไม่มาซื้อ ท่านจึงนำมันไปประมูล

เซียนระดับวิญญาณแรกก่อตั้งและกึ่งวิญญาณแรกก่อตั้งจำนวนมากมารวมตัวกันที่เมืองหลวง โสมวิญญาณเก้าภพขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ท่านมีชื่อเสียงโด่งดัง]

[ปีที่สิบเจ็ด ท่านปลูกโสมวิญญาณเก้าภพอีกครั้ง รวมถึงราชาโสมด้วย

เซียนวิญญาณแรกก่อตั้งจากสำนักต่าง ๆ เดินทางมาที่เมืองหลวง เพื่อที่จะได้เห็นราชาโสม

ท่านตั้งราคา ราชาโสมแลกกับต้นอ่อนผลเก้าภพ]

[ปีที่ยี่สิบ เซียนผู้หนึ่งจากแดนศักดิ์สิทธิ์จื่อเยวี่ยได้ยินข่าวและเดินทางมาที่เมืองหลวง ขอให้ท่านปลูกผลเก้าภพให้

เดิมทีท่านไม่อยากออกจากบ้าน แต่อีกฝ่ายแข็งแกร่งเกินไป ท่านจึงต้องติดตามนางไปยังแดนศักดิ์สิทธิ์จื่อเยวี่ย]

[ปีที่ยี่สิบสอง ท่านเริ่มปลูกผลเก้าภพ]

[ปีที่สี่สิบสอง ท่านปลูกผลเก้าภพในแดนศักดิ์สิทธิ์จื่อเยวี่ยมา 20 ปีแล้ว ในที่สุดมันก็สุกงอม

เซียนผู้แข็งแกร่งมากมายในแดนศักดิ์สิทธิ์เดินทางมาที่นี่ ท่านกลายเป็นเป้าหมายของทุกคน]

[ปีที่สี่สิบสาม เซียนที่คอยปกป้องท่านนำผลเก้าภพไปและเริ่มบ่มเพาะ ท่านสูญเสียผู้สนับสนุนในแดนศักดิ์สิทธิ์จื่อเยวี่ย เซียนบางคนต้องการบังคับให้ท่านปลูกผลเก้าภพให้พวกเขา]

[ปีที่สี่สิบสี่ ท่านเลือกเซียนคนหนึ่งและปลูกผลเก้าภพให้เขา โดยมีข้อแม้ว่าเขาจะต้องมอบเศษดินเซียนให้ท่าน]

[ปีที่สี่สิบห้า ท่านเริ่มปลูกผลเก้าภพอีกครั้ง]

[ปีที่หกสิบห้า ท่านใช้เวลา 20 ปีในการปลูกผลเก้าภพ สิ่งที่น่าอัศจรรย์คือครั้งนี้ได้ผลมาสองผล เซียนผู้นั้นดีใจมากและมอบเศษดินเซียนให้ท่านตามสัญญา]

[ปีที่หกสิบหก ท่านเตรียมตัวกลับบ้านพร้อมกับดินเซียน แต่มีเซียนผู้แข็งแกร่งอีกคนหนึ่งจากแดนศักดิ์สิทธิ์มาบังคับให้ท่านปลูกผลเก้าภพให้เขา ท่านไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมทำตาม แต่ก็แอบหาทางหลบหนี]

[ปีที่เจ็ดสิบสอง โอกาสที่ท่านรอคอยก็มาถึง

เกิดศึกภายในแดนศักดิ์สิทธิ์จื่อเยวี่ย มีผู้คนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก

ท่านรอดชีวิตเพราะเตรียมตัวล่วงหน้า จึงฉวยโอกาสนี้หลบหนี

ก่อนจากไป ท่านยังขโมยตำราของเซียนผู้นั้นติดมือกลับมาด้วย]

[ปีที่เจ็ดสิบห้า ท่านกลับไปที่เมืองหลวง แต่ท่านกลัวว่าเซียนจากแดนศักดิ์สิทธิ์จะมาหาท่านอีกครั้งเพื่อขอให้ปลูกผลเก้าภพ ท่านจึงย้ายต้นโพธิ์และเดินทางข้ามทะเล]

[ปีที่แปดสิบ ท่านเดินทางมาถึงเกาะแห่งหนึ่งที่อุดมไปด้วยพลังปราณ ปลูกต้นโพธิ์ และเริ่มบ่มเพาะ]

[ปีที่ร้อย อีกยี่สิบปีผ่านไป ต้นโพธิ์ที่ท่านปลูกได้เลื่อนระดับเป็นกึ่งเซียน “เคล็ดวิญญาณหมื่นพฤกษา” ของท่านพัฒนาขึ้นเล็กน้อย]

[ปีที่ร้อยห้า ท่านรู้สึกหงุดหงิดเพราะไม่รู้ว่าจะพัฒนาตัวเองต่อไปได้อย่างไร ท่านไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากอ่านตำราโบราณที่ขโมยมา ในนั้นมีตำนานเกี่ยวกับผืนดินเซียน ท่านไม่เชื่อว่ามีดินเซียนอยู่ในโลกนี้]

[ปีที่ร้อยสิบ ในที่สุดท่านก็อดทนไม่ไหว เตรียมตัวเดินทางตามหาดินเซียน]

[ปีที่ร้อยสามสิบ ท่านเดินทางข้ามทะเลอันกว้างใหญ่มา 20 ปีแล้ว ในที่สุดก็พบดินแดนใหม่ ผู้คนและอาคารบ้านเรือนที่นี่ดูแปลกตา วิธีการบ่มเพาะพลังก็หลากหลายกว่าเดิม]

[ปีที่ร้อยห้าสิบ ในที่สุดท่านก็ได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับดินเซียน ด้วยวิชาปลูกพืชที่เหนือชั้น ท่านเข้าร่วมกับกองกำลังที่แข็งแกร่งนี้และมาถึงแดนศักดิ์สิทธิ์]

จบบทที่ ตอนที่ 113 ทาสขุดเหมือง(ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว