เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 76 ค่ายกลกระบี่พงไพร(ฟรี)

ตอนที่ 76 ค่ายกลกระบี่พงไพร(ฟรี)

ตอนที่ 76 ค่ายกลกระบี่พงไพร(ฟรี)


“หงอคง ในที่สุดก็มีอาหารให้เจ้ากินได้ตามอำเภอใจเสียที” ลู่เฉินสะบัดธงแสนวิญญาณในมือ หงอคงคำรามด้วยความดีใจสองสามครั้ง เมื่อครู่นี้มันก็กินจนอิ่มหนำสำราญใจ

จากนั้นลู่เฉินก็เดินกลับเข้ากระท่อม ส่วนหงอคงตัวใหญ่เกินกว่าจะเข้าข้างในได้อีกต่อไป

ทันทีที่เข้าห้องไป ลู่เฉินก็เรียกระบบขึ้นตรวจสอบ

[เดือนพฤษภาคม ปีที่สองแห่งรัชศกหง คุณชายแห่งหมางซาน โหวหยาง มาท้าประลองกับท่านเนื่องจากท่านขัดขวางการรวบรวมวิญญาณและการหลอมธงวิญญาณของเขา เขาถูกท่านสังหาร ระบบจะมอบหัวข้อรางวัลให้ท่านสามอย่าง โปรดเลือกหนึ่งอย่าง

ชุดกระบี่วิเศษหกสิบสี่เล่ม “กระบี่เพลิงอัสนี”

“เคล็ดวิชาหลอมธงล้านวิญญาณ”

ประสบการณ์บ่มเพาะ 50 ปี]

“กระบี่วิเศษหกสิบสี่เล่มอย่างนั้นหรือ?” ลู่เฉินตัดสินใจโดยไม่ลังเล “ข้าเลือกข้อหนึ่ง กระบี่เพลิงอัสนี”

ฉับพลัน กระบี่วิเศษจำนวนมากก็ตกลงมาจากฟากฟ้า กระบี่บินระดับอาวุธเต๋าแต่ละเล่มล้วนมีขนาดเล็กกว่ามีดสั้น แต่พื้นผิวของมันกลับส่องประกายและมีสายฟ้าเคลื่อนไหวอยู่รอบ ๆ เพียงแค่มองดูก็ชวนรู้สึกผ่อนคลาย

“ช่างเป็นกระบี่ที่ดีจริง ๆ!” ลู่เฉินหยิบกระบี่เล่มหนึ่งขึ้นมาชื่นชม ในตอนนั้นเองจ้าวเหลยก็เดินเข้ามาในกระท่อม

“ท่านอาจารย์…” เมื่อเห็นกระบี่ที่วางอยู่บนโต๊ะมากมาย ดวงตาของจ้าวเหลยก็เป็นประกาย “มีเยอะแยะเลย ท่านให้ข้าสักเล่มได้หรือไม่?”

“ถึงข้าจะให้เจ้าไป เจ้าก็ใช้มันไม่ได้อยู่ดี” ลู่เฉินกล่าวอย่างไม่ปราณี“ตั้งใจฝึกฝนต่อไป เมื่อใดที่เจ้าบรรลุการบ่มเพาะ ข้าจะมอบกระบี่ปีศาจของปรมาจารย์เส้าหยวนให้”

“ขอรับ” จ้าวเหลยตอบรับด้วยความขุ่นเคือง เขานำสมบัติที่ยึดมาได้วางลงบนโต๊ะของลู่เฉิน

“เอาล่ะ กลับไปทำงานของเจ้าเถอะ”

หลังจากไล่จ้าวเหลยออกไป ลู่เฉินก็เริ่มตรวจสอบสมบัติที่ได้มา

อย่างแรกก็คือกระบี่บินของโหวหยาง นี่เป็นกระบี่บินชั้นยอดระดับจิตวิญญาณ ดูไม่ธรรมดาและอาจเทียบเท่ากับกระบี่ปลามังกรของเขาได้

สิ่งที่ลู่เฉินสนใจคือไม้บรรทัดฉุนหยาง สิ่งนี้ก็เป็นอาวุธวิเศษชั้นยอดเช่นกัน สาเหตุที่หาได้ยากเพราะมันสามารถแบ่งออกเป็นสองส่วน สองส่วนเป็นสี่ส่วน และมากที่สุดคือสิบหกส่วน

