เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 16 เหมือนเกราะทองคำ

ตอนที่ 16 เหมือนเกราะทองคำ

ตอนที่ 16 เหมือนเกราะทองคำ


พื้นดินปกคลุมด้วยดอกเบญจมาศสีทองอร่ามดุจชุดเกราะ จวนอ๋องเจิ้นหนานเต็มไปด้วยความรื่นเริง งานเลี้ยงถูกจัดเตรียมอย่างอลังการ รอคอยเหล่าขุนศึกและมิตรสหาย

ขณะเดียวกัน จวนแม่ทัพเจิ้นหนานและจวนผู้ว่าก็ได้รับราชโองการลับ

เสวี่ยผิงไห่ แม่ทัพเจิ้นหนานมีสีหน้าเคร่งเครียด “ลู่โฉ่วอี๋เชิญใครบ้าง?”

ทหารของเขาส่งมอบกระดาษรายชื่อเข้าร่วม บนนั้นมีชื่อมากมายซึ่งล้วนแต่เป็นคนที่เสวี่ยผิงไห่คุ้นเคย เหตุเพราะรายชื่อของคนพวกนี้ต่างเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของตนทั้งนั้น

“พวกมันช่างเนรคุณ! ข้าดีกับพวกมันขนาดไหนแต่พวกมันกลับ…” เสวี่ยผิงไห่โยนจดหมายลงพื้นด้วยความโกรธ

คนเหล่านี้ล้วนเป็นขุนพลของเขา ใช้ทั้งไม้อ่อนไม้แข็งเพื่อปราบพวกเขาจนราบคาบ นึกไม่ถึงเลยว่าจะยังคงภักดีต่อลู่โฉ่วอี๋เช่นนี้

แม้จะโกรธเพียงใดเขาก็ไม่กล้าทำอะไรคนพวกนี้นัก เพราะหากบุคลเหล่านี้เพิกเฉนต่อเขา เช่นนั้นคำสั่งทางทหารของแม่ทัพเจิ้นหนานคงไม่พ้นออกจากจวน

ทันใดนั้น ก็มีทหารม้าคนหนึ่งควบม้าเข้ามารายงาน

“ราชโองการด่วนแปดร้อยลี้จากเมืองหลวง!”

เสวี่ยผิงไห่รับราชโองการลับจากฮ่องเต้ เขายิ้มออกมาอย่างดีใจ “ฝ่าบาทเข้าใจข้า! ลู่โฉ่วอี๋ คืนนี้เจ้าจงก่อกบฏเลยยิ่งดี!”

ทันใดนั้นเขารีบสั่งการ “ไปที่กองทัพปราบปรามทางใต้และกองทัพปราบปรามชนเผ่าที่ประจำการอยู่ที่ป้อมปราการและเมืองกู่เจิ้น ออกคำสั่งยกทัพมาล้อมเมืองเจิ้นหนาน! ฝ่าบาทอนุญาตให้ข้าตัดสินใจเองได้ หากพบว่าลู่โฉ่วอี๋คิดก่อกบฏ ข้าจะบุกเข้าเมืองและกำจัดพวกมันในทันที!”

เหล่าขุนพลของกองทัพเจิ้นหนานไม่เชื่อฟังเขา แต่กองทัพปราบปรามทางใต้และกองทัพปราบปรามชนเผ่าเป็นทหารจากที่อื่น พวกเขาไม่สนิทสนมกับลู่โฉ่วอี๋และทำตามแต่คำสั่งของฮ่องเต้ เสวี่ยผิงไห่มีกองทัพอยู่ในมือ สิ่งนี้ทำให้เขามั่นใจมากขึ้น หลังจากส่งสารไปยังกองทัพทั้งสองแล้วเขาก็นั่งลงบนเก้าอี้ “ข้าจะคอยดูอยู่ตรงนี้ ลู่โฉ่วอี๋ ข้าจะรอดูเจ้าก่อกบฏ!”

ณ จวนผู้ว่า

เฉินจ้าวก็ได้รับราชโองการลับเช่นกัน เขายิ้มออกมา “ดูเหมือนว่าฝ่าบาทจะไม่อยากให้งานชมดอกไม้ของอ๋องลู่ราบรื่น!”

“ฝ่าบาทตรัสว่าอย่างไรหรือขอรับ?” ฝางเจิ้นฝู ผู้ใต้บังคับบัญชาถามอย่างร้อนรน

เฉินจ้าวยิ้ม “ฝ่าบาทให้พวกเราไปร่วมงานด้วย เพื่อช่วยอ๋องลู่สร้างสีสัน!”

“ดี!”

ลู่โฉ่วอี๋ไม่ได้เชิญเฉินจ้าว แต่ในฐานะองครักษ์เสื้อแพร เฉินจ้าวมีอำนาจที่จะเข้าไปในจวน ฝางเจิ้นฝูถาม “พวกเราจะช่วยสร้างสีสันงานนี้อย่างไรดี? ให้ข้านำกำลังเข้าไปค้นจวนเลยดีหรือไม่ขอรับ?”

“ไม่ได้ การทำเช่นนั้นจะทำให้หน่วยองครักษ์เสื้อแพรดูเป็นผู้ร้าย”

เฉินจ้าวคิดอยู่ครู่หนึ่ง “สืบหาตัวยอดฝีมือที่เตะจวี้เซียงจนตายเจอหรือยัง?”

“ยังไม่พบขอรับ” ฝางเจิ้นฝูกล่าว “ลู่โฉ่วอี๋ก็ส่งคนไปตามหาแต่ก็หาไม่พบเช่นกัน ข้าน้อยสงสัยว่าจ้าวเหลย หัวหน้าองครักษ์ของเขาเป็นคนลงมือ”

“โอ้ ครั้งก่อนเจ้าบอกว่าเพลงเตะของจ้าวเหลยไม่มีท่านี้ไม่ใช่หรอกหรือ…”

ฝางเจิ้นฝูยิ้ม “ท่าน เพลงเตะของข้าน้อยก็ไม่เลวนะขอรับ ข้าลองฝึกฝนดูในช่วงนี้ ลองเตะแบบนั้นดูบ้างพบว่าข้าเองก็ทำได้!”

“ดี!” เฉินจ้าวตบมือด้วยความดีใจ “หากเจ้าต้องสู้กับจ้าวเหลย เจ้ามีโอกาสชนะหรือไม่?”

“ระดับบ่มเพาะของเขายังด้อยกว่าข้า แม้เพลงเตะเขาจะดี แต่ข้าเองก็ฝึกฝนมาอย่างหนัก แถมยังสั่งทำรองเท้าหัวเหล็กเสริม…หากต้องสู้กับจ้าวเหลย แน่นอนว่าเขาไม่ใช่คู่มือข้า!” ฝางเจิ้นฝูกล่าวอย่างมั่นใจ

นับตั้งแต่จวี้เซียงตาย เขาก็เต็มไปด้วยความแค้น เขาคิดว่าจ้าวเหลยเป็นคนลงมือ จึงฝึกฝนเพลงเตะอย่างหนักและซื้อรองเท้าหัวเหล็กใส่ รอคอยโอกาสที่จะได้เตะจ้าวเหลยให้ตายด้วยท่าเดียวกัน

ไม่นึกเลยว่าเขาจะได้โอกาสในช่วงเวลาอันสั้นเช่นนี้!

เฉินจ้าวหัวเราะลั่น “ดีมาก! คืนนี้พวกเราจะไปเป็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญทำการหักหน้าลู่โฉ่วอี๋!”

“ข้าน้อยจะทุ่มเทสุดกำลัง!”

“ดี ดีมาก!”

ตอนบ่าย จวนอ๋องเจิ้นหนานล้วนเต็มไปด้วยแขกเหรื่อ

กองทัพเจิ้นหนานถูกสร้างขึ้นโดยลู่โฉ่วอี๋ ทุกคนล้วนเป็นขุนพลของเขา แม้เสวี่ยผิงไห่จะเข้ามารับช่วงต่อและโยกย้ายขุนพลสำคัญบางคนออกไป แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะโยกย้ายนายทหารระดับกลางทั้งหมด

วันนี้ลู่โฉ่วอี๋เชิญเหล่าทหารเก่าเหล่านี้มารวมตัวกัน

ยังไม่ทันตะวันลับฟ้า เหล่าทหารเก่าก็ทยอยเดินทางมาถึง พวกเขารู้จักกันเป็นอย่างดี ต่างพูดคุยทักทายกันอย่างสนุกสนาน

ลู่โฉ่วอี๋ยืนอยู่ที่หน้าประตูเพื่อต้อนรับแขก

เหล่าขุนพลเมื่อเห็นผู้บังคับบัญชาเก่าก็รีบลงจากม้า เดินเข้าจวน คุกเข่าลงข้างหนึ่งพร้อมกล่าวเสียงดัง “คารวะท่านแม่ทัพ!”

แม้ว่าลู่โฉ่วอี๋จะวางมือจากการเป็นแม่ทัพมานาน ทว่าเหล่าทหารก็ยังคงเรียกเขาว่าท่านแม่ทัพเช่นเคย

“ฮ่า ๆ ดี! ลุกขึ้นเถอะ ไม่ต้องมากพิธีไป ข้าเป็นแค่อ๋อง ไม่อาจรับการคารวะเช่นนี้ได้” ลู่โฉ่วอี๋ยิ้มแย้ม

“หึ! เสวี่ยผิงไห่นั่นมันก็แค่ขยะไร้ค่า มีเพียงท่านอ๋องเท่านั้นที่เป็นแม่ทัพในใจของพวกเรา!” ขุนพลคนหนึ่งกล่าวอย่างไม่เกรงใจ

ลู่โฉ่วอี๋แอบยิ้มดีใจ “อย่าพูดเช่นนี้เลย ไปพักผ่อนที่สวนหลังก่อน รอเวลาเริ่มงานเลี้ยงประเดี๋ยว”