ลู่เฉินลบพลังวิญญาณดั้งเดิมออกก่อนใส่พลังวิญญาณของตนลงแทนที่ จากนั้นก็ควบคุมมันด้วยความคิด

“ลอยขึ้น!” ไม้บรรทัดฉุนหยางลอยขึ้น หมุนวนอยู่เหนือหัวของลู่เฉิน

ลู่เฉินเดินออกจากกระท่อม ไม้บรรทัดฉุนหยางก็ลอยตามออกมา เมื่อออกไปข้างนอกแล้ว ลู่เฉินก็ร่ายคาถา “แยก!”

ตามคาด ไม้บรรทัดฉุนหยางแยกออกเป็นสองส่วน สองส่วนเป็นสี่ส่วน สี่ส่วนเป็นแปดส่วน และในที่สุดก็กลายเป็นสิบหกส่วน ลู่เฉินดีใจเป็นอย่างยิ่ง เขาชี้นิ้วไปที่หินขนาดใหญ่ในระยะไกลและตะโกน “โจมตี!”

ไม้บรรทัดฉุนหยางทั้งสิบหกกลายเป็นลำแสงสีดำโจมตีหินทีละเล่ม ปัง ๆ ๆ ไม่นานนักหินขนาดใหญ่ก็กลายเป็นผุยผง

“ฮ่า ๆ นี่มันของดี!”

เมื่อลู่เฉินเรียกมันกลับคืนมา เขาก็พบปัญหาบางอย่าง ไม้บรรทัดฉุนหยางเหล่านี้สามารถใช้ได้ดีสำหรับการโจมตีแบบง่าย ๆ แต่ถ้าสั่งการพวกมันให้เคลื่อนไหวซับซ้อน มันจะชนกันมั่วไปหมด ควบคุมได้ยาก

“ดูเหมือนว่าข้ายังต้องฝึกฝนอีกมาก”

ลู่เฉินเก็บไม้บรรทัดฉุนหยางเข้าถุงเก็บของ จากนั้นก็กลับไปเข้ากระท่อมและตรวจสอบสมบัติของโหวหยางต่อ

ในฐานะคุณชายแห่งหมางซาน โหวหยางนั้นร่ำรวยมาก เขาไม่เพียงแต่จะมีถึงสามสมบัติล้ำค่า ได้แก่ ธงแสนวิญญาณ กระบี่วิญญาณ และไม้บรรทัดฉุนหยาง แต่ของในถุงเก็บของก็มีมากมายไม่แพ้กัน

“ค่ายกลฝึกฝน” ลู่เฉินยิ้มดีใจ ค่ายกลเป็นสิ่งที่เขากำลังขาดแคลน

“ยารักษา ยาถอนพิษ ยาบำรุงพลังปราณ และยาก่อตั้งรากฐานสองเม็ด!” ลู่เฉินเบิกตากว้าง

ยาก่อตั้งรากฐานถือว่าเป็นของล้ำค่า

จำได้ว่าเซียนเหมิงเป็นศิษย์ของสำนักไห่เหรินมาหลายสิบปี ก็เพิ่งจะได้รับยาก่อตั้งรากฐานเป็นรางวัลจากสำนัก

ลู่เฉินนำสิ่งเหล่านี้เก็บเข้าถุง ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ต้องใช้มัน แต่ก็สามารถมอบให้ศิษย์หรือสหายในอนาคตได้ หรือไม่ก็นำไปขายเอาเงินก็ยังได้เช่นกัน

จากนั้นก็มาถึงหินวิญญาณของโหวหยาง ลู่เฉินรับทรัพย์ใหญ่ได้อีกครั้ง นอกจากหินปราณทั่วไปห้าร้อยก้อนแล้ว โหวหยางยังมีหินปราณขนาดใหญ่อีกสองก้อน

“นี่คือหินปราณระดับกลางหรือ?” ลู่เฉินมองดูหินปราณที่ใสสะอาดและสัมผัสได้ถึงพลังปราณอันบริสุทธิ์และแข็งแกร่ง

หินปราณระดับกลางหนึ่งก้อนมีค่าเท่ากับหินปราณทั่วไปหนึ่งพันก้อน อีกทั้งยังหายากอย่างมาก ผู้บ่มเพาะเซียนทั่วไปยากที่จะได้ครอบครอง

“ดี ดีมาก! ขอให้มียอดฝีมือเช่นโหวหยางมาท้าประลองข้าเยอะ ๆ ยิ่งดี!” ลู่เฉินขมวดคิ้วเล็กน้อยท่ามกลางความดีใจ

เขารู้สึกว่าช่วงนี้ตนเองเก็บตัวเงียบเกินไป ใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะมีคนแบบโหวหยางที่กล้ามาท้าประลอง หากมีคนมาท้าประลองกับเขาทุกวันและระบบมอบรางวัลให้ เขาคงร่ำรวยเป็นแน่

ลู่เฉินค้นหาสมบัติต่อไป

ในถุงเก็บของของโหวหยางยังมีตำราและเคล็ดวิชาอีกหลายเล่ม บางเล่มบันทึกอยู่ในหนังสือ บางเล่มบันทึกอยู่ในแผ่นหยก ลู่เฉินหยิบแผ่นหยกขึ้นตรวจดูทีละแผ่น…

“เคล็ดวิชาดินขั้นพื้นฐาน”เคล็ดวิชาพิภพแกร่ง“เคล็ดวิชาหลอมธงวิญญาณ เคล็ดวิชาควบคุมค่ายกลกระบี่”ค่ายกลกระบี่พงไพร“…นี่มันของดี!” ลู่เฉินดีใจมาก

เขาเพิ่งจะได้ค่ายกลกระบี่มา และตอนนี้กลับได้เคล็ดวิชาควบคุมค่ายกลกระบี่มาอีก เขาตั้งใจศึกษาและรู้สึกได้ว่าสามารถเข้าใจมันอย่างถ่องแท้

“ไม่แปลกใจเลยที่ตอนข้าเรียกไม้บรรทัดฉุนหยางกลับมา มันถึงได้ชนกันมั่วไปหมด นั่นก็เพราะข้าไม่มีเคล็ดวิชาควบคุมค่ายกลกระบี่อย่างเป็นระเบียบแบบแผนนี่เอง!”

จากนั้นลู่เฉินก็นำของที่ไม่ได้ใช้ใส่เข้าไปในลิ้นชักและเริ่มฝึกฝน “ค่ายกลกระบี่พงไพร”

เคล็ดวิชานี้ต้องฝึกจากน้อยไปมาก

ลู่เฉินเริ่มฝึกโดยใช้กระบี่เพลิงอัสนีสี่เล่มก่อน

เมื่อเขาเริ่มชำนาญ จึงเพิ่มเป็นแปดเล่ม

...

ในขณะที่ลู่เฉินกำลังฝึกฝนอย่างขะมักเขม้นอยู่นั้น ที่เนินเขาหยินเฟิง ภูเขาหมาง ซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายพันลี้

หมางซานไม่ใช่สำนักบ่มเพาะ แต่เป็นสถานที่ชุมนุมขนาดใหญ่ของผู้บ่มเพาะเซียนไร้สังกัด เมื่อกาลเวลาไหลผ่าน ผู้บ่มเพาะเซียนไร้สังกัดเหล่านี้ก็ได้ก่อตั้งกลุ่มขึ้นมา

ถึงแม้ว่าจะไม่มีชื่อกลุ่ม แต่คนอื่น ๆ มักจะเรียกพวกเขาว่า “ผู้บ่มเพาะเซียนหมางซาน”

ผู้บ่มเพาะเซียนหมางซานนั้นแข็งแกร่งกว่าผู้ฝบ่มเพาะไร้สังกัดทั่วไปอย่างแน่นอน เนื่องจากพวกเขามีการรวมกลุ่ม หากมีใครตายก็จะมีคนมาแก้แค้นให้ ดังนั้นจึงมีผู้บ่มเพาะเซียนทั้งฝ่ายธรรมะและอธรรมจำนวนมากเข้าร่วม