ขณะที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ก็มีขุนพลอีกคนเดินทางมาถึง

เมื่อครั้งลู่โฉ่วอี๋คุมกองทัพ เขารักทหารทุกนายราวกับบุตรของตน ทุกครั้งที่ออกรบเขามักจะอยู่แนวหน้า หลังสงครามก็กินนอนร่วมกับทหาร สร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น

ดังนั้น แม้เหล่าทหารจะรู้ว่าการมาร่วมงานเลี้ยงครั้งนี้อาจนำมาซึ่งปัญหา แต่พวกเขาก็ยังคงมาเพื่อตอบแทนบุญคุณของลู่โฉ่วอี๋

เวลาเลยผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งหกโมงเย็น

ยกเว้นคนขี้ขลาดบางคน เกือบทุกคนที่ลู่โฉ่วอี๋เชิญต่างมาร่วมงาน ลู่โฉ่วอี๋ยิ้ม “เช่นนั้นก็ไม่ต้องรอใครเพิ่มแล้ว เริ่มงานเลี้ยงกันเลย!”

งานเลี้ยงวันนี้จัดขึ้นที่ศาลาข้างสระ มีลานกว้างข้างสระน้ำ ทุกคนนั่งล้อมโต๊ะ บนลานมีนางรำและนักดนตรีบรรเลงเพลงขับกล่อม ทุกคนต่างพูดคุยกันอย่างถูกคอ

“ข้า ลู่โฉ่วอี๋ เคยร่วมเป็นร่วมตายกับพวกเจ้าทุกคน เคยดื่มน้ำแข็งนอนกลางหิมะต่อสู้กับชนเผ่าเร่ร่อน! ข้าไม่เคยลืมวันเวลาเหล่านั้น! ข้าเสียใจที่ต้องสูญเสียเพื่อนพ้องไปมากมาย ข้า ลู่โฉ่วอี๋ผู้นี้ยังคงรู้สึกละอายใจต่อพวกเขา!”

ลู่โฉ่วอี๋ดื่มเหล้าไปหลายแก้ว ขณะกล่าวถึงเรื่องราวในอดีตด้วยความอาลัย น้ำตาก็ไหลอาบใบหน้า

เหล่าขุนพลรู้สึกสะเทือนใจไม่ต่าง เมื่อนึกถึงวันเวลาที่ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่และเพื่อนพ้องที่จากไป พวกเขาก็ได้แต่เศร้าใจ

ทันใดนั้นมีคนกล่าวเสียงดัง “นึกถึงสิ่งที่ท่านอ๋องเคยทำให้พวกเรา จากนั้นก็มองดูแม่ทัพเสวี่ยในตอนนี้! มันช่าง…”

มีหลายคนที่ไม่พอใจเสวี่ยผิงไห่ เมื่อมีคนหนึ่งกล้าพูด คนอื่น ๆ ก็เริ่มพูดตาม

ลู่โฉ่วอี๋เห็นเช่นนั้นก็รู้สึกพอใจ “เอาล่ะ ๆ เริ่มบรรเลงเพลง!”

ความหรรษาทำเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งดึกดื่น หลังจากดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน งานเลี้ยงก็ใกล้จะจบ

วันนี้ลู่โฉ่วอี๋อารมณ์ดี เขาดื่มเหล้าไปมากจนเริ่มมึนเมาแต่ก็ไม่ลืมเรื่องสำคัญของวันนี้

“ทุกท่าน วันนี้ข้าเชิญพวกท่านมาเพื่อร่วมงานชมดอกไม้! บุตรชายข้าผู้มีความสามารถน้อยนิด ได้ลงมือปลูกดอกไม้ทะเลสีทองด้วยมือของเขาเอง พวกมันงดงามมาก ข้าอยากเชิญทุกท่านไปชม”

เหล่าขุนพลล้วนเป็นชายชาญ พวกเขาไม่สนใจการชมดอกไม้ แต่ในเมื่อท่านอ๋องเอ่ยปาก พวกเขาก็ต้องไป

ทุกคนเดินตามบ่าวไพร่ไปยังสวนดอกไม้

ขณะนั้น ท้องฟ้ามืดสนิท ไร้แสงดวงจันทร์โผล่พ้นเมฆใด ๆ

ทว่าในสวนกลับสว่างไสว แสงเทียนสีทองส่องสว่างโดยทั่ว โคมไฟและคบเพลิงล้อมรอบแปลงดอกไม้

แสงไฟส่องกระทบดอกเบญจมาศสีทองดูแวววาวราวกับถูกทำจากเส้นไหมสีทอง สะท้อนกับชุดเกราะสีทอง แม้แต่ชายชาญก็ยังเอ่ยชม “ช่างเป็นภาพที่งดงามยิ่งนัก!”

จบบทที่ ตอนที่ 16 เหมือนเกราะทองคำ

คัดลอกลิงก์แล้ว