ผู้นำของหมางซานในปัจจุบันก็คือโหวฟางหยู เซียนระดับแก่นทองคำที่มีอายุถึงสามร้อยปี

โหวฟางหยูเป็นบัณฑิตมาก่อน แต่ไม่ได้รับราชการ จึงเศร้าหมองและออกเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วเพื่อแสวงหาหนทางแห่งเซียน และแล้วสวรรค์ก็ประทานโอกาสให้ เขาได้รับเคล็ดบ่มเพาะพลังมา

เมื่ออายุสี่สิบปี เขาก็พบว่าตนเองมีคุณสมบัติในการบ่มเพาะเซียน อีกทั้งยังเป็นคุณสมบัติที่ดีมาก เขาจึงใช้ทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่มีเข้าไปบ่มเพาะในหุบเขาเพียงลำพัง เมื่ออายุแปดสิบปีก็สามารถทะลวงสู่ระดับก่อตั้งรากฐานได้สำเร็จ

เขาได้เข้าร่วมสำนักหนึ่ง แต่กลับรู้สึกว่าสำนักนั้นมองเขาเป็นคนนอก เขาจึงออกจากสำนักและมาตั้งรกรากอยู่ที่เขาหมางแห่งนี้

ที่นี่เขาได้พบกับสหายเต๋าที่รู้ใจและให้กำเนิดโหวหยาง

อีกร้อยปีต่อมา ในที่สุดเขาก็ทะลวงสู่ระดับแก่นทองคำและกลายเป็นผู้นำแห่งหมางซานด้วยความสามารถของตนเอง

เขาสามารถทะลวงระดับได้สำเร็จ แต่สหายเต๋าของเขากลับไม่เป็นเช่นนั้น นางหลงใหลในการบ่มเพาะจนเสียสติและฆ่าทุกคนที่ขวางหน้า เพื่อรักษาเกียรติยศของหมางซานเอาไว้ เขาจึงจำเป็นต้องฆ่านาง

หลังจากสังหารสหายเต๋าผู้นั้นไป โหวฟางหยูก็ทุ่มเททุกอย่างให้กับโหวหยาง ถึงแม้ว่าโหวหยางจะไม่มีพรสวรรค์มากนัก แต่ด้วยการสนับสนุนจากยาและสมบัติล้ำค่ามากมาย ทำให้โหวหยางสามารถทะลวงสู่ระดับก่อตั้งรากฐานได้สำเร็จและพัฒนาตนเองขึ้นไปเรื่อย ๆ

โหวฟางหยูทุ่มเททุกอย่างให้กับลูกชายของตน เขาถึงกับหลอมหยกสืบทอดตระกูลและให้ลูกชายสวมใส่ไว้ที่หน้าอก

หากถูกโจมตีจากผู้แข็งแกร่ง หยกสืบทอดตระกูลนี้จะปลดปล่อยพลังออกมาก่อตัวเป็นแสงป้องกัน และต้านทานการโจมตีได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ

แต่ครั้งนี้ หยกสืบทอดตระกูลกลับแตกสลาย!

โหวฟางหยูสัมผัสถึงมันได้ทันที “หยกสืบทอดตระกูลแตกสลาย! หยางเอ๋อร์ตกอยู่ในอันตราย!”

แต่เขาไม่รู้ว่าโหวหยางไปที่ใด

เขาจึงรีบส่งยันต์สื่อสารออกไปทันที “ผู้บ่มเพาะเซียนทุกท่านแห่งหมางซาน จงรีบออกตามหาหยางเอ๋อร์ให้ข้า หากพบเจอตัวเป็น ๆ จะได้รับยาก่อตั้งรากฐานเป็นรางวัล! หากพบเจอแต่ศพ จะได้รับอาวุธวิเศษระดับสูงหนึ่งชิ้น!”

ในพริบตาเดียว ผู้บ่มเพาะเซียนทุกคนในเขาหมางก็ได้รับแจ้งข่าว ค่ำมืดคืนนี้ แสงกระบี่มากมายต่างพุ่งทะยานไปบนท้องฟ้า ทุกคนต่างต้องการตามหาโหวหยางและรับรางวัล

จบบทที่ ตอนที่ 76 ค่ายกลกระบี่พงไพร(ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